เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 161 แผนการพัฒนาของซีเว่ย

บทที่ 161 แผนการพัฒนาของซีเว่ย

บทที่ 161 แผนการพัฒนาของซีเว่ย


การสิ้นสุดฤดูหนาวถือเป็นข่าวดีสำหรับชาวบ้านทั่วไป เพราะนั่นหมายความว่าอากาศจะอุ่นขึ้นและไม่มีหิมะตก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีในการหว่านเมล็ด

แต่นั่นไม่ใช่กรณีของซีเว่ยและศาสนจักรแห่งเกม

ในขณะที่หิมะละลาย มันยังช่วยปลดเปลื้องพันธนาการการสื่อสารระหว่างเมืองด้วย หากพวกเขาไม่รอบคอบพอ ศาสนจักรแห่งเกมก็จะถูกเปิดเผยทันที และที่ ๆ เสี่ยงที่สุดคือผู้เล่นในแลงแคสเตอร์

หากศาสนจักรแห่งเกมถูกสังเกตเห็น หรือแย่กว่านั้นคือมีข่าวการฟื้นฟูเทียร์ร่าออกสู่สาธารณะ ผู้เล่นทุกคนที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ก็จะตกเป็นเป้าหมายของศาสนจักรในจารีต*ส่วนใหญ่ภายในจักรวรรดิอย่างไม่ต้องสงสัย

(จารีต คือบรรทัดฐานที่กำหนดให้คนในสังคมประพฤติปฏิบัติตนอย่างเข้มงวด มีการควบคุมที่รุนแรงเพื่อป้องกันการฝ่าฝืน โดยคนในสังคมนั้นถือว่าแบบแผนการปฏิบัติดังกล่าวเป็นสิ่งดีสิ่งงาม ผู้ละเมิดเป็นคนผิดคนชั่ว เป็นต้น)

แม้ว่ากองกำลังทหารหลักของจักรวิรรดิวัลลาจะถูกรั้งไว้โดยสงครามหนึ่งปี แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะกำจัดผู้เล่นทุกคน เพราะสิ่งที่พวกเขาต้องทำก็แค่จัดกำลังพลไม่กี่คนเพื่อจัดการกับผู้เล่น หรือเพียงแค่ออกคำสั่งให้ขุนนางเขตต่าง ๆ ระดมกองทัพส่วนตัวเพื่อทำลายพวกเขา

“ดูเหมือนว่าเราจะผ่อนคลายเกินไป ความสามารถของผู้เล่นยังต้องปรับปรุงอีกมาก” ซีเว่ยพึมพำอย่างครุ่นคิด โดยใช้หนวดแตะสิ่งที่น่าจะเป็นคางของเขา “แต่พูดก็พูดเถอะ มันไม่มีอะไรอย่างอื่นให้ปรับปรุงอีกแล้ว…”

ท้ายที่สุดเขาก็เพียงเป็นเทพเจ้าชั้น 3 ที่ให้สวัสดิการทุกรูปแบบแก่ผู้ศรัทธาของเขาเท่าที่เขาสามารถจ่ายได้ และเนื่องจากผู้เล่นก็ทำงานกันอย่างขยันขันแข็งเช่นกัน การที่จะหวังให้พวกเขาเติบโตเร็วยิ่งกว่านี้นับว่ายากเกินไปจริง ๆ

“บางที ฉันควรพิจารณาเรื่องนี้จากมุมอื่น…”

ซีเว่ยพยายามเปลี่ยนมุมมองของเขา

หากเขาถือว่าผู้เล่นทั้งหมดเป็นสมการ และเมื่อแทนที่ด้วยสูตรก็จะเป็น (ความแข็งแกร่งโดยรวมของผู้เล่น = ความแข็งแกร่งของผู้เล่นโดยเฉลี่ยแต่ละคน×จำนวนผู้เล่น)

เนื่องจากวัตถุประสงค์ของเขาคือการปรับปรุงความสามารถโดยเฉลี่ยของผู้เล่น ซีเว่ยต้องใช้วิธีเพิ่มจำนวนผู้เล่นให้มาก ๆ หากเขาไม่มีวิธีปรับปรุงความสามารถของผู้เล่นแต่ละคนให้เร็วขึ้น

ความคิดแรกของเขาคือการรับคนจากค่ายผู้ลี้ภัยทุกแห่งนอกเมืองครอมเวลล์โดยไม่เลือกปฏิบัติ เพราะผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่นอกครอมเวลล์ เคยเป็นพลเมืองของโรวิเนียซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเทียร์ร่าที่ล่มสลาย

แต่ถึงอย่างนั้นนั่นมันก็ไม่ได้ผล หากลองพิจารณาอย่างรอบคอบดูแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกขอบคุณ (หรือยอมรับได้ง่าย ๆ ) และนั่นก็เหมือนกับอดีตผู้ศรัทธาที่แท้จริงของเทพเจ้าแห่งเกม ที่ยอมรับศรัทธาของเทพเจ้านอกรีตอื่น ๆ เพียงเพื่อที่จะได้รับอาหาร

และมันก็ไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะให้ผู้เล่นออกไปเผยแพร่ศาสนาแบบตัวต่อตัวเช่นกัน นอกจากปัจจัยอื่น ๆ แล้ว แม้แต่เด็กสามคนที่มูฟาซาพาเข้ามา ฃก็ยังเป็นเพียงผู้ศรัทธาที่ตื้นเขิน และไม่ได้กลายเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริง...

ยิ่งไปกว่านั้นผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ ยังมีชีวิตรอดมาได้โดยการหาประโยชน์จากผู้ลี้ภัยที่อ่อนแอ เมื่อพวกเขาได้สัมผัสกับความหอมหวานของการรังแกผู้อ่อนแอ คนเหล่านี้ก็จะไม่ลังเลเลยที่จะสังหารผู้หญิงและเด็กเพียงเพื่อรับ EXP เมื่อพวกเขาเข้าร่วมศาสนจักรแห่งเกม

แม้ว่าเขาจะสั่งห้ามหรือมีบทลงโทษในการทำเช่นนั้น ซีเว่ยก็คิดว่ามันไม่ต่างอะไรกับการหยิบก้อนหินขึ้นมากระแทกนิ้วเท้าตัวเอง

เมื่อเทียบกันแล้วการเสี่ยงโชคในหมู่บ้านที่ผู้คนมีความสามัคคีกันก็ยังดีกว่าและสะดวกกว่ามาก หากเขาสามารถหาวิธีแก้ปัญหาและวางรากฐานที่นั่นได้ ก็มีแนวโน้มว่าพวกชาวบ้านจะเปลี่ยนใจมาเลื่อมใสศรัทธาเขาได้เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นชาวบ้านที่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะเชื่อฟังกฎมากกว่าเมื่อเทียบกับอันธพาลที่ไม่ถูกควบคุมในหมู่ผู้ลี้ภัย

น่าเสียดายที่หมู่บ้านแบบนี้หายากมากแถบชายแดน...บางทีพวกเขาอาจมีโชคมากกว่านี้ในทุนย่าที่เป็นอาณาเขตของดัชชีอินทรีเงิน

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ฝั่งตรงข้ามของทวีปตะวันออกก็น่าสนใจเช่นกัน

ผู้เล่นได้สำรวจพื้นที่รอบนอกของหุบเขาแห่งความตายไปแล้วกว่าครึ่ง และในไม่ช้าพวกเขาก็จะไปถึงพื้นที่หลัก หากยังคงรักษาอัตราการความเร็วการสำรวจเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ และผู้เล่นสามารถค้นพบความเป็นพระเจ้าที่ไม่มีเจ้าของที่นั่น แม้ว่ามันจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวมันก็คุ้มค่าให้เฉลิมฉลองแล้ว

แต่พูดตามตรง สิ่งนั้นสามารถพบได้แต่หาไม่ได้ และซีเว่ยก็ไม่เชื่อว่าเขาจะสามารถพบเจอมันได้ง่าย ๆ ด้วยโชคของเขา

แต่แน่นอนว่า พวกเขาจะสามารถได้รับร่างเทพมากมายที่นั่น

ในขณะที่เทพเจ้าองค์อื่นจะไม่แตะต้องสิ่งนี้ด้วยความกังวลต่าง ๆ นา ๆ ซีเว่ยกลับไม่รู้สึกหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย และหวังว่าผู้เล่นจะได้รับมากขึ้น

นอกจากนี้ผู้เล่นก็ควรทำงานอย่างหนักเพื่อเคลียร์หุบเขาแห่งความตาย พวกเขาสามารถใช้คบเพลิงที่พวกเขาปักเป็นสัญญาณไฟ เพื่อปูเส้นทางทางบกที่จะเชื่อมระหว่างทวีปตะวันออกและตะวันตก!

เมื่อพิจารณาถึงวิธีที่ชุมนุมลับดวงตาคิดจะสังหารทั้งหมู่บ้าน เพียงเพื่อเส้นทางการลักลอบขนส่งสินค้าทางทะเลเท่านั้น เมื่อผู้เล่นสายธุรกิจมีเส้นทางขนส่งทางบก หนทางแห่งความรวยจะไปไหนเสีย

ยิ่งไปกว่านั้นสิงโตตัวใหญ่ยังเคยบอกกับซีเว่ยว่า มีเผ่าอมนุษย์หรือครึ่งมนุษย์อาศัยอยู่ในทวีปตะวันตก

ในขณะที่นิยายบางเรื่องในโลกเดิมของซีเว่ย มีเผ่าพันธุ์อมนุษย์ที่เรียกกันว่าออร์ค แต่ออร์คของโลกนี้คือสิ่งมีชีวิตผิวเขียวและเขี้ยวโค้งยาว ที่ชอบพุ่งเข้าใส่ศัตรูในขณะที่ตะโกนว่า 'ว๊ากกกก' ในทางกลับกันเคทซิธ*และเซนทอร์ ถือเป็นครึ่งมนุษย์ ในขณะที่มนุษย์เผ่าอื่น ๆ ที่มีลักษณะของสัตว์บางส่วนจะเรียกว่ามนุษย์สัตว์

(เคทซิธ เป็นชื่อของภูติตามตำนานสก๊อต รูปร่างเหมือนแมวดำตัวใหญ่มีจุดสีขาวบนหน้าอก ใครนึกภาพไม่ออก มันเหมือนแมวในเกม Final Fantasy VII)

ท่ามกลางความทรงจำที่ถูกบันทึกไว้ของเจ้าแห่งน้ำซึ่งซีเว่ยได้ดูดซับมา พวกอมนุษย์ดูเหมือนจะเป็นลูกหลานของสิ่งมีชีวิตที่รอดชีวิตจากสงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 2 และ เนื่องจากพวกเขาเป็นพันธมิตรกับเทพเจ้าที่ไม่ได้อยู่ฝั่งมนุษย์ในสงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 3 มนุษย์จึงไล่พวกเขาไปยังทวีปตะวันตกหลังจากแพ้สงคราม

ต่อมาเทพเจ้าของทั้งสองฝ่าย ได้ต่อสู้กันเป็นการส่วนตัวในสงครามเทพเจ้าและปีศาจ ทำลายอารยธรรมก่อนหน้านี้และทำลายไหล่ทวีปจนแตกกลายเป็นรูปแบบทางภูมิศาสตร์ในปัจจุบัน หลังจากสงครามครั้งนั้น สนามรบก็กลายเป็นหุบเขาแห่งความตาย และในปัจจุบันมันเป็นทั้ง 'ขอบ' และ 'ใจกลาง' ของโลก

เผ่าอมนุษย์แตกต่างจากมนุษย์ที่มักจะก่อสงครามกลางเมือง แต่ก็มีจำนวนผู้เสียชีวิตในสงครามไม่มาก พวกอมนุษย์มักจะรวมกลุ่มกันตามลักษณะทางชาติพันธุ์ แม้ว่าจะมีช่วงเวลาสั้น ๆ ที่พวกเขาอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่พวกเขาก็เลือกที่จะต่อสู้และดูหมิ่นเผ่าอื่นเกือบตลอดเวลา พวกเขาแยกตัวออกเป็นชนเผ่าย่อยนับร้อย ๆ เผ่าที่ซับซ้อนกว่าสังคมของมนุษย์

ทำให้เผ่าอมนุษย์ที่มีลักษณะทางชาติพันธุ์แบบเดียวกันเท่านั้น ที่จะรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ นั่นทำให้ซีเว่ยคิดวิธีที่เหมาะสมได้! ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีใครไว้ใจพวกต่างเผ่าได้มากกว่าคนของตัวเอง

“แต่นั่นยังเร็วเกินไป ผู้เล่นยังไม่ได้เคลียร์หุบเขาแห่งความตาย…หืม? เดี๋ยวก่อนนะ…”

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ซีเว่ยก็นึกถึงใครบางคน เขาเปิดใช้งานดวงตาศักดิ์สิทธิ์และมองลงไปที่แดนมรรตัย

--------------------------------------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 161 แผนการพัฒนาของซีเว่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว