เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 125 Devil May Cry [1] (อ่านฟรี)

บทที่ 125 Devil May Cry [1] (อ่านฟรี)

บทที่ 125 Devil May Cry [1] (อ่านฟรี)


ความจริงซีเว่ยก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน

คลื่นรบกวนจากไข่ปีศาจสามารถปิดกั้นดวงตาศักดิ์สิทธิได้ในระดับหนึ่ง ตอนนั้นแม้อัสลานสิงโตตัวใหญ่ก็มองไม่เห็นซอดเมื่อเขากลายเป็นผู้ใช้ดาบปีศาจ ทั้ง ๆ ที่เขามีพลังมากกว่าซีเว่ยมาก

นั่นคือเหตุผลที่ซีเว่ยไม่พบไข่ปีศาจที่ซ่อนอยู่ในตัวของเซซิลตั้งแต่ต้น และคิดไปเองว่า การที่เขาไม่สามารถมองเห็นสถานที่บางแห่งในปราสาทได้ เป็นเพราะพลังศักดิ์สิทธิ์ของคราตอสเทพเจ้าแห่งสงครามปกป้องมันไว้ (อันที่จริงห้องของฮอร์รันมีสิ่งนี้)

เมื่อซีเว่ยพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ การต่อสู้ก็ได้เริ่มขึ้นแล้วที่ปราสาทหลัก

จากนั้นเมื่อเขาร่างเควสเสร็จ และมอบมันให้กับผู้เล่น พวกเขาก็เข้าใจสถานการณ์คร่าว ๆ จากคินลีย์

จากนั้น คินลีย์ที่ยังคงพยายามบีบน้ำตาก็พบว่า ผู้เล่นที่ไม่ได้สนใจเธอเลย พวกเขาจู่ ๆ ก็กระเหี้ยนกระหือรือขึ้นมา สีหน้าของพวกเขาดูน่ากลัวเหมือนกับมีคำว่า 'เข้าใจแล้ว ตอนนี้เราทุกคนออกไปตัดหัวศัตรูกันเถอะ' หรือ 'ถึงข้าจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือศัตรูเป็นใคร แต่เราจะออกไปฆ่าพวกมันทันที'

สิ่งนี้ทำให้หญิงสาวตกตะลึง และการประเมินแองโกร่าในใจของเธอก็เพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง: คนส่วนใหญ่จะตกใจมากเมื่อพวกเขาได้ยินคำว่า 'สัตว์ประหลาด' พวกเขาจะสับสนและไม่แน่ใจว่าต้องทำอย่างไรดี

มันก็ดีพอแล้วที่ทุกคนจะเก็บข้าวอย่างใจเย็นและรวดเร็วก่อนที่จะรีบหลบหนีไป แต่ไม่มีผู้ติดตามของแองโกร่าคนไหนตื่นกลัว ความจริงพวกเขาเริ่มเตรียมตัวสู้กลับด้วยซ้ำ

เนื่องจากคินลีย์เองได้รับเลือกให้เป็นลูกศิษย์ของนักเล่นแร่แปรธาตุอันดับหนึ่งของทวีป ดังนั้นเธอจึงอ่านสีหน้าคนได้ค่อนข้างดี เธอมั่นใจว่าท่าทางของผู้เล่นตอนนี้นั้น ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่รู้ว่ากำลังจะต้องไปเผชิญกับสัตว์ประหลาดที่น่ากลัว แต่เป็นความตื่นเต้นที่ไม่อาจระงับได้ และความปรารถนาที่จะต่อสู้ (เพื่อ EXP)

ต้องบอกว่ามันเหมือนกับสีหน้าของนักบุญดาบที่เธอเคยพบในห้องโถงของอาจารย์ เมื่อเขาได้ยินว่ามีศัตรูที่ทรงพลังปรากฏตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง

ดังนั้นเธอจึงสามารถจินตนาการได้ว่า แม้ตอนแรกเริ่มคนกลุ่มนี้จะไม่ได้แข็งแกร่ง แต่ตราบใดที่พวกเขาสามารถอยู่รอดต่อไปได้ พวกเขาก็จะไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน!

ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากแองโกร่าสามารถควบคุมเมล็ดพันธุ์ที่ดีเหล่านี้ได้ เขาอาจมีความสามารถมากกว่าที่คินลีย์คิด

อย่างไรก็ตาม สัตว์ประหลาดที่กลายร่างมาจากเซซิลนั้นแตกต่างจากสัตว์ประหลาดทั่วไปมาก และคนเหล่านี้อาจไม่รอดหากพวกเขาวิ่งเข้าสู่สนามรบ

แม้ว่าภายนอกคินลีย์จะดูกระสับกระส่ายมาก แต่ภายในเธอสงบและเข้าใจทุกอย่าง

ดังนั้นเธอจึงตัดสินเปิดเผยข้อมูลเล็กน้อยเกี่ยวกับศัตรู และปล่อยให้คนกลุ่มนี้ล่าถอยเมื่อพวกเขารู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้อันตรายกว่าที่พวกเขาคิด พวกเขาไม่จำเป็นต้องสู้ต่อไป เพราะมันก็ถือเป็นชัยชนะแล้วหากพวกเขาล่าถอยได้อย่างปลอดภัย และปล่อยส่วนที่เหลือให้ผู้แข็งแกร่งจากศาสนจักรสีขาวอันสว่างไสวและวิหารแห่งความรุ่งโรจน์จัดการ

“ข้า ข้าเคยเห็นสัตว์ประหลาดแบบนั้นในสารานุกรมของอาจาร์ยข้า…เซซิลอาจกลายเป็นปีศาจในตำนาน!” หญิงสาวทำหน้าตื่นตระหนก “ไม่มีใครนอกจากอัครมุขนายกหรือมุขนายกชุดขาวจะสามารถเอาชนะมันได้!”

แองโกร่าพยักหน้าก่อนที่หญิงสาวจะได้พูดว่า 'เราต้องขอความช่วยเหลือจากศาสนจักรสีขาวอันสว่างไสว!' และพูดว่า "ข้ารู้แล้ว"

ไม่ใช่แค่แองโกร่า ทุกคนในห้องก็กำลังแสดงท่าทางที่บอกว่า 'โอ้ ปีศาจ' 'ก็แค่ปีศาจ ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก' หรือ ‘เรารู้ดีว่ามันเป็นปีศาจ’

เครื่องหมายคำถามผุดขึ้นบนหัวของคินลีย์ “???”

'พวกเจ้าจะรู้อะไร!

'นั่นมันปีศาจ เวรเอ๊ย!'

‘ไม่ใช่อิมพ์กำมะถันที่คลานไปทั่วนรก! มันคือปีศาจที่สามารถทำลายกองกำลังทหารนับร้อยได้ในไม่กี่นาที!’

'แล้วพวกเจ้าจะสู้ยังไง? ไม่มีใครในพวกเจ้าดูเหมือนนักบวชนอกจากผู้หญิงที่ใส่ชุดสีขาว (เจสสิก้า) ที่ถือไม้กางเขน! ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ข้าได้มาจากนักเล่นแร่แปรธาตุระดับแนวหน้าของทวีปจะใช้ได้ผล! ตอนนี้การหนีเป็นทางเลือกเดียวของพวกเรา!'

การพูดเช่นนั้นจะทำให้ภาพลักษณ์ที่นุ่มนวล บอบบาง และอ่อนโยนของเธอ ที่เธอแสร้งทำมาตลอดเสียหาย

“ข้าคิดว่ามันดีกว่าหากเราจะใช้แผนระยะยาว…”

ภายใต้การนำของแองโกร่า ผู้เล่นก็เริ่มมุ่งหน้าออกจากอาคารไปยังปราสาทหลัก

“ไปกันเถอะ!”

“โอ้!!”

คินลีย์รู้สึกว่าความดันโลหิตของเธอพุ่งสูงขึ้นทันที

‘ฟังคนอื่นเขาพูดบ้างเซ่!’

ไม่ใช่ว่าแองโกร่าไม่ฟังเธอ แต่พ่อของเขากำลังตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถ ‘ใช้แผนระยะยาว’ ได้

ยิ่งไปกว่านั้น ระบบก็ได้ออกเควสมาแล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่าศัตรูเป็นเพียงผู้ที่ถูกความชั่วร้ายครอบง่ำ และยังไม่ได้กลายเป็นปีศาจที่แท้จริง

ดังนั้น ทางเลือกที่ถูกต้องในตอนนี้คือการกำจัดมัน

***

มีทางเดินสองทางเชื่อมต่อปราสาทหลักกับอาคารด้านนอก สถานที่ที่แองโกร่าและพรรคพวกของเขาอยู่คืออาคารด้านข้างปราสาทหลัก แต่ประตูทางเข้าหลักเป็นเพียงจุดเดียวที่สามารถเข้าสู่ปราสาทอินทรีเงินได้ ที่จริงมันอาจมีทางลับอยู่ 2-3 ทางไว้สำหรับใช้หลบหนี แต่แองโกร่าไม่รู้เรื่องนั้น

ทีแรก คินลีย์กำลังวางแผนที่จะผูกผ้าปูเตียง หรืออะไรก็ตามเป็นเชือกและหนีออกจากทางหน้าต่าง แต่แองโกร่าและผู้ติดตามของเขากลับมุ่งตรงไปยังปราสาทหลัก และมันยากที่เธอจะหนีไปได้ด้วยตัวคนเดียว ดังนั้นเธอจึงติดตามพวกเขา แม้ว่าเธอจะสาปแช่งพวกเขาอยู่ในใจไปตลอดทางก็ตาม

“มีศัตรูเฝ้าอยู่ตรงทางออกข้างหน้า เราควรทำยังไงดี” โจโผล่หัวออกไปมองทางด้านหน้าจากมุมทางเดิน ก่อนจะหันกลับไปถามคนอื่น ๆ เมื่อเห็นลูกสมุนอยู่เฝ้าใกล้ ๆ ทางออก

ทางเดินแคบเกินไป ง่ายต่อการป้องกันและยากต่อการโจมตี ผู้เล่นอาจติดกับดักได้หากพวกเขาพยายามบุกเข้าไปตรง ๆ

หากเวลาถูกลากออกไป และเซซิลกลายเป็นปีศาจที่แท้จริง ผู้เล่นคงจะต้องส่ง GG* ออกไปท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างไม่อาจทำอะไรได้

(GG = ย่อมาจากคำว่า good game จุดประสงค์ที่แท้จริงคือแสดงความมีน้ำใจนักกีฬาต่อฝ่ายตรงข้าม แต่ในแง่ลบ ยังแปลว่า "git gud" (get good) คำนี้จะไว้เยาะเย้ยยั่วโมโหผู้เล่นใหม่ประมาณว่า "ไปฝึกมาใหม่ให้ดีกว่านะจ๊ะ!")

“ทางเดินทั้ง 2 อยู่ใกล้กันมาก…จะดีกว่าถ้าเราสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรูได้” แองโกร่าคิดจะให้ผู้เล่น 2-3 คนเสนอตัวไปเป็นเหยื่อล่อ

ในทางกลับกัน แม้ผู้เล่นจะดูอ่อนแอ แต่การแสดงทักษะซูเพล็กซ์อันน่าทึ่งของโจที่น้ำพุด้านหน้าปราสาทนั้นค่อนข้างน่าตกใจ หากผู้เล่นจับศัตรูไม่ได้ในคราวเดียว และปล่อยให้ศัตรูมีโอกาสเรียกพวกมาเพิ่ม เรื่องก็จะยิ่งแย่

นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาต้องส่งเหยื่อที่ดูอ่อนแอออกไป ศัตรูจะได้คิดว่าไม่จำเป็นจะต้องขอความช่วยเหลือ

แม้ว่าทหารจะกลายเป็นลูกสมุนปีศาจและสูญเสียสติปัญญาไปมาก แต่พวกเขาก็หลอกไม่ง่าย

"ข้าจัดการเอง" จู่ ๆ เอลีน่าก็อาสา

เด็กสาวหยิบลูกบอลสีขาวแดง (โปเกบอล) ออกมาจากหน้าอกแบน ๆ ของเธอแล้วเหวี่ยงมันลงพื้น “คล็อกกาโตว์ข้าเลือกเจ้า!”

ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาขณะที่ลูกบอลกระทบพื้น คล็อกกาโตว์ซึ่งกำลังทานอาหารเย็นอยู่ที่หมู่บ้านมนุษย์กบก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเขา

หลังจากเอลีน่าสรุปสิ่งที่ต้องทำ คล็อกกาโตว์ก็เหวี่ยงปลาเค็มรมควันในมือทิ้งทันที ก่อนจะกล่าวทักทายเด็กสาว “ฮาคุน่ามาคร็อกคร็อก! ข้าสัญญาว่าจะทำงานนี้ให้สำเร็จ!”

ด้านข้างพวกเขา คินลีย์กำลังจ้องมองทุกอย่างตรงหน้าเธอด้วยสายตาที่หมองหม่น

เกิดอะไรขึ้น?

เกิดอะไรขึ้น?

กบตัวนั้นมาจากไหน?

ศักดินาของแองโกร่าไม่ใช่เมืองชายแดนที่ห่างไกลหรอกเหรอ?

ผู้คนที่นั่นจะเรียนรู้ทักษะการเล่นแร่แปรธาตุขั้นสูงเช่นนี้ได้อย่างไร!

***

ขณะที่สมุนทั้ง 2 กำลังคุยกันด้วยภาษานรก

“สวัสดีทุกคน~”

ที่นั่น มนุษย์กบตัวผอมกำลังยืนอยู่ไม่ไกลขณะส่ายก้นไปที่พวกเขา อวดลวดลายเล็ก ๆ ที่คล้ายกับดอกเบญมาศด้านหลัง “พวกเจ้าอยากเห็นดอกไม้น้อย ๆ ของข้าไหม”

ลูกสมุนปีศาจพูดไม่ออก

10 วินาทีต่อมา

คล็อกกาโตว์ส่งเสียงแหลม เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัว ขณะที่บินผ่านทางเดินนั้นไปอย่างรวดเร็วโดยมีลูกสมุน 2 ตัววิ่งไล่ตาม

“ไม่มีใครอยู่ที่ทางออกแล้ว! ไปกันเลย!”

ดังนั้นผู้เล่นจึงใช้โอกาสนี้เปิดประตูเข้าไปในปราสาทหลัก

มีเพียงคินลี่ย์เท่านั้นที่มองไปยังทางที่กบตัวน้อย ที่ถูกกำหนดให้ต้องเสียสละตัวเองหายไปอย่างเศร้าใจ...

---------------------------------------------

เพจ FC-Translate

จบบทที่ บทที่ 125 Devil May Cry [1] (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว