เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 การชี้นำ

บทที่ 8 การชี้นำ

บทที่ 8 การชี้นำ


เด็ก ๆ ทั้ง 5 ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ต่อหลักคำสอนที่ซีเว่ยตั้งขึ้นมา เนื่องจากพวกเขาไม่เก็ทมุกตลกของเกมจากชีวิตที่แล้วของซีเว่ย และพวกเขาก็ไม่สามารถเข้าใจความหมายที่ลึกซึ้งในหลักคำสอนของเขาได้

ซีเว่ยไม่ได้รีบร้อนทำตามแผน เขาพาพวกเด็ก ๆ ไปฝังศพชาวบ้านก่อน

มองจากมุมหนึ่ง เขี้ยวมังกรมีสัญชาตญาณและนิสัยเช่นเดียวกับสัตว์ตระกูลแมว พวกมันไม่ได้ล่าเพียงเพราะแค่ต้องการประทังชีวิตเท่านั้น มันล่าเพราะพวกมันชอบความรู้สึกของการล่า ดังนั้นชาวบ้านที่ถูกเขี้ยวมังกรกินจึงมีเพียงส่วนน้อย ชาวบ้านส่วนใหญ่ถูกมันฆ่าตายโดยไร้เหตุผล

หากพวกเขาทิ้งศพไว้ที่นี่ ไม่นานกลิ่นเนื้อเน่าก็จะดึงดูดสัตว์กินเนื้อในบริเวณใกล้เคียงเข้ามาที่นี่ อันที่จริงซีเว่ยเห็นอีกา 2-3 ตัวที่บินวนอยู่บนท้องฟ้าจ้องมองมาที่ศพ

ในฐานะที่ซีเว่ยเป็นชาวจีนก่อนที่เขาจะข้ามมายังโลกใบนี้ เขาถูกสอนให้เคารพผู้ตาย และการจะมอบความสงบสุขให้กับผู้ตายได้ ก็คือการฝังศพให้พวกเขาอย่างเหมาะสม และเมื่อพิจารณาถึงความรู้สึกของเหล่าเด็ก ๆ ที่รอดชีวิต การทิ้งศพไว้ในสภาพนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นชาวบ้านในชนบทห่างไกลก็ตาม

เมื่อมีซีเว่ยอยู่ด้วย ขั้นตอนที่จะต้องใช้เวลามากที่สุดอย่างการขุดหลุมและการฝังศพ ก็ใช้เวลาไม่นานนัก

ก่อนอาทิตย์ตก พวกเขาก็ทำหลุมฝังศพอย่างเรียบง่ายเสร็จ ไม้กางเขนทำจากไม้ตั้งตระหง่านอยู่ที่จุดศูนย์กลางของหมู่บ้าน และยังอยู่บนหลุมศพของพวกชาวบ้านด้วย

เมื่อได้พบความแปลกใหม่ของระบบ มันก็ทำให้พวกเด็ก ๆ ลืมความเศร้าไปชั่วขณะ แต่เมื่อพวกเขาต้องลากศพญาติของพวกเขาไปที่หลุมศพที่ละคน และเฝ้าดูใบหน้าของครอบครัวที่ราวกับว่าพวกเขาแค่กำลังหลับไปเฉย ๆ ค่อย ๆ ถูกปกคลุมไปด้วยเศษดิน พวกเด็ก ๆ ก็เข้าใจแล้วว่าพวกเขาจะไม่ได้พบกับครอบครัวของพวกเขาอีกต่อไป

เอลีน่าและเจสสิก้าต่างพากันร้องไห้โฮ ในขณะที่โจและโกวต้านกำลังร้องไห้อย่างเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ สีหน้าเอ็ดเวิร์ดดูเศร้ามาก แต่เขาก็เก็บอารมณ์ได้ดีมากเช่นกัน เขาไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยดเดียว แม้ว่ามือของเขาจะกำแน่นมากก็ตาม

“ท่านซีเว่ย เราจะทำยังไงต่อดีคะ?” เอลีน่าถามเสียงเบา ขณะพยายามกลั้นสะอื้น

“อยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีความหมาย พรุ่งนี้เช้า จงออกเดินทางไปทางตะวันออก ผ่านเมื่อยูเก้น และไปยังเมืองที่ชื่อโจเนียส ที่ชายแดนของอาณาจักรนอกประตูสีม่วง ที่ที่เรียกกันว่า ‘หุบเขาแห่งความตายที่น่าเศร้า’ จะมีเมืองเล็ก ๆ รอพวกเจ้าอยู่ที่นั่น” ซีเว่ยบอกหลังจากเห็นสายตาของพวกเด็ก ๆ จ้องมาที่เขา “นั่นจะเป็นจุดหมายปลายทางของเจ้า และเป็นที่ที่ศาสนจักรของเราจะเติบโต มันคือหมู่บ้านเริ่มต้นของผู้เล่นทุกคน…”

“แต่เราไม่เคยไปไกลจากหมู่บ้านเคนนิงตันมาก่อน…” เอลีน่าพูดขณะที่เธอเอามือกุมไว้แนบอก ท่าทางของเธอคล้ายกับนกพิราบที่กำลังหัดบิน

“เด็กน้อย ทุกอย่างย่อมมีครั้งแรกเสมอ จงออกเดินทางด้วยความภาคภูมิใจ เพราะเจ้าได้รับพรจากเทพเจ้าแห่งเกมผู้ยิ่งใหญ่” ซีเว่ยพูดปลอบโยนพลางลูบหัวเธอเบา ๆ

"แต่…"

เอลีน่ายังคงก้มหน้าอย่างกังวล

ทันใดนั้นเธอก็ตระหนักได้ว่าฝ่ามือที่ลูบหัวเธออย่างอ่อนโยนเมื่อครู่ได้หายไปแล้ว

“ท่านซีเว่ย?” เอลีน่ามองไปรอบ ๆ แต่เธอก็หาเขาไม่พบ

เด็กคนอื่น ๆ ส่ายหัวราวกับว่าพวกเขาเพิ่งจะตื่นจากความฝัน

“นายท่านผู้ใหญ่ไปไหนแล้ว” โจขมวดคิ้วถามอย่างงง ๆ

"ข้าไม่รู้ พวกเจ้าก็ไม่เห็นเหรอ” โกวต้านเกาหัวตัวเอง

“ข้าก็ไม่เห็นเหมือนกัน แต่รู้ตัวอีกทีเขาก็หายไปแล้ว…” เจสสิก้าพูดอย่างสงสัย

“ถ้าข้าจำไม่ผิด…” เอ็ดเวิร์ดที่โตที่สุดในหมู่พวกเขาพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน

สายตาของคนที่เหลือมองมาที่เอ็ดเวิร์ดที่กำลังนึกอะไรบางอย่างอยู่

“เมื่อก่อนข้ากับพ่อข้าเคยไปที่เมือง ข้าเคยได้ยินมาว่า แม้แต่อัครมุขนายกของเทพบิดรทั้งเจ็ด ก็ไม่มีคุณสมบัติในการแต่งตั้งนักบุญ” เอ็ดเวิร์ดอธิบายอย่างช้า ๆ

“งั้นลุงซีเว่ยก็เป็นถึงพระสันตปาปาน่ะสิ!” โกวต้านร้องออกมาด้วยความตกใจ

“ไม่นะ พระสันตะปาปาคงไม่ออกจากโบสถ์หลักของศาสนจักรไปไหนมาไหนคนเดียวแบบนี้หรอก เว้นแต่จะจำเป็นจริง ๆ” เอ็ดเวิร์ดกล่าวย้ำพร้อมกับส่ายหัว “ถ้าจะพูดให้ถูก มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาจะเป็นผู้ถูกเลือก แต่…ข้ากลับไม่รู้สึกว่าเขาเหมือนผู้ถูกเลือกเลยสักนิด…”

“เจ้ากำลังพยายามจะพูดอะไร เอ็ดเวิร์ด” โจที่เป็นพวกสมองกล้ามรีบถาม

เจสสิก้าดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาของเธอเบิกกว้างอย่างตกใจ "เจ้าหมายถึง…?!"

“ใช่ ข้าเชื่อว่าท่านซีเว่ยอาจเป็นร่างอวตารของเทพเจ้าอย่างที่ในตำนานเคยกล่าวไว้!” เอ็ดเวิร์ดไม่ยื้อคำตอบอีกต่อไป เขาเฉลยทันที

"เป็นไปไม่ได้!" โจส่ายหัวด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ

“ขะ ข้าก็คิดว่ามันเหลือเชื่อเกินไป!” เจสสิก้าเห็นด้วยกับโจ

“อย่าลืมว่าพวกเราทั้ง 4 เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา! มีเพียงเอลีน่าที่มีคุณสมบัติเป็นนักบุญหญิง ปกติแล้วเทพเจ้าจะไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตาเลยสักนิด ไม่ต้องพูดถึงพรของเทพเจ้า! ถ้าเขาไม่ได้เป็นเทพจริง ๆ และถ้าเราไม่ร้องขอ เขาจะมอบระบบอันล้ำค่านี้ให้กับแก่เราได้ยังไง พวกเรามีบุญอะไร” เอ็ดเวิร์ดพูดออกมาด้วยความหลงใหล มีประกายไฟลุกโชนในดวงตาของเขา

“คิดดูสิ! เขาได้ทิ้งคำแนะนำไว้ให้เราก่อนที่เขาจะหายไปในช่วงเวลาสั้น ๆ นั่นไม่เหมือนวิวรณ์ของเทพเจ้าเหรอ”

เมื่อได้ยินคำอธิบายของเอ็ดเวิร์ด คนอื่น ๆ ก็เริ่มจะเชื่อ

“งั้น…ข้าก็พึ่งถูกเทพเจ้าตั้งชื่อให้นะสิ!” โกวต้านอ้าปากค้าง เขาตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น “นี่พวกเจ้าจะเรียกข้าว่าโกวต้านไม่ได้อีกแล้วนะ ต่อไปนี้จงเรียกข้าว่าโตวก้าน!”

“ได้โกวต้าน” “เข้าใจแล้วโกวต้าน” “ไม่มีปัญหาโกวต้าน!” อีกสามคนตอบทันที ในขณะที่เอลีน่าพยายามกลั้นยิ้มจนหน้าเบี้ยวอยู่ข้าง ๆ

โกวต้านพูดไม่ออก

“สรุป ข้าเชื่อว่าเส้นทางของเราในตอนนี้ชัดเจนมาก” เอ็ดเวิร์ดไอกลบเกลือน และพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจัง “ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้เช้าเราจะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ตามคำสั่งของเทพเจ้าแห่งเกม!”

อีก 4 คนไม่ขัดข้อง พวกเขารีบกลับไปที่บ้านของตัวเองและใช้เวลาคืนสุดท้ายอยู่ในหมู่บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่มานานกว่า 10 ปี…

ซีเว่ยที่กลับไปยังอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ของเขา กำลังใช้ดวงตาศักดิ์สิทธิ์มองลงมายังเหล่าสาวกตัวน้อย สิ่งที่พวกเขาคุยกันได้ทำให้ซีเว่ยประหลาดใจอย่างมาก

เขาไม่คิดเลยว่าเอ็ดเวิร์ดจะสามารถสรุปตัวตนที่แท้จริงของเขาได้ แม้ว่าวิธีเดาของเขาจะดูยุ่งเหยิ่งไปหน่อย แต่เขาก็สามารถหาคำตอบที่ถูกต้องได้...

เมื่อเห็นเด็กทั้ง 5 กลับมาร่าเริงอีกครั้ง เขาก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ (แม้ว่าเขาจะไม่มีหน้าก็ตาม)

ตามที่คาดไว้ การเลือกเด็ก ๆ มาเป็นสาวกกลุ่มแรกเป็นทางเลือกที่ดีจริง ๆ

ไม่เพียงแต่พวกเขาจะยอมรับสิ่งต่าง ๆ ได้ง่ายเท่านั้น พวกเขายังสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ไวด้วย และเมื่อพวกเขาประสบกับความทุกข์ใจ พวกเขาก็จะกลับมาร่าเริงได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่

“ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันก็จะช้าไม่ได้แล้ว ฉันต้องเตรียมการทั้งหมดให้เสร็จก่อนที่พวกเขาจะมาถึงเมืองเริ่มต้น”

ตอนนี้ความกังวลของเขาหายไปหมดแล้ว เขาจะไม่มีวันดับสูญแน่ เนื่องจากเขามีผู้ศรัทธาที่แท้จริง 4 คนและผู้ศรัทธาที่เคร่งศาสนาอีกหนึ่งคน เขาสามารถใช้พลังงานเทพได้มากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการมาถึงของพวกเขา

--------------------------------------------------------------------------------------------

จบบทที่ บทที่ 8 การชี้นำ

คัดลอกลิงก์แล้ว