เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 หลักคำสอน

บทที่ 7 หลักคำสอน

บทที่ 7 หลักคำสอน


ตามคาด เหล่าเด็ก ๆ ที่ไม่เคยเห็นโลก จะต้องรู้สึกคล้อยตามคำพูดของเขา

ในขณะที่เขาพูดคำว่า “โอ้~เทพเจ้าแห่งเกม โปรดมอบชีวิตใหม่ให้กับเรา!” เด็ก ๆ ก็พูดซ้ำคำเหล่านั้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

วินาทีต่อมา ซีเว่ยก็รู้สึกได้ถึงพลังงานอันศักดิ์สิทธิ์ที่พวยพุ่งขึ้น!

แม้ว่าความศรัทธาของพวกเขาจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับเอลีน่า แต่พวกเขาก็ผ่านเกณฑ์ของผู้ศรัทธาที่ตื้นเขินแล้ว ตอนนี้พวกเขากลายเป็นผู้ศรัทธาที่แท้จริง และเป็นไปตามเงื่อนไขการเปิดใช้งานระบบ

“นี่ข้าตาฝาดรึเปล่า?”

“อะ ไอ้ที่ลอยอยู่ข้างหน้าข้านี่คืออะไรกัน!”

"ข้าก็ด้วย!"

"มันคืออะไร?"

พวกเด็ก ๆ ต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ เมื่อหน้าจอระบบปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา

“ไม่ต้องกลัว นี่คือสิ่งที่ข้าพึ่งพูดไป พรจากเทพเจ้าแห่งเกม!” ซีเว่ยพูดเพื่อให้พวกเขาสงบลง

หน้าจอระบบที่พวกเขามี แตกต่างจากของนักบุญหญิงที่เขาสร้างขึ้นเป็นพิเศษให้เอลีน่า ระบบของพวกเขาเป็นเพียงระบบพื้นฐาน ที่ไม่มีแม้แต่คลาสประจำตัวแถมมาให้ด้วยซ้ำ

หากพวกเขาเป็นคนที่ถูกอัญเชิญมาต่างโลก พวกเขาคงจะเดาได้แล้วว่าต้องทำอะไรหลังจากได้เห็นหน้าจอระบบ

แน่นอน ทั้งหมดที่พวกเขาต้องทำคือการทำเควส ฆ่ามอนเพิ่มเลเวล และขึ้นไปยังจุดสูงสุดของพีระมิด อะแฮ่ม และบางทีพวกเขาอาจเปิดฮาเร็มด้วย...

แต่เนื่องจากระบบเกมเป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับผู้คนบนโลกใบนี้ โดยเฉพาะเหล่าเด็ก ๆ จากหมู่บ้านชนบทที่ไม่เคยออกไปสัมผัสโลกกว้าง พวกเขาจึงต้องใช้เวลาทำความเข้าใจก่อนที่จะใช้ระบบได้อย่างเหมาะสม

ดังนั้น ซีเว่ยจึงได้เริ่มอธิบายวิธีใช้งานหน้าจอระบบให้พวกเขาฟังอย่างละเอียด

“เลเวลจะเป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของเจ้า เมื่อระบบถูกเปิดขึ้นครั้งแรก ทุกคนจะมีเลเวล 1 เหมือน ๆ กัน ยิ่งตัวเลขนี้เพิ่มสูงขึ้นเท่าใด เจ้าก็จะยิ่งมีพลังมากขึ้นเท่านั้น! และเจ้าจะได้รับคะแนนทักษะเป็นรางวัลทุกครั้งเมื่อเลเวลของเจ้าเพิ่มขึ้น”

“โอ้จริงสิ! เลเวลสูงสุดในตอนนี้คือเลเวล 30 เมื่อเจ้ามาถึงเลเวล 30 แล้ว เจ้าจะเพิ่มเลเวลต่อไปไม่ได้ จนกว่าขีดจำกัดเลเวลจะถูกปลดล็อค เมื่อระบบอัปเดตเวอร์ชันใหม่ในครั้งหน้า”

“เจ้าสามารถเพิ่มเลเวลได้โดยการสะสมค่าประสบการณ์ซึ่งเจ้าจะได้รับมันจากการฆ่าสัตว์ประหลาด…ใช่ มันคือสัตว์ประหลาดตัวเดียวกับที่พวกเจ้ากำลังคิดอยู่นั่นแหละ…ส่วนแถบค่าประสบการณ์จะอยู่ด้านล่างสายตาเจ้า แถบที่มีคำว่า EXP นั่นแหละ ทำไมเราถึงเรียกมันว่าค่าประสบการณ์? เจ้าไม่เคยได้ยินคำว่า 'การฝึกฝนจะทำให้เจ้าประสบความสำเร็จ' หรอกหรือ? เจ้าคงไม่คิดว่าแค่อยู่เฉย ๆ เจ้าจะทำทุกเป็นด้วยตัวเองใช่ไหม?”

“ต่อไป คลาสของพวกเจ้าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการพัฒนาในอนาคตของเจ้า เริ่มแรกระบบจะมี 4 คลาสให้เจ้าเลือก วอร์ริเออร์(นักรบ) เรนเจอร์(นักล่า) เมจ(นักเวทย์) และเคลริค(นักบวช) ความแตกต่างระหว่างคลาสทั้ง 4 ส่วนใหญ่จะเป็นในด้านของทักษะที่พวกเจ้าจะได้รับ และการเติบโตของค่าสถานะ...อะไร? เจ้าถามว่าไม่จำเป็นต้องศรัทธาจอมขมังเวทย์อาซูเพื่อเป็นนักเวทย์หรือ? ใช่ เจ้าไม่ต้องศรัทธา ทำไมไม่มีคลาสนักล่า? อืม…ที่จริงมันก็คือเรนเจอร์นั่นแหละ”

“ทักษะเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เทพเจ้าแห่งเกมทรงประทานพรให้กับพวกเจ้า และทักษะแต่ละอย่างจำเป็นต้องค่อย ๆ เรียนรู้อย่างช้า ๆ ตามระดับเลเวลของพวกเจ้า ทักษะบางอย่างนอกจากเวเวลแล้ว จะมีข้อกำหนดด้านค่าสถานะที่ต้องการในการเรียนรู้ เมื่อเจ้าทำตามข้อกำหนดครบถ้วน เจ้าจะสามารถเรียนรู้มันได้ การร่ายทักษะเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะต้องใช้ MP ของเจ้า…ใช่ MP คือเกจสีน้ำเงิน”

“ค่าสถานะเป็นภาพสะท้อนพลังของเจ้า…เจ้าถามว่ามันคืออะไรงั้นเหรอ? อืม…มันเป็นตัวชี้วัดความสามารถทางด้านร่างกายและจิตใจของเจ้า”

“ถ้าเกจ HP ของเจ้าหมด เจ้าก็จะตาย ถ้าเกจ MP ของเจ้าหมด เจ้าก็จะไม่สามารถใช้ทักษะได้ STR เป็นค่าพลังทางกายภาพ มันคือตัวกำหนดความแข็งแรงและพลังโจมตีทางกายภาพของเจ้า  AGI เป็นค่าความคล่องตัว มันคือตัวกำหนดความเร็วและการตอบสนองของเจ้า INT เป็นค่าความฉลาด มันคือตัวกำหนดความมุ่งมั่น ความสามารถทางจิตใจและพลังเวทของเจ้า”

“ทำไมเขาถึงมี STR 2 และเจ้ามีเพียง 1…เจ้าดูแขนของเขาที่หนาเกือบเท่าต้นขาเจ้าสิ! ค่าสถานะเริ่มต้นที่เจ้าจะได้รับ จะขึ้นอยู่กับความสามารถส่วนบุคคลของเจ้า อย่าตั้งคำถาม! เจ้าไม่สามารถตำหนิใครได้นอกจากตัวเจ้าเอง”

ท้ายที่สุดแล้วระบบเหล่านี้เป็นสิ่งใหม่และน่าสนใจสำหรับเด็ก ๆ พวกเขาสามารถคิดคำถามแปลก ๆ ได้ทุกประเภท โดยเฉพาะคำถามที่ไม่เคยมีใครเคยถามเขามาก่อน มันเกือบจะทำให้ซีเว่ยปวดหัว

ด้วยเหตุนี้ซีเว่ยจึงรีบพูดสรุปทุกอย่างอย่างรวดเร็ว ในฐานะที่พวกเขายังเด็กและยังสามารถเติบโตได้ ความสามารถในการเรียนรู้และดูดซับของพวกเขานั้นแข็งแกร่งกว่าผู้ใหญ่มาก อันไหนที่พวกเขาไม่เข้าใจ เขาจะปล่อยให้พวกเด็ก ๆ ค่อย ๆ เรียนรู้มันด้วยตัวเอง

“ข้าจะเลือกเมจ ข้าอยากเรียนเวทมนตร์” เด็กชายที่ดูเหมือนผู้นำของกลุ่มพูดขึ้น

“ข้าอยากเป็นวอร์ริเออร์! พ่อข้าเป็นช่างตีเหล็ก ข้าเลยรู้ว่าดาบที่ดีที่สุดในหมู่บ้านอยู่ที่ไหน!” เด็กชายท่าทางแข็งแรงที่มีค่า STR เริ่มต้น 2 พูดเสียงดัง

“ข้าเป็นเคลริคได้ไหม” เด็กผู้หญิงหนึ่งเดียวถามขึ้นมาเสียงเบา

“ถ้าอย่างนั้นข้าจะเป็นเรนเจอร์ ข้าถนัดการใช้หนังสติ๊ก!” เด็กชายคนสุดท้ายตัดสินใจในที่สุด

เด็กทั้ง 4 คนเลือกคลาสของพวกเขาอย่างรวดเร็ว

ซีเว่ยเฝ้าดูการตัดสินใจของเด็ก ๆ เขาอยากจะบอกว่าพวกเขาสามารถเลือกคลาสเดียวกันได้ แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะไม่พูด

“เอาล่ะ ถ้าเลือกได้แล้วก็บอกชื่อของพวกเจ้ามา”

เมื่อเห็นทั้ง 4 คนเริ่มตรวจสอบหน้าต่างระบบของตัวเอง ซีเว่ยก็จำได้ว่าเขาต้องถามชื่อพวกเด็ก ๆ ด้วย

“ข้าเอ็ดเวิร์ด•เคนนิงตัน” เด็กชายที่เลือกเป็นเมจแนะนำตัว

“ข้าเจสสิก้า•ไวส์” เด็กสาวที่บอกว่าจะเป็นเคลริคพูดเสียงเบา

“เรียกข้าว่า โจ•พอล ก็ได้!” เด็กที่เลือกเป็นวอร์ริเออร์ประกาศชื่อตัวเอง

“ข้าชื่อโกวต้าน*” เด็กที่ตัดสินใจเป็นเรนเจอร์พูด

(โกวต้าน ภาษาจีนแปลว่า ไข่สุนัข)

ดวงตาของซีเว่ยกระตุก “ทำไมชื่อเจ้าถึง…พิเศษจัง”

“พ่อข้าเป็นผู้ลี้ภัยที่ไม่มีชื่อสกุล” โกวต้านสารภาพตามความจริง

“เอาล่ะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าจะมีชื่อว่าโตวก้าน” ซีเว่ยตัดสินใจ

เด็กเหล่านี้เป็นผู้ศรัทธากลุ่มแรกที่เขามี ซึ่งอาจกลายเป็นอัครสาวกของเขาในอนาคต หากเด็กชายคนนี้ยังคงใช้ชื่อว่าโกวต้านต่อไป ศาสนจักรของเขาคงจะดูไม่น่าเชื่อถือ!

โกวต้าน…ไม่สิ โตวก้านจ้องไปที่ซีเว่ย ก่อนจะพยักหน้าให้เขาอย่างกระตือรือร้น

ซีเว่ยใช้นิ้วของเขาเขียนชื่อลงไปในช่องว่างสีขาวที่ลอยอยู่บนหัวของพวกเด็ก ๆ

“สัญลักษณ์นี้มีเพียง 'ผู้เล่น' ที่ศรัทธาในเทพเจ้าแห่งเกมเท่านั้นที่สามารถมองเห็นได้ ถ้าเจ้าได้เห็นผู้อื่นมีตัวอักษรเช่นนี้ลอยอยู่เหนือหัว พวกเจ้าจะรู้ได้ทันทีเลยว่าพวกเขาคือเพื่อนร่วมศาสนาของเจ้า!” ซีเว่ยแนะนำพวกเขาต่อ “แม้ว่าหลักคำสอนของศาสนจักรเราจะไม่ขอให้พวกเจ้าทุกคนรักกัน แต่อย่างน้อยพวกเจ้าก็ไม่ควรขัดแย้งกันอย่างรุนแรงใช่ไหม? อย่าลืมว่าพวกเจ้าเกือบจะเป็นอมตะกันแล้ว ฆ่ากันไปก็เปล่าประโยชน์”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เด็กทั้ง 5 คนก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ ทันใดนั้นเอง พวกเขาก็จำได้ว่าผู้ศรัทธาในศาสนจักรแห่งเกมจะถูกเรียกว่า ‘ผู้เล่น’

เอลีน่าเป็นคนที่คุ้นเคยกับซีเว่ยมากที่สุด ดังนั้นเธอจึงเป็นคนที่เกร็งน้อยที่สุดเวลาอยู่ต่อหน้าเขา เธอก้าวมาข้างหน้าและถามเขาว่า "ท่านซีเว่ย คำสอนของศาสนจักรของเราคืออะไรหรือ?"

ซีเว่ยชะงัก ที่จริงเขาก็ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ซีเว่ยก็ไม่เสียเวลาคิดนาน

“ประการแรก: ชีวิตก็คือเกม หลังจากที่เจ้าศรัทธาในเทพเจ้าแห่งเกม เจ้าก็จะกลายเป็นผู้เล่น”

“ประการที่สอง: เวลาก็คือเงินเพื่อนข้า เงินสามารถซื้อได้ทุกอย่างยกเว้นประสบการณ์ ดังนั้นเจ้าไม่สามารถซื้อความสุขได้ด้วยเงินเดือนของเจ้า!”

“ประการที่สาม: แม้ว่าเจ้าจะมีภาระที่หนักหน่วงอย่างการกอบกู้โลกวางไว้บนบ่า แต่เจ้าก็สามารถหยุดพักเล่นไพ่ได้ในเวลาว่างเช่นกัน”

“ประการที่สี่: ทุกสิ่งที่มีเกจ HP สามารถกลายเป็นค่า EXP ให้เจ้าได้ ดังนั้นจงอย่าลืมว่าการฆ่าเป็นเพียงหนทางผ่านสู่ความสำเร็จหนทางหนึ่งเท่านั้น อย่าปล่อยให้การสังหารหมู่กลายเป็นเป้าหมายของตัวเจ้า”

“ประการที่ห้า: ความแข็งแกร่งของเจ้าขึ้นอยู่กับเวอร์ชันปัจจุบันของเกม อย่าโทษตัวเองในเส้นทางที่เจ้าเลือก แต่หากเจ้าต้องการตำหนิใครสักคน จงโทษนักออกแบบเกมที่ชั่วร้ายเหล่านั้น!”

“ประการที่หก: จงอย่าละทิ้งเกียรติและศักดิ์ศรีของเจ้าในฐานะผู้เล่น มิฉะนั้นเจ้าจะถูกลงโทษโดยเทพเจ้าแห่งเกม!”

“ประการที่เจ็ด: ก่อนที่เจ้าจะโดนธนูปักหัวเข่า จงออกไปเล่นสนุกให้เต็มที่!”

“ประการที่แปด: เทพเจ้าแห่งเกม ขอสงวนสิทธิ์ในการตีความหลักคำสอนที่กล่าวไปแล้วในข้างต้น”

------------------------------------------

จบบทที่ บทที่ 7 หลักคำสอน

คัดลอกลิงก์แล้ว