- หน้าแรก
- คาถาต้องห้าม
- ตอนที่ 2 อาชีพระดับ SSS คนที่สอง
ตอนที่ 2 อาชีพระดับ SSS คนที่สอง
ตอนที่ 2 อาชีพระดับ SSS คนที่สอง
ตอนที่ 2 อาชีพระดับ SSS คนที่สอง
ทุกสายตาในโรงเรียนมัธยมชิงเฉิง ต่างจับจ้องไปที่แท่นพิธีอย่างอดไม่ได้
บนแท่นนั้น ปรากฏร่างของเด็กสาวคนหนึ่ง เธอสูงโปร่ง แม้จะสวมชุดนักเรียนหลวมโครก แต่ก็ไม่อาจปิดบังเรือนร่างสุดสะบึมได้เลย บนศีรษะของเธอ มีนกฟีนิกซ์เพลิงตัวมหึมาบินวนอยู่เหนือหัว
“จูเก๋อหนี อาชีพสายต่อสู้ ระดับ SSS ธาตุไฟ นักเวทย์ไฟระดับสูงสุด!”
เสียงประกาศของผู้อำนวยการดังลั่นด้วยความตื่นเต้นสุดขีด ได้นักเวทย์ไฟระดับ SSS มาอยู่ในโรงเรียน ต่อให้เด็กที่เหลือจะกากแค่ไหน ตื่นมาเป็นอาชีพสายทำอาหารทั้งหมด เขาก็ไม่แคร์แล้ว แค่มีจูเก๋อหนีคนเดียว ก็ล้มกองทัพได้สบาย!
แววตาของนักเรียนทั้งโรงเรียนเต็มไปด้วยความอิจฉา
อาชีพสายต่อสู้ แถมยังระดับ SSS อีก! ด้วยพรสวรรค์ขนาดนี้
ต่อให้จูเก๋อหนีเดินไปตบหัวผู้อำนวยการกลางงาน ผู้อำนวยการก็คงยิ้มหน้าบาน ชมว่าเธอทั้งเก่งทั้งแกร่งได้อีก
“จูเก๋อหนี ไปกับฉันหน่อย มีเรื่องจะคุยด้วย” ผู้อำนวยการยิ้มจนหน้ากลายเป็นดอกเก๊กฮวย “อาจารย์หวัง ฝากดูแลพิธีต่อด้วยนะ”
ผู้อำนวยการพาจูเก๋อหนีเดินออกไป โดยไม่สนใจเด็กคนอื่นเลย สำหรับเขา ต่อให้จับเด็กทั้งหมดมัดรวมกัน ก็ยังมีค่าไม่เท่าหนึ่งจูเก๋อหนีอยู่ดี
“ต่อไป คนถัดไป เย่หลิน” อาจารย์หวังเดินมายืนข้างแท่นพิธี แล้วประกาศเรียกชื่อถัดไป
เด็กหนุ่มชื่อเย่หลิน เดินออกจากกลุ่มอย่างเงียบ ๆ สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขา พร้อมรอยยิ้มเยาะและแววตาสงสาร
ไม่พอที่ต้องกู้เงินมาเข้าพิธีเปลี่ยนอาชีพ ดันซวยได้คิวต่อจากตัวท็อประดับ SSS อีก นี่มันบทตัวประกอบชัด ๆ
ต่อให้เย่หลินได้อาชีพระดับ A หรือ S มันก็ยังดูหมองเทียบไม่ติดอยู่ดี
เย่หลินไม่สนเสียงซุบซิบรอบข้าง ก้าวขึ้นแท่นพิธีไปเงียบ ๆ เขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าตัวเองจะได้อาชีพแบบไหน?
เมื่ออาจารย์หวังกดเริ่มพิธีเปลี่ยนอาชีพ พลังงานประหลาดก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเย่หลิน รู้สึกอุ่นสบายไปทั้งตัว
แล้วทันใดนั้น ท้องฟ้าแจ่มใสก็เปลี่ยนเป็นมืดดำในพริบตา!
เมฆดำหนาทึบก่อตัวปกคลุมทั่วฟ้า ราวกับวันสิ้นโลก
สายฟ้าคำราม ไฟสวรรค์ลุกโชติช่วง ลมพายุเกรี้ยวกราด น้ำวารีเชี่ยวกราก หายนะทุกชนิดไหลทะลักลงมาจากฟากฟ้า ประหนึ่งวันโลกาวินาศ!
ทุกคนในโรงเรียนยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก หลายคนหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
“อีกแล้วเหรอ...ปรากฏการณ์พิเศษ!”
หัวใจอาจารย์หวังแทบหยุดเต้น สอง SSS ติดต่อกัน! นี่มันโลกบ้าหรือเขาบ้ากันแน่!
ผู้อำนวยการที่กำลังจะพาจูเก๋อหนีออกจากลานพิธีถึงกับชะงัก แล้วรีบวิ่งกลับมา จ้องเย่หลินตาเป็นมัน
SSS แบบแถม 1 ฟรี 1 แบบนี้ ชิงเฉิงต้องได้รับการคุ้มครองจากเทพแน่นอน!
จูเก๋อหนีเองก็อดไม่ได้ หันไปมองเย่หลินด้วยความสนใจ สายตาของเธอ มีแค่ผู้ชายที่เก่งกว่าเธอเท่านั้น ที่จะดึงดูดได้
“บ้าเอ๊ย หมอนี่ดวงอะไรฟะ? ยากจนกู้เงินมาเปลี่ยนอาชีพ ดันได้ SSS?”
“คนกู้เงินเปลี่ยนอาชีพมีเยอะ แต่ได้ SSS นี่เป็นเคสแรกในประวัติศาสตร์เลยนะ”
“ทำไมฉันได้แค่ C วะ? เพราะฉันไม่กู้เหรอ? หรือเพราะฉันมีพ่อแม่?”
ตอนจูเก๋อหนีได้ SSS ทุกคนอิจฉา แต่พอเย่หลินได้ SSS ทุกคนเดือดเป็นไฟ
พูดง่าย ๆ คือ จูเก๋อหนีบ้านรวย สวย หุ่นดี สมเป็นตัวท็อป 3 ดี ส่วนเย่หลินเป็นใคร? แค่เด็กบ้านจนที่ต้องกู้เงินมาเปลี่ยนอาชีพ ทำไมได้ดีกว่าพวกเขา?
มนุษย์มันรับไม่ได้หรอก เวลาคนที่ต่ำกว่าตัวเองดันดีขึ้นมาเฉย
ว่าไงนะ “กลัวเพื่อนลำบาก แต่กลัวกว่า คือเพื่อนขับรถหรู”
เสียงนินทารอบข้างดังเซ็งแซ่ แต่ผู้อำนวยการกลับตาลุกเป็นประกาย
ไม่มีต้นทุนชีวิต เป็นแค่เด็กกำพร้า แถมยากจนสุดๆ แต่ได้ SSS! นี่มันหุ้นอนาคตชัด ๆ
“อย่างที่เขาว่ากัน การช่วยตอนลำบากมันยากกว่าร่วมยินดีตอนรุ่งเรือง ถ้าเรายื่นมือช่วยเย่หลินตอนที่เขาอ่อนแอที่สุด พอเขาแข็งแกร่งขึ้นมา เราก็จะกลายเป็นผู้มีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ของเขาไปเลยไม่ใช่เหรอ?”
“เร็วเข้า อาจารย์หวัง รีบดูอาชีพของเย่หลิน!”
น้ำเสียงผู้อำนวยการอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ก็เล่นมีปรากฏการณ์ขนาดนี้ ต่อให้ใช้ตรูดคิด ก็รู้ว่าเป็นอาชีพสายต่อสู้แน่ ๆ!
“ครับ!”
อาจารย์หวังตั้งสติ รีบตรวจสอบอาชีพของเย่หลินทันที
“เย่หลิน อาชีพสายต่อสู้ ระดับ SSS… ‘นักเวทย์คำสาปต้องห้าม’?!”
อาจารย์หวังอ้าปากค้าง หน้าชาไปทั้งแถบ
“SSS นักเวทย์คำสาปต้องห้าม! ดี ดี ดี! สมกับเป็นเด็กโรงเรียนชิงเฉิง วันนี้เธอภูมิใจที่ได้อยู่ชิงเฉิง พรุ่งนี้ชิงเฉิงจะภูมิใจที่มีเธอ เดี๋ยวๆ เมื่อกี้ว่าอะไรนะ? นักเวทย์คำสาปต้องห้าม?!”
ผู้อำนวยการก็เพิ่งตั้งสติได้ แต่หน้าของเขาดำมืดลงทันที สีหน้าเหมือนคนโดนจับกรอกขี้สามกิโล ใครเห็นก็รู้ว่าเสียอารมณ์สุด ๆ
SSS ระดับไหนก็ถือว่าโหดหมด แต่ในหมู่ SSS ด้วยกัน มีอยู่สายหนึ่งที่ใคร ๆ ก็ขยาดสุด ๆ
และอาชีพนั้นก็คือ “นักเวทย์คำสาปต้องห้าม”
ไม่ใช่ว่านักเวทย์คำสาปไม่เก่ง ตรงกันข้ามเลยด้วยซ้ำ สกิลแต่ละอย่างแรงบ้าระห่ำ ข้ามขั้นตบรุ่นพี่ง่ายยิ่งกว่ากินข้าวกินน้ำ
ถ้าเอาแค่เรื่องพลังทำลายล้าง นักเวทย์คำสาปยืนหนึ่งแบบไม่ต้องสงสัย ต่อให้เจอคู่ต่อสู้ระดับเดียวกันก็จับอีกฝ่ายโยนไปตบเล่นได้เหมือนลูกบอล
อย่างจูเก๋อหนีที่ว่าเทพ ๆ ถ้าเจอเย่หลินในสนามจริง ก็ไม่ต่างจากลูกสาวเจอพ่อบ้าน เอาไม้เรียวฟาดสั่งสอนได้ตามใจชอบ
แต่ที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากได้อาชีพนี้ เพราะการใช้สกิลของนักเวทย์คำสาป มันต้อง “จ่ายด้วยชีวิต”…
ทุกครั้งที่ใช้สกิล แรงมากน้อยไม่รู้ แต่รู้ว่าต้องเสียอะไรบางอย่างไปเสมอ จะอายุขัย อวัยวะ หรือแม้แต่แขนขา มีให้จ่ายหมด
บางท่าโหด ๆ นี่ไม่ใช่แค่เจ็บตัวนะ ต้องจ่ายด้วยชีวิต ถึงจะร่ายได้ นี่แหละที่ทำให้ ‘นักเวทย์คำสาปต้องห้าม’ ได้ฉายาว่า ‘รถบรรทุกระเบิดตัวเอง’
และจนถึงตอนนี้ ไม่มีนักเวทย์คำสาปคนไหนที่มีชีวิตรอดเกิน 25 ปี เลยสักคนเดียว
ถ้าศัตรูของคุณเป็นนักนักเวทย์คำสาป บอกเลยว่าไม่ต้องเสียเวลาฆ่าเขาหรอก รอให้เขาร่ายไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็ร่ายจนตัวเองตายเองนั่นแหละ
ผู้อำนวยการที่ตอนแรกตาลุกวาว คิดจะเทหมดหน้าตักลงทุนปั้นเย่หลินเต็มที่ พอรู้ว่าเป็นนักเวทย์คำสาปเท่านั้นแหละ ความคิดนี้หายวับเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น
พูดกันตรง ๆ เด็ก 16 กับอาชีพแบบนี้ ต่อให้เขาอายุ 61 ก็ยังมีโอกาสอยู่ถึง 70 มากกว่าเย่หลินอยู่ดี
จูเก๋อหนีที่ตอนแรกแอบสนใจเย่หลิน เพราะคิดว่ามีเพื่อนร่วมชั้นระดับ SSS ด้วยกันได้ เจอแบบนี้ก็ส่ายหน้าเก็บความสนใจกลับแทบไม่ทัน
นักเวทย์คำสาป = วงการเดียวกันเรียกว่า ‘อยู่ไม่ถึงบรรลุนิติภาวะ’ จะไปสนใจอะไรให้เสียเวลา
ส่วนพวกนักเรียนที่ตอนแรกอิจฉาตาร้อน ตอนนี้เปลี่ยนอารมณ์เป็นยิ้มแป้นกันถ้วนหน้า
“โถ...SSS นักเวทย์คำสาป หมดกัน พังยับ อาชีพที่แค่กดสองสกิลก็กลายเป็นคนพิการแล้ว”
“แต่เอาเหอะ ถ้าเย่หลินมันหัวไว มันอาจจะเลือกไม่ใช้สกิลเลยก็ได้ SSS ระดับเทพ แต่ยอมเป็นคนธรรมดาแทน โคตรคอนเทนต์ เอาขึ้นเทรนด์ได้เลยนะ”
“กู้เงินมาเปลี่ยนอาชีพ แถมได้อาชีพที่ต้อง ‘กู้ชีวิต’ มาใช้สกิลด้วย ฮ่า ๆ ๆ นี่มันเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริง ๆ!”
“ข่าวดีได้ SSS อาชีพ / ข่าวร้าย เป็นนักเวทย์คำสาปต้องห้าม”
“เห็นไหม! บอกแล้วว่าเรื่องเปลี่ยนอาชีพนี่ เด็กจน ๆ ไม่ควรมายุ่ง นี่ไง จากสวรรค์ตกลงนรกแบบเรียลไทม์”
สายตาทุกคู่ที่มองมาเต็มไปด้วยความรู้สึกสารพัด ทั้งเวทนา เยาะเย้ย สมน้ำหน้า และสะใจ เหมือนลำแสงเลเซอร์พุ่งแทงทะลุร่างเย่หลิน
เย่หลินก็เล่นตามน้ำอย่างดี สีหน้าซีดเซียว เดินโซเซเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากเต็มขั้น
มีแค่เขาคนเดียวที่รู้ ถ้าไม่ก้มหน้าไว้ เขาหลุดขำก๊าก แน่นอน!
ก็จะไปเครียดทำไมล่ะ ในเมื่อคำสาปที่ต้องจ่ายด้วยชีวิต มันดันไม่เกี่ยวอะไรกับ ‘ชีวิตอมตะ’ ของเขาเลยสักนิด!