เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 หนึ่งตัวเลือกที่ยิ่งใหญ่ (ฟรี)

ตอนที่ 3 หนึ่งตัวเลือกที่ยิ่งใหญ่ (ฟรี)

ตอนที่ 3 หนึ่งตัวเลือกที่ยิ่งใหญ่ (ฟรี)


ศิลปะพลังเเห่งสวรรค์ของหลินซีตงมีความมหัสรรษจรรย์ ทั้งยังสามารถปลุกศักยภาพที่อยู่ในตัวบุคคลได้ หากผู้ใดมีพรสวรรค์เเน่นอนว่าพวกเขาจะมองมันได้ทะลุปรุโปร่ง เเละจะก่อให้เกิดปรากฏการณ์บางอย่างใต้พลังเเห่งสวรรค์นี้

สัญญาณพิเศษเหล่านี้มีทั้งหมด 5 หมวดหมู่

เเสงที่อ่อนที่สุดนั่นคือลำดับขั้นพลังที่อ่อนสุด

พลังขั้นสุดยอดนั้น หากไล่ลำดับจากขั้นสูงมานั้นจะเป็นลำเเสงของสีต่างๆ ทั้งเเต่ละสีที่เเสดงออกมายังบ่งบอกได้ถึงความเฉพาะของเขาเหล่านั้น

ส่วนในระดับที่สองนั้นมีเเสงสว่างทอดมาเป็นลำเเสง 

ลำดับที่สามคือเเสงเเห่งเปลวไฟ 

ทว่าลำดับที่สี่จะไม่มีลักษณะที่โดนเด่นมากเพียงเเสงที่กระจายออกมาเท่านั้น

ในยามย่ำคืน เเสงสีเเดงที่จัดว่าเป็นระดับต่ำสุดของอันดับพรสวรรค์ชั้นหนึ่ง นั่นถือว่าหาได้ยากในบรรดาผู้บ่มเพาะพลัง มีเพียงหนึ่งในเเสนคนของราชอาณาจักรเท่านั้น การปรากฏตัวของผู้ที่มีความสามารถเช่นนี้ควรค่าเเก่การรักษาไว้ เพราะเขาจะกลายเป็นอนาคตกองทัพเเห่งราชอณาจักร

ลำเเสงไฟสีเเดงนี้ฟาดเข้าที่หน้ากู่ตั๋วไฮอย่างจัง

“ไปดูกันเถอะ!” หลินซีตง ออกจากห้องโดยสารและกระโดดลงจากเรือที่มีความสูงราวร้อยเมตร

เหล่าทหารอารักษ์ขานับสิบกระโดดตาม

จากการเปลี่ยนเเปลงร่างกายของเด็กชาย ทำเอากลุ่มเด็กนักเลงหวาดหวั่น ต่างจากเด็กสาวที่กำลังครุ่นคิดว่าร่างกายของเธอนั้นก็ค่อยๆเปลี่ยนไปเช่นกัน ทว่าเธอยังคงไม่ละความพยามที่จะหาหินก้อนที่ใหญ่กว่าเข้าไปทำร้ายเด็กหนุ่ม

เด็กหนุ่มยังคงเบลอเเละส่งเสียงพึมพัมเพราะความเจ็บ จึงครวญครางออกมา

เเละทันใดนั้นเอง เขาชำเลืองเห็นรองเท้าทหารที่ทำมาจากหนังกวาง

เด็กสาวหยุดชะงัก สายตาของเธอมองไปที่ชายผมสีเงิน เธอได้ทิ้งหินในมือลงทัน ทั้งยังเปลี่ยนเเววตาเป็นเด็กที่ไร้เดียงสาเเลไร้ซึ่งพิษสง

เธอเองคงจะไม่ได้สังเกต ว่าเธอนั้นก็มีเเสงเล็กรอบตัวเธอเช่นกัน

เเต่ทว่าชายผมสีเงินนั้นไม่เเม้เเต่จะมองเธอ

หลินชีตงขมวดคิ้ว เเละมองไปยังเเผลของเด็กชาย ทั้งภายนอกเเละภายในของเขาบาดเจ็บหนักมาก เขาทนอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไรกัน

หลินชีตงยกมือขึ้นกลางอากาศ ขวดเล็กๆลอยมายังฝ่ามือของเขา สิ่งที่ปรากฏในมือของเขาคือตัวยาสีเขียว เเละค่อยๆทาลงตามเเผลของเด็กชาย

เเผลต่างๆสมานเเละดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ ทันใดนั้นเด็กชายค่อยๆพึมพัม ได้สติเเละลืมตาขึ้น

ใบหน้าอันงดงามของชายผมสีเงินคือสิ่งเเรกที่เด็กชายได้เห็นหลังจากฟื้นตัว

เขาไม่เข้าใจสถานการณ์มากนักเเละพยามมองไปโดยรอบเพื่อประติดประต่อเหตุการณ์

หลินชีตง ชำเลืองไปที่เด็กชาย รับรู้ถึงเหตุการณ์ต่อสู้ทั้งหมด เเละได้เข้าใจว่าทำไมเด็กชายถึงตกอยู่ในสภาพนี้

จากนั้นเขาค่อยๆก้มตัวลง เเละยื่นมือไปหาเด็กชาย “มาเถอะ มากับข้า ว่าเเต่เจ้าชื่ออะไร?”

เด็กชายสะดุ้งตัว พยามรวบรวมความกล้า พร้อมกับตอบด้วยเสียงสั่น

“ฉะ..ฉะเฉียนยี่ครับ”

มือเล็กๆของเขาเต็มไปด้วยคราบเลือดเเละความสกปรก เเม้เเผลจะหายดีเเล้วก็ตาม

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เเต่เด็กชายสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากมือของชายผมเงิน

หลินชีตงกล่าว “ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก ส่งมือมาเถอะ”

กู่ตั๋วไฮ เพิ่งปรากฏ พร้อมมองไปที่รอยเเผลของเฉียนยี่ เขาขุ่นนเคืองจากการกระทำของพวกเด็กเกเรพวกนี้ ไม่ช้าที่จะตะหวาดเหล่าพวกหัวโจก

เด็กทุกคนต่างผวาเเละหวาดกลัว ต่างพยามวิ่งหนี เเต่ทว่าทหารล้อมรอบมิอาจทำให้เด็กๆวิ่งหนีไปได้

หลินซีตงค่อยๆเอื้อมมือไปหาเฉี่ยนยี่ช้าๆ เพียงการสัมผัสนั้นทำให้เด็กชายรับรู้ถึงความเเข็งเเกร่งที่เข้ามายังร่างกาย

หลินซีตงค่อยๆขุกเข่าลงเเละหลับตาอย่างช้าๆใต้การประสานมือของเฉี่ยนยี่

กู่ตั๋วไฮ มองไปที่เฉียนยี่ คิ้วของเข้าค่อยๆขมวด เเละความคิดที่ค่อยๆปรากฏ ใบหน้าของเค้าค่อยๆเปลี่ยนไป

หลินชีตงเปล่งเสียงออกมาต้วยความประหลาดใจที่มีต่อเฉียนยี่ เค้าค่อยๆช่วยดึงเสื้อที่ร่วงลงของเด็กชายอย่างช้าๆ เเละจัดระเบียบร่างกายของเด็กชายด้วยความเอ็นดู

เฉี่ยนยี่ผอมมากจนสั่งเกตุเหนซี่โครง ทั้งยังเต็มไปด้วยเเผลขนาดมหึมามากมายไปจนถึงสะดือ

นี่เขามีชีวิตรอดมาได้ยังไง?

เเละทันใดนั้น หลินชีตงกล่าว “ท่านพี่เทาไฮ ท่านเก่งในเรื่องของการเเพทย์ ช่วยข้าดูหน่อยเถิด”

กูตั๋วไฮ เดินไปที่เฉี่ยนยี่ สัมผัสที่เเผลของเฉียนยี่โดยไม่รังเกียจเเม้เเต่น้อย เฉี่ยนยี่กัดฟันทนความเจ็บไม่เเม้เเต่จะส่งเสียง

“ช่างอ่อนโยน เเละกล้าหาญมากนักนะเจ้า อายุเพียงเท่านี ฮืม น่าสนใจจริงๆ!”

กูตั๋วไฮก็พูดกับหลินซีตงว่า “เด็กคนนี้มีคุณสมบัติเเห่งพรสวรรค์อันดับต้น แต่เนื่องจากบาดแผลนี้มันจึงทำลายพื้นฐานบางส่วนของเขา ไม่เพียงแค่นั้น แต่ทว่า เด็กคนนี้อาจมีผลึกชิ้นส่วนของพลังงานต้นกำเนิดในร่างกายอีกด้วย”

หลินชีตงคิดในทันทีถึงพิธีที่ต้องห้ามในทันที - เด็กผู้นี้ถูกขโมยเเห่งกำเนิดพลังงาน!

เขาเหล่ตาเล็กน้อยเขาพูดว่า“นี่เจ้าหมายถึง….”

กู่ตั๋วไฮ กล่าวอย่างจริงจัง“ไม่ นี่มันเป็นเพียงความสงสัย เจ้าก็รู้ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งต้องห้ามที่ยิ่งใหญ่ พวกรอยเเผลพวกนี้เนี่ยมันก็น่าจะมีตั้งเเต่เขาสามขวบได้ ร่างกายของเขาบาดเจ็บหนักนัก เเม้ว่าความสามารถของเขาจะมากกว่าบุคคลในที่เเห่งนี้ เเต่เขาไม่ใช่บุคคลที่มีพรสวรรค์ชั้นหนี่งอีกต่อไป”

การบาดเจ็บของเฉียนยี่นั้นน่ากังวลมาก เเต่กระนั้นเเสงสีเเดงสาดออกมาจากตัวเขาได้

นั่นหมายถึงว่าเขาสามารถเป็นสุดยอดเเห่งพรสวรรค์ได้เลย ด้วยสภาพร่างกายตอนนี้จึงจัดอยู่เพียงลำดับที่สี่เท่านั้น

พรสวรรค์เกรดสี่นั้น จะต่างจากคนธรรมดาเพียงเล็กน้อย สำหรับหลินชีตงเเละกู่ตั๋วไฮเเม้จะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเเห่งราชอณาจักรก็คิดเช่นเดียวกันว่าไร้ประโยชน์ เเละเเผลขนาดใหญ่ของเฉียนยี่นั่นก็เหมือนกับอันตรายที่ซ่อนอยู่ เขาจะสามารถรอดจากการฝึกที่เเสนโหดร้ายได้หรือไม่ยังไม่อาจเเน่ใจได้

กูตั๋วไฮถอนหายใจ ด้วยความรู้สึกที่สงสารเฉียนยี่จับใจ

ใจของหลินชีตงนั้นสั่นคลอ “การพบเจอกันที่นี่นั้นเป็นโชคชะตาที่กำหนดมาเเล้ว เอาหล่ะ ข้าจะช่วยเจ้าออกไปจากที่นี่ เเต่เจ้าต้องเลือกทางเดินของเจ้าเอง”

เขาหยิบหยกออกมา เเล้วยื่นเด็กชายเลือก เฉียนยี่หยิบมันมาเเล้วกลับด้านดูมันตัวหนังสืออยู่บนหยกนั่น เเต่...เขาอ่านไม่ออก  จึงยื่นให้หลินชีตง

หลินชีตง อ่านคำอย่างนุ่มนวลสำหรับ “ค่ายฝึกฤดุไม้ผลิสีเหลือง” 

ตบหัวเด็กชายเบาๆด้วยความเอ็นดู เเล้วถามว่า “นามสกุลของเจ้าคืออะไร”

“ผะ ผะ……ผมไม่มีนามสกุลฮะ ผะ ผะ ผมมีเเค่ชื่อเฉียนยี่ฮะ”

หลินซีตงพยักหน้าและพูดเบา ๆ “งั้นถ้าเจ้ากลับมาจากที่ค่ายนั่นโดยที่ยังมีชีวิตอยู่ เจ้าสามารถใช้นามสกุลของข้า หลิน!”

เฉียนยี่ งงงวย ไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด แต่ฟังต่อไป

หลินซีตงไม่ต้องการให้เขาเข้าใจและหันกลับมาสั่งให้ “พาเขาไปเรือนกเขียว ทำเเผล พาเขาไปอาบน้ำ หาเสื้อผ้า อ่อละก็เอาอาหารให้เขาด้วย”

หลังจากคำสั่งของหลินชีตง  หลินชีตงและกู่ตั๋วไฮ่ ก็ค่อยๆลอยขึ้นไปในอากาศความเร็วไปที่เรืออากาศที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า

เมื่อกลุ่มเด็กหัวโจกเเละเด็กคนอื่นได้ยินต่างพากันร้องขอที่จะได้โอกาศนั้น

“ขอข้าไปด้วยคนเถอะ! เอาข้าไปด้วยที! ข้าก็อยากได้อาหาร เสื้อผ้าบ้าง ขอเถอะ!”

เด็กหัวโจกเขาดึงข้าเฉี่ยนยี่ ทั้งยังกล่าว “ฉันต่างหากไม่ใช่เเก ที่ควรจะได้ทุกอย่าง เเกน่ะไม่ควรที่จะได้มันไป”

หัวหน้าของเด็กหัวโจกยิ่งโมโหร้าย ราวกับปีศาจ

หลังจากนั้นใบหน้าของนายทหารผู้พิทักษ์ที่พยุงเฉียนยี่ จู่ๆก็เปลี่ยนเป็นใบหน้าดุร้าย

และเตะเด็กหัวโจกอย่างดุเดือดจนสูงสิบเมตร!

ร่างกายของเด็กหัวโจกนั้นก็ระเบิดเป็นเลือดจำนวนมากทันทีทันใด!

ทหารผู้พิทักษ์อีกคนหนึ่งเดินไปข้างหน้าพร้อมกับรอยเท้าอันหนักหน่วงและยิ้ม

“ไอ้พวกเศษสวะ ไหนใครจะกล้ากับจอมพลหลินอีก!”

ทันใดนั้น จู่ๆก็มีคลื่นพลังกระเพื่อมจากการกระทืบเท้าของเขา  เด็กๆพุ่งไปที่หลายทิศหลายทาง ความเเรงส่งผลให้เลือดพุ่งกระฉูดออกมาเเละกระดูกเเตกบิดเบี้ยวอย่างสยดสยอง

ในขณะที่เด็กคนอื่นกำลังจะต่อสู่กับเหล่าทหาร อีกมุมหนึ่งนั้นคือเด็กสาวที่วิ่งหนี เเบบไม่คิดหันหลังกลับ!

ทหารผู้พิทักษ์มองไปที่เด็กสาวนั่นถึงกับเลือดขึ้นหน้า กล่าวกับเฉียนยี่ว่า

“เด็กนั่นมันตั้งใจจะปลิดชีพเจ้าหลายครั้งเเล้ว เอานี่ไป ถึงเวลาที่มันจะต้องได้รับโทษ”

เฉียนยี่มือสั่นเทารอบปืนไกล เขารู้ทันที หากยิงไปที่ร่างนั้น ร่างต้องเเหลกเป็นเสี่ยงๆ

...เเต่เเล้วเฉียนยี่เลือกที่จะเดินหันหลังไป

บนเรืออากาศ รอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของกูตั๋วไฮ

“อย่างที่ฉันคาดไว้ฮ่าฮ่า! ตาเเก่หลิน เจ้าน่ะแพ้เเล้ว! มายอมรับการพ่ายเเพ้ซะดีๆ อาคว่า-ทาบาโกเป็นของข้าเเล้วหล่ะ!”

***อาคว่าทาโบ คือยาสูบชนิดหนึง

หลินซีตงยิ้มเบา ๆ ด้วยเเววตาอันสงบ

ทหารอารักษ์พาเฉี่ยนยี่กลับไปที่เรือเหาะ เรือเหาะหมุนและบินสูงขึ้นเข้าสู่แสงจันทร์เลือดแล้วค่อยๆหายไปบนท้องฟ้า

สำหรับเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เธอยังคงวิ่งหนีไปอย่างสุดความสามารถเพื่อชีวิตของเธอ

------

จบบทที่ ตอนที่ 3 หนึ่งตัวเลือกที่ยิ่งใหญ่ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว