เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SB:ตอนที่ 15 ลมพายุ

SB:ตอนที่ 15 ลมพายุ

SB:ตอนที่ 15 ลมพายุ


SB:ตอนที่ 15 ลมพายุ

ลู่หยางต้องการเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงสงครามชนิดที่บินได้ แต่สัตว์อสูรชนิดนี้แทบจะหาไม่พบในป่าแถบภูเขา พวกมันทำรังอยู่บนยอดสูงของต้นไม้ ขณะที่ประสิทธิภาพ มันยากเกินไปสำหรับเขาที่จะจับสัตว์อสูรชนิดนี้ได้ เพราะวิชาฝึกของลู่หยางไปได้เพียงสิบเมตร

“ห้าเหรียญต่อหนึ่งคน เป็นระเบียบหน่อย! เป็นระเบียบหน่อย!” มีผู้คนมากมายที่หน้าประตูเมือง และกลุ่มทหารลาดตระเวนที่กำลังดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่

“สิบคนก็ห้าสิบเหรียญเงิน!” ทหารยามเมืองคนหนึ่งกล่าวแก่ลู่หยางกับพวก

“ทำไมพวกเราถึงต้องจ่าย แทนที่จะเป็นพวกเขา?” ลู่หยางขมวดคิ้ว เพราะขบวนขนส่งสินค้าข้างหน้าเขาเข้าไปได้โดยไม่มีใครขวางและไม่ต้องจ่ายเงิน

“นี่! ก็เพราะพวกเขามีผู้ฝึกอสูรนำขบวนมาน่ะสิ เลยได้ยกเว้นค่าเข้าเมือง แล้วเจ้าล่ะ?” พวกขี้แพ้ฝูงนึงกล้าที่จะโต้เถียงกับข้าเรอะ!” ยามเมืองกวาดสายตามองทุกคนอย่างดูหมิ่น

“ผู้นำของเราก็เป็นผู้ฝึกอสูรเหมือนกัน!” นี่คือเหตุผลอีกหนึ่งข้อที่พวกเขาดีใจที่มีลู่หยางมาด้วย

“เขารึ?” นี่ข้าดูผิดไปรึเนี่ย? นี่ข้าคิดว่าสุนัขนี่จะแสร้งเป็นผู้ฝึกอสูรได้เหรอ?  “ฮ่าๆ ช่างน่าขันซะนิ!” ยามเมืองมองไปที่ต้าเฮยแล้วหัวเราะเสียงดัง

.“ฮ่าฮ่า ข้านึกไม่ออกจริงๆว่าคนบ้านนอกพวกนี้มาจากไหนกันแถมยังเอาสุนัขมาด้วย!”

“เห้ย! พ่อหนุ่มพ่อแม่เจ้ารู้มั้ยเนี่ยเจ้าช่างทะเยอทะยานนัก”

“…”

ลู่หยางเพิ่งจะอายุ16ปี เขาดูเด็กและสุภาพอ่อนโยน แต่คนเหล่านี้ทำเหมือนเขาเป็นตัวเจ้าปัญหา

“ลู่หยางเป็นผู้ฝึกอสูรจริง พวกเรามาทดสอบได้! ต้าเฮยเป็นสัตว์เลี้ยงสงครามของเขา! มันเป็นอสูรจริง!” คนกลุ่มนี้รู้สึกเป็นกังวลเมื่อเห็นว่ายามไม่เชื่อ

“เฮ้อ!” “พวกเจ้าชาวเขาช่างดื้อรั้นซะจริง ถ้าเป็นเด็กเล็กก่อเรื่องก็ว่าไปอย่าง แต่นี่พวกเจ้าผู้ใหญ่ยังยุ่งวุ่นวายอีก นี่เป็นที่ที่พวกเจ้าจะมาก่อเรื่องงั้นรึ?” ยามเมืองฟึดฟัดพร้อมกระแทกหอกในมือ

พวกยามเมืองเหล่านี้ถึงจะไม่ใช่ผู้ฝึกอสูรแต่ก็มีพลังและได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ถึงกับล่าอสูรที่แข็งแรงที่สุดได้ ท่าทางเอาเรื่องของพวกเขาสร้างความตื่นตระหนกให้กับกลุ่มคนที่อยู่ข้างหลังลู่หยาง ฝูงชนหน้าประตูเมืองเงียบเสียงลง

“เมืองเซียงหยางไม่มีค่าธรรมเนียมเข้าเมืองซะหน่อย พวกเจ้าตั้งกฎขึ้นมาเองเพื่อที่จะเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองต่างหาก!” ลู่หยางมองอย่างเย็นชา

.“เจ้า …” ยามเมืองมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ถึงแม้เจ้าหนุ่มนี่พูดถูก แต่นี่เป็นกฎที่ทุกๆคนเห็นชอบด้วย

“เจ้าเด็กนี่ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ถึงแม้ค่าเข้าเมืองจะถูกตั้งขึ้นมาเอง แต่มันก็เป็นข้อตกลงไปแล้ว ! นี่เจ้ากำลังทำให้พวกยามเมืองบันดาลโทสะ!”

.“ข้าช่างชื่นชมพ่อหนุ่มคนนี้ซะจริง ถ้าเป็นคนอื่นโดนว่าเช่นนั้น คงไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงซักนิดเดียว!”

“พวกเราขายสินค้าไม่ได้เงินมากซักเท่าไหร่ ถ้าเรายังต้องจ่ายคนละห้าตำลึงเงิน เราก็จะอยู่ยากขึ้น!”

.”ไอ้เด็กเหลือขอ เจ้าช่างมาสร้างความสับสนวุ่นวายที่นี่ พี่ๆน้องๆ จับเจ้าคนต่ำต้อยกลุ่มนี้ไปขังไว้ในคุกลอยฟ้า ฝูงชนถกเถียงกันและจ้องมองอย่างไม่พอใจ ยามเมืองโกรธ

ลุ่หยางต้องการทำลายเส้นทางมั่งคั่งของพวกมัน ถึงจะเป็นข้อตกลงโดยปริยาย เมื่อผู้คนโกรธ คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือยามเมือง

“นี่มันอะไร? พวกเจ้ามีมือ มีเท้า มีศิลปะการต่อสู้ แทนที่จะไปฆ่าอสูรแล้วได้เงินกลับมาสูบเลือดสูบเนิ้อราษฏร!”ช่างน่าขยะแขยง!” ลู่หยางไม่กลัว

ก่อนหน้านี้เขามีชีวิตเป็นแรงงานอพยพระดับล่างสุด ถูกคนดูถูก และถูกกดขี่ เป็นหนี้นายจ้างบ่อยๆ และก็เคยถูกพวกอัธพาลของนายจ้างซ้อมเวลาไปขอเงินค่าจ้าง

ดังนั้นลู่หยางเกลียดพวกที่ชอบดูถูกและกดขี่คนเป็นที่สุด

“ไอ้หนู!” ในเมื่อเจ้าอยากตายแล้วละก็จะมาตำหนิข้าไม่ได้นะ พี่ๆน้องๆ คนต่ำต้อยพวกนี้กล้ายุยง ปลุกปั่นมวลชน สร้างความไม่เป็นระเบียบ ฆ่าพวกมันซะเลย!” ยามเมืองคนอื่นๆต่างพากันเห็นดีเห็นชอบตามผู้นำของมัน

“ฆ่าเลย!”

.“เร็วเช้า หนีไป ไม่งั้นจะถูกฆ่านะ!”

“เจ้าหนุ่มนั่นตายแน่ เขากล้าเกินไป กล้าไปยั่วโมโหยามเมือง”

ที่ประตูเมืองเกิดความโกลาหลขึ้นทันที คนอื่นๆล่าถอยออกไป แม้ว่าคนส่านใหญ่รังเกียจพฤติกรรมของพวกยามเมืองนี้แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร

หัวหน้ายามเมืองจวกปลายหอกเข้าที่ลู่หยาง แต่เขาไม่สะทกสะท้าน ไม่แม้แต่กะพริบตา แค่ยกมือขวาขึ้นเมื่อหอกใกล้ถึงตัวเขา

“แกร็งงง!” หอกที่ทำจากเหล็กบริสุทธิ์หักเป็นสองท่อน ขณะที่เจ้าของหอกถูกแรงผลักกระเด็นไป กระอักเลือดออกมา

“เจ้า!” ยามเมืองจ้องลู่หยางด้วยความกลัว ในใจก็ตื่นตระหนก

เจ้าหนุ่มนั่นเป็นผู้ฝึกอสูรจริงๆเหรอ?

ยามเมืองต่างตกจะลึงกัน มือที่ถือหอกอยู่นั้นสั่นด้วยความกลัว

“เป็นยังไงล่ะ?” “ทีนี้เชื่อข้ารึยัง?” ลู่หยางกวาดตามองเย็นชา

“เชื่อแล้ว พวกเรามีตาหามีแววไม่ ทีนี้เชิญขบวนสินค้าของท่านเข้าไปในเมืองเถอะ!” ยามเมืองรีบขอโทษ

“อ้อ! แล้วท่านล่ะ?” ลู่หยางหันไปที่หัวหน้ายาม

“ใต้เท้า! อภัยให้ข้าด้วย ข้ามันตาบอดสิ้นดี!” หัวหน้ายามตัวสั่นเมื่อนึกถึงพละกำลังของลู่หยาง ถ้าเขาดึงดันที่จะสู้กับลู่หยางก็เหมือนกับการเอาไข่ไปทุบก้อนหิน

“ดูสิ ยามเมืองพวกนี้เป็นคนเลวจริงๆ!”

“จุ๊จุ๊ เจ้าหนุ่มคนนั้นเป็นผู้ฝึกอสูรจริงๆเหรอ สุนัขต้าเฮยนั่นก็ตัวโตมาก บางทีอาจจะกลายพันธุ์มาก็ได้นะ!”

“…”

โดยปกติแล้วทุกๆคนจะถูกพวกยามเมืองคอยแสวงหาผลประโชน์ พอมาถึงตอนนี้พวกเขานึกอยากจะเอาคืนพวกมัน

“แล้วยังไงล่ะถ้าเขาเป็นผู้ฝึกอสูร? กล้าที่จะมาลบหลู่ข้า ฮันปิน เมื่อนายน้อยอู๋กลับมา ข้าจะสั่งสอนมัน!” หัวหน้ายามเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

ลู่หยางส่ายศรีษะและเดินนำขบวนสินค้าเข้าประตูเมืองไป ในเมื่อพวกยามเมืองยอมแพ้ เขาก็ไม่อยากจะถือสาอะไรอีก ลู่หยางเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก เขาไม่อยากมีเรื่องบาดหมางใจกัน

“ไปเลย! ไป…”  ไม่นานนักหลังจากที่ลู่หยางเข้าประตูเมืองไป ขบวนม้าติดอาวุธนำโดยชายวัยกลางคนได้วิ่งออกจากประตูไป

ม้าขบวนนี้เป็นม้าอสูรบ้าบิ่น มีฝีเท้าเร็วมากราวกับสายฟ้าแลบ ทันทีที่ได้ออกจากเมืองพวกมันต้องมีจุดหมายที่แน่นอน

สี่ชั่วโมงต่อมา ขบวนม้ามาถึงเมืองชิงหยางโดยไม่ได้หยุดพักเลย พวกมันวิ่งฝ่าผู้คน กีบม้าของพวกมันทำให้ผู้คนได้รับบาดแผลโชกเลือด

“โอ้ คุณพระช่วย! นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”

“หนีเร็ว! พวกม้าอันธพาลมาแล้ว!”

เมืองชิงหยางเกิดโกลาหลขึ้น ทุกๆคนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวนึกว่าม้าเกเรจะมาปล้น

“เฮอะ! นึกว่าพวกเราเป็นนักเลงขี่ม้าเรอะ เจ้าสมควรตาย!” ชายผู้นำวัยกลางคนอารมณ์เสีย เขาโกรธที่ถูกหาว่าเป็นโจร เขาหวดแส้ม้าลงที่คอของชาวเมืองคนหนึ่งที่ร้องตะโกนว่า โจรขี่ม้า วิธีของเขาหยาบคายและไร้ปราณี

“ท่านผู้ครองเมือง บ้านของลู่หยางอยู่ข้างหน้าเรานั่น” ชายหนุ่มคนหนึ่งชี้ที่บ้านของลู่หยาง

“โจมตีเลย!” คนกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้าใส่ราวกับหมาป่ากับเสือ สร้างความหายนะราวกับลมพายุ

“ท่านครับ ข้างในมีแค่ผู้หญิงคนหนึ่งกับเด็กอีกคนครับ” มารดาของลู่หยางกับน้องชายของเขาถูกจับออกมาอย่างรวดเร็ว

“ฮือฮือ!” ลู่หลี่น้อยตัวสั่นเทาด้วยความกลัวในอ้อมแขนของมารดา

“เจ้าเป็นใครกัน? มาจับพวกเราทำไม?” ซุ่หลานกอดบุตรชายคนเล็กไว้แน่น จ้องคนกลุ่มนี้ด้วยความโกรธ วินาทีนั้นนางคุ้นหน้าคนคนนี้“ทำไมเป็นเจ้า?”

“นี่ท่านป้า บุตรชายท่านลู่หยางฆ่าบุตรชายของท่านผู้ครองเมืองของเรา ทำไมถึงคิดว่าเราควรจับกุมท่านล่ะ!” นัยต์ตาหลี่ยี่ฉายแสงสีดำแปลกๆ เขาหัวเราะเย็นชา

“อะไรนะ?”!“เป็นไปไม่ได้” ซู่หลานสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ตอนนั้นนางพบลีเฟิงซึ่งเกือบจะต่อสู้กับบุตรของนาง แต่ซุนวูก็ทำให้เขากลัวหนีไป แล้วจะตายกะทันหันเช่นนี้ได้อย่างไร แถมยังมาว่าบุตรชายของนางเป็นคนฆ่า

“บอกมา บุตรชายท่าน ลู่หยางอยู่ไหน?” ดวงตาซูหลานหมองลง นางกลัวว่าบุตรชายจะต้องตาย เขามาดมั่นที่จะจับลู่หยาง  ลากเขาออกมาแล้วฟันให้เป็นชิ้นๆ

จบบทที่ SB:ตอนที่ 15 ลมพายุ

คัดลอกลิงก์แล้ว