เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 เปลี่ยนไปผลิตสินค้าชนิดใหม่

บทที่ 44 เปลี่ยนไปผลิตสินค้าชนิดใหม่

บทที่ 44 เปลี่ยนไปผลิตสินค้าชนิดใหม่


บางที่เทพอาจพึ่งนึกได้ว่าต้องทำงาน หลังเที่ยงวันพายุฝนก็เริ่มตกลงมา

เม็ดฝนขนาดเล็กตกกระทบร่างกายสร้างรอยสีชมพูขนาดเล็กขึ้นมา เสียงฝนกระทบหลังคาดังตามมาไม่ขาดสาย

“นี่มีฝนรั่วลงมามากขนาดนี้เลยเหรอ” ซูยี่เงยหน้าขึ้นมองหลังคาด้วยความกังวล

“มันอาจจะรั่วบ้าง แต่ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหามากนัก” ไฮนซ์ที่อยู่ด้านข้างตอบด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ

ตอนนี้ข้างนอกมืดครึ้มเพราะพายุฝนระยะการมองเห็นด้านนอกหน้าต่างมีไม่เกินสิบเมตร

ในโรงงานตอนนี้คนงานได้ออกไปแล้ว เหลือเพียงซูยี่ ไฮนซ์ เซบาสและแคมบี้สี่คนเท่านั้นที่ยังอยู่ โรงงานตอนนี้จึงเงียบเป็นอย่างมาก

เสียงของเม็ดฝนที่ตกลงบนหลังคาดังก้องไปทั่วโรงงานราวกับเสียงกลอง

“ไม่เลย หลังคารั่วนี่เป็นปัญหาใหญ่เลยล่ะ” ซูยี่ส่ายหัว “ไฮนซ์การผลิตเครื่องจักรต้องการการทำงานที่แม่นยำ หากมีฝนรั่วลงมาจะทำให้เกิดสนิทและจะทำให้รูปแบบเวทมนตร์ภายในเสียหายและอาจจะทำให้เครื่องจักรเวทมนตร์พังเลยก็ได้ ดังนั้นเราจะต้องแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังที่สุด”

ไฮนซ์เงยหน้าขึ้นอย่างช่วยไม่ได้“มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ? สิ่งเหล่านี้ล้วนทำมาจากเหล็กแค่เปียกนิดหน่อยมันควรจะเป็นปัญหามากขนาดนั้นนะ”

แคมบี้มองไปที่ซูยี่ด้วยท่าทางสับสนไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเอะอะกับเรื่องเล็กน้อยแค่นี้

ในฐานะคนแคระที่ทำงานอยู่กับเหล็ก ในชีวิตของแคมบี้เขาคุ่นเคยกับเหล็กมามากกว่าซูยี่ เขาไม่เห็นว่าแค่เหล็กเปียกฝนแค่นี้มันจะภูกทำลายได้

มีเพียงเซบาสเท่านั้นที่ไม่เปลี่ยนการแสดงออกใดๆสีหน้าของเขายังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ซูยี่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ไม่ต้องพูดถึงเหล็กกล้าไร้สนิม ที่นี่ไม่มีแม้แต่เทคโนโลยีป้องกันสนิม ด้วยเหตุนี้เหล็กจำนวนมากจึงด้อยค่าลงไป

เมื่อมองไปที่กองพัดลมเวทมนตร์ที่ทำเสร็จแล้วในมุมของโรงงานซูยี่ก็ได้แต่ส่ายหัว

ไม่มีทางเลือกเขาเป็นเพียงวิศวกรเครื่องกล แม้ว่าเขาจะรู้เรื่องการค้นคว้าวัสดุเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้เชี่ยวชาญขนาดนั้น เขาไม่สามารถนำสูตรทำพลาสติกออกมาได้ไม่เช่นนั้นถ้าปลอกด้านนอกของพัดลมเวทมนตร์ทำจากพลาสติก ไม่เพียงแต่จะต้านทานสนิมได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมากในขณะที่ยังทำให้สวยขึ้นอีกด้วย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการลดต้นทุนลงอย่างมากและยังเพิ่มผลกำไรอีกด้วย

มันเป็นเรื่องดีที่ตอนที่เขาออกแบบพัดลมเวทมนตร์ ซูยี่ได้พิจารณาเรื่องการกันน้ำแล้ว ส่วนแกนกลางได้รับการกันน้ำอย่างเข้มงวดมากดังนั้นหากโดนน้ำมันก็จะไม่พังแน่ๆ

ยิ่งไปกว่านั้นรูปแบบเวทมนตร์ยังจารึกขึ้นจากวัสดุเวทมนตร์พิเศษ เมื่อสร้างรูปแบบเวทมนตร์แล้วเว้นแต่วัสดุที่เกี่ยวข้องกับเวทย์มนตร์จะถูกทำลายมันก็ยากมากที่รูปแบบเวทมนตร์จะถูกทำลาย ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับประเด็นนี้มากนัก

“นอกเหนือจากสาเหตุที่ผลิตภัณฑ์อาจเสียหายแล้วโรงงานนี้จะต้องได้รับการปรับปรุงใหม่ มิฉะนั้นเมื่อเกิดการรั่วไหลอีกจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการทำงานของคนงาน” ซูยี่ยังคงยืนกรานในความคิดเห็นของเขา“ไฮนซ์จัดการเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด”

เมื่อเห็นว่าซูยี่มั่นคงแค่ไหนไฮนซ์ทำได้เพียงพยักหน้าเห็นด้วย

“เอาล่ะปัญหานี้เอาไว้ก่อนพวกเจ้าจะพูดเรื่องอะไร”ซูยี่ถาม

ในฐานะสมาชิกคนสำคัญของบริษัท ทั้งสี่คนได้พักหลังจากที่คนงานทั้งหมดออกไปจากโรงงานแล้ว นอกเหนือจากการสรุปทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับบริษัทในเดือนที่แล้วพวกเขายังวางแผนว่าจะขยายบริษัทยังไง

“แคมบี้บอกว่าการใช้งานเครื่องจักรเวทมนตร์มันง่ายเกินไป คนแคระหลายคนบ่นว่ามันน่าเบื่อเกินไปและพวกเขาไม่มีสิ่งที่ต้องทำ” ไฮนซ์ตอบ

“ถูกต้องพี่น้องหลายคนบอกว่าพวกเขาไม่ได้ทำอะไรมากนัก การที่พวกเขาได้เงินมากขนาดนี้ทำให้พวกเขาละอายใจ” แคมบี้เกาหัวและพูดด้วยรอยยิ้มที่ค่อนข้างเขินอาย

ซูยี่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ

คนแคระเหล่านี้เรียบง่ายจริงๆ พวกเขาไม่พอใจที่งานของพวกเขาง่ายเกินไปและยังบ่นอีกว่าค่าจ้างของพวกเขาสูงเกินไปอีก

“แคมบี้ขอให้พวกเขามั่นใจได้ว่าแม้ว่าตอนนี้งานจะยังไม่หนัก แต่นั่นเป็นเพราะคนนอกยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของเครื่องจักรเวทมนตร์ เจ้าต้องรออีกสักหน่อยและเมื่อประธานฟาร์ซัคสร้างโรงงานในเมืองซาลตั้นเสร็จ ข้าสามารถสัญญาได้ว่าเครื่องจักรเวทมนตร์จำนวนมากจะถูกส่งออกไป ถึงเวลานั้นก็อย่าบ่นข้าแล้วกันที่งานมันหนักเกินไป”

แคมบี้แสยะยิ้มและโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ“จะเป็นไปได้ยังไง? พวกเราคนแคระสามารถทนกับความทุกข์ทรมานได้ดีที่สุดตราบใดที่มีไวน์ให้ดื่มก็ไม่มีปัญหาไม่ว่าจะมีงานมากแค่ไหนก็ตาม”

“พูดถึงไวน์… .. แคมบี้แม้ว่าข้าจะรู้ว่าเจ้าชอบไวน์เป็นพิเศษ แต่เจ้าต้องไม่ดื่มในเวลาทำงานอยู่เพราะเครื่องจักรที่เจ้ากำลังผลิตอยู่นั้นต้องมีความแม่นยำมาก ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยจะทำให้เกิดปัญหาใหญ่ดังนั้นเจ้าต้องคอยเตือนพวกเขาอยู่เสมอขณะทำงาน หอการค้าเฟรสเทคของเรายังคงเป็นบริษัทขนาดเล็กในขณะนี้เราต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพผลิตภัณฑ์ของเราในช่วงที่เรากำลังพัฒนา”

แคมบี้พยักหน้า“เอาล่ะข้าจะบอกพวกเขาเมื่อข้ากลับไป พวกเขาต้องดื่มหลังจากเลิกงานและไม่ดื่มขณะทำงาน”

ซูยี่ขมวดคิ้ว“แค่คำเตือนยังไม่เพียงพอ เกี่ยวกับเรื่องนี้เราจะตั้งกฎ หากพบว่ามีคนดื่มเหล้าขณะทำงานครั้งแรกจะถูกปรับห้าสิบเหรียญเงินครั้งที่สองจะถูกปรับ 2 เหรียญทองและครั้งที่สามจะถูกปรับค่าจ้างตลอดทั้งเดือน”

“นี่มันไม่เกินไปเหรอ” แคมบี้ตกตะลึง“ประธาน พี่น้องเหล่านั้นปฏิบัติกับแอลกอฮอล์เหมือนชีวิตของพวกเขา ข้ากลัวว่าเมื่อตั้งกฎนี้แล้วอาจมีหลายคนที่ไม่ได้รับค่าจ้างของเดือนนั้นๆ”

“ข้ารู้ว่าพวกเจ้าปฏิบัติกับแอลกอฮอล์เหมือนชีวิตของเจ้าดังนั้นกฏมันต้องร้ายแรงขนาดนี้แหละ” ซูยี่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง“ไม่ว่าจะอย่างไรคุณภาพของผลิตภัณฑ์ก็สำคัญที่สุด หากมีปัญหาด้านคุณภาพเนื่องจากปัญหาส่วนตัวก็ควรได้รับการลงโทษเพราะปัญหานี้”

เมื่อเห็นว่าซูยี่จริงจังแค่ไหน แคมบี้ก็ทำได้แค่ก้มหัวลงอย่างช่วยไม่ได้

“เอาล่ะข้าจะบอกให้ชัดเจน”

“แน่นอนกฎนี้ไม่ได้ใช้กับพี่น้องคนแคระของเจ้าเท่านั้น ไฮนซ์กฎนี้ใช้กับโรงงานพัดลมเวทมนตร์ของเจ้าด้วย”

ไฮนซ์รู้ว่าซูยี่เพียงแค่สร้างความยุติธรรม เขาจึงตอบตกลงทันที

“แคมบี้เจ้าไม่จำเป็นต้องหดหู่ขนาดนั้น นอกจากนี้ยังมีรางวัลที่มาพร้อมกับการลงโทษ บอกพี่น้องคนแคระของเจ้าว่าถ้าพวกเขาทำงานได้อย่างถูกต้องข้าสามารถใช้ชื่อบริษัทสั่งซื้อไวน์จำนวนมากจากคฤหาสน์ซาจิ หากเจ้าต้องการไวน์นั่นก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของเจ้า”

ดวงตาของแคมบี้สว่างขึ้นทันที“เจ้าพูดจริงเหรอ”

“ข้าหลอกเจ้าให้ได้อะไรล่ะ”

รูปลักษณ์ที่ดูท้อแท้ของแคมบี้หายไปอย่างไร้ร่องรอยจากนั้นเขาก็หัวเราะออกมา

“ ดีดีนี่ดีจริงๆ! ข้ากล้าสัญญาว่าตราบใดที่พี่น้องได้ยินเกี่ยวกับไวน์ของคฤหาสน์ซาจิพวกเขาจะทำงานอย่างกระตือรือร้น!”

“ก็ดีแล้ว”ซูยี่พยักหน้าด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ก่อนที่จะหันไปหาไฮนซ์และพูดว่า“เอาล่ะเราคุยกันเกี่ยวกับโรงงานผลิตเครื่องจักรเวทมนตร์เสร็จแล้วงั้นเรามาพูดถึงโรงงานพัดลมเวทมนตร์กันเถอะ”

ไฮนซ์ยื่นมือออกมาทันทีและพูดอย่างไม่เกรงกลัวว่า“ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับโรงงานพัดลมเวทมนตร์ของเรา พวกทาสเชื่อฟังมากจะไม่มีปัญหาใด ๆ เลย”

แคมบี้มองไปที่ไฮนซ์ นี่ดูเหมือนเป็นการดูถูกทางอ้อม

ซูยี่โบกมือด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่น แม้ว่าคนแคระจะทำงานที่นี่มาหนึ่งเดือนแล้ว แต่ก็ยังมีอุปสรรคระหว่างมนุษย์และคนแคระอยู่

ต้องใช้เวลาเท่านั้นก่อนที่อุปสรรคนี้จะคลี่คลายลงได้

“ไม่ไฮนซ์ปัญหานี้เกี่ยวกับโกดังเก็บเครื่องจักรเวทมนตร์ไม่ใช่คนงาน แต่เป็นสิ่งที่พวกเขากำลังผลิตต่อไป”

ไฮนซ์ประหลาดใจ“ไม่มีปัญหากับการผลิตแต่อย่างใดทุกอย่างราบรื่นดี”

“ความหมายของข้าไม่ใช่ว่าการผลิตไม่ราบรื่น เจ้าคงลืมปัญหาที่สำคัญมากไป เจ้าลืมไปแล้วรึว่าพัดลมเวทมนตร์จะหยุดการผลิตในเร็วๆนี้น่ะ”

"หา?" ไฮนซ์ตกใจและจู่ๆเขาก็ลุกขึ้น“หยุดการผลิตเหรอ? จะเลิกผลิตทำไมพัดลมเวทมนตร์ขายดีขนาดนี้ทำไมต้องเลิกผลิตล่ะ”

แคมบี้และเซบาสที่อยู่ด้านข้างต่างก็มองไปที่ซูยี่ด้วยความสับสน

พัดลมเวทมนตร์ความเร็วแปลผันเพิ่งผลิตได้ไม่ถึงครึ่งเดือนและขายไปแล้วกว่าหกพันตัวสร้างผลกำไรให้กับบริษัทมากกว่าห้าพันเหรียญทอง เหตุใดทั้งๆที่มียอดขายที่ดีเช่นนี้ซูยี่จึงต้องการหยุดการผลิตกัน

ซูยี่ชี้ไปที่หน้าต่าง“เพราะฤดูร้อนกำลังจะผ่านไป”

ทั้งสามเข้าใจทันที

ถูกต้องตอนนี้เป็นช่วงกลางเดือนสิงหาคมและฤดูร้อนกำลังจะผ่านไปในไม่ช้า อย่างดีที่สุดอากาศร้อนจะอยู่ได้เพียงหนึ่งเดือน

เมื่ออากาศไม่ร้อนอีกต่อไปความปรารถนาของผู้คนที่จะซื้อพัดลมเวทมนตร์จะลดลงอย่างมากและเกือบจะเป็นศูนย์

เมื่อถึงเวลานั้นการที่ไม่มีใครซื้อพัดลมเวทมนตร์โดยธรรมชาติแล้วมันก็ไม่จำเป็นต้องผลิตมันอีกต่อไป

เมื่อเขาคิดเช่นนี้แล้วไฮนซ์ก็รู้สึกกังวลทันที

“แล้วเราจะทำอย่างไร? ซูยี่ พัดลมเวทมนตร์เป็นสินค้าที่ทำกำไรได้มากที่สุดของเราหากหยุดการผลิตเราจะพึ่งพาอะไรเพื่อหารายได้? เราต้องเร่งหาวิธีแล้วล่ะมิฉะนั้นเราจะต้องรอจนถึงฤดูร้อนปีหน้าก่อนที่จะเริ่มทำงานอีกครั้ง? แต่พอถึงเวลานั้นพัดลมเวทมนตร์เลียนแบบคงจะมีออกมามากมาย ตอนนั้นเราคงขายไม่ได้มากเท่าตอนนี้แน่!”

แคมบี้ดึงไฮนซ์กลับมา“เจ้าจะกังวลอะไร? เนื่องจากประธานได้ตั้งคำถามนี้แสดงว่าเขามีวิธีการอยู่แล้ว เจ้าแค่ต้องฟังเขา”

ไฮนซ์ดันแคมบี้ออกไปและพูดอย่างโกรธ ๆ ว่า“แน่นอนสิเจ้าไม่กังวลเรื่องนี้หนิ!โรงงานเครื่องจักรเวทมนตร์ของเจ้าจะมีสิ่งงต่างๆให้ทำเสมอ แต่แล้วข้าล่ะ?” หลังจากพูดสิ่งนี้เขาก็หันไปหาซูยี่และกระตุ้นเขาว่า“ ซูยี่เจ้ามีวิธีแก้ปัญหาบ้างไหม? พูดเร็ว ๆ ข้าจะตายเพราะความวิตกกังวลอยู่แล้ว!”

ซูยี่ตบไหล่และส่งสัญญาณให้เขาสงบสติอารมณ์ลง

“แน่นอนว่ามีทางออก เนื่องจากเราไม่สามารถผลิตพัดลมเวทมนตร์ได้อีกต่อไปเราจึงต้องสร้างสินค้าใหม่ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากฤดูการขึ้นมา”

เมื่อได้ยินว่ามีทางออกดวงตาของไฮนซ์ก็สว่างขึ้นทันที“สินค้าอะไร?”

ซูยี่หัวเราะขณะที่เขาหยิบพิมพ์เขียวออกมาจากหน้าอกของเขา“สิ่งนี้ไง”

จบบทที่ บทที่ 44 เปลี่ยนไปผลิตสินค้าชนิดใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว