เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 ซูยี่ ประธานแปลกๆ

บทที่ 40 ซูยี่ ประธานแปลกๆ

บทที่ 40 ซูยี่ ประธานแปลกๆ


รถม้าเคลื่อนตัวตามถนนมาจากทางเหนือของเมืองบันต้าและไกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นหน้าต่างของรถม้าก็เปิดออกและใบหน้าของเด็กสาวกลมมนก็ยื่นออกมาจากรถม้า เธอเห็นกำแพงเมืองบันต้าที่อยู่ไม่ไกลเธอก็ตะโกนเสียงดังออกมา“ดูสินั่นคือเมืองบันต้า! เราใกล้จะถึงแล้ว!”

ใบหน้าของหญิงสาวอีกคนปรากฏขึ้นผ่านหน้าต่าและมองไปที่เมืองบันต้าที่อยู่ห่างไกล แต่ทว่าสายตาของเธอก็สะดุดกับบางสิ่ง

“ หืม? นั่นคืออะไร?” " หญิงสาวหน้าตาบอบบางชี้ไปที่อาคารสูงนอกเมืองบันต้าแล้วถามขึ้นมา

เด็กสาวหน้ากลมหันไปในทิศทางนั้นก็พบว่าไม่ไกลจากนอกเมืองบันต้ามีเสาหนายื่นออกมาจากพื้นดิน มันกำลังรองรับสิ่งทรงสี่เหลี่ยมขนาดยักษ์ที่แปลกประหลาดสูงเหนือกำแพงเมือง

ด้านข้างของป้ายที่หันหน้าไปทางถนนดูเหมือนมีบางอย่างวาดอยู่ พวกเขามองไม่ชัดในตอนแรก แต่เมื่อรถม้าเข้าใกล้เด็กสาวทั้งสองก็พบว่ามีเสาเหล็กเป็นฐานรองรับป้ายนั้นอยู่ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา

ส่วนตรงกลางของภาพวาดก็มีเครื่องจักรแปลกๆที่วาดออกมาให้เหมือนกำลังหมุนด้วยความเร็วสูงอยู่ส่งผลให้ภาพที่ออกมาดูพร่ามัว

“นี่ใช่พัดลมเวทมนตร์รึเปล่า” ดวงตากลมโตของหญิงสาวที่ใบหน้ากลมมองไปที่เครื่องจักรที่ดูแปลกประหลาดนี้ขณะที่เธอพูด

"น่าจะใช่ ดูสิมันเหมือนกับมีลมออกมาเลย“ หญิงสาวที่ดูบอบบางตอบกลับก่อนที่เธอจะมองไปทางขวาของภาพ เธอร้องออกมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ” สะ สตลล่าไม่ใช่เหรอ”

“สเตลล่า อยู่ใหนล่ะ?” สาวหน้ากลมมองตามไปและพบว่ามีสาวสวยผมสีทองอยู่ทางขวาของภาพ

แม้ว่าจะมองจางด้านข้างก็ตาม แต่ด้วยรูปร่างและผิวพันธ์ของหญิงสาวผมทองนั้นสวยงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เช่นเดียวกับชุดสีขาวเอวลอยเล็กน้อยนั่นก็ทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตา

“นั่นสเตลล่าจริงๆ!” สาวหน้ากลมจำเธอได้อย่างรวดเร็ว“รูปของเธออยู่บนนี้จริงเหรอ? นี่ไม่เด่นเกินไปหรือ”

“มันน่าจะเกี่ยวข้องกับพัดลมเวทมนตร์” เด็กหญิงร่างบอบบางพูดด้วยน้ำเสียงครุ่นคิดว่า“ดูสิมีชื่ออยู่บนป้ายนี้ ดูเหมือนว่า……”

“พัดลมเวทมนตร์แบรนด์เฟรสเทคนำความเย็นมาสู่ท่านในช่วงฤดูร้อน นั่นหมายความว่าอย่างไร?” สาวหน้ากลมรีบอ่านมันอย่างรวดเร็ว แต่เธอก็ไม่เข้าใจมันอยู่ดี

“ข้าก็ไม่รู้ แต่ครั้งที่แล้วสเตลล่าบอกว่าเธอกลายเป็นแบรนด์แอมบาสเตอร์ เป็นไปได้ไหมว่านี่คือหน้าที่ของเธอ” หญิงสาวที่บอบบางกล่าว

หญิงสาวหน้ากลมเอียงศีรษะคิดเล็กน้อยก่อนจะส่ายหัว“ข้าไม่แน่ใจ แต่เดี่ยวเราก็ได้พบเธอแล้วถึงตอนนั้นเราค่อยถามเธอก็ได”

“ อืมดูเหมือนว่าเราจะทำได้แค่นั้น” หญิงสาวบอบบางพยักหน้า เธอพูดกับคนขับรถม้าว่า "ท่านลุงช่วยพาเราไปที่หอการค้าเฟรสเทคได้ไหม"

คนขับรถม้าเป็นชายวัยกลางคนอายุราวสี่สิบ เมื่อได้ยินดังนั้นจึงถามกลับว่า“หอการค้าเฟรสเทค? มีอยู่สองแห่ง ที่หนึ่งเป็นร้านค้าที่พวกเขาเปิดและอีกที่คือโรงงานที่อยู่นอกเมืองเจ้าอยากไปที่ไหนล่ะ?”

“มันต่างกันยังไง” สองสาวมองหน้ากันด้วยความงุนงง หญิงสาวหน้าตาบอบบางครุ่นคิดก่อนจะถามว่า“ท่านรู้ไหมว่าปกติประธานของบริษัทอยู่ที่ไหน?”

“ข้าไม่รู้หรอก แต่ข้าเคยได้ยินมาว่าร้านต้าของพวกเขามีแต่คนขายของในร้านปกติไม่มีใครอื่น ข้าคิดว่าปกติประธานควรจะอยู่ในโรงงาน” คนขับเดา

“ดีเลยท่านช่วยส่งเราไปที่โรงงานโดยตรงได้ไหม” หญิงสาวที่ดูบอบบางกล่าว

“ได้ แต่พวกเขากำลังสร้างถนนใกล้โรงงานในช่วงเวลานี้ดังนั้นข้าจึงส่งเจ้าไปใกล้ ๆ ที่นั่นได้เท่านั้น เจ้าจะต้องเดินไปตามทางที่เหลือเอง”

“เอาล่ะเราจะเดินที่เหลือเอง”

หญิงสาวที่ดูบอบบางพูดอย่างนี้และคนขับก็สะบัดแส้ในมือทำให้รถม้าเลี้ยวขวา มุ่งหน้าไปยังทางทิศตะวันตกของเมืองบันต้าทันที

ถนนเล็ก ๆ นอกเมืองไม่ราบเรียบรถม้าจึงสั่นไหว เด็กสาวสองคนที่อยู่ในรถม้ารู้สึกเวียนหัวอย่างช่วยไม่ได้

แต่สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไม่นาน หลังจากนั้นไม่นานรถม้าก็สั่นเล็กน้อยก่อนที่มันจะมั่นคงราวกับว่าอาการสั่นเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น

เด็กสาวหน้ากลมไม่สามารถระงับความอยากรู้อยากเห็นของเธอได้และโผล่หัวออกไปนอกหน้าต่างรถม้า เธอพบว่าเส้นทางที่รถม้าวิ่งอยู่นั้นราบเรียบมากไม่มีหลุมให้เห็น ถนนสายนี้กว่ามากเมื่อเทียบกับเมื่อครู่

หัวใจของเด็กสาวหน้ากลมเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและเธอก็อดไม่ได้ที่จะถามคนขับว่า“ท่านลุงทำไมถนนถึงเรียบขนาดนี้? มันจะดีมากถ้าถนนที่เราเคยเดินทางมาก่อนนั้นราบรื่นเช่นนี้”

คนขับรถหัวเราะ“ถนนสายถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษจากหอการค้าเฟรสเทค เมื่อก่อนการเดินทางมันไม่ง่ายเลย ข้าได้ยินมาว่าเพื่อูสร้างถนนสายนี้หอการค้าเฟรสเทคได้ทุ่มเงินไปพอสมควร”

“โอ้? บริษัทของพวกเขาถึงกับสร้างถนนขึ้นเองเลยเหรอ? ไม่ใช่ว่านี่คือหน้าที่ของท่านเจ้าเมืองหรอกรึ?”

“เอาจริงๆนี่ก็ควรจะเป็นหน้าที่ของท่านเจ้าเมืองนั่นแหละ แต่ประธาทของหอการค้าเฟรสเทคชื่ออะไรนะ… ...ใช่ประธานที่ชื่อซูยี่ ไม่พอใจเขาจึงยินดีที่จะควักเงินของตัวเอง เพื่อแก้ไขถนน ท่านเจ้าเมืองจ้ทำอะไรได้ล่ะในเมื่อนี่เป็นความต้องการของเขา ดังนั้นถนนปัจจุบันที่เจ้าเห็นตอนนี้คือถนนที่สร้างใหม่”

“ทำไมประธานซูยี่ถึงไม่พอใจ? ถนนนั่นมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ” เด็กสาวหน้ากลมถามด้วยน้ำเสียงสงสัย

“จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง? ไม่ว่าอย่างไรก็ตามถนนสายนี้ยังคงเป็นถนนสายหลักนอกเมืองบันต้าของเรามันจะแย่อย่างนั้นไปได้อย่างไร? แม้ว่าก่อนหน้านี้ถนนจะไม่ได้ราบเรียบ แต่ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นไม่จำเป็นต้องซ่อมเลย แต่ประธานซูยี่ก็ยังไม่พอใจ ข้าได้ยินมาว่าตอนนี้เขายังไม่พอใจกับถนนเส้นนี้เขาบอกว่าจะซ่อมอีกครั้งเมื่อเงื่อนไขถูกต้อง… .. อะไรนะ… ... ถูกต้องเขาจะซ่อมด้วยคอนกรีต ข้าไม่รู้ว่าเขาต้องทำแบบนั้นทำไม แต่เมื่อเป็นความต้องการของประธานซููยี่มันก็คงจะดีกว่านี้อีกละมั้ง?”

“ดีกว่าถนนสายนี้อีกเหรอ? มันจะเรียบได้ขนาดใหนกัน?” เด็กสาวหน้ากลมพูดด้วยน้ำเสียงที่ตกตะลึง“ประธานซูยี่คนนั้นคงไม่ได้โอ้อวดใช่มั้ย? จะมีทางที่เรียบกว่านี้ได้อย่างไร”

คนขับหัวเราะ“นั่นข้าไม่รู้ สิ่งที่คนใหญ่คนโตเหล่านั้นกำลังคิดนั่นไม่ใช่สิ่งที่คนขับรถตัวเล็กๆอย่างข้าจะนึกออก”

เด็กสาวหน้ากลมพึมพำเสียงเบาก่อนจะกลับเข้าไปในรถม้า เธอพูดกับเด็กสาวที่มีขนคิ้วที่ดูบอบบาง“เฮ้อีวิต้าเจ้าคิดว่าประธานซูยี่จะให้เราค้นคว้าวิธีซ่อมถนนหรือไม่”

หญิงสาวร่างบอบบางหัวเราะและเอื้อมนิ้วไปแตะหน้าผากของเด็กสาวหน้ากลม“แคลลี่เจ้านี่ช่างรู้จักพูดเสียจริง! เราเป็นนักเวทย์แม้ว่าเราจะตกลงที่จะทำงานกับประธานซูยี่เราก็มีหน้าที่แค่ค้นคว้ารูปแบบเวทมนตร์! เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการซ่อมถนนอย่างไร”

เด็กสาวหน้ากลมที่ชื่อแคลลี่ ส่ายหัวด้วยความสับสน“ข้าก็ไม่รู้ แต่ข้ารู้สึกว่าประธานซูยี่คนนี้เป็นคนแปลก ๆ เขาไม่พอใจกับถนนสายนี้ที่ดูยังไงก็ราบเรียบอย่างชัดเจนแต่ก็ยังคิดจะปรับปรุงมันใหม่ เจ้าคิดว่าเป็นเพราะเขามีเงินมากเกินไปรึเปล่า”

อีวิต้าส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้กับแคลลี่ที่ชอบเดาสุ่มไปเรื่อย เมื่อไหรเธอจะเลิกนิสัยแบบนี้นะ

แม้ว่าเธอจะไม่ไดเดา้สุ่มเหมือนแคลลี่ แต่หัวใจของเธอก็เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่มีต่อประธานซูยี่คนนี้

เหตุใดถนนสายนี้จึงสำคัญสำหรับเขา เห็นได้ชัดว่าถนนสายนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลย

เป็นไปได้ไหมที่ถนนสายนี้มีความสัมพันธ์บางอย่างกับสิ่งที่ บริษัท ของพวกเขาผลิต? แต่สิ่งนี้ก็ไม่น่าเชื่อเช่นกัน

เป็นไปได้ไหมว่าประธานซูยี่ คนนี้เป็นคนเจ้าระเบียบเลยต้องการให้ถนนที่อยู่ใกล้เคียงกับโรงงานของเขาดีที่สุด?

หากเป็นเช่นนี้ประธานซูยี่คนนี้อาจจะเข้าถึงได้ยาก เมื่อพวกเขาเจอกันเธอควรจะระวังการกระทำของตัวเองให้มาก

ในขณะที่จิตใจของอีวิต้าและแคลลี่เต็มไปด้วยความคาดเดารถม้าก็ได้เดินทางไปอีกเล็กน้อยและจู่ๆมันก็ช้าลงก่อนจะหยุด

“ยัยหนูทั้วสองทางข้างหน้ากำลังซ่อมบำรุงอยู่รถม้าที่ไม่ใช่ของหอการค้าเฟรสเทคได้ถูกห้ามไม่ให้ผ่านเข้าไป ทางที่เหลือพวกเจ้าคงต้องเดินเองแล้วล่ะ” เสียงคนขับรถดังขึ้น

อีวิต้าและแคลลี่มองหน้ากันก่อนจะเปิดม่านี่ของรถม้าแคลลี่กระโดดออกมาโดยตรงในขณะที่อีวิต้าค่อยๆลงมาในขณะที่จับบังเหียนของรถม้า

ทั้งสองเงยหน้าขึ้นและพบว่าเส้นทางตรงหน้ากำลังซ่อมอยู่จริงๆ เหลือเพียงเส้นทางที่กว้างไม่ถึงสามเมตรให้ผู้คนสัญจรไปมา

ตามมาตราส่วนของการก่อสร้างหลังจากที่ถนนเส้นนี้เสร็จแล้วจะมีความกว้างมากกว่าสิบเมตรซึ่งน่าตกใจมาก

เป็นที่ทราบกันดีว่าในอาณาจักรลัมปูรีมีเพียงถนนสายหลักสองสายของอาณาจักรลัมปุรีที่กว้างประมาณสิบเมตรเท่านั้น

เมื่อมองเข้าไปในระยะไกลมีแม่น้ำไหลผ่านและข้างแม่น้ำบนที่ดินว่างเปล่าขนาดใหญ่มีอาคารหลายหลังเรียงต่อกัน ในบางครั้งเราอาจเห็นผู้คนเคลื่อนไหวไปมาระหว่างอาคาร

ไม่ว่าจะเป็นอาคารหรืองานถนนมันเป็นฉากที่มีชีวิตชีวามาก มันเหมือนกับว่าพวกเขาไม่ได้รับผลกระทบจากความร้อนที่แผดเผานี่เลย

เห็นฉากคึกคักแบบนี้สองสาวก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่มัน หลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็จำเป้าหมายในการมาที่นี่ได้ในที่สุด

แคลลี่มองตรงไปและเดินไปหาคนที่กำลังซ่อมถนน เธอกำลังจะสะกิดเขาเพื่อเรียกความสนใจ แต่เมื่อเห็นว่าคน ๆ นั้นถูกปกคลุมไปด้วยดินเธอจึงวางมือลงและเปร่งเสียงออกมา“เฮ้สวัสดี ข้า่ขอถามได้มั้ยนี่ใช่หอการค้าเฟรสเทครึเปล่า”

คน ๆ นั้นมองกลับมาและทำให้แคลลี่ตกใจ

ใบหน้าของบุคคลนั้นถูกปกคลุมไปด้วยสิ่งสกปรกและเหงือใหลออกมาเป็นสายทำให้ใบหน้าของเขาดูดุดันเป็นอย่างมาก

แต่หลังจากที่ได้เห็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ตรงหน้าเขาคนนั้นก็เผยรอยยิ้มและความดุร้ายนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

“ถูกต้องนี่คือหอการค้าเฟรสเทค เจ้ามาหาใครรึ”

รอยยิ้มของคนคนนั้นดูสดใสมากและเขาก็ค่อนข้างสดชื่นทำให้ความกังวลใจของแคลลี่ละลายหายไปในทันที

“ อื้ม เรามาพบประธานซูยี่ เจ้าสามารถช่วยเราแจ้งเขาได้มั้ย? เพียงแค่บอกว่าเราถูกสเตลล่าเรียกมา” แคลลี่กล่าวด้วยเสียงที่ชัดเจน

เมื่อได้ยินเช่นนี้บุคคลนั้นก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขามองไปที่แคลลี่ก่อนที่จะมองไปที่อรวิต้าที่อยู่ไม่ไกลและพูดด้วยเสียงงุนงงว่า“พวกเจ้ากับสเตล่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันใช่มั้ย”

คำตอบนี้ทำให้แคลลี่และอีวิต้าตกตะลึงแคลลี่อดไม่ได้ที่จะถามว่า“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นเพื่อนร่วมชั้นของสเตลล่า? หรือว่าเจ้าจะสนิทกับประธานซูยี่เขาเป็นคนบอกเจ้าใช่มั้ย”

คนคนนั้นเผยรอยยิ้มที่แสดงให้เห็นถึงฟันสีขาวของเขา

“ใช่ข้าสนิทกับซูยี่มาก ข้ากล้าสัญญาว่าไม่มีใครที่สนิทกับเขาไปกว่าข้าอีกแล้ว นั่นเป็นเพราะว่า… ... ข้าคือซูยี่”

จบบทที่ บทที่ 40 ซูยี่ ประธานแปลกๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว