เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 เครื่องจักรทางการเกษต

บทที่ 39 เครื่องจักรทางการเกษต

บทที่ 39 เครื่องจักรทางการเกษต


ตกดึกงานเลี้ยงในคฤหาสน์ของวิสเคานท์เลสลี่ก็สิ้นสุดลง แขกได้จากไปแล้วและในที่สุดคฤหาสน์ก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบ

ในห้องโถงใหญ่ที่หลังจากงานเลี้ยงจบลงก็ยังยุ่งเล็กน้อย วิสเคานท์เลสลี่จ้องมองไปที่ซูยี่ที่กำลังคุยอยู่กับสเตลล่า ความชื่นชมปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขาอย่างไม่อาจเก็บซ่อนได้

งานเลี้ยงในวันนี้จัดขึ้นตามคำขอของซูยี่ จุดประสงค์คือประชาสัมพันธ์แอร์เวทมนตร์ที่เพิ่งถูกคิดค้นขึ้นให้เป็นที่รู้จัก เขาชื่นชมกับความคิดนี้มาก

ซูยี่ได้กำหนดให้แอร์เวทมนตร์เป็นผลิตภัณฑ์ระดับกลางไปทางสูงดังนั้นจึงได้กำหนดเป้าหมายเป็นผู้ที่มีสถานะและตำแหน่งสูงในเมืองบันต้า กลุ่มลูกค้าคือคนที่กระเป่าหนัก

ในงานเลี้ยงครั้งนี้เนื่องจากมันถูกจัดขึ้นโดยวิสเคานท์เลสลี่งกล่าวได้ว่าคนที่มาล้วนแล้วแต่ผ่านข้อกำหนดนี้แล้ว

แต่ทว่าซูยี่ขอให้เขาจัดการแค่เรื่องนี้เท่านั้น ส่วนจะทำอย่างไรต่อนั้นซูยี่จะเป็นคนจัดการทั้งหมด วิสเคานท์เลสลี่จึงไม่เคยรู้เลยว่าซูยี่จะจัดการอย่างไร แต่ตอนนี้เขาได้รับรู้แล้ว

นั่นเป็นเพราะว่าในระหว่างงานเลี้ยงมีบางคนได้พูดถึงแอร์เวทมนตร์เมื่อได้พูดคุยกับวิสเคานท์เลสลี่ หลังจากที่พวกเขาทราบราคาและค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้เพื่อให้มันทำงานพวกเขาก็ไม่ปกปิดความต้องการที่จะซื้อเลยแม้แต่น้อย

แม้แต่เจ้าเมืองลอร์ดเคานต์ฌอนซาโมก็ไม่มีข้อยกเว้น

ดังนั้นวิสเคานท์เลสลี่จึงมั่นใจว่าแอร์เวทมนตร์นี้จะสร้างความโกลาหลครั้งใหญ่ในหมู่ขุนนางเมืองบันตา คนที่ทำให้เกิดกระแสนี้ในสายตาของขุนนางก็คือวิสเคานท์เลสลี่

“ถ้าพวกเขารู้ว่าเรื่องนี้ได้อยู่ในการคำนวณของซูยี่ข้าละสงสัยจริงๆว่าพวกเขาจะมีท่าทีแบบไหนกันนะ?”วิสเคานท์เลสลี่ลอบคิดในใจ

ในตอนนี้ซูยี่ได้จบการพูดคุยกับสเตลล่าแล้วเดินเข้ามา

“ท่านวิสเคานท์งานเลี้ยงในคืนนี้ค่อนข้างประสบความสำเร็จ ข้าต้องขอบคุณจริงๆ”ซูยี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้าหรอก ถึงอย่างไรข้าก็ถือได้ว่าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของหอการค้าเฟรสเทค”วิสเคานท์เลสลี่ส่ายหัว“ข้ามีคำถามที่จะถามเจ้า คนที่มีกำลังจะซื้อในเมืองบันต้านั้นมีไม่มาก ด้วยข้อจำกัดนี้หากเจ้าขายพวกมันในเมืองบันต้ากำไรที่ได้มันจะเทียบได้กับพัดลมเวทมนตร์ได้อย่างนั้นเหรอ?”

“เรื่องนี้ท่านไม่จำเป็นต้องกังวลเลย” ซูยี่หัวเราะ“เนื่องจากแอร์เวทมนตร์นี้ถือเป็นผลิตภัณฑ์ระดับกลางไปทางระดับสูงดังนั้นโดยปกติแล้วแผนการขายจึงแตกต่างจากพัดลมเวทมนตร์ ข้าได้ลงนามในข้อตกลงกับหอการค้าฟาร์ซัคในเมืองซาลตั้นและในเร็วๆนี้ที่เมืองซาลตั้นก็จะมีร้านค้าพิเศษถูกจัดตั้งขึ้นซึ่งจะทำหน้าที่ขายสินค้าของหอการเฟรสเทคของเรา ถึงเวลานั้นแอร์เวทมนตร์แบรนด์เฟรสเทคก็จะภูกขายที่เมืองซาลตั้นด้วย”

“เมืองซาลตั้น?” ทันใดนั้นวิสเคานท์เลสลี่ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้“ อืมมีขุนนางหนุ่มสองคนที่มาจากเมืองซาลตั้นเพื่อเยี่ยมญาติของพวกเขาเจ้าคงไม่ได้ติดต่อกับพวกเขาแล้วใช่ไหม”

ซูยี่พยักหน้าด้วยรอยยิ้มจาง ๆ “ วิสเคานท์เลสลี่ช่างเฉียบแหลมจริงๆ”

วิสเคานท์เลสลี่จ้องมองไปที่ซูยี่กลายเป็นจริงจังมากขึ้น

ชายคนนี้เขาคำนวณถึงจุดนี้ด้วย เขาช่างน่ากลัวจริงๆ

แต่ไม่นานเขาก็เปลี่ยนความคิดนี้วิสเคานท์เลสลี่ชื่นชมการมองการณ์ไกลของตัวเองจริงๆ

โชคดีที่เขาได้เห็นความิพิเศษของซูยี่จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้และตัดสินใจร่วมมือกับเขา มิฉะนั้นหากเขาพลาดโอกาสในตอนนั้น นั่นก็นับได้ว่าเขาพลาดอย่างมหาศาล

ไม่ต้างกล่างถึงเรื่องอื่น เพียงแค่การขายพัดลมเวทมนตร์เพียงเดือนเดียววิสเคานท์เลสลี่ก็ได้รับไปแล้วกว่าพันเหรียญทอง

แม้ทรัพสินของวิสเคานท์เลสลี่จะมากมาย แต่หนึ่งพันเหรียญทองก็ไม่ถือว่าเป็นจำนวนเล็กน้อย

ยิ่งไปกว่านั้นวิสเคานท์เลสลี่เชื่ออย่างลึกซึ้งว่าหลังจากที่หอการค้าเฟรสเทคมีขนาดใหญ่ขึ้นรายได้ที่มาจากส่วนแบ่ง 30% ของเขาก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้นเช่นกัน ในท้ายที่สุดมันจะเกินหนึ่งพันเหรียญทอง

“ท่านวิสเคานท์นอกเหนือจากแอร์เวทมนตร์เวทมนตร์แล้วยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากจะพูดคุยกับท่าน” ซูยี่กล่าว

“โอ้? มันคืออะไร? พูดมาได้เลย”

ซูยี่พิจารณาเล็กน้อยก่อนที่จะพูดว่า“ท่านวิสเคานท์ตอนนี้ก็กำลังจะเข้าสู่เดือนกันยายนและดินแดนของท่านน่าจะถึงช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงแล้วใช่ไหม?”

วิสเคานท์เลสลี่ชะงักเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าซูยี่จะพูดเรื่องนี้

“ อืมถูกต้องใกล้ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว เจ้าพูดถึงเรื่องนี้ทำไม”

ซูยี่หัวเราะ“ท่านยังจำทาสตัวเล็กที่ข้าซื้อมาจากท่านครั้งที่แล้วได้ไหม? เหตุผลทีข้าซื้อเธอมาเพราะเธอทำวัวหายซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง ด้วยเหตุนี้ผู้คุมจึงเกือบทุบตีเธอจนตาย”

วิสเคานท์เลสลี่เคยได้ยินพ่อบ้านบรูไนรายงานเรื่องนี้มาก่อน เขามองไปที่ซูยี่และพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา“อะไร? เจ้าต้องการขอความเป็นธรรมให้กับทาสตัวน้อยตอนนี้งั้นเหรอ? ให้ข้าบอกเจ้าว่าการฝึกวัวตอนนี้ยากมากวัวมีค่ามากกว่าทาสคนเดียว เธอที่ทำวัวหายการทุบตีเธอจนตายนั่นยังนับว่าสบายเกินไปด้วยซ้ำ”

ซูยี่แอบถอนหายใจในใจ แม้ว่าตอนนี้เขาจะถือว่าค่อนข้างสนิทกับวิสเคานท์เลสลี่แต่เขาก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนน้ำเสียงที่ไม่แยแสของวืสเคานท์เลสลี่ที่มีต่อทาสได้

แน่นอนว่าวิสเคานต์เลสลี่ปฏิบัติต่อทาสเป็นบรรทัดฐานของทวีปไซน์ ซูยี่ไม่มีความสามารถและไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนทัศนคตินี้โดยธรรมชาติแล้วเขามีแผนอย่างอื่นเมื่อพูดถึงสิ่งนี้

“ความหมายของท่านวิสเคานท์คือวัวหายากมากและมีความสำคัญต่อการทำการเกษตมากจึงมีมูลค่าสูงมากใช่ไหม?”ซูยี่ถาม

“แน่นอนว่ามันเป็นแบบนี้แล้วซูยี่เจ้าพูดเรื่องนี้ทำไม”วิสเคานท์เลสลี่เริ่มใจร้อนเล็กน้อย

ซูยี่หัวเราะ“ถ้าอย่างนั้นท่านวิสเคานท์ถ้าข้าสามารถสร้างเครื่องมือทดแทนวัวได้ท่านยินดีจ่ายเงินเท่าไหร่เพื่อซื้อมัน”

วิสเคานท์เลสลี่มองไปที่ซูยี่ด้วยความสงสัย“เป็นไปได้ไหมที่เจ้าได้ประดิษฐ์เครื่องจักรเวทมนตร์ที่สามารถทำงานในที่ดินนี้ได้? นี่ไม่ใช่ความจริงใช่มั้ย? งานในฟาร์มมีความซับซ้อนเครื่องจักรชนิดใดที่แข็งแรงพอที่จะทดแทนการใช้วัวได้”

“ท่านแค่ตอบมาเท่านั้น ท่านวิสเคานท์ถ้าเครื่องจักรนี้สามารถทดแทนการทำงานของวัวได้และมันยังมีประสิทธิภาพมากกว่าวัว ท่านจะยอมรับราคาไหน?”

วิสเคานท์เลสลี่ครุ่นคิดและยกมือขึ้น“ห้าสิบเหรียญทองต่อหนึ่งเครื่องและซื้อเท่าที่เจ้ามี”

ดวงตาของซูยี่สว่างขึ้น“ท่านวิสเคานท์ทีึท่านพูดมันไม่เกินจริงไปหน่อยรึ?”

“ไร้สาระ!” วิสเคานท์เลสลี่กล่าวอย่างรวดเร็วว่า“เจ้าไม่รู้รึว่าพื้นที่กว่าครึ่งของข้ายังไม่ได้รับการพัฒนานั่นเป็นเพราะข้าไม่มีกำลังคนเพียงพอที่จะเพาะปลูก ข้าไม่มีทางเลือกจึงปล่อยให้มันเป็นพื้นที่รกร้าง หากมีเครื่องจักรเวทมนตร์แบบที่เจ้าพูดถึงแน่นอนว่าข้าต้องการให้มากที่สุดเท่าที่เจ้ามีจะดีที่สุดถ้าข้าสามารถทำให้ดินแดนทั้งหมดของข้าใช้งานได้ นอกเหนือจากนี้ข้ากล้ายืนยันว่าไม่เพียงแตข้า ในเมืองบันตาอาณาจักรลัมปุรีทั้งหมดและทวีปไซนส์ทั้งหมดยังมีขุนนางอีกมากมายที่ต้องการสิ่งนี้ ถ้าเจ้าสามารถพัฒนาเครื่องจักรเวทย์มนตร์ชนิดนี้ได้จริง ๆ ข้ารับรองได้ว่ามันจะทำให้ผู้คนต่างฉกฉวยมันอย่างแน่นอน”

หลังจากพูดสิ่งนี้วิสเคานท์เลสลี่ก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า“เฮ้ซูยี่เจ้าคงไม่ได้คิดค้นสิ่งนี้ขึ้นมาแล้วใช่ไหม? นี่ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าสามารถพูดเล่นได้”

ซูยี่เผยรอยยิ้มจาง ๆ และส่ายหัว“แน่นอนว่าไม่ตอนนี้ยังเป็นเพียงแค่ความคิดเท่านั้น แต่ด้วยคำตอบที่น่าตื่นเต้นจากท่านวิสเคานท์ทำให้ข้าสนใจที่จะกลับไปค้นคว้าสิ่งนี้มากขึ้น”

เมื่อเห็นรอยยิ้มลึกลับบนใบหน้าของซูยี่หัวใจของวิสเคานท์เลสลี่ก็สว่างขึ้น

“คนคนนี้บางทีเขาอาจจะคิดค้นสิ่งนี้ขึ้นมาแล้ว”

จริงๆแล้ววิสเคานท์เลสลี่ประเมินซูยี่ไว้สูงเกินไป

หลังจากเห็นวิเวียนเกือบถูกทำร้ายจนตายหลังจากทำวัวหาย ซูยี่ก็ตัดสินใจที่จะค้นคว้าเครื่องจักรทางการเกษต แต่จนถึงตอนนี้ไม่เพียงแต่เขาไม่มีเวลาเขายังไม่มีเงินทุนและกำลังคนที่จะค้นคว้าสิ่งนี้ ดังนั้นนี่จึงเป็นความคิดในใจของเขามาโดยตลอดและไม่ได้กลายเป็นความจริงเลย

แต่ตอนนี้มันต่างออกไป แม้ว่าซูยี่จะยังไม่มีเวลาเพียงพอในตอนนี้ แต่กำลังคนที่เขามีในตอนนี้นั้นไม่น้อยเลยไม่ต้องพูดถึงคนแคระที่เป็นกำลังสำคัญทั้งร้อยคนที่มาจากเผ่าของปรมจารญ์ลานัส

ด้วยความช่วยเหลือของคนแคระเหล่านี้ที่มีฝีมือไม่ต่ำกว่าปรมจารย์ลานัส ซุยี่สามารถทำสัญญากับประธานฟาร์ซัคและจัดหาเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องให้กับเขาเพื่อสร้าง พัดลมเวทมนตร์รุ่นที่สอง

แต่การทำเครื่องจักรเหล่านี้ไม่ซับซ้อนมากนักดังนั้นเหล่าคนแคระจึงใช้เวลาไม่นานก็สามารถทำเครื่องจักรพวกนั้นเสร็จ และตอนนี้พวกเขาก็กำลังศึกษาความรู้เกี่ยวกับเครื่องจักรบางอย่างที่ซูยี่มอบให้และส่วนใหญ่แล้วพวกเขาก็ว่างดังนั้นซูยี่จึงคิดเกี่ยวกับเครื่องจักรทางการเกษตรนี้้

สำหรับคนอย่างซูยี่แล้วทวีปไซน์ที่มีระดับเทคโนโลยีและมาตรฐานการครองชีพที่ต่ำกว่าที่โลกเดิมเทคโนโลยีทางการเกษตเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้

เป็นเหมือนที่วิสเคานท์เลสลี่กล่าวไว้พื้นที่ส่วนใหญ่ของเขายังคงรกร้างเพราะเขาไม่มีคนเพียงพอที่จะเพาะปลูกได้

หากในทวีปไซน์เป็นแบบนี้ทั้งหมด ใคร ๆ ก็สามารถจินตนาการได้ว่าในทวีปนี้มีดินแดนรกร้างอยู่มากเพียงใด

ด้วยเหตุนี้ทวีปไซน์จึงมีมาตรฐานในการเก็บเกี่ยวต่ำอยู่เสมอดังนั้นสิ่งนี้จึงนำไปสู่มาตรฐานการครองชีพที่ต่ำสำหรับผู้คนในทวีปนี้ อย่างน้อยในเมืองเล็ก ๆ อย่างเมืองบันต้าทุกปีก็จะมีข่าวคนตายจากความอดอยาก

จากการพูดคุยกับไฮนซ์ซูยีรู้ว่าเมื่อสิบเอ็ดปีก่อนทวีปไซนส์เกิดความอดอยากครั้งใหญ่เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ตั๊กแตนระบาดไปทั้งดินแดนในเวลานั้นและสร้างปัญหาให้กับทวีปนี้โดยมีประเทศเล็ก ๆ หลายแห่งถูกทำลายในคืนเดียว

ท่าทางหวาดกลัวของไฮนซ์ ซูยี่เห็นอย่างชัดเจน

สำหรับซูยี่มาจากสังคมขั้นสูงอย่างโลกเขาจะเคยได้เห็นฉากนี้ได้อย่างไร

แค่จินตนาการเขาก็รู้สึกหวาดกลัวแล้ว

ดังนั้นเขาจึงตั้งใจที่จะคิดค้นเครื่องจักรทางการเกษตรมากขึ้น

“ถ้าสิ่งนี้เพียงพอที่จะเพิ่มมาตรฐานความเป็นอยู่ของผู้คนในทวีปนี้บางทีนี้อาจจะเป็นเหตุผลที่ข้าได้มาที่โลกนี้”

ซูยี่มองไปบนท้องฟ้สยามราตรีที่เต็มไปด้วยดวงดาว ในเวลาเดียวกันเขาก็จมอยู่กับความคิดของตัวเอง

จบบทที่ บทที่ 39 เครื่องจักรทางการเกษต

คัดลอกลิงก์แล้ว