เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 แบรนด์

บทที่ 16 แบรนด์

บทที่ 16 แบรนด์


ซูยี่มองไปที่พัดลมเวทมนตร์ที่เกือบจะเหมือนกันบนโต๊ะ หลังจากนั้นซักพักเขาก็เอื้อมมือไปกดสวิตช์

พัดลมเวทมนตร์นิ่งอยู่ซักพักก่อนที่ใบพัดของมันจะเริ่มหมุ่นอย่างช้าๆ ไม่นานก็เริ่มมีลมเย็นๆพัดโชยออกมา

ซูยี่ที่ยืนอยู่หน้าพัดลมสัมผผัสได้ถึงสายลมเขาก็พยังหน้าเล็กน้อย “อืม แม้จะไม่เท่าแต่ก็ค่อนข้างเย็นทีเดียว”

ไฮนซ์ที่ยืนอยู่ข้างๆรู้สึกไม่ดีเขายื่นมือออกไปเพื่อปิดพัดลมเวทมนตร์ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดเพราะความวิตกกังวล “เรื่องมันเป็นแบบนี้แล้วนายยังจะไปชมมันอีกเหรอ รีบคิดหาวิธีเร็วเข้า ฉันจะบอกนายนะว่านี่ไม่ใช้เจ้าเดียว ฉันให้คนไปสืบมาแล้วแม้ในเมืองบันต้านี่จะมีไม่มากนัก แต่ที่เมืองอื่นน่ะมีสินค้าเลียนแบบเต็มไปหมด”

“นายตรวจสอบพบมั้ยว่าของเลียนแบบมาจากใหน?”

“ไม่พบเลย” ไฮนซ์ตอบด้วยน้ำเสียงท้อแท้

“ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบหรอก” ซูยี่โบกมือปมา “เพราะถึงเราจะรู้มันก็ไม่มีประโยชกับเรามากนัก”

“หมายความว่าไง ถ้าเรารู้ว่า...” ไฮนซ์ชะงักไปทันที

นี่เป็นเพราะจู่ๆเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าสำหรับสินค้าแบบนี้ไม่ต้องพูดถึงภายในอาณาจักรลัมปูรีเพราะแม้แต่ทั่วทั้งทวีปไซน์ก็ไม่มีกฏหมายใหนที่ค้มครองเรื่องสินค้าเลียนแบบ แม้ว่าพวกเขาจะพบว่าใครเป็นคนเลียนแบบพัดลมเวทมนตร์นี้แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่อาณาจักรจะลงโทษบุคคลนั้น อาณาจักรอาจจะตำหนิพวกเขาด้วยซ้ำที่โวยวายเกินเหตุ

“นายรู้แล้วสินะ” เมื่อเห็นการแสดงออกของไฮนซ์ซูยี่ก็รู้ทันที่ว่าเขาเข้าใจเหตุผลแล้ว “จริงๆแล้วตอนที่ฉันออกแบบพัดลมเวทมนตร์นี้ก็เคยคิดไว้แล้วลันะว่าซักวันต้องมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น”

ซูยี่ไม่ได้โกหกไฮนซ์ ตอนที่เขาออกแบบพัดลมเวทมตร์เขาก็หาข้อมูลไว้แล้ว เขามั่นใจว่าที่ทวีปไซน์นี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่ากฏหมายสิทธิบัตร เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงเรื่องการป้องกันการเลียนแบบสินค้า

ดังนั้นเขาจึงมั่นใจมานานแล้วว่าการเลียนแบบพัดลมเวทมนตร์ซักวันมันก็ต้องเกิดขึ้น เพราะระดับเทคโนโลยีที่ใช้ทำมันไม่ได้มีระดับที่สูงเกินไปจนยากที่จะเลียนแบบ

“ในเมื่อน่ยคิดไว้ก่อนแล้วนายมีวิธีป้องกันมั้ย เราจะต้องทนดูพวกเวรตะไรนี่จริงๆเหรอ ซูยี่นายก็น่าจะรู้ใช้มั้ยว่าแต่ละตัวที่ขายได้นั้นหมายถึงยอดขายของเราจะน้อยลงไปด้วย ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเหรียญทองที่เราจะได้รับก็ลดลงไปด้วยนะ”

“เอาล่ะๆ ไม่ต้องตื่นตูมขนาดนั้น” ซูยี่โบกมือเพื่อให้ไฮนซ์สงบสติตัวเองลง “ผ่อนคลายเข้าไว้ ในเมื่อฉันบอกว่าได้คิดเรื่องนี้ไว้แล้วเพราะฉะนั้นฉันก็ต้องคิดวิธิแก้ไว้แล้วเป็นธรรมดาจริงมั้ยนายลองมาดูนี่สิ”

ซูยี่คว้าหนึ่งในพัดลมเวทมนตร์ที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาและชี้ไปที่ฐานของมันให้ไฮนซ์ดู

“อะไรเหรอ?” ไฮนซ์รูสึกงุนงง

“นายเห็นสัญญลักษณ์ตรงนี้มั้ย” ซูยี่ชี้ไปที่ไอคอนวงกลมเหนือสวิตช์ที่ฐานของพัดลมเวทมนตร์ “นี่คือโลโก้แบรนที่ฉันออกแบบมาเพื่อพัดลมเวทมนตร์ของเรา”

ไฮนซ์ขมวดคิ้วมองดูปีกข้างหนึ่งภายมนวงกลมจากนั้นจึงถามด้วยความสับสนว่า “เจ้านี่เอาไว้ใช้ทำอะไร? โลโก้แบรที่นายพูดถึงมัน... คืออะไร”

“นี่...เอ่อนี่คือ เอาเป็นว่านายก็คิดว่านี่คือตราซึ่งเป็นตราที่มีเฉพาะในพัดลมเวทมนตร์ของเราเท่านั้น ฉันส่งเรื่องไปรัฐสภาของอาณาจักรเพื่อให้นี่เป็นตราของเราแล้ว จากนี้ไปหากไม่ได้รับอณุญาติจากเราไม่ว่าใครก็ตามที่ใช้ตรานี้จะถูกลงโทษอย่างรุนแรงจากรัฐสภา”ซูยี่อธิบาย

“ยื่นเรื่องขอตราจากรัฐสภางั้นเหรอ” ดวงตาของไฮนซ์เบิกโพลงขณะที่เขามองไปที่ซูยี่ด้วยความตกใจ “พระเจ้า นายยื่นเรื่องกับรัฐสภาเพื่อของตราเนี่ยนะ นายนี่มัน เดี่ยวก่อน นายยื่นเรื่องขอตราเกรดอะไร”

ซูยี่ยิ้มขณะที่เขาเหยียดสามนิ้วออกมา

“บ้าไปแล้ว” “ฮนซ์ตบหัวตัวเองอย่างแรงเขาพูดอย่างเจ็บปวดว่า” แม้ว่ารัฐสภาจะไม่ได้สนใจเรื่องตรานัก แต่ตราระดับสาม...ตอนนี้เราก็ต้องจ่ายเงินให้รัฐสภาสามร้อยเหรียญทองในแต่ละปีแล้ว”

“อืมจริงๆแล้วรัฐสภาไม่สามารถออกตราที่เหนือกว่านี้ให้ได้ พวกเขาจะออกให้ก็ต่อเมื่อฉันจ่ายเงินของหนึ่งปีแรกให้ก่อนเท่านั้น ไม่อย่างนั้นฉันคงจะขอตราระดับทองคำขาวแล้ว”

“ตราระดับทองคำขาว?” ทันใดนั้นไฮนซ์ก็ขึ้นเสียงและตะโกนออกมาว่า“นั่นมันต้องจ่ายถึงหนึ่งพันเหรียญทองในแต่ละปีเลยนะ นายต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ”

“ไม่นะ ตอนนี้ฉันสติยังดีอยู่” ซูยี่ให้ไฮนซ์นั่งลงพร้อมกับส่งน้ำชาให้เขา “ฉันคิดว่าตรานี้จะสามารถช่วยเราได้ในตอนนี้ ด้วยการช่วยเหลือจากตรานี้เราจะสามารถติดมันลงไปที่พัดลมเวทมนตร์ของพวกเราได้ ถึงแม้พวกเขาจะสามารถเลียนแบบพัดลมเวทมนตร์ได้ แต่ด้วยกฏของรัฐสภาพวกเขาจะไม่สามารถติดตรานี้ลงไปที่พัดลมเวทมนตร์ที่พวกเขาสร้างขึ้นได้”

ไฮนซ์ดื่มชาเต็มปากแล้วส่ายหัว“ฉันยังไม่เข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร แม้ว่าเราจะมีตรานี้ แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรขึ้นมาล่ะ”

“มีประโยชน์มากมายเลยล่ะ!” ซูยี่กล่าวอย่างมั่นใจว่า“ตรานี้จะสามารถใช้เพื่อแยกความแตกต่างของพัดลมเวทมนตร์ที่เราผลิตและของที่เลียนแบบขึ้นมาได้และด้วยความแตกต่างนั้นสิ่งนี้จะกลายมาเป็นแบรนด์ของเรา!”

ไฮนซ์ยังคงไม่เข้าใจ“แล้วแบรนด์ล่ะ? มันคืออะไร”

ซูยี่ส่ายหัว เพื่อที่จะอธิบายคุณค่าของแบรนด์ให้กับผู้คนบนโลกนี้เข้าใจมันค่อนข้างที่จะลำบากเล็กน้อย

ยิ่งไปกว่านั้นมันยากมากสำหรับผู้คนที่จะเข้าใจสิ่งนี้ ผู้คนจะเข้าใจได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาเคยเห็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ซูยี่ก็โบกมือให้กับไฮนซ์

“อืม ไฮนซ์ที่เมืองบันต้านี้มีมั้ย ไอที่เหมือนกัยหนังสือพิมพ์น่ะ”

###

อเฟย์เลียรู้สึกโกรธมาก

สำหรับนักล่าชราที่อาศัยการล่าสัตว์เพื่อเลี้ยงชีพเหรียญทองสองเหรียญเป็นรายได้ครึ่งเดือนจากการล่าสัตว์ในภูเขา โดยปกติเขาจะไม่เต็มใจที่จะใช้จ่ายจำนวนมากในครั้งเดียว

ถ้าไม่ใช่เพราะหลานชายที่รักของเขาเป็นลมเพราะความร้อนในช่วงสองวันที่ผ่านมาเขาคงไม่ตัดสินใจซื้อพัดลมเวทมนตร์ที่มีราคาแพงนี้มา

แม้ว่าพัดลมเวทมนตร์นี้จะค่อนข้างดี ูแรกๆตอนที่มันส่งลมเย็นๆออกมามันทำให้หลายชายของเขายิ้มด้วยความสุข แต่… ..เวรเอ้ย! พัดลมตัวนี้ทำงานแค่สองวันใบพัดนี้ก็ไม่หมุนอีก!

อเฟย์เลียซื้อผลึกเวทย์มาใส่หลายชิ้นแล้ว แต่ไม่ว่าเขาจะใช้ผลึกเวทย์แบบใหนพัดลมเวทมนตร์ก็ไม่ทำงานเลย

เมื่อเห็นใบหน้าของหลานชายตัวน้อยของเขาแดงซ่านเพราะความร้อนแค่ไหน ในที่สุดอเฟย์เลียก็ไม่สามารถทนมันได้อีกต่อไป เขาหยิบพัดลมเวทมนตร์ในมือข้างหนึ่งและเข้าไปในเมืองบันต้า

คนที่ขายพัดลมเวทมนตร์ให้กับเขาบอกว่าเขาซื้อพัดลมเวทมนตร์มาจากร้านที่ชื่อร้านขายของทั่วไปไฮนซ์ ตอนที่พัดลมเวทมนตร์มีปัญหาเจ้าพ่อค้าเวรนี่ก็บอกปัด ไม่เป็นไร เขาก็แค่ไปที่ร้านขายของทั่วไปไฮนซ์ก็ไม่น่ามีปัญหา

อเฟย์เลียไม่ได้มาที่เมืองบันต้าบ่อยนัก เขาใช้เวลาในเมืองไม่มากนักก่อนที่จะพบร้านขายของทั่วไปไฮนซ์ อย่างก็ตามเมื่อเขามาถึงร้านขายของทั่วไปไฮนซ์เขาก็ตกตะลึงทันที

เนื่องจากทางเข้าร้านค้าทั่วไปเต็มไปด้วยผู้คน ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูสบาย ๆ มีคนมากกว่าร้อยคน

สิ่งที่ทำให้อเฟย์เลียอยากรู้มากขึ้นก็คือคนเหล่านี้ล้วนมีพัดลมเวทมนตร์อยู่ในมือ

“เฮ้เจ้าหนุ่มเกิดอะไรขึ้นกัน? ทำไมถึงมีคนมากมายที่นี่” อเฟย์เลียดึงชายหนุ่มคนหนึ่งออกจากฝูงชนอย่างอยากรู้อยากเห็นและถามเขา

ชายหนุ่มมองไปที่อเฟย์เลียและเห็นพัดลมเวทมนตร์ในมือของเขาเขาก็เผยให้เห็นความเข้าใจทันที

“ลุง พัดลมเวทมนตร์ของลุงก็พังเหรอ”

“ใช้แล้ว อย่าบอกนะทุกคนที่นี่ก็เป็นเหมือนกันน่ะ”

“ใช้ ไอ้พวกค้าแต่กำไรนี่” ชายหนุ่มถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความโกรธ “ฉันซื้อพัดลมเวทมนตร์มาแต่แค่คืนเดียวมันก็หยุดหมุนแล้ว เหงื่อฉันออกทั้งคืนจนฉันนอนไม่หลับเลย”

เสียงของชายหนุ่มดังมากและคนข้างๆเขาก็ได้ยินอย่างชัดเจนดังนั้นทุกคนจึงเห็นด้วยกับเขา

“ใช้แล้ว พัดลมเวทมนร์ของฉันก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน มันหยุดหมุนหลังจากใช้ไปแค่คืนเดียว ถึงแม้ว่าจะเปลียนผลึกเวทย์แล้วมันก็ไม่ได้ผล”

“ของฉันดีกว่าของนายนิดหน่อย ฉันใช้มันมาสองวันแล้ว แต่มันก็ไม่ทำงานเมื่อช่วงเทียงของวันนี้”

“ดูเหมือนว่าฉันจะโชคร้ายที่สุด ฉันใช้มันเพียงไม่ถึงสองชั่วโมงก่อนที่มันจะหยุดอย่างกะทันหัน ให้ตายเถอะฉันใช้เงินไปสามเหรียญทองเลยนะ!”

"หา? นายใช้เงินไปสามเหรียญทอง? ราคาของมันแค่สองเหรียญทองไม่ใช่หรือ?”

"สอง? ทำไมคนขายถึงขายให้ฮันสามเหรียญทองล่ะ”

“นายถูกหลอกแล้ว……”

… ...

เมื่อได้ยินการพูดคุยของผู้คนรอบตัวเขาอเฟย?เลียรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย

หากมีแค่พัดลมของเขาที่มีปัญญาหาเจ้าของร้านอาจไม่ยอมรับ แล้วปัญหาของเขาก็คงจะไม่สามารถแก้ได้ง่ายนัก

ตอนนี้คนที่นี่ทั้งหมดมีปัญหาที่เหมือนกันกับเขา หากเจ้าของร้านไม่คิดจะรับผิดชอบละก็ เขาจะต้องรับความโกรธของฝูงชนแน่

ขณะที่พวกเขากฎลังพูดคุยกันประตูของร้านขายของทั่วไปไฮนซ์ก็เปิดออกอย่างช้าๆ

ทุกคนรีบหันไปทันที

“เฮ้พัดลมเวทมนตร์ของฉันเสีย คุณซ่อมมันได้มั้ย?”

“ของฉันก็พังเช่นกัน! ฉันต้องการแลกกับอันอื่น!”

"ถูใช้แล้ว แลกกับอันอื่น!”

"ขูดเลือดขูดเนื้อ! พ่อคนนี้ใช้เงินไปทั้งหมดสองเหรียญทองแต่มันก็พังในวันเดียว! ระวังพ่ออาจแจ้งเรื่องนี้กับทางการ!”

… ...

เมื่อประตูร้านเปิดออกไฮนซ์ก็ออกมาด้วยท่าทางที่ค่อนข้างแปลก

เมื่อเห็นฝูงชนที่กำลังอยู่ในความวุ่นวายไฮนซ์ก็รู้สึกตกใจมาก

“นี่ซูยี่เขารู้ได้ไงว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”

เรื่องที่เขาพูดคุยกันเมื่อคืนปรากฏขึ้นในใจของเขา ไฮนซ์ยกมือขึ้นก่อนจะตบลง เขาพูดเสียงดังว่า “ทุกคนใจเย็นๆ มีปัญหาอะไรก็ค่อยๆพูดกัน ฉันเป็นเจ้าของร้านนี้ชื่อไฮนซ์! หากมีปัญหากับร้านค้าของฉันฉันจะแก้ปัญหานี้ให้ทุกคนอย่างแน่นอน!”

“ดีแล้วที่คุณจะแก้ปัญหานี้ นี่ฉันซื้อพัดลมเทมนตร์มาจากร้านของคุณแต่ว่าใช้ไปแค่วันเดียวมันก็พังแล้ว ช่วยอธิบายมันหน่อยได้มั้ย”ชายร่างใหญ่กล่าวด้วยเสียงอันดัง

“คุณจะชดเชยให้กับเรายังไง ของชิ้นนี้มีราคาตั้งสองเหรียญทองมันคงไม่พังง่ายขนาดนี้หรอกใช่มั้ย” อีกคนตะโกนออกไป

“ถึงคุณจะไม่ชดเชยให้ฉัน แต่คุณก็ต้องซ่อมให้ฉัน! ไอเสือในบ้านฉันเกลียดความร้อนมาก!”

… ...

“ทุกคนใจเย็น ๆ ก่อน!” ไฮนซ์ตะโกนออกมาอีกครั้งและกดเสียงของทุกคนลง เมื่อมองไปรอบ ๆ เขาชี้ไปที่ชายร่างใหญ่ที่เสียงดังที่สุดแล้วพูดว่า“ให้ฉันดูพัดลมเวทมนตร์ของคุณหน่อย”

ชายร่างใหญ่ยื่นพัดลมเวทมนตร์ให้ไฮนซ์ด้วยคนจำนวนมากที่กำลังเฝ้าดูเขาจึงไม่กังวลว่าไฮนซ์จะกล้าหลอกลวงเขา

ใครจะไปคิดว่าหลังจากที่ไฮนซ์ดูมันเล็กน้อยเขาจะส่ายหัว“ฉันขอโทษจริงๆพัดลมเวทมนตร์นี้ไม่ได้ขายโดยเรา ฉันแก้ปัญหาของคุณไม่ได้”

“ฮะ? นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน?” เมื่อเห็นไฮนซ์ปฏิเสธเขาจริงๆชายร่างใหญ่ก็กะโจนเข้ามาทันทีด้วยความโกรธ“ฉันถามไปแล้วมีเพียงร้านของคุณเท่านั้นที่ขายพัดลมเวทมนตร์ในเมืองบันตา ถ้าคุณไม่ได้ขายมัน แล้วมันหล่นลงมาจากฟ้าหรือไง”

“ใช้แล้วไม่มีร้านอื่นที่ขายสิ่งนี้ นอกจากว่าของคุณคุณไม่กล้ายอมรับอย่างนั้นหรือ”

“ไอ้บ้านี่ต้องการโกงเรา!”

"ขูดเลือดขูดเนื้อ! ทุบตีเขาให้ตาย!”

… ...

เมื่อเห็นฝูงชนระเบิดความโกรธออกมาไฮนซ์ก็รู้สึกกลัวเล็กน้อย หลังจากหายใจเข้าลึก ๆ เขาก็สงบสติอารมณ์ลงแล้วตะโกนว่า“พัดลมเวทมนตร์ตัวนี้ไม่ได้ขายโดยเราเพราะไม่มีตราสินค้าของเรา”

จบบทที่ บทที่ 16 แบรนด์

คัดลอกลิงก์แล้ว