เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 นายน้อยกลายเป็นคนสวน

ตอนที่ 8 นายน้อยกลายเป็นคนสวน

ตอนที่ 8 นายน้อยกลายเป็นคนสวน


หลังจากนำศพของจวี้เซียงไปยังสุสานรวม จ้าวเหลยได้ตรวจสอบทรัพย์สินของนางแต่ก็ไม่พบเบาะแสใด ๆ จึงหันมาให้ความสนใจกับ “ฆาตกรที่ฆ่าปิดปาก” แทน

ลู่โฉ่วอี๋ตกใจมาก ไม่คิดว่าในจวนของเขาจะมี “ยอดฝีมือเพลงเตะ” ที่แข็งแกร่งพอ ๆ กับจ้าวเหลยซ่อนอยู่ นี่มันเรื่องใหญ่!

ไม่นานนัก จ้าวเหลยก็พบเบาะแส

“ท่านอ๋อง ที่มุมหนึ่งของสวนมีกองหินถล่มลงมา ข้าน้อยคิดว่ามันถูกเตะจนแตกโดยผู้ที่มีวิชาเพลงเตะอันร้ายกาจ! ฝีมือของคนผู้นี้น่าจะเหนือกว่าข้าน้อย!”

ลู่โฉ่วอี๋ตกใจอีกครั้ง เมื่อมาถึงกองหินที่พังทลายลงมา ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว “ในจวนข้ามียอดฝีมือเช่นนี้แฝงตัวอยู่ ช่างน่าเป็นห่วงยิ่งนัก! สืบ! ต้องสืบให้รู้เรื่อง!”

“ขอรับ!” จ้าวเหลยรีบรวบรวมยอดฝีมือด้านวรยุทธ์ในกองทัพเพื่อเริ่มการสืบสวนทันที

แต่ไม่ว่าจะสืบอย่างไร ก็ไม่พบเบาะแสใด ๆ

อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่ลู่เฉินฆ่าจวี้เซียง เขาก็กลับไปยังเรือนพักและได้รับรางวัลจากระบบในทันที

[สังหารสายลับ ท่านสังหารสายลับที่แฝงตัวอยู่ข้างกายได้สำเร็จ ระบบจะมอบหัวข้อรางวัลสามอย่าง โปรดเลือกมาหนึ่งอย่าง:

1. อาวุธวิเศษขั้นสูง “มีดสั้นเอ๋อเหมย”
2. วิชาเสริม “เคล็ดวิญญาณหมื่นพฤกษา”
3. ยา “ยาบำรุงปราณ” ]

ลู่เฉินอยากได้อาวุธวิเศษ แต่มีดสั้นไม่ใช่อาวุธที่เขาชอบ ส่วนข้อสามก็ไม่ได้จำเป็นเท่าใดนัก

เขาตัดสินใจทันที “ข้าเลือกข้อสอง”

ในพริบตาทักษะเสริม “เคล็ดวิญญาณหมื่นพฤกษา” ก็ปรากฏขึ้นในหัว เขาศึกษาอย่างตั้งใจ ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกพอใจ

“ก่อนหน้านี้ข้าไม่รู้ว่าวิชาเสริมคืออะไร ที่แท้ก็มีประโยชน์เช่นนี้นี่เอง!”

ในหน้าต่างระบบมีแถวหนึ่งเขียนว่า "วิชาเสริม" ลู่เฉินไม่เคยรู้ว่าวิชาแบบนี้มีไว้เพื่ออะไร แต่หลังจากที่ได้อ่านเคล็ดวิญญาณหมื่นพฤกษาเขาก็เข้าใจได้ทันที

เคล็ดวิญญาณหมื่นพฤกษาเป็นวิชาปลูกและเพาะปลูกพืชพันธุ์ แล้ววิชาเช่นนี้มีประโยชน์อย่างไร?

มันสามารถเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างผู้ฝึกฝนกับพลังปราณไม้ได้

เดิมทีลู่เฉินฝึกวิชาที่เน้นธาตุไม้ หากเพิ่มความสัมพันธ์กับพลังปราณไม้ให้มากขึ้น ก็อาจบรรลุถึงขั้นที่มนุษย์กับพืชเป็นหนึ่งเดียวกัน กล่าวคือ เพิ่มพรสวรรค์ด้านธาตุไม้ของเขานั่นเอง!

สำหรับผู้ฝึกฝน พรสวรรค์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง!

วิชาที่สามารถเพิ่มพรสวรรค์นั้นเป็นสิ่งล้ำค่าหาได้ยากยิ่ง!

“เยี่ยมมาก! นี่มันแก้ไขจุดอ่อนของข้าได้พอดี” ลู่เฉินพยักหน้าอย่างพอใจ

เขาศึกษาเคล็ดวิญญาณหมื่นพฤกษา พบว่ามันเริ่มต้นได้ง่าย แต่หากต้องการฝึกฝนให้ลึกซึ้งนั้นค่อนข้างยุ่งยาก…

ไม่ยาก แต่เสียเวลามาก

การฝึกฝนเคล็ดวิญญาณหมื่นพฤกษาต้องใช้เวลาในการปลูกและดูแลพืชพันธุ์เป็นอย่างมาก เพื่อสร้างความสนิทสนมระหว่างตนเองกับพืช ซึ่งจะช่วยให้สามารถสัมผัสกับพลังปราณไม้ได้ง่ายขึ้น

“ก็ไม่เลว ข้าก็ว่างอยู่พอดี”

วิชาพื้นฐานของลู่เฉินไม่จำเป็นต้องฝึกฝน รอใช้การจำลองก็เพียงพอ เช่นนั้นเขาก็มีเวลาว่างมากมาย เอาไว้ปลูกดอกไม้ เพาะพันธุ์พฤกษา ยกระดับจิตใจและเพิ่มพรสวรรค์ไปด้วยในตัว

เมื่อคิดได้ดังนั้น วันรุ่งขึ้นเขาก็ออกจากเรือนพัก มุ่งหน้าไปยังสวนดอกไม้ข้าง ๆ

ในจวนมีคนสวนประจำอยู่แล้ว เขาติดตามท่านอ๋องมาตั้งแต่ยังหนุ่ม ปัจจุบันมีชื่อว่าลู่อัน อายุประมาณ 50 ปี แต่งงานมีครอบครัว ลูกเมียของเขาก็ทำงานอยู่ในจวนเช่นกัน

แม้ว่าลู่เฉินจะมีเคล็ดวิญญาณหมื่นพฤกษา แต่เขาก็ไม่รู้จักชื่อของพืชพันธุ์มากนัก เขาจึงต้องการขอคำแนะนำจากลู่อัน

“คุณชายคิดจะปลูกดอกไม้หรือขอรับ?” ลู่อันประหลาดใจที่ลู่เฉินมาหาเขาถึงที่

ลู่เฉินยิ้ม “ท่านพ่อสั่งกักบริเวณข้าหกเดือน ข้าไม่มีอะไรทำ เห็นดอกไม้สวยงามดีจึงอยากลองปลูกบ้าง ขออาลู่ช่วยแนะนำข้าหน่อยได้หรือไม่?”

“ขอรับ ข้าน้อยยินดีช่วยเหลือคุณชายอย่างเต็มที่” ลู่อันเป็นบ่าวรับใช้ตระกูลลู่มาหลายชั่วอายุคน เขาจึงแทนตัวเองว่าข้าน้อย

“เช่นนั้นก็ดี”

ลู่เฉินจัดสวนดอกไม้ในสวนของจวน ซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เขาตัดสินใจเริ่มปลูกดอกไม้ที่ง่ายที่สุดก่อนแล้วค่อย ๆ เพิ่มระดับความยากขึ้น

ลู่อันคิดว่าลู่เฉินคงปลูกได้ไม่นานก็คงเบื่อ แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าลู่เฉินไม่เพียงแต่ทำอย่างจริงจัง แต่ยังลงมือทำเอง ไม่รังเกียจดินโคลน ปลูกดอกไม้ทีละต้นอย่างตั้งอกตั้งใจ

ในห้องหนังสือ

ลู่โฉ่วอี๋กำลังอ่านจดหมายอยู่ก็เห็นจ้าวเหลยเดินเข้ามา เขารีบเก็บจดหมายลงในกล่องไม้เล็ก ๆ ล็อคอย่างระมัดระวังก่อนถามว่า “สืบเรื่องนั้นไปถึงไหนแล้ว?”

จ้าวเหลยคุกเข่าลงข้างหนึ่งทันที “ฝ่าบาท ข้าน้อยไร้ความสามารถ ยังสืบหาตัวยอดฝีมือเพลงเตะคนนั้นไม่พบขอรับ”

ลู่โฉ่วอี๋ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เขาไม่สั่งให้จ้าวเหลยลุกขึ้นแต่ถามด้วยน้ำเสียงเข้ม “คนผู้นั้นฆ่าจวี้เซียง การสืบหาตัวคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาเตะหินจนแตกกระจาย เสียงดังขนาดนั้น ไม่มีใครได้ยินเลยหรือ?”

จ้าวเหลยคุกเข่าก้มหน้า “คนผู้นั้นน่าจะเข้าไปในสวนและเตะกองหินก่อนลงมือฆ่าจวี้เซียง ตอนนั้นทุกคนในจวนกำลังตามหาตัวนาง แม้บางคนจะได้ยินเสียงแต่ก็ไม่พบร่องรอยใด ๆ”

“ถ้าเช่นนั้นก็พอเข้าใจได้” ลู่โฉ่วอี๋จึงอนุญาตให้จ้าวเหลยลุกขึ้นยืนก่อนถามต่อ “มีอะไรน่าสงสัยอีกบ้างหรือไม่? ช่วงนี้มีใครเข้าไปในสวนบ่อย ๆ บ้าง?”

เมื่อถามดังนั้น สีหน้าของจ้าวเหลยก็ดูแปลกไป

“ว่ามา!”

จ้าวเหลยกล่าวด้วยสีหน้าลำบากใจ “หากจะพูดถึงเรื่องน่าสงสัย คุณชายเจ็ดก็นับว่าน่าสงสัยที่สุดขอรับ สองวันก่อนที่กองหินจะถูกเตะจนแตก มีคนเห็นคุณชายเข้าออกสวนหลายครั้งในตอนกลางคืนและเช้าตรู่…”

“เป็นไปได้อย่างไร?” ลู่โฉ่วอี๋หัวเราะ

บุตรชายของเขาเป็นเพียงคนไร้ค่า ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยทำอะไรสำเร็จ ไม่เคยฝึกวรยุทธ์แม้แต่วันเดียว การบอกว่าเขาเป็นยอดฝีมือเพลงเตะช่างเป็นเรื่องตลกสิ้นดี

จ้าวเหลยกล่าวต่อ “ข้าน้อยสืบทุกเบาะแส จึงสืบหาสาเหตุที่คุณชายเข้าออกสวนหลายครั้ง ในตอนแรกยังไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้ข้าน้อยเข้าใจแล้วขอรับ”

“โอ้? เจ้าสารเลวนั่นเข้าไปในสวนทุกวันเพราะเหตุใด?” ลู่โฉ่วอี๋เริ่มสนใจ

“ช่วงนี้คุณชายสนใจการปลูกดอกไม้ ข้าได้ยินมาว่าเขาขอคำแนะนำจากลู่อัน ระยะนี้เขายุ่งอยู่กับการพรวนดินปลูกดอกไม้กับลู่อันทุกวันขอรับ”

“ฮ่า ๆ” ลู่โฉ่วอี๋อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ

ทว่าในเสียงหัวเราะกลับแฝงไปด้วยความเศร้า “ปลูกดอกไม้งั้นหรือ…หวังว่าเขาจะตั้งใจจริง แม้การเป็นคนสวนจะฟังดูไม่ดีนัก แต่อย่างน้อยก็เป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้”

จ้าวเหลยได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสะเทือนใจ บุตรชายหกคนก่อนหน้าของท่านอ๋องล้วนเป็นคนดีมีฝีมือทั้งบุ๋นและบู๊ แต่น่าเสียดายที่สวรรค์ริษยา อีกทั้งยังเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ

เหลือเพียงลู่เฉิน คุณชายไร้ค่าที่เอาแต่เรียนปลูกดอกไม้กับคนสวน ช่างน่าอับอายยิ่งนัก

แต่เพราะความไร้ค่าของลู่เฉินนี่แหละที่ทำใหเขามีชีวิตรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้

หากฮ่องเต้อยากให้ขุนนางตาย ขุนนางก็ต้องตาย! แม้แต่อ๋องเจิ้นหนานที่เคยยิ่งใหญ่ก็ยังต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้

ลู่โฉ่วอี๋หยุดหัวเราะ กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เขาชอบปลูกดอกไม้ก็ดี ข้าเหลือเพียงบุตรชายคนเดียว หยุดสืบเรื่องนี้เถอะ ตั้งใจคุ้มกันบุตรชายของข้าก็พอ”

“ขอรับ!”

จ้าวเหลยคุกเข่าลงข้างหนึ่งอีกครั้งพร้อมกล่าวเสียงดัง “จ้าวเหลยติดตามท่านอ๋องมานาน ไม่เคยกลัวตาย บัดนี้ข้าจะปกป้องคุณชายด้วยชีวิต ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ คุณชายจะต้องปลอดภัย!”

“เจ้าช่างภักดี ลุกขึ้นเถอะ” ลู่โฉ่วอี๋ยิ้มและพยักหน้า

จ้าวเหลยลุกขึ้นยืน “ท่านอ๋อง ในจวนคงมีสายลับมากกว่าจวี้เซียง แม้จะหาตัวยอดฝีมือเพลงเตะคนนั้นไม่พบ แต่ก็ต้องมีคนอื่นอีก…”

ลู่โฉ่วอี๋ลุกขึ้นยืน โบกมือ “หากมีคนจ้องมองข้าอยู่ คงร้อนใจที่ข้ายังไม่ลงมือ ในเมื่อเขาอยากรู้นักก็ปล่อยให้เขารู้ไป ไม่ต้องตามหาอีก”

จบบทที่ ตอนที่ 8 นายน้อยกลายเป็นคนสวน

คัดลอกลิงก์แล้ว