เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2: เลิกหวังไปได้เลย

บทที่ 2: เลิกหวังไปได้เลย

บทที่ 2: เลิกหวังไปได้เลย


บทที่ 2: เลิกหวังไปได้เลย

ถึงเวลาพอดี กู้หนานซีใกล้จะได้เริ่มแสดงบทบาทของตัวเองแล้ว

กู้หนานซีค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เห็นชายหนุ่มในชุดไว้ทุกข์สูงใหญ่ยืนอยู่ตรงหน้าหญิงสาวงามสะพรั่ง มองเธอด้วยสายตาระแวดระวัง

เขาคือ ซูเสวียนหมิง บุตรชายคนโตอย่างไม่ต้องสงสัย

กู้หนานซีสบตากับหญิงสาวผู้นั้นอีกครั้ง อีกฝ่ายไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย กลับยิ้มนิด ๆ พลางลูบเชือกป่านที่เอวอย่างแผ่วเบา

นางคือนางเอก หลี่หนิงจิ้ง

“ท่านพี่สะใภ้ ซูเสวียนหมิงทำเกินไปแล้ว! ถึงกับพาบุตรสาวพ่อค้ามางานศพ ไม่คิดถึงหน้าตา ตระกูลหย่งชางบ้างเลยหรือ? ทำไมท่านไม่จัดการอะไรซะที!”

ผู้พูดเป็นชายรูปร่างกำยำ ผิวคล้ำ ดวงตาเล็กกลอกไปมา ดูยังไงก็ไม่น่าไว้วางใจ

ปากบอกว่าหวังดีกับ ตระกูลหย่งชาง แต่แววตาเต็มไปด้วยความอยากยุเรื่องให้ใหญ่โต

ถ้าเจ้าของร่างเดิมยังมีชีวิตอยู่ คงควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และไล่จิ้งเหนียงออกไปแล้ว

ดูท่าชายผู้นี้น่าจะเป็นพี่ชายของ หย่งชางโหว

เจ้าของร่างเดิมมีบุตรชายสองคน บุตรสาวหนึ่งคน บุตรคนรองร่างกายอ่อนแอ หากบุตรคนโตทำตัวเสี่ยมเสีย ตำแหน่งโหวอาจตกไปอยู่กับคนอื่น

เฮ้อ หย่งชางโหวไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้กันแน่ ถึงได้มีแต่คนรอบตัวเป็นตัวร้ายหรือไม่พวกปลิ้นปล้อนทั้งนั้น

“ท่านแม่เจ้าคะ...” ซูอวิ้นหยวนลังเล ก่อนจะกลืนคำพูดลงไป

กู้หนานซีเหลือบมองปิ่นหยกบนศีรษะของซูอวิ้นหยวน มันแกะสลักอย่างประณีต ดูก็รู้ว่ามีมูลค่ามหาศาล

ซูอวิ้นหยวนได้เดือนละแค่ห้าตำลึง จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อปิ่นหยกแบบนี้ได้? แน่นอนว่าต้องมีคนให้มา

กู้หนานซีมองไปที่จิ้งเหนียงอีกครั้ง นางก้มหน้า ไม่แสดงอาการผิดหวังที่ซูอวิ้นหยวนไม่ได้พูดให้นางเลย

“แค่ก ๆ ท่านแม่ ชีวิตคนเราสั้นนัก ข้าเองก็ร่างกายอ่อนแอ กลัวว่าจะไม่สามารถให้ทายาทแก่ตระกูลโหวได้ ทำไมไม่ปล่อยให้พี่ใหญ่สมหวังเสียหน่อย จะได้อุ้มหลานให้ท่านแม่เร็วขึ้น”

ซูอวิ้นถิงพูดพลางไอหอบ ปิดปากด้วยผ้าเช็ดหน้า

เขาสวมชุดขาว เรียบง่าย มีเพียงดาบสั้นห้อยอยู่ที่เอว ดูไม่เหมาะกับคนในตระกูลขุนนางเลย

เขาลูบด้ามดาบเป็นระยะ ลูบอย่างอ่อนโยน ชัดเจนว่าเขาหวงแหนดาบเล่มนี้มาก

ท่านย่าโหว ปรากฏตัวขึ้นมาจากไหนไม่รู้ เอ่ยเสียงเบา

“บุตรสะใภ้ ตอนเสวียนหมิงยังเล็ก ข้าพาเขาไปเลี้ยงเอง เจ้าก็ไม่เคยชอบเขาอยู่แล้ว แต่เรื่องสำคัญเช่นนี้ เจ้าก็ควรแสดงความเป็นแม่บ้าง อย่าใจร้ายกับเขานักเลย”

คำพูดแหลมคมของท่านย่าทำให้สีหน้าของซูเสวียนหมิงหม่นลงทันที ราวกับจะระเบิดออกมา

จังหวะนั้นเอง จิ้งเหนียงก็แอบดึงแขนเสื้อเขาเบา ๆ

ซูเสวียนหมิงกัดฟันกรอดระงับอารมณ์ มองกู้หนานซีอย่างเคียดแค้น ราวกับเธอคือศัตรู

แขกที่ควรจะอยู่ในลานศพต่างกรูกันเข้ามาดูเรื่องสนุก

เห็นกู้หนานซีอ้อยอิ่งไม่พูดจา ระบบมารดาผู้เมตตาจึงเร่งกระตุ้นเธอ

“นางเอกให้เครื่องประดับแก่น้องสาวคนเล็ก ให้ดาบน้องชาย ท่านแม่สามีก็ขัดแย้งกับท่านมาตลอด นางกำลังจะโดดเดี่ยวท่านนะ! แสดงพลังของนางเอกทะลุมิติให้พวกเขาได้รู้ว่าใครคือตัวจริง!”

กู้หนานซีเหลือบตามองทุกคนอย่างเฉื่อยชา แล้วยกนิ้วเรียกซูเสวียนหมิงให้เข้ามา

ซูเสวียนหมิงหันไปมองจิ้งเหนียง เห็นแววตาเป็นห่วงของนางก็รวบรวมความกล้า

เขาก้าวเข้ามาหากู้หนานซี สีหน้าราวกับเดินเข้าสู่สนามรบ

เด็กหนุ่มคนนี้สูงเกือบ 1.8 เมตร

กู้หนานซีนั่งอยู่บนเก้าอี้ ต้องเงยหน้าขึ้นถึงจะเห็นปลายคางของเขา

เธอลูบคอตัวเองอย่างเมื่อยล้า แล้วทำมือให้เขาย่อตัว

ซูเสวียนหมิงลังเลเล็กน้อย แล้วก็ย่อตัวลงในที่สุด

“แม่ไม่เห็นด้วย” กู้หนานซีพูดอย่างไร้อารมณ์

ซูเสวียนหมิงโกรธจนเลือดขึ้นหน้า อยากจะลุกขึ้นโต้เถียงทันที ระบบมารดาผู้เมตตาถึงกับตบมือเชียร์

“เอาเลย! สู้เลย!”

กู้หนานซีพูดต่อทันที

“ดาบของน้องชาย กับปิ่นหยกของน้องสาว ล้วนเป็นของที่จิ้งเหนียงให้มาสินะ?”

สีหน้าซูเสวียนหมิงเปลี่ยนไปทันที เขาไม่ชอบการให้ของอะไรแบบนี้นัก

แต่เพราะเป็นจิ้งเหนียงที่ทำเพื่อให้ทั้งสองได้แต่งงานกัน เขาจึงได้แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

ตอนนี้มารดาพูดออกมาตรง ๆ ซูเสวียนหมิงก็ถังกับพูดไม่ออก

“อะ... เอ่อ... ใช่ขอรับ” เขาตอบด้วยท่าทางหงอยเหงา

จากสุนัขพันธุ์ทิเบตที่พร้อมจะกระโจน กลายเป็นหมาชิวาว่าในพริบตา

กู้หนานซีอดหัวเราะไม่ได้ “เจ้านี่มัน...”

“นายหญิงเจ้าคะ ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเอง อย่าโทษซูหลางเลย ข้าเป็นคนขอเขาเอง! ท่านโหวผู้เฒ่าสิ้นแล้ว ซูหลางกินไม่ได้นอนไม่หลับ ข้าเพียงแค่อยากอยู่เคียงข้างเขา มาส่งท่านผู้เฒ่าเป็นครั้งสุดท้าย”

จิ้งเหนียงฟังไม่รู้ว่ากู้หนานซีกับซูเสวียนหมิงคุยอะไรกัน แค่เห็นว่าพอแม่พูดไม่กี่คำ ซูเสวียนหมิงก็หมดแรงทันทีก็ร้อนใจ

นางจึงไม่สนใจสิ่งใดอีก คุกเข่าลงตรงหน้ากู้หนานซีด้วยเสียงดัง

แขกส่วนใหญ่ในงานล้วนเป็นคุณหญิงจากตระกูลใหญ่ ใครกันไม่มี “สตรีเสแสร้ง” อยู่ในเรือน? ดมกลิ่นก็รู้

“นายหญิงหย่งชางโหวช่างอาภัพนัก สามีมีอนุ บุตรชายยังจะเอาสตรีเสแสร้งเข้าบ้านอีก คิดแล้วก็แค้นแทน”

“โชคดีที่คนที่จิ้งเหนียงหลงรักคือซูเสวียนหมิง ถ้าเป็นบุตรชายข้าล่ะก็ ข้าจะฟาดให้ขาหัก!”

คำพูดของเหล่าสตรีไม่ดังไม่เบา แต่ดังพอให้ทุกคนได้ยิน

จิ้งเหนียงไม่สนใจเลย นางเป็นเจ้าของร้านยามาหลายปี ได้ยินมาทุกแบบ จะให้มาโมโหเพราะคำพวกนี้ได้อย่างไร?

ยิ่งคนพวกนี้ด่านางมากเท่าไร ซูหลางก็จะสงสารนางมากขึ้นเท่านั้น

แน่นอนว่า พอซูเสวียนหมิงได้ยิน ก็หันไปมองจิ้งเหนียงด้วยสายตารู้สึกผิด

เขาคุกเข่าลงทันที “ท่านแม่ ทุกอย่างเป็นความผิดของข้า ไม่เกี่ยวกับจิ้งเหนียง ท่านจะตีจะด่ายังไงก็เชิญเลย”

กู้หนานซีพูดเสียงอ่อน “เจ้าผิดจริง ๆ”

ซูอวิ้นหยวนมองแม่อย่างเป็นห่วง แม่ของเธอเป็นคนระวังคำพูดมาก วางตัวเรียบร้อยอยู่เสมอ ทำไมวันนี้ถึงดูเปลี่ยนไปนัก? หรือพี่ชายทั้งสองทำให้ท่านแม่โกรธจนเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยหรือ?

กู้หนานซีหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบช้า ๆ จากนั้นท่ามกลางสายตาทุกคน เธอกล่าวว่า

“เอาใจคนอื่นเป็น แต่เอาใจแม่ตัวเองไม่เป็น?”

เธอเอียงหน้า มองซูเสวียนหมิงอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ

“หรือว่า...เจ้าไม่รู้ว่าแม่เจ้าชอบอะไร?”

ซูเสวียนหมิงงงไปครู่หนึ่ง ท่านแม่หมายถึงอะไร? นางพูดจริงหรือแค่กล่าวประชดประชัน?

จิ้งเหนียงก็เลิกทำท่าทางน่าสงสารแล้ว ตั้งท่าระมัดระวัง รอฟังว่ากู้หนานซีจะทำอะไรต่อ

กู้หนานซีกวักมือเรียกซูเสวียนหมิงมากระซิบ

“จะบอกความลับให้ มีสิ่งเดียวในโลกนี้ที่แม่หลงใหลที่สุด! นั่นคือ ทองคำ!”

“หา?!” ซูเสวียนหมิงแทบไม่เชื่อหูตัวเอง นี่ใช่ท่านแม่ผู้สง่างามที่เขารู้จักหรือไม่? ท่านแม่ที่ไม่เคยพูดถึงเงินทอง รังเกียจสิ่งหยาบโลนไม่ใช่หรือ?

กู้หนานซีขึ้นเสียง

“อะไร? แม่เลี้ยงเจ้ามาอย่างดี จะขายเป็นกิโลก็ได้ตั้งร้อยตำลึงทอง! ในเมื่อเป็นบุตรสาวพ่อค้ายังไม่เข้าใจเหตุผลแค่นี้ แล้วแม่จะปล่อยให้บุตรชายดี ๆ อย่างเจ้าถูกเอาไปเปล่าๆได้ยังไง?”

คำพูดนี้กล่าวออกไป ทั้งลานศพพลับเงียบกริบ

จบบทที่ บทที่ 2: เลิกหวังไปได้เลย

คัดลอกลิงก์แล้ว