- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 50 : ศพรวมร่าง
ตอนที่ 50 : ศพรวมร่าง
ตอนที่ 50 : ศพรวมร่าง
ตอนที่ 50 : ศพรวมร่าง
ผีดิบกลายพันธุ์ทั้งสองตัวเริ่มเต้นไปมา ท่าทางพวกมันดูแปลก ๆ ราวกับโครงกระดูกที่กำลังเต้นอยู่
นี่ไม่ใช่แค่คนอื่น ๆ ที่แปลกใจ ทว่าแม้แต่ตัวเฉินกวนเองก็ยังสับสนเช่นกัน ผลของ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] คือการเพิ่มค่าสเตตัสแฝง ทว่าเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าสกิลนี้จะทำให้เป้าหมายเต้นได้ด้วย
หวังเหลียนไม่ได้ใส่ใจและยังโยนมีดบินเข้าใส่ผีดิบทั้งสองตัว
มีดบินของเธอนั้นรวดเร็วแต่กลับโดนปัดโดยผีดิบตัวแรก ส่วนเข็มบินนั้นโดนผีดิบอีกตัวปัดทิ้งไป
หวังเหลียนอดไม่ได้ที่จะคิ้วขมวด เธอรู้ดีว่าผีดิบกลายพันธุ์นั้นแข็งแกร่งแค่ไหน ถ้าพวกมันหลบมีดบินของเธอได้ งั้นก็ถือว่าไม่เลวแล้ว แต่การที่ผีดิบทั้งสองตัวกลับปัดมีดบินและเข็มของเธอได้แบบนี้ มันทำให้เธอแปลกใจ
ยิ่งกว่านั้นผีดิบทั้งสองตัวก็ร่วมมือกันเป็นอย่างดี พวกมันเหมือนมีมันสมองขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่เลเวลแค่นี้ไม่น่าจะทำแบบนี้ได้
หวังเหลียนโยนมีดบินและเข็มออกมา ผีดิบทั้งสองตัวต่างก็ใช้การเคลื่อนที่ราวกับเต้นรำ ในเวลาเดียวกันพวกมันก็ปัดมีดบินและเข็มที่หวังเหลียนโยนมาได้หมด
“ดูเหมือนว่าผีดิบกลายพันธุ์ทั้งสองตัวนี้จะต่างจากผีดิบกลายพันธุ์ทั่วไป แรงและความเร็วของมันเหนือกว่าผีดิบกลายพันธุ์ทั่วไป ยิ่งกว่านั้นการตัดสินและร่างกายของมันก็เหนือกว่าผีดิบกลายพันธุ์ทั่ว ๆ ไป”
คนอื่น ๆ เห็นความผิดปกติของผีดิบกลายพันธุ์ทั้งสองตัว
หวังเหลียนสงสัยในใจว่าเฉินกวนได้ผีดิบพวกนี้มาหลังจากที่ตกลงไปในรอยแยก พวกมันหน้าตาเหมือนกับผีดิบกลายพันธุ์ แต่จริง ๆ แล้วพวกมันไม่ใช่ผีดิบกลายพันธุ์
ตอนนั้นหวังเหลียนไม่ได้ลนลาน เพราะเธอยังมีไพ่ลับใช้จัดการกับพวกผีดิบ ตราบใดที่เธอยังมีไพ่ลับนี้ ตราบใดที่เธอไม่ได้เผชิญหน้ากับราชาผีดิบ งั้นแค่จ้าวผีดิบทั่วไปนั้นก็ไม่อาจจะเป็นภัยต่อเธอได้เลย
ตอนที่ผู้อาวุโสตระกูลหวังมาที่เกาะนี้ เขาก็ได้ไปที่สุสานตามเส้นทางที่จารึกบันทึกเอาไว้
ตอนแรกเขาคิดจะฆ่าราชาแห่งสุสาน ทว่าโชคร้ายที่เขาล้มเหลวเพราะเขาโดนฝูงผีดิบล้อมเอาไว้
ฝูงผีดิบพวกนี้ถูกเรียกมาโดยราชาแห่งสุสาน พวกมันมีแทบไม่สิ้นสุด ถ้าไม่มีความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าอย่างขาดลอยแล้ว งั้นถึงจะแข็งแกร่งก็ตาม ทว่าก็ยากที่จะรับมือกับฝูงผีดิบได้
หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้กังวลอีกต่อไป เพราะเขาพบว่ามีแค่คนที่เกิดในวันที่ 15 กรกฎาคม และเลือกที่จะวาร์ปไปที่ภูเขาผิงตู้ในการเข้ามาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรกเท่านั้นที่จะถูกส่งมาที่เกาะนี้
เขาจึงไม่มีโอกาสกลับมาที่นี่อีกครั้ง
เรื่องนี้ยังค้างคาใจ จนกระทั่งเขาเข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์และพบกับสัตว์วิญญาณที่คล้ายกับผีดิบเข้า เขาเห็นผู้ปลุกพลังในเขตแดนลับนั้นใช้น้ำหอมที่ทำจากดอกไม้ฉีดใส่ตัว
มันทำให้สัตว์วิญญาณที่คล้ายกับผีดิบนั้นไม่อาจจะรับรู้ถึงตัวตนของคน ๆ นั้นได้ จากนั้นเองเขาก็เห็นวิธีที่จะจัดการกับพวกผีดิบ
หวังเหลียนไม่ได้กลัวว่าจะโดนเฉินกวนและคนอื่น ๆ ค้นตัว ไม่ว่าพวกนี้จะคิดยังไงก็ตาม ทว่าพวกนี้คงคิดไม่ถึงว่าน้ำหอมในกระเป๋าของเธอจะใช้งานแบบนี้ได้ด้วย
หวังเหลียนยื่นมือไปที่กระเป๋าและเปิดฝาขวดออกก่อนจะฉีดน้ำหอมใส่มือตัวเอง
เธอเอามือออกมาจากกระเป๋าพร้อมกลิ่นหอมที่คลุ้งออกมา
ผีดิบกลายพันธุ์ทั้งสองตัวเหมือนกับมองไม่เห็นเหยื่อและหยุดพุ่งเข้าใส่หวังเหลียน
แต่การเคลื่อนที่ของพวกมันไม่ได้หยุด พวกมันยังเต้นไปมา ระยะห่างระหว่างร่างกายพวกมันค่อย ๆ สั้นลงเรื่อย ๆ มันราวกับโครงกระดูกสองคน ผู้ชายและผู้หญิงกำลังเต้นคลอเคลียกันอยู่
“พวกมันเป็นแค่ผีดิบกลายพันธุ์ การจะฆ่าพวกมันไม่ใช่เรื่องยาก แค่มือเดียวก็จัดการพวกมันได้แล้ว” หวังเหลียนพูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปหาผีดิบทั้งสองตัว เธอทำราวกับไม่กลัวมันเลยแม้แต่น้อย
เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำเป็นใจกล้าเอาไว้ น้ำหอมที่เธอฉีดนั้นทำให้ผีดิบมองไม่เห็นเธอ แต่มันไม่ได้หมายความว่าพวกมันไม่อาจจะรับรู้ถึงตัวตนของเธอได้
ถึงเธอจะใช้น้ำหอมทาที่มีดบินและเข็ม ทว่าอากาศและลมที่พัดออกมาจากตอนที่โยนมีดบินและเข็มออกไปนั้นก็ยังรับรู้ได้อยู่ดี
ถ้าเธอเดินนำหน้า ผีดิบพวกนี้จะไม่รับรู้ถึงตัวตนของเธอ ทางที่ดีที่สุดคือการปลิดชีวิตพวกมันให้ได้ในการโจมตีครั้งเดียว ไม่ให้เวลามันได้ตั้งตัว
ทุกคนมองดูหวังเหลียนเดินเข้าไปหาผีดิบทั้งสอง แต่ผีดิบทั้งสองนั้นเหมือนจะตาบอดและมองไม่เห็นเธอ พวกเขาต่างก็แปลกใจและสงสัยว่าเธอใช้สกิลแบบไหนกันถึงทำแบบนี้ได้
ตอนที่ฉินจืออวี่ถูกหวังเหลียนช่วยเอาไว้ หวังเหลียนได้พ่นน้ำหอมใส่ตัวฉินจืออวี่ เขารู้ความลับนี้และคิดว่าผีดิบทั้งสองตัวคงจะโดนหวังเหลียนฆ่า
หวังเหลียนกำลังจะเดินไปถึงหน้าผีดิบตัวแรกและเกือบถึงระยะโจมตีแล้ว ทว่าการเต้นของผีดิบทั้งสองตัวเหมือนเข้าสู่ช่วงสำคัญ ตอนนี้พวกมันกอดกันอย่างกับงูรัดกัน
แกร๊ก...แกร๊ก....
หวังเหลียนยกมีดบินในมือขึ้นพร้อมที่จะโจมตี แต่ก่อนที่เธอจะได้ลงมือ อยู่ ๆ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดขึ้นกับผีดิบทั้งสอง
กระดูกของพวกมันแทงทะลุผ่านเนื้อออกมา กระดูกที่อกเปิดอ้าออกก่อนจะเข้ากอดรัดกับกระดูกอีกของอีกฝ่าย กระดูกส่วนอื่น ๆ ในร่างกายแทงทะลุผิวหนังออกมาและเชื่อมต่อกันกับกระดูกของผีดิบอีกตัว
ในเสี้ยวพริบตาร่างของผีดิบทั้งสองตัวก็ได้รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว กระดูกพวกมันพันรัดกัน, เลือดผสมรวมกัน, ผิวหนังและเนื้อหนังผสมกันเปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตที่มี 2 หัว, 4 แขนและ 4 ขาแต่มีร่างเดียว
ตอนที่พวกมันเคลื่อนที่ พวกมันอย่างกับแมงมุม ตัวของพวกมันแผ่ไอสีดำแปลก ๆ ออกมา
ฉากนี้ทำให้ทุกคนอึ้ง สัตว์วิญญาณสองตัวกลับรวมร่างเป็นสัตว์วิญญาณตัวเดียว สถานการณ์แบบนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทว่ามันเกิดขึ้นได้ยาก
มันมีแค่สัตว์วิญญาณที่พิเศษที่จะมีความสามารถแบบนี้ ไม่มีใครคิดว่าผีดิบกลายพันธุ์นั้นจะมีความสามารถนี้
หวังเหลียนตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เธอทำการโจมตีทันที ด้วยระยะห่างที่สั้นแบบนี้ เธอมั่นใจว่าไม่ว่าผีดิบนี่จะกลายพันธุ์ไปมากแค่ไหน ทว่าก็ไม่อาจจะหนีรอดจากการโจมตีของเธอไปได้
ความจริงเป็นแบบที่เธอคาดเอาไว้ หลังจากที่รวมร่างกันแล้ว ผีดิบนี่ก็ไม่อาจจะหลบได้และโดนมีดแทงเข้าที่อก
ผีดิบนั้นไม่ใช่ทั้งโครงกระดูกรึซอมบี้ มันมีเนื้อหนังและหัวใจ
หัวใจของมันคือจุดอ่อน ถ้ามีดแทงเข้าที่หัวใจของมัน งั้นมันอาจจะตายรึปางตายไปเลยก็ได้
แกร๊ก !
หวังเหลียนใช้มีดบินอีกเล่มแทงเข้าที่อกของผีดิบ แต่มันไม่ได้แทงทะลุแบบที่เธอคาดเอาไว้ มันยังไม่ทะลุผิวเลยด้วยซ้ำ ปลายมีดนั้นกระทบเข้ากับกระดูกและหักลงแทน
“เป็นไปไม่ได้...ทำไมร่างกายของผีดิบกลายพันธุ์ถึงแกร่งแบบนี้ได้....แม้แต่ร่างของราชาแห่งสุสานก็ยังไม่ได้แกร่งแบบนี้....” หวังเหลียนอึ้ง
มีดบินของเธอทำมาจากเหล็กพิเศษ นอกซะจากว่าจะเป็นสัตว์วิญญาณที่มีร่างกายที่แข็งแกร่งอย่างโกเล็มเทพยักษ์ งั้นก็เป็นไปไม่ได้เลยที่สัตว์วิญญาณทั่วไปจะทำให้มีดของเธอหักได้
ผีดิบกลายพันธุ์ที่มองไม่เห็นหวังเหลียนในตอนแรกนั้นหันกลับมามองที่หวังเหลียน
หวังเหลียนรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติและรีบถอยกลับออกมา แต่มันสายเกินไปแล้ว ขาทั้งสี่ของผีดิบเต้นไปมาอย่างกับขาแมงมุม
ในพริบตามันก็โผล่มาตรงหน้าหวังเหลียนพร้อมมือคู่หนึ่งที่สะบัดเข้าใส่หวังเหลียนราวกับกรงเล็บของปิศาจ