- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 49 : มีบางอย่างผิดปกติ
ตอนที่ 49 : มีบางอย่างผิดปกติ
ตอนที่ 49 : มีบางอย่างผิดปกติ
ตอนที่ 49 : มีบางอย่างผิดปกติ
“เฉินกวน ฉันจะขอเอาสัตว์เลี้ยงระดับไร้เทียมทาน 2 ตัวแลกกับโกเล็มเทพยักษ์ นายจะว่ายังไง ?” ฉินจืออวี่เอ่ยปากถามเฉินกวน
ภายใต้สถานการณ์ปกติ เฉินกวนคงไม่มีทางหักหน้าฉินจืออวี่ นอกจากจะเป็นการแลก 2 ต่อ 1 แล้ว เขาคงต้องตกลงไม่มีทางที่จะปฏิเสธแน่
แต่มันชัดแล้วว่าโกเล็มเทพยักษ์นี่ผิดปกติ ยิ่งกว่านั้นหวังเหลียนก็ไม่ได้ต่อรองขอ <พระสูตรเอฝาง> ที่เหลือ ทว่าเธอเอาแต่สนใจโกเล็มเทพยักษ์ มันทำให้เฉินกวนพอคาดเดาบางอย่างได้
“จืออวี่ ถึงฉันอยากจะแลกกับนายแค่ไหน ทว่านายมีสัตว์เลี้ยงระดับไร้เทียมทานอยู่กับตัวรึไง ?” เฉินกวนไม่ได้ปฏิเสธโดยตรง
“หลังจากที่ออกจากเขตแดนลับไป ฉันจะบอกกับตระกูลเอง ฉันไม่มีทางผิดคำพูดกับนายแน่ !” ฉินจืออวี่พูดขึ้น
“ก็ได้ งั้นรอจนกว่าเราจะออกจากเขตแดนลับแล้วค่อยไปแลกกันด้านนอก ด้วยเงินแล้วก็ของด้วย” ถึงเฉินกวนจะไม่รู้ว่าระหว่างฉินจืออวี่และหวังเหลียนนั้นเกิดอะไรขึ้น
ทว่าเขาก็มองออกว่าฉินจืออวี่ถูกหวังเหลียนบังคับ ดังนั้นเขาจึงไม่อยากเผชิญหน้ากับฉินจืออวี่และต้องการปัดเรื่องนี้ไปก่อน
“ไม่ นายต้องส่งมันมาตอนนี้เลย” หวังเหลียนพูดเสียงแข็ง
ฉินจืออวี่ตกที่นั่งลำบาก เขาคิ้วขมวดเล็กน้อยและมองไปที่หวังเหลียน
“เมื่อเฉินกวนบอกว่าเขายอมตกลงแล้ว งั้นเขาก็ไม่มีทางเปลี่ยนคำพูด ฉันรับรองแทนเขาได้ ถ้าเขาผิดคำพูด งั้นฉันจะยึดโกเล็มเทพยักษ์มาให้เธอเอง”
“ตอนแรกเขาก็ขโมยของไปจากเรา ทำไมฉันต้องไปยอมแลกเปลี่ยนกับเขาด้วย ? ฉินจืออวี่ ฉันต้องการแค่โกเล็มเทพยักษ์ เอามันมาให้ฉัน แล้วถือว่าเราหายกัน ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก” หวังเหลียนพูดขึ้น
ฉินจืออวี่คิดอยู่สักพักและมองไปที่เฉินกวน “ถ้านายเชื่อใจฉัน เอาโกเล็มนั่นมาให้ฉันก่อน หลังจากที่ออกจากที่นี่ไป ฉันจะให้สัตว์เลี้ยงระดับไร้เทียมทาน 2 ตัวกับนายภายใน 3 วัน”
“ทำไมนายต้องฟังเธอ ? นายลืมไปแล้วรึไงว่าเธอเกือบฆ่าเรา ?” เฉินกวนไม่อยากเผชิญหน้ากับฉินจืออวี่ตรง ๆ ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น
“ฉันไม่ลืมหรอก แต่เธอช่วยชีวิตฉันที่สุสาน ฉันต้องตอบแทนหนี้บุญคุณเธอ” ฉินจืออวี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เมื่อเฉินกวนได้ยินแบบนั้น เขาก็รู้ทันทีว่าเรื่องนี้คงจบไม่สวย
“ทำไมต้องเสียเวลาไปคุยกับเขาด้วย ? เขาพยายามจะขโมยผลงานที่เราพยายามกันแทบตายกว่าจะได้มา เขาสมควรตาย จัดการเขาเลย” หวังเหลียนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“หนานจี้หง ช่วยฉันที จากนั้นฉันจะให้รางวัลเธออย่างงาม” เฉินกวนไม่คิดจะต่อรองกับฉินจืออวี่ เขาหันไปหาหนานจี้หงและพูดบางอย่างก่อนจะพุ่งเข้าใส่หวังเหลียน
อาการบาดเจ็บของเหยียนจือยังไม่หายดี โดยเฉพาะที่ขาที่ได้รับแรงกระแทกจนไม่อาจจะเคลื่อนไหวได้ปกติ ดังนั้นเฉินกวนจึงต้องลงมือเอง
ความคิดเขาเรียบง่าย เมื่อหวังเหลียนคือคนช่วยชีวิตฉินจืออวี่ งั้นเมื่อเขาไม่อาจจะจัดการฉินจืออวี่ได้ งั้นทำไมไม่จัดการหวังเหลียนล่ะ ?
ฉินจืออวี่อยากจะหยุดเฉินกวน แต่กลับถูกแส้หยุดเอาไว้
“ฉันเคยได้ยินเรื่อง <ลมปราณม่วงเขียว> มาตั้งนาน วันนี้ฉันหนานจี้หงโชคดีจริง ๆ ที่จะได้เห็นว่ามันทรงพลังแค่ไหน ถือเป็นเกียรติของฉันจริง ๆ” หนานจี้หงเข้าไปขวางฉินจืออวี่ไม่ให้เข้าไปยุ่งกับเฉินกวน
“หลบไปให้พ้น” ฉินจืออวี่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา ในมือเขาถือดาบไว้แน่น
หนานจี้หงยิ้มแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับ เธอเองก็ไม่คิดที่จะถอยเหมือนกัน
ฉินจืออวี่ใช้ดาบแทงออกไป หนานจี้หงสะบัดแส้ในมือเพื่อรับมือกับการโจมตี
ความแข็งแกร่งของหนานจี้หงนั้นไม่ได้ด้อยกว่าฉินจืออวี่เลย แม้ว่าฉินจืออวี่จะมีสกิลและสมบัติวิญญาณ ทว่าในเวลาสั้น ๆ นี้เขาก็ไม่อาจจะทำอะไรหนานจี้หงได้
หนานจี้หงไม่ได้คิดสู้เอาเป็นเอาตาย เธอแค่ยื้อฉินจืออวี่เอาไว้ เพื่อไม่ให้เข้าไปขวางเฉินกวน
ตอนแรกหวังเหลียนน่ะกลัว แต่เมื่อพบว่าเหยียนจือไม่ได้เข้ามาด้วย เธอก็ตระหนักได้ถึงบางอย่าง หลังจากที่ดูดี ๆ แล้ว เธอก็เห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติกับขาและเท้าของเหยียนจือ เธอจึงโล่งอกขึ้นมาทันที
“เฉินกวน คิดจริง ๆ เหรอว่าจะจัดการฉันได้ ? ถ้าไม่มีกระต่ายนั่น แกก็แค่หมาตัวหนึ่ง ฉันจะแสดงให้แกเห็นถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของฉัน” หวังเหลียนแค้นเฉินกวนอย่างมาก
เธอเคยถูกเฉินกวนทรมานมา เธอโดนอัดอย่างกับหมา
นี่ถือว่าเป็นการดูหมิ่นที่หนักหน่วงที่สุดในชีวิตของเธอ
หวังเหลียนคิดว่าที่เธอตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นได้ก็เพราะเธอบาดเจ็บหนักและไม่มีมีดบินกับเข็มอยู่กับตัว
ตอนนี้สภาพของเธอน่ะพร้อมสุด ๆ
เลเวลของเธอก็เพิ่มขึ้นเพราะฆ่าสัตว์วิญญาณระดับไร้เทียมทานไป 3 ตัว ตอนนี้เธอเลเวล 7 แล้ว มันจึงไม่ใช่เรื่องยากที่เธอจะจัดการกับเฉินกวนและสุนัขของเขา
ตอนที่เธอกำลังจะโยนมีดบินและเข็มใส่เฉินกวน อยู่ ๆ เธอก็เห็นเฉินกวนเรียกผีดิบกลายพันธุ์ 2 ตัวออกมา
ผีดิบกลายพันธุ์ทั้งสองตัวนี้คือสิ่งที่ฉินจืออวี่ให้กับเฉินกวนตอนที่พวกเขาสู้กับฝูงผีดิบ
พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงระดับหายากเลเวล 7
ถึงมันจะไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่แกร่งนัก ทว่ามันก็มีความสามารถในการต่อสู้ระดับหนึ่งและยังมีสกิลโจมตีอีก [ ฝ่ามือผีดิบ ]
สกิลที่ผีดิบกลายพันธุ์มีนั้นไม่เหมือนกับ [ มือเลือด ] ของเฉินกวน สกิลฝ่ามือของพวกมันนั้นไม่ใช่สกิลระดับหายาก มันเป็นสกิลทั่วไป
การจะได้สัตว์เลี้ยงมานั้นมี 2 แบบ แบบแรกคือสัตว์เลี้ยงที่เกิดใหม่เลเวล 1 อีกแบบคือสัตว์เลี้ยงที่คืนชีพกลับมา
ถ้าเป็นแบบแรก เลเวลของสัตว์เลี้ยงจะกลับไปเลเวล 1
หลังจากที่กลายมาเป็นสัตว์เลี้ยง เหมือนกับโกเล็มเทพยักษ์ที่ต้องเก็บเลเวลใหม่
สำหรับสัตว์เลี้ยงที่คืนชีพ เลเวลและความสามารถของมันจะยังคงเดิมไม่เปลี่ยน มันสามารถใช้สกิลออกมาได้ทันที
สัตว์เลี้ยงทั้งสองแบบน่ะต่างกัน แบบแรกน่ะมีอัตราการเติบโตมากกว่า, เก็บเลเวลต่อได้ และมีโอกาสที่จะปลุกพลังต่อได้
สัตว์เลี้ยงที่คืนชีพกลับมานั้นมีอัตราการเติบโตที่น้อย ถึงจะเก็บเลเวลเพิ่มได้ ทว่ามันก็ยาก โอกาสที่จะปลุกพลังอีกรอบนั้นต่ำ จากบรรดาสัตว์เลี้ยงแบบคืนชีพ 9 ใน 10 ตัวนั้นยากจะปลุกพลังอีกรอบได้
ผีดิบกลายพันธุ์ทั้งสองตัวนี้ยากที่จะปลุกพลังรอบสองได้ มันหมายความว่ามันจะมีประโยชน์ในช่วงที่ผู้ปลุกพลังยังอยู่เลเวล 10 อย่างมาก พวกมันก็ถูกใช้เป็นแค่ตัวรับกระสุนแทน
“คิดว่าผีดิบกลายพันธุ์พวกนี้จะทำอะไรฉันได้รึไง ?” หวังเหลียนไม่ได้เห็นหัวผีดิบทั้งสองตัวเลยสักนิด
เธอยังรอดจากฝูงผีดิบมาได้ ผีดิบกลายพันธุ์ทั้งสองตัวน่ะไม่มีทางทำอะไรเธอได้ เธอมีวิธีที่จะจัดการกับพวกผีดิบอยู่แล้ว
“พวกนี้ไม่ใช่ผีดิบกลายพันธุ์ทั่ว ๆ ไป พวกมันมีโอกาสที่จะกลายราชาผีดิบ ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์รึความสามารถ พวกมันก็ยืนอยู่จุดสูงสุดในหมู่ผีดิบ....” เฉินกวนเปิดใช้ [ วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ ] และออกปากชมผีดิบทั้งสองตัว
เขาไม่คิดว่าผีดิบพวกนี้จะรับมือหวังเหลียนได้ ยังไงซะหวังเหลียนก็คือคนที่หนีจากฝูงผีดิบมาได้
เฉินกวนอยากใช้พวกมันไว้รับมีดบินและเข็ม ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคงเป็นการบีบให้หวังเหลียนใช้ไพ่ลับออกมาและดูว่าเธอใช้วิธีแบบไหนถึงหนีจากฝูงผีดิบมาได้
ทันทีที่เฉินกวนพูดจบ อยู่ ๆ เขาก็พบว่าผีดิบทั้งสองตัวผิดปกติไปจากเดิม