เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 5 : แก่นวิญญาณ

ตอนที่ 5 : แก่นวิญญาณ

ตอนที่ 5 : แก่นวิญญาณ


ตอนที่ 5 : แก่นวิญญาณ

กระต่ายปิศาจนั้นแข็งแกร่งและตัวใหญ่พอที่จะใช้เป็นพาหนะได้ แต่ตอนที่วิ่ง 4 ขา ตัวของมันจะสะเทือนรุนแรงเกินไป ทำให้ยากที่จะนั่งได้สบาย นี่ไม่ต้องนับการขี่มันแล้วสู้ไปด้วย

แค่นั่งเฉยๆ ยังไม่สบาย ดังนั้นจึงไม่เหมาะที่จะใช้เป็นพาหนะ อย่างมากก็แค่ขี่มันตอนที่หนีก็ถือว่าดีแล้ว

สิ่งที่แปลกคือ ตอนที่กระต่ายยักษ์ยืนสองขา ขาหลังของมันจะทรงพลังอย่างมาก มันวิ่งได้เร็วและยืนได้อย่างมั่นคง มันชอบที่จะกระโดด

การกระโดดแต่ละทีนั้นสูงหลายเมตร ความสามารถในการกระโดดของมันน่าทึ่ง

เฉินกวนไม่ได้รีบร้อนที่จะลองใช้ ‘จิตวิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ กับมันเพราะเขาพบว่าผลจาก ‘จิตวิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ ไม่ได้คงอยู่ถาวร ซึ่งจะหายไปหลังจากที่ผ่านไปสักช่วงเวลาหนึ่ง

จากนั้นถึงจะใช้ความสามารถนี้ได้อีกรอบ

เขาอยากทดสอบความแข็งแกร่งที่แท้จริงของกระต่ายปิศาจดูก่อน จากนั้นค่อยใช้ ‘จิตวิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ กับมัน ความต่างระหว่างทั้งสองสถานะจะทำให้เขาเห็นภาพได้ชัดเจน

ในเวลาเดียวกันมันก็ทำให้เขาเข้าใจ ‘จิตวิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ ได้ดีขึ้น

ในหุบเขาแห่งนี้มีกระต่ายปิศาจแค่ตัวเดียว เฉินกวนจึงสั่งให้กระต่ายปิศาจเดินนำหน้าค่อยๆ ออกจากหุบเขาไป

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหุบเขาแห่งนี้ มีเศษกระดูกกองอยู่มากมาย ตอนที่มาถึงทางเข้าหุบเขาและมองออกไปด้านนอกก็แทบไม่มีกระดูกอยู่เลย แต่ที่กำแพงหินตรงทางเข้าหุบเขา มีรอยเลือดขีดเขียนเป็นตัวอักษรเอาไว้

“หุบเขาจื่ออู่หยินหยาง...” ฉู่เสวียนไม่คิดว่าหุบเขากลับมีชื่อด้วย

ตอนที่คิดอยู่นั้น เขาก็เห็นกระต่ายปิศาจหลายตัวกำลังกินพืชอยู่ด้านนอกหุบเขา พวกมันขนาดตัวพอๆ กับสุนัข ตัวเล็กกว่า ‘เหยียนจื่อ’ ของเขาเยอะ

เหยียนจือที่ว่าคือ กระต่ายปิศาจกระหายเลือด นี่คือชื่อที่เฉินกวนตั้งให้มัน

กระต่ายปิศาจด้านนอกหุบเขาคือกระต่ายปิศาจปกติที่เฉินกวนรู้จัก ระดับของมันน่าจะอยู่ระดับทั่วไป

เหยียนจือรับคำสั่งจากเฉินกวนพุ่งเข้าหากระต่ายปิศาจ ตอนที่มันอยู่ห่างจากกระต่ายปิศาจ 7-8 ม. มันก็กระโดดขึ้นใช้มีดปังตอในอุ้งมือสับลงไปตัดหัวของกระต่ายปิศาจตัวหนึ่งขาดในทันที

เหยียนจือจัดการฆ่ากระต่ายปิศาจทุกตัวที่นั่น ในพริบตามันก็ใช้มีดฆ่ากระต่ายปิศาจไปกว่า 6 ตัว ไม่เหลือสักตัวที่ร่างยังอยู่ดี

“แกร่ง...แกร่งจริงๆ...” เฉินกวนอดทึ่งไม่ได้ สมบัติระดับยูนีคและความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าสัตว์วิญญาณระดับทั่วไปเยอะ

เหยียนจือปักมีดที่หัวใจกระต่ายปิศาจ ร่างของกระต่ายปิศาจซูบลงด้วยความเร็วที่เห็นด้วยตาเปล่า เลือดในตัวมันถูกมีดดึงเข้าไปทำให้มีดนั้นเปล่งแสงสีแดงสด ร่างสีขาวของเหยียนจือก็มีกลิ่นเลือดลอยออกมา

ในพริบตาร่างของกระต่ายปิศาจก็กลายเป็นศพแห้งๆ เหยียนจือกระโดดไปหาศพกระต่ายปิศาจอีกตัวและปักมีดลงที่หัวใจศพอีกรอบ

หมอกเลือดลอยออกมาจากตัวกระต่ายปิศาจเข้าไปในมีด ปรากฏการณ์แปลกๆ ที่เลือดโดนสูบและระเหยออก พลังชีวิตที่เหลือในศพโดนดูดไป มีแค่เทคนิคสูบเลือดเท่านั้นที่มีความสามารถเช่นนี้

หลังจากที่สูบเลือดจากศพกระต่ายปิศาจทั้ง 6 ตัว เหยียนจือก็ยังไม่เลเวล 2

หากสัตว์วิญญาณทั่วไปสูบพลังชีวิตไปมากแบบนี้ มันน่าจะเลเวล 2 ไปตั้งนานแล้ว นี่แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มเลเวลของสัตว์วิญญาณระดับสูงนั้นยากกว่าสัตว์วิญญาณระดับทั่วไป

โชคดีที่ยังมีกระต่ายปิศาจหลายตัวอยู่ที่นี่

หลังจากที่สูบเอาเลือดและพลังชีวิตจากกระต่ายปิศาจ 10 ตัว เลเวลของเหยียนจือก็เพิ่มเป็นเลเวล 2 ขนบนตัวมันดูเป็นประกายราวกับผ้าไหมหยกเหมือนกับคริสตัลเลยก็ว่าได้

ขีดจำกัดพลังชีวิตที่เลเวล 2 เพิ่มเป็น 2.91 อัตราการเติบโต 1.91 ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

แรง, ความเร็วและสเตตัสด้านอื่นๆ ของมันเพิ่มขึ้นมาอย่างมาก แต่พวกมันเป็นค่าสเตตัสที่ไม่แสดงในแผง   สเตตัส ดังนั้นจึงยากที่จะตรวจสอบได้

[ กระต่ายปิศาจกระหายเลือด (ยูนีค) : สัตว์เลี้ยงวิญญาณ เลเวล 2

พลังชีวิต : 2.91

อัตราการเติบโต : 1.91

ความสามารถติดตัว : ฟื้นคืนโลหิต (ยูนีค)

เทคนิค : สูบเลือด (ยูนีค) เลเวล 2

ทักษะ : มีดสูบเลือด (ยูนีค) เลเวล 2

สมบัติ : มีดสูบเลือด (ยูนีค) เลเวล 2 ]

หลังจากที่สัตว์วิญญาณเลเวลเพิ่มขึ้น เทคนิค, ทักษะและสมบัติของมันก็จะพัฒนาขึ้นไปด้วย นี่คือส่วนที่ต่างจากมนุษย์

ฉัวะ !

สำหรับเหยียนจือที่เลเวล 2 การฆ่ากระต่ายปิศาจนั้นไม่ต่างจากการใช้เคียวตัดหญ้าเลย หลังจากที่จัดการฆ่ากระต่ายปิศาจอีกตัวไป แสงสีขาวก็ส่องออกมาจากศพกระต่ายปิศาจ

ตอนแรกเฉินกวนคิดว่ามันคือสัตว์เลี้ยงวิญญาณ แต่ใครจะไปรู้ว่าแสงสีขาวนี่กลับรวมตัวกันเป็นก้อนคริสตัลขนาดเท่ากับลูกปิงปองลอยอยู่ในอากาศ จากนั้นก็บินเข้ามาอยู่ในมือเฉินกวน

“แก่นวิญญาณ...” เฉินกวนดีใจขึ้นมา แก่นวิญญาณคือ ต้นกำเนิดของเทคนิคและทักษะของผู้บ่มเพาะ มันจะเป็นเทคนิคหรือทักษะก็ขึ้นอยู่กับโชค

เฉินกวนหวังว่ามันจะเป็นทักษะ เทคนิคที่ได้จากกระต่ายปิศาจระดับทั่วไปน่าจะเป็นเทคนิคระดับทั่วไป มันไม่มีประโยชน์สำหรับเฉินกวน หากมันเป็นทักษะ ก็สามารถนำไปใช้ได้ทันทีและสามารถเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ได้ระดับหนึ่ง

เขายกแก่นวิญญาณขึ้นมา จากนั้นเขาก็ใช้เทคนิคอายุยาวเพื่อตรวจสอบมัน

ไม่นานก็มีข้อความโผล่มาในหัวเขา

เทคนิค : มังสวิรัติ(ทั่วไป)

เฉินกวนผิดหวัง นี่คือเทคนิคที่ไร้ประโยชน์ แม้แต่เอาไปขายยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

เฉินกวนสั่งให้เหยียนจือเดินหน้าต่อ นอกจากเทคนิคระดับสูงแล้ว เฉินกวนก็ยังต้องหาสถานีวาร์ปในภูเขาผิงตู้

เขาจะเดินทางออกจากภูเขาผิงตู้ได้ ต้องผ่านสถานีวาร์ปเท่านั้น ครั้งหน้าที่เขาเข้ามาที่ภูเขาผิงตู้ เขาจะถูกส่งมาที่ตำแหน่งสถานีวาร์ป และจะไม่ถูกส่งมาสุ่มๆ แบบนี้อีก

ระหว่างทางเขาก็ฆ่ากระต่ายปิศาจไปเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าพื้นที่นี้จะมีสัตว์วิญญาณแค่ชนิดเดียวซึ่งคือกระต่ายปิศาจ พวกมันอยู่ระดับทั่วไปที่มีอัตราการดรอปที่น้อย

นอกจากเทคนิค ‘มังสวิรัต’ ก่อนหน้านี้แล้ว เฉินกวนไม่ได้อะไรอีกเลย

เทคนิคสูบเลือดต้องใช้เวลาในการซึมซับพลังชีวิตที่ดูดซับมา เหยียนจือหยุดสูบเลือดมาตั้งนานแล้ว หากต้องการที่จะเพิ่มเลเวลต่อ

งั้นก็ต้องรอจนกว่าเหยียนจือจะซึมซับเลือดและพลังชีวิตในตัวเสร็จก่อนจะทำการสูบเลือดเพื่อเพิ่มเลเวลต่อได้

ดังนั้นการฆ่ากระต่ายปิศาจต่อจึงแทบไม่มีความสุนัขย

“ที่นี่ไม่ได้อันตรายเหมือนที่ฉันคิดเอาไว้” เฉินกวนวางแผนที่จะพาเหยียนจือออกจากสันเขานี้ไปที่ป่าเพื่อดูว่ามีสัตว์วิญญาณชนิดอื่นหรือไม่

ไม่มีวี่แววร่องรอยของมนุษย์ที่นี่ เฉินกวนเพิ่งเข้าไปในป่าไม่ไกลนัก อยู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนและเสียงการต่อสู้ที่ป่าด้านหน้า

เขาเรียกเหยียนจือกลับมาพักในร่างและแอบเข้าไปดูใกล้ๆ เขาพบว่าเสียงนี้มาจากแม่น้ำที่ตีนภูเขา เขาซ่อนตัวและมองลงไปก่อนจะพบว่ามีคนกำลังสู้กับสัตว์วิญญาณอยู่

สัตว์วิญญาณนี่คล้ายกับโครงกระดูก ทว่าตรวจสอบดูดีๆ แล้ว ตัวมันจะปกคลุมด้วยชั้นเจลเหมือนกับหยก นอกจากมือซ้ายของมันที่เปล่งแสงสีแดงราวกับเลือดออกมาและมือซ้ายที่ใหญ่กว่ามือขวาเยอะ

เขาไม่อาจจะเห็นใบหน้าของคนที่สู้อยู่ แต่เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายยังหนุ่มยังแน่นแน่ๆ

ชายคนนี้ถือธนูไม้ ถึงจะมีลูกธนูอยู่ด้านหลัง ทว่าเพราะระยะห่างมันสั้นเกินไป เขาจึงไม่มีเวลาดึงลูกธนูออกมายิง เขาได้แต่วิ่งหนีด้วยสภาพน่าอดสู

ความเร็วของชายคนนี้เร็วกว่าเฉินกวนเยอะ แต่ยังช้ากว่าสัตว์วิญญาณที่ไล่ตามมา เขาได้แต่วิ่งหนีไปตามภูเขาและป่าคอยหลบตามต้นไม้และอาศัยภูมิประเทศเพื่อหลบจากสัตว์วิญญาณ

มือเลือดของสัตว์วิญญาณเหมือนอาวุธ ตอนที่มันฟาดเข้าใส่ต้นไม้ ต้นไม้กลับถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ภายใต้การโจมตีของมือเลือดนี้ ต้นไม้ราวกับเต้าหู้ที่เปราะบาง

“เล่าเหนี่ยว !” เมื่อเห็นใบหน้าอีกฝ่าย เฉินกวนก็ต้องตกใจ

จบบทที่ ตอนที่ 5 : แก่นวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว