- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 5 : แก่นวิญญาณ
ตอนที่ 5 : แก่นวิญญาณ
ตอนที่ 5 : แก่นวิญญาณ
ตอนที่ 5 : แก่นวิญญาณ
กระต่ายปิศาจนั้นแข็งแกร่งและตัวใหญ่พอที่จะใช้เป็นพาหนะได้ แต่ตอนที่วิ่ง 4 ขา ตัวของมันจะสะเทือนรุนแรงเกินไป ทำให้ยากที่จะนั่งได้สบาย นี่ไม่ต้องนับการขี่มันแล้วสู้ไปด้วย
แค่นั่งเฉยๆ ยังไม่สบาย ดังนั้นจึงไม่เหมาะที่จะใช้เป็นพาหนะ อย่างมากก็แค่ขี่มันตอนที่หนีก็ถือว่าดีแล้ว
สิ่งที่แปลกคือ ตอนที่กระต่ายยักษ์ยืนสองขา ขาหลังของมันจะทรงพลังอย่างมาก มันวิ่งได้เร็วและยืนได้อย่างมั่นคง มันชอบที่จะกระโดด
การกระโดดแต่ละทีนั้นสูงหลายเมตร ความสามารถในการกระโดดของมันน่าทึ่ง
เฉินกวนไม่ได้รีบร้อนที่จะลองใช้ ‘จิตวิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ กับมันเพราะเขาพบว่าผลจาก ‘จิตวิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ ไม่ได้คงอยู่ถาวร ซึ่งจะหายไปหลังจากที่ผ่านไปสักช่วงเวลาหนึ่ง
จากนั้นถึงจะใช้ความสามารถนี้ได้อีกรอบ
เขาอยากทดสอบความแข็งแกร่งที่แท้จริงของกระต่ายปิศาจดูก่อน จากนั้นค่อยใช้ ‘จิตวิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ กับมัน ความต่างระหว่างทั้งสองสถานะจะทำให้เขาเห็นภาพได้ชัดเจน
ในเวลาเดียวกันมันก็ทำให้เขาเข้าใจ ‘จิตวิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ ได้ดีขึ้น
ในหุบเขาแห่งนี้มีกระต่ายปิศาจแค่ตัวเดียว เฉินกวนจึงสั่งให้กระต่ายปิศาจเดินนำหน้าค่อยๆ ออกจากหุบเขาไป
ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหุบเขาแห่งนี้ มีเศษกระดูกกองอยู่มากมาย ตอนที่มาถึงทางเข้าหุบเขาและมองออกไปด้านนอกก็แทบไม่มีกระดูกอยู่เลย แต่ที่กำแพงหินตรงทางเข้าหุบเขา มีรอยเลือดขีดเขียนเป็นตัวอักษรเอาไว้
“หุบเขาจื่ออู่หยินหยาง...” ฉู่เสวียนไม่คิดว่าหุบเขากลับมีชื่อด้วย
ตอนที่คิดอยู่นั้น เขาก็เห็นกระต่ายปิศาจหลายตัวกำลังกินพืชอยู่ด้านนอกหุบเขา พวกมันขนาดตัวพอๆ กับสุนัข ตัวเล็กกว่า ‘เหยียนจื่อ’ ของเขาเยอะ
เหยียนจือที่ว่าคือ กระต่ายปิศาจกระหายเลือด นี่คือชื่อที่เฉินกวนตั้งให้มัน
กระต่ายปิศาจด้านนอกหุบเขาคือกระต่ายปิศาจปกติที่เฉินกวนรู้จัก ระดับของมันน่าจะอยู่ระดับทั่วไป
เหยียนจือรับคำสั่งจากเฉินกวนพุ่งเข้าหากระต่ายปิศาจ ตอนที่มันอยู่ห่างจากกระต่ายปิศาจ 7-8 ม. มันก็กระโดดขึ้นใช้มีดปังตอในอุ้งมือสับลงไปตัดหัวของกระต่ายปิศาจตัวหนึ่งขาดในทันที
เหยียนจือจัดการฆ่ากระต่ายปิศาจทุกตัวที่นั่น ในพริบตามันก็ใช้มีดฆ่ากระต่ายปิศาจไปกว่า 6 ตัว ไม่เหลือสักตัวที่ร่างยังอยู่ดี
“แกร่ง...แกร่งจริงๆ...” เฉินกวนอดทึ่งไม่ได้ สมบัติระดับยูนีคและความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าสัตว์วิญญาณระดับทั่วไปเยอะ
เหยียนจือปักมีดที่หัวใจกระต่ายปิศาจ ร่างของกระต่ายปิศาจซูบลงด้วยความเร็วที่เห็นด้วยตาเปล่า เลือดในตัวมันถูกมีดดึงเข้าไปทำให้มีดนั้นเปล่งแสงสีแดงสด ร่างสีขาวของเหยียนจือก็มีกลิ่นเลือดลอยออกมา
ในพริบตาร่างของกระต่ายปิศาจก็กลายเป็นศพแห้งๆ เหยียนจือกระโดดไปหาศพกระต่ายปิศาจอีกตัวและปักมีดลงที่หัวใจศพอีกรอบ
หมอกเลือดลอยออกมาจากตัวกระต่ายปิศาจเข้าไปในมีด ปรากฏการณ์แปลกๆ ที่เลือดโดนสูบและระเหยออก พลังชีวิตที่เหลือในศพโดนดูดไป มีแค่เทคนิคสูบเลือดเท่านั้นที่มีความสามารถเช่นนี้
หลังจากที่สูบเลือดจากศพกระต่ายปิศาจทั้ง 6 ตัว เหยียนจือก็ยังไม่เลเวล 2
หากสัตว์วิญญาณทั่วไปสูบพลังชีวิตไปมากแบบนี้ มันน่าจะเลเวล 2 ไปตั้งนานแล้ว นี่แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มเลเวลของสัตว์วิญญาณระดับสูงนั้นยากกว่าสัตว์วิญญาณระดับทั่วไป
โชคดีที่ยังมีกระต่ายปิศาจหลายตัวอยู่ที่นี่
หลังจากที่สูบเอาเลือดและพลังชีวิตจากกระต่ายปิศาจ 10 ตัว เลเวลของเหยียนจือก็เพิ่มเป็นเลเวล 2 ขนบนตัวมันดูเป็นประกายราวกับผ้าไหมหยกเหมือนกับคริสตัลเลยก็ว่าได้
ขีดจำกัดพลังชีวิตที่เลเวล 2 เพิ่มเป็น 2.91 อัตราการเติบโต 1.91 ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
แรง, ความเร็วและสเตตัสด้านอื่นๆ ของมันเพิ่มขึ้นมาอย่างมาก แต่พวกมันเป็นค่าสเตตัสที่ไม่แสดงในแผง สเตตัส ดังนั้นจึงยากที่จะตรวจสอบได้
[ กระต่ายปิศาจกระหายเลือด (ยูนีค) : สัตว์เลี้ยงวิญญาณ เลเวล 2
พลังชีวิต : 2.91
อัตราการเติบโต : 1.91
ความสามารถติดตัว : ฟื้นคืนโลหิต (ยูนีค)
เทคนิค : สูบเลือด (ยูนีค) เลเวล 2
ทักษะ : มีดสูบเลือด (ยูนีค) เลเวล 2
สมบัติ : มีดสูบเลือด (ยูนีค) เลเวล 2 ]
หลังจากที่สัตว์วิญญาณเลเวลเพิ่มขึ้น เทคนิค, ทักษะและสมบัติของมันก็จะพัฒนาขึ้นไปด้วย นี่คือส่วนที่ต่างจากมนุษย์
ฉัวะ !
สำหรับเหยียนจือที่เลเวล 2 การฆ่ากระต่ายปิศาจนั้นไม่ต่างจากการใช้เคียวตัดหญ้าเลย หลังจากที่จัดการฆ่ากระต่ายปิศาจอีกตัวไป แสงสีขาวก็ส่องออกมาจากศพกระต่ายปิศาจ
ตอนแรกเฉินกวนคิดว่ามันคือสัตว์เลี้ยงวิญญาณ แต่ใครจะไปรู้ว่าแสงสีขาวนี่กลับรวมตัวกันเป็นก้อนคริสตัลขนาดเท่ากับลูกปิงปองลอยอยู่ในอากาศ จากนั้นก็บินเข้ามาอยู่ในมือเฉินกวน
“แก่นวิญญาณ...” เฉินกวนดีใจขึ้นมา แก่นวิญญาณคือ ต้นกำเนิดของเทคนิคและทักษะของผู้บ่มเพาะ มันจะเป็นเทคนิคหรือทักษะก็ขึ้นอยู่กับโชค
เฉินกวนหวังว่ามันจะเป็นทักษะ เทคนิคที่ได้จากกระต่ายปิศาจระดับทั่วไปน่าจะเป็นเทคนิคระดับทั่วไป มันไม่มีประโยชน์สำหรับเฉินกวน หากมันเป็นทักษะ ก็สามารถนำไปใช้ได้ทันทีและสามารถเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ได้ระดับหนึ่ง
เขายกแก่นวิญญาณขึ้นมา จากนั้นเขาก็ใช้เทคนิคอายุยาวเพื่อตรวจสอบมัน
ไม่นานก็มีข้อความโผล่มาในหัวเขา
เทคนิค : มังสวิรัติ(ทั่วไป)
เฉินกวนผิดหวัง นี่คือเทคนิคที่ไร้ประโยชน์ แม้แต่เอาไปขายยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เฉินกวนสั่งให้เหยียนจือเดินหน้าต่อ นอกจากเทคนิคระดับสูงแล้ว เฉินกวนก็ยังต้องหาสถานีวาร์ปในภูเขาผิงตู้
เขาจะเดินทางออกจากภูเขาผิงตู้ได้ ต้องผ่านสถานีวาร์ปเท่านั้น ครั้งหน้าที่เขาเข้ามาที่ภูเขาผิงตู้ เขาจะถูกส่งมาที่ตำแหน่งสถานีวาร์ป และจะไม่ถูกส่งมาสุ่มๆ แบบนี้อีก
ระหว่างทางเขาก็ฆ่ากระต่ายปิศาจไปเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าพื้นที่นี้จะมีสัตว์วิญญาณแค่ชนิดเดียวซึ่งคือกระต่ายปิศาจ พวกมันอยู่ระดับทั่วไปที่มีอัตราการดรอปที่น้อย
นอกจากเทคนิค ‘มังสวิรัต’ ก่อนหน้านี้แล้ว เฉินกวนไม่ได้อะไรอีกเลย
เทคนิคสูบเลือดต้องใช้เวลาในการซึมซับพลังชีวิตที่ดูดซับมา เหยียนจือหยุดสูบเลือดมาตั้งนานแล้ว หากต้องการที่จะเพิ่มเลเวลต่อ
งั้นก็ต้องรอจนกว่าเหยียนจือจะซึมซับเลือดและพลังชีวิตในตัวเสร็จก่อนจะทำการสูบเลือดเพื่อเพิ่มเลเวลต่อได้
ดังนั้นการฆ่ากระต่ายปิศาจต่อจึงแทบไม่มีความสุนัขย
“ที่นี่ไม่ได้อันตรายเหมือนที่ฉันคิดเอาไว้” เฉินกวนวางแผนที่จะพาเหยียนจือออกจากสันเขานี้ไปที่ป่าเพื่อดูว่ามีสัตว์วิญญาณชนิดอื่นหรือไม่
ไม่มีวี่แววร่องรอยของมนุษย์ที่นี่ เฉินกวนเพิ่งเข้าไปในป่าไม่ไกลนัก อยู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนและเสียงการต่อสู้ที่ป่าด้านหน้า
เขาเรียกเหยียนจือกลับมาพักในร่างและแอบเข้าไปดูใกล้ๆ เขาพบว่าเสียงนี้มาจากแม่น้ำที่ตีนภูเขา เขาซ่อนตัวและมองลงไปก่อนจะพบว่ามีคนกำลังสู้กับสัตว์วิญญาณอยู่
สัตว์วิญญาณนี่คล้ายกับโครงกระดูก ทว่าตรวจสอบดูดีๆ แล้ว ตัวมันจะปกคลุมด้วยชั้นเจลเหมือนกับหยก นอกจากมือซ้ายของมันที่เปล่งแสงสีแดงราวกับเลือดออกมาและมือซ้ายที่ใหญ่กว่ามือขวาเยอะ
เขาไม่อาจจะเห็นใบหน้าของคนที่สู้อยู่ แต่เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายยังหนุ่มยังแน่นแน่ๆ
ชายคนนี้ถือธนูไม้ ถึงจะมีลูกธนูอยู่ด้านหลัง ทว่าเพราะระยะห่างมันสั้นเกินไป เขาจึงไม่มีเวลาดึงลูกธนูออกมายิง เขาได้แต่วิ่งหนีด้วยสภาพน่าอดสู
ความเร็วของชายคนนี้เร็วกว่าเฉินกวนเยอะ แต่ยังช้ากว่าสัตว์วิญญาณที่ไล่ตามมา เขาได้แต่วิ่งหนีไปตามภูเขาและป่าคอยหลบตามต้นไม้และอาศัยภูมิประเทศเพื่อหลบจากสัตว์วิญญาณ
มือเลือดของสัตว์วิญญาณเหมือนอาวุธ ตอนที่มันฟาดเข้าใส่ต้นไม้ ต้นไม้กลับถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ภายใต้การโจมตีของมือเลือดนี้ ต้นไม้ราวกับเต้าหู้ที่เปราะบาง
“เล่าเหนี่ยว !” เมื่อเห็นใบหน้าอีกฝ่าย เฉินกวนก็ต้องตกใจ