- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 3 : กระต่ายปิศาจ
ตอนที่ 3 : กระต่ายปิศาจ
ตอนที่ 3 : กระต่ายปิศาจ
ตอนที่ 3 : กระต่ายปิศาจ
วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์พลิกผันความเข้าใจที่เฉินกวนมีต่อความสามารถติดตัว
เขาไม่เคยได้ยินระดับลับสุดยอดมาก่อน ถ้าคนอื่นรู้เรื่องนี้เข้า
มันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาต้องกลายเป็นที่อิจฉาของพวกคนใจแคน มันจะส่งผลต่อความปลอดภัยทั้งตัวเขาเองและคนที่เขารัก
เฉินกวนตัดสินใจว่า แม้แต่ญาติของเขาก็ไม่มีควรให้รู้เรื่องตัวตนของความสามารถติดตัว ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ เขาห้ามใช้มันต่อหน้าคนอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา
ความแข็งแกร่งของกระต่ายปิศาจนี้ เหนือกว่ากระต่ายปิศาจระดับหายากที่เฉินกวนรู้จักมา แม้แต่จ้านกั้วที่ได้รับพลังจาก ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ ก็ทำได้แค่ทัดเทียมกับกระต่ายยักษ์นี้เท่านั้น
ในด้านของความแข็งแกร่งและความเร็วที่แท้จริงแล้ว จ้านกั้วนั้นด้อยกว่า
เหตุผลว่าทำไมยังสู้กับกระต่ายยักษ์นี่ได้ ก็เพราะความฉลาดของมันที่เหนือกว่ากระต่ายยักษ์
ผลของ ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ ไม่ใช่แค่เพิ่มแรงและความเร็วของมัน แต่ยังเพิ่มความฉลาดและความสามารถด้านอื่นๆ ขึ้นมาด้วย
จ้านกั้วเลือกใช้ตำแหน่งและกลยุทธ์ในการหลอกล่อกระต่ายยักษ์ที่แกร่งกว่าและเร็วกว่าตนเอง
กระต่ายยักษ์สะบัดมีดปังตอไปมา มีดสีดำในมือมันเหมือนกับสายฟ้าที่ฟาดฟันลงมา ทว่าจ้านกั้วก็ยังวิ่งวนหลบไปด้านหลังกระต่ายยักษ์ ทำให้ยากที่กระต่ายยักษ์จะโจมตีได้สุดแรง
“จ้านกั้วสุดยอดจริงๆ....จ้านกั้วยิ่งใหญ่...แกเป็นสุนัขที่ดีที่สุดในโลก...”
เฉินกวนส่งเสียงเชียร์อยู่ข้างๆ แต่เขาก็พบว่ามันไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก ดูเหมือนว่า ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ จะไม่ได้พึ่งแค่คำพูดกับเสียงดัง
มันไม่ได้ส่งผลต่อปัจจัยภายนอก แต่มันจะเพิ่มความสามารถของตัวเป้าหมายแค่นั้น
เพราะมันวิ่งวนไปมารอบๆ กระต่ายยักษ์ที่มันสมองต่ำจึงสับสน ตอนที่กระต่ายยักษ์เผลอ จ้านกั้วก็ฉวยโอกาสในการลอบโจมตีและกัดเข้าที่อุ้งมือของมัน
เมื่อรู้สึกเจ็บ กระต่ายยักษ์จึงได้แต่ต้องปล่อยมือจากมีดปังตอและใช้กงเล็บอีกข้างสะบัดเข้าที่คอของจ้านกั้ว
การตอบโต้ของจ้านกั้วตอนนี้ค่อนข้างเร็ว ราวกับเข้าสู่สภาวะตื่นรู้ เมื่อเห็นกงเล็บของกระต่ายยักษ์ที่สะบัดเข้ามา มันก็รีบถีบตัวออกมา
ตอนที่หลบการโจมตี กงเล็บข้างหนึ่งของมันก็สะบัดเข้าที่ด้ามจับมีดปังตอปัดให้มีดกระเด็นไกลออกไปอีก
ทางที่มีดกระเด็นไปนั้นคือ ทางที่เฉินกวนอยู่ เฉินกวนมองมีดที่กระเด็นมาทางเขาก่อนจะรีบหลบ
ด้วยความแข็งแกร่งและสายตาของเขาตอนนี้ เขาไม่น่าจะรับมีดนี่ได้ เขาคงบาดเจ็บหนักถ้าโดนมีดนี่ฟันเอา
มีดปังตอพุ่งผ่านเฉินกวนไปปักกับแท่งกระดูกที่หนากว่าต้นขาคน แท่งกระดูกแตกออกในพริบตา แต่แรงดีดของมีดก็หมดลงไปด้วย ดังนั้น มีดจึงร่วงลงไปบนกองกระดูกแทน
เฉินกวนแปลกใจ “มีดปังตอคมขนาดนี้ โชคดีที่จ้านกั้วไม่โดนมีดนี่ฟัน ไม่งั้นแล้วคงโดนผ่าออกเป็นสองส่วนทันที และคงไมมีโอกาสได้ลิ้มรสพลังของ ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’”
เฉินกวนวิ่งไปที่มีดปังตอ เขายื่นมือออกมาจับที่ด้ามจับมีดและยกมีดขึ้นมา
ถึงมีดนี่จะสั้น แต่มันก็หนักเอามากๆ ด้วยแรงของเฉินกวนตอนนี้ การจะยกมีดขึ้นไม่ใช่เรื่องยาก ทว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะกวัดแกว่งมีดไปมาเหมือนกับกระต่ายยักษ์
กระต่ายปิศาจพุ่งเข้ามาเพื่อทวงมีดมันคืน ตอนที่มันเพิ่งจะหันตัวกลับ จ้านกั้วก็กัดเข้าที่หางของมันจนหางขาดเลือดสาดออกมา
กระต่ายยักษ์กรีดร้องออกมาด้วยเสียงแปลกๆ มันหันกลับใช้อุ้งมือตะปบจ้านกั้ว แต่จ้านกั้วถีบตัวเบี่ยงหลบไปอยู่อีกข้างของกระต่ายยักษ์ไปแล้ว
กระต่ายยักษ์ไล่ตามจ้านกั้วไป แต่จ้านกั้วก็ยังอาศัยความเร็วและความคล่องแคล่วที่มากกว่า สุดท้ายกระต่ายยักษ์ที่ไม่ฉลาดพอก็ไม่อาจจะทำอะไรจ้านกั้วได้
ฉัวะ !
ตอนที่กระต่ายยักษ์ไล่ตามจ้านกั้วอยู่นั้น มีดปังตอกลับฟันเข้ามาที่ด้านหลัง สับเข้าที่คอของมัน มีดปังตอฟันคอได้แค่ครึ่งเดียวและติดอยู่ที่คอของมัน
เฉินกวนลอบโจมตีได้สำเร็จ มือทั้งสองข้างของเขาจับที่ด้ามมีด เท้าทั้งสองข้างเหยียบที่หลังกระต่ายยักษ์ เขาพยายามจะดึงมีดออกแต่มีดกลับไม่ขยับเลยสักนิด
กระต่ายยักษ์ชะงัก มันค่อยๆ หันหัวกลับมา ตาที่แดงก่ำของมันเปลี่ยนเป็นตาสีดำสนิท เฉินกวนได้แต่ต้องปล่อยมือจากมีดและรีบหันกลับเพื่อที่จะหนี
กระต่ายยักษ์ยื่นกงเล็บออกมาจับที่ด้ามมีดและดึงมีดออก ขาหลังของมันถีบที่พื้นกระโดดไปได้กว่า 10 ม. เข้าไปขวางเฉินกวนที่กำลังหนี
สายตาที่โกรธแค้นของมันราวกับมีเปลวไฟสีดำลุกไหม้
เฉินกวนยังไม่ทันได้ตั้งตัว กระต่ายยักษ์ใช้มีดปังตอสับเข้าที่หัวเฉินกวน ความเร็วของมีดเร็วกว่าก่อนมันจะบาดเจ็บซะด้วยซ้ำราวกับสายฟ้าสีดำที่ผ่าลงมาจากท้องฟ้าตรงเข้าที่หัวเฉินกวน
เฉินกวนมองเห็นก็จริงแต่ร่างกายเขาหลบไม่ทัน ความคิดในหัวบอกให้เขาหนีแต่ร่างกายไม่ยอมขยับ
ตอนที่มีดกำลังจะฟันถึงหัวเฉินกวน ร่างสีแดงก็พุ่งเข้ามาจากข้างๆ และพุ่งเข้าไปกัดที่มือที่ถือมีดของกระต่ายยักษ์ แรงชนของมันทำให้มีดเบี่ยงวิถีจากเดิมไป
ใบมีดฟันลงไปที่แขนเสื้อของเฉินกวนจนแขนเสื้อขาด ไม่รู้เลยว่ามันตัดขนเขาไปได้กี่เส้น
เฉินกวนกลัวและรีบวิ่งหนีออกมา
กระต่ายยักษ์โดนกัดเข้าที่มือ แต่มันไม่ยอมปล่อยมือที่จับมีด หลังจากที่สลัดจ้านกั้วออกมาได้ มันก็เลือกไล่ตามเฉินกวนต่อ
เฉินกวนกลิ้งหลบพยายามหนีไปตามกองกระดูก มีดปังตอในมือกระต่ายยักษ์นั้นเหมือนกับขวานที่สับลงท่อนฟืน ไม่ว่ามันฟันลงมาที่ไหน ไม่ว่ากองกระดูกจะสูงแค่ไหนก็ไม่อาจจะทัดทานการโจมตีของกระต่ายยักษ์ได้
หากจ้านกั้วไม่คอยโจมตีอยู่เรื่อยๆ เพื่อยื้อกระต่ายยักษ์เอาไว้ เฉินกวนคงโดนฆ่าไปแล้ว
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ความเร็วของกระต่ายยักษ์ก็ลดลง แผลที่คอของมันเลือดไหลอยู่ตลอด การที่มันเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องแบบนี้ยิ่งทำให้เลือดไหลออกมาเยอะกว่าเดิมและเสียเลือดไปเยอะจนตัวเริ่มสั่นยากจะยืนไหว
ปัง !
ร่างของกระต่ายยักษ์ร่วงลงกระแทกกับกองกระดูก ก่อนที่มันจะตาย มันโยนมีดในมือใส่ที่เฉินกวน เฉินกวนตั้งตัวไม่ทันและได้แต่ปล่อยให้มีดบินผ่านหัวไป
เฉินกวนยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ด้วยหน้าที่ซีดเผือด ตัวเขาชุ่มเหงื่อไปทั้งตัว วิญญาณเหมือนจะหลุดออกจากร่าง
กระต่ายยักษ์ที่นอนอยู่กับพื้นเห็นว่าการโจมตีสุดท้ายนั้นไม่โดนเฉินกวน
ตาที่แดงก่ำของมันเบิกกว้างจับจ้องไปที่เฉินกวน มันตายทั้งๆ ที่ตายังเปิดอยู่ เฉินกวนไม่มั่นใจว่ากระต่ายยักษ์นี่ตายไปแล้วจริงๆไหม เขาไม่กล้าเข้าไปดู
แต่ไม่นาน เขาก็เห็นแสงสีขาวแดงพุ่งออกมาจากตัวกระต่ายยักษ์
แสงสีขาวแดงนี้เหมือนกับหิ่งห้อยนับไม่ถ้วนที่ลอยเข้ามาที่ตัวเฉินกวนอย่างรวดเร็ว มันได้บินเข้าไปในตัว เฉินกวนราวกับผีที่พุ่งทะลุร่างเขาไป