เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 3 : กระต่ายปิศาจ

ตอนที่ 3 : กระต่ายปิศาจ

ตอนที่ 3 : กระต่ายปิศาจ


ตอนที่ 3 : กระต่ายปิศาจ

วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์พลิกผันความเข้าใจที่เฉินกวนมีต่อความสามารถติดตัว

เขาไม่เคยได้ยินระดับลับสุดยอดมาก่อน ถ้าคนอื่นรู้เรื่องนี้เข้า

มันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาต้องกลายเป็นที่อิจฉาของพวกคนใจแคน มันจะส่งผลต่อความปลอดภัยทั้งตัวเขาเองและคนที่เขารัก

เฉินกวนตัดสินใจว่า แม้แต่ญาติของเขาก็ไม่มีควรให้รู้เรื่องตัวตนของความสามารถติดตัว ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’  เขาห้ามใช้มันต่อหน้าคนอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา

ความแข็งแกร่งของกระต่ายปิศาจนี้ เหนือกว่ากระต่ายปิศาจระดับหายากที่เฉินกวนรู้จักมา แม้แต่จ้านกั้วที่ได้รับพลังจาก ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ ก็ทำได้แค่ทัดเทียมกับกระต่ายยักษ์นี้เท่านั้น

ในด้านของความแข็งแกร่งและความเร็วที่แท้จริงแล้ว จ้านกั้วนั้นด้อยกว่า

เหตุผลว่าทำไมยังสู้กับกระต่ายยักษ์นี่ได้ ก็เพราะความฉลาดของมันที่เหนือกว่ากระต่ายยักษ์

ผลของ ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ ไม่ใช่แค่เพิ่มแรงและความเร็วของมัน แต่ยังเพิ่มความฉลาดและความสามารถด้านอื่นๆ ขึ้นมาด้วย

จ้านกั้วเลือกใช้ตำแหน่งและกลยุทธ์ในการหลอกล่อกระต่ายยักษ์ที่แกร่งกว่าและเร็วกว่าตนเอง

กระต่ายยักษ์สะบัดมีดปังตอไปมา มีดสีดำในมือมันเหมือนกับสายฟ้าที่ฟาดฟันลงมา ทว่าจ้านกั้วก็ยังวิ่งวนหลบไปด้านหลังกระต่ายยักษ์ ทำให้ยากที่กระต่ายยักษ์จะโจมตีได้สุดแรง

“จ้านกั้วสุดยอดจริงๆ....จ้านกั้วยิ่งใหญ่...แกเป็นสุนัขที่ดีที่สุดในโลก...”

เฉินกวนส่งเสียงเชียร์อยู่ข้างๆ แต่เขาก็พบว่ามันไม่ได้ส่งผลอะไรมากนัก ดูเหมือนว่า ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’ จะไม่ได้พึ่งแค่คำพูดกับเสียงดัง

มันไม่ได้ส่งผลต่อปัจจัยภายนอก แต่มันจะเพิ่มความสามารถของตัวเป้าหมายแค่นั้น

เพราะมันวิ่งวนไปมารอบๆ กระต่ายยักษ์ที่มันสมองต่ำจึงสับสน ตอนที่กระต่ายยักษ์เผลอ จ้านกั้วก็ฉวยโอกาสในการลอบโจมตีและกัดเข้าที่อุ้งมือของมัน

เมื่อรู้สึกเจ็บ กระต่ายยักษ์จึงได้แต่ต้องปล่อยมือจากมีดปังตอและใช้กงเล็บอีกข้างสะบัดเข้าที่คอของจ้านกั้ว

การตอบโต้ของจ้านกั้วตอนนี้ค่อนข้างเร็ว ราวกับเข้าสู่สภาวะตื่นรู้ เมื่อเห็นกงเล็บของกระต่ายยักษ์ที่สะบัดเข้ามา มันก็รีบถีบตัวออกมา

ตอนที่หลบการโจมตี กงเล็บข้างหนึ่งของมันก็สะบัดเข้าที่ด้ามจับมีดปังตอปัดให้มีดกระเด็นไกลออกไปอีก

ทางที่มีดกระเด็นไปนั้นคือ ทางที่เฉินกวนอยู่ เฉินกวนมองมีดที่กระเด็นมาทางเขาก่อนจะรีบหลบ

ด้วยความแข็งแกร่งและสายตาของเขาตอนนี้ เขาไม่น่าจะรับมีดนี่ได้ เขาคงบาดเจ็บหนักถ้าโดนมีดนี่ฟันเอา

มีดปังตอพุ่งผ่านเฉินกวนไปปักกับแท่งกระดูกที่หนากว่าต้นขาคน แท่งกระดูกแตกออกในพริบตา แต่แรงดีดของมีดก็หมดลงไปด้วย ดังนั้น มีดจึงร่วงลงไปบนกองกระดูกแทน

เฉินกวนแปลกใจ “มีดปังตอคมขนาดนี้ โชคดีที่จ้านกั้วไม่โดนมีดนี่ฟัน ไม่งั้นแล้วคงโดนผ่าออกเป็นสองส่วนทันที และคงไมมีโอกาสได้ลิ้มรสพลังของ ‘วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์’”

เฉินกวนวิ่งไปที่มีดปังตอ เขายื่นมือออกมาจับที่ด้ามจับมีดและยกมีดขึ้นมา

ถึงมีดนี่จะสั้น แต่มันก็หนักเอามากๆ ด้วยแรงของเฉินกวนตอนนี้ การจะยกมีดขึ้นไม่ใช่เรื่องยาก ทว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะกวัดแกว่งมีดไปมาเหมือนกับกระต่ายยักษ์

กระต่ายปิศาจพุ่งเข้ามาเพื่อทวงมีดมันคืน ตอนที่มันเพิ่งจะหันตัวกลับ จ้านกั้วก็กัดเข้าที่หางของมันจนหางขาดเลือดสาดออกมา

กระต่ายยักษ์กรีดร้องออกมาด้วยเสียงแปลกๆ มันหันกลับใช้อุ้งมือตะปบจ้านกั้ว แต่จ้านกั้วถีบตัวเบี่ยงหลบไปอยู่อีกข้างของกระต่ายยักษ์ไปแล้ว

กระต่ายยักษ์ไล่ตามจ้านกั้วไป แต่จ้านกั้วก็ยังอาศัยความเร็วและความคล่องแคล่วที่มากกว่า สุดท้ายกระต่ายยักษ์ที่ไม่ฉลาดพอก็ไม่อาจจะทำอะไรจ้านกั้วได้

ฉัวะ !

ตอนที่กระต่ายยักษ์ไล่ตามจ้านกั้วอยู่นั้น มีดปังตอกลับฟันเข้ามาที่ด้านหลัง สับเข้าที่คอของมัน มีดปังตอฟันคอได้แค่ครึ่งเดียวและติดอยู่ที่คอของมัน

เฉินกวนลอบโจมตีได้สำเร็จ มือทั้งสองข้างของเขาจับที่ด้ามมีด เท้าทั้งสองข้างเหยียบที่หลังกระต่ายยักษ์       เขาพยายามจะดึงมีดออกแต่มีดกลับไม่ขยับเลยสักนิด

กระต่ายยักษ์ชะงัก มันค่อยๆ หันหัวกลับมา ตาที่แดงก่ำของมันเปลี่ยนเป็นตาสีดำสนิท เฉินกวนได้แต่ต้องปล่อยมือจากมีดและรีบหันกลับเพื่อที่จะหนี

กระต่ายยักษ์ยื่นกงเล็บออกมาจับที่ด้ามมีดและดึงมีดออก ขาหลังของมันถีบที่พื้นกระโดดไปได้กว่า 10 ม.      เข้าไปขวางเฉินกวนที่กำลังหนี

สายตาที่โกรธแค้นของมันราวกับมีเปลวไฟสีดำลุกไหม้

เฉินกวนยังไม่ทันได้ตั้งตัว กระต่ายยักษ์ใช้มีดปังตอสับเข้าที่หัวเฉินกวน ความเร็วของมีดเร็วกว่าก่อนมันจะบาดเจ็บซะด้วยซ้ำราวกับสายฟ้าสีดำที่ผ่าลงมาจากท้องฟ้าตรงเข้าที่หัวเฉินกวน

เฉินกวนมองเห็นก็จริงแต่ร่างกายเขาหลบไม่ทัน ความคิดในหัวบอกให้เขาหนีแต่ร่างกายไม่ยอมขยับ

ตอนที่มีดกำลังจะฟันถึงหัวเฉินกวน ร่างสีแดงก็พุ่งเข้ามาจากข้างๆ และพุ่งเข้าไปกัดที่มือที่ถือมีดของกระต่ายยักษ์ แรงชนของมันทำให้มีดเบี่ยงวิถีจากเดิมไป

ใบมีดฟันลงไปที่แขนเสื้อของเฉินกวนจนแขนเสื้อขาด ไม่รู้เลยว่ามันตัดขนเขาไปได้กี่เส้น

เฉินกวนกลัวและรีบวิ่งหนีออกมา

กระต่ายยักษ์โดนกัดเข้าที่มือ แต่มันไม่ยอมปล่อยมือที่จับมีด หลังจากที่สลัดจ้านกั้วออกมาได้ มันก็เลือกไล่ตามเฉินกวนต่อ

เฉินกวนกลิ้งหลบพยายามหนีไปตามกองกระดูก มีดปังตอในมือกระต่ายยักษ์นั้นเหมือนกับขวานที่สับลงท่อนฟืน ไม่ว่ามันฟันลงมาที่ไหน ไม่ว่ากองกระดูกจะสูงแค่ไหนก็ไม่อาจจะทัดทานการโจมตีของกระต่ายยักษ์ได้

หากจ้านกั้วไม่คอยโจมตีอยู่เรื่อยๆ เพื่อยื้อกระต่ายยักษ์เอาไว้ เฉินกวนคงโดนฆ่าไปแล้ว

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ความเร็วของกระต่ายยักษ์ก็ลดลง แผลที่คอของมันเลือดไหลอยู่ตลอด การที่มันเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องแบบนี้ยิ่งทำให้เลือดไหลออกมาเยอะกว่าเดิมและเสียเลือดไปเยอะจนตัวเริ่มสั่นยากจะยืนไหว

ปัง !

ร่างของกระต่ายยักษ์ร่วงลงกระแทกกับกองกระดูก ก่อนที่มันจะตาย มันโยนมีดในมือใส่ที่เฉินกวน เฉินกวนตั้งตัวไม่ทันและได้แต่ปล่อยให้มีดบินผ่านหัวไป

เฉินกวนยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ด้วยหน้าที่ซีดเผือด ตัวเขาชุ่มเหงื่อไปทั้งตัว วิญญาณเหมือนจะหลุดออกจากร่าง

กระต่ายยักษ์ที่นอนอยู่กับพื้นเห็นว่าการโจมตีสุดท้ายนั้นไม่โดนเฉินกวน

ตาที่แดงก่ำของมันเบิกกว้างจับจ้องไปที่เฉินกวน มันตายทั้งๆ ที่ตายังเปิดอยู่ เฉินกวนไม่มั่นใจว่ากระต่ายยักษ์นี่ตายไปแล้วจริงๆไหม เขาไม่กล้าเข้าไปดู

แต่ไม่นาน เขาก็เห็นแสงสีขาวแดงพุ่งออกมาจากตัวกระต่ายยักษ์

แสงสีขาวแดงนี้เหมือนกับหิ่งห้อยนับไม่ถ้วนที่ลอยเข้ามาที่ตัวเฉินกวนอย่างรวดเร็ว มันได้บินเข้าไปในตัว        เฉินกวนราวกับผีที่พุ่งทะลุร่างเขาไป

จบบทที่ ตอนที่ 3 : กระต่ายปิศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว