- หน้าแรก
- เทพแห่งสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 1 : พรสวรรค์ลับ
ตอนที่ 1 : พรสวรรค์ลับ
ตอนที่ 1 : พรสวรรค์ลับ
ตอนที่ 1 : พรสวรรค์ลับ
กว่า 3,000 ปีก่อน กองทัพเหล็กของราชวงศ์ฉินได้กวาดล้างแผ่นดินทั่วหล้า
จักรพรรดิผู้ก่อตั้งได้ไล่ตามความเป็นอมตะและพบกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์และมิติเร้นลับ ค้นพบสุดยอดวิชา, สมบัติวิเศษและทักษะฝึกให้เชื่อง
เขาได้ใช้ของเหล่านี้ในการรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น เขาสะดุดตาทักษะอันหนึ่ง ทักษะฝึกให้เชื่อง จากนั้นเป็นต้นมาทุกผืนแผ่นดินภายใต้สวรรค์ก็กลายเป็นดินแดนของราชวงศ์ฉิน
ทะเลทั้งสี่และผืนแผ่นดินทั่วหล้าต่างก็เป็นของราชวงศ์ฉิน
จักรพรรดิผู้ก่อตั้งได้บ่มเพาะทักษะลับจนเป็นอมตะและคงรูปลักษณ์เยาว์วัยไว้ตลอดกาล เขาคงรูปลักษณ์ชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาทั้งๆ ที่อายุกว่าพันปีแล้ว
เขาประจำอยู่ที่วิหารบรรพชนมากว่า 2,000 ปี เขาคือคนที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีและขีดเขียนระบบสังคมจนนำพาแผ่นดินสู่ยุคแห่งความเจริญ
ในเวลาเดียวกันทุกคนก็สามารถเข้าไปในเขตแดนลับเพื่อฝึกฝนทักษะและได้รับสัตว์เลี้ยงวิญญาณ สังคมมนุษย์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ยากจะจินตนาการได้
จักรพรรดิผู้ก่อตั้งได้รับการขนาดนามว่าบรรพชนของโลก
เมื่อ 1,000 ปีก่อน มีเขตแดนแปลกๆ ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า มันเหมือนกับพระราชวังปกคลุมท้องฟ้าเอาไว้
มีปรากฏการณ์แปลกประหลาดนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นมาบนโลกราวกับว่ามีเหล่าเทพยดาอยู่เบื้องหลัง เกิดการเปลี่ยนแปลงผิดปกติขึ้นทั่วโลก
บนท้องฟ้าไม่มีดวงอาทิตย์ ในท้องฟ้ายามค่ำคืนไม่มีหมู่ดาว ไม่อาจจะแยกหยินหยางจากกันได้ ฤดูทั้งสี่ไม่อาจจะแบ่งแยกกันได้ พืชพันธุ์เริ่มแห้งเหี่ยวโรยรา
จักรพรรดิผู้ก่อตั้งได้นำกองทัพของตนเข้าสู่ก้นจิตสวรรค์เข้าไปในเขตแดนลับแห่งนั้น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ลมพัดกรรโชก เสียงการฆ่าฟันดังก้องอยู่ในท้องฟ้า ฝนเลือดสาดลงมาทั่วแผ่นดินทุกกระเบียดนิ้วกว่า 10 วันติด
สุดท้ายโลกก็กลับไปเป็นปกติดังเดิม
เขตแดนลับบนท้องฟ้าหายไป ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์กลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้ง โลกได้กลับเป็นปกติ ทว่าจักรพรรดิผู้ก่อตั้งและกองทัพของเขากลับหายไปตลอดกาลไม่เคยกลับมาจากเขตแดนลับนั้นอีกเลย
โลกตกอยู่ในความวุ่นวาย ทว่าก็มีวีรบุรุษกำเนิดขึ้นมาแทน วิหารบรรพชนล่มสลาย กว่า 200 ปีแห่งความวุ่นวาย
สุดท้ายผืนแผ่นดินก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ราชาสวรรค์ทั้งสิบได้เข้ามาดูแลวิหารบรรพบนและกลายเป็นผู้อาวุโสรุ่นแรกของวิหารบรรพชน
มันไม่มีจักรพรรดิผู้ก่อตั้งอยู่บนโลกนี้อีก มันมีแค่ผู้นำของวิหารบรรพชนและผู้อาวุโสทั้งสิบของวิหารบรรพชนที่มีสิทธิ์ที่จะเลือกผู้นำของวิหารบรรพชนได้
“ปลุกความสามารถติดตัว....วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์....” เฉินกวนชะงักตัวแข็งทื่อ เขาเหม่ออยู่นาน
ตั้งแต่ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บ่มเพาะ เฉินกวนก็เพ้อฝันมาตลอดว่าเขาจะปลุกความสามารถแบบไหนขึ้นมา
หลังจากที่เข้าไปในเขตแดนลับตอนอายุ 18 ปี สำหรับผู้บ่มเพาะแล้ว ความสามารถติดตัวนั้นเพียงพอที่จะส่งผลต่อโชคชะตาของชีวิตแต่ละคนได้
เขาคิดว่าจะปลุกความสามารถระดับสูงอย่าง ‘ร่างเต๋าไร้เทียมทาน’, ‘กระดูกดาบสวรรค์’, ‘วิญญาณแห่งยุทธิ์สิบทิศ’
เฉินกวนยังเคยคิดว่าเขาคงปลุกความสามารถที่สูงส่งไม่ได้ ยังไงเสียมันก็คือความสามารถมีโอกาสปลุกขึ้นมาได้ 1 ใน 1,000 สำหรับความสามารถอันสูงส่งเหล่านี้
มันอาจจะมีแค่ 1-2 คน บนโลกที่ปลุกความสามารถเหล่านี้ขึ้นมาได้
ความสามารถเหล่านี้แบ่งออกเป็น 5 ระดับ : ทั่วไป, หายาก, พิเศษ, เอกลักษณ์และไร้เทียมทาน ระดับทั่วไปนั้นคือแย่ที่สุด ส่วนระดับไร้เทียมทานนั้นดีที่สุด
การปลุกความสามารถนั้นทำได้ง่าย เมื่ออายุครบ 18 ปี หรือมากกว่านั้น เราแค่ต้องเริ่มบ่มเพาะทักษะและเข้าไปในเขตแดนลับ เมื่อรับรู้ถึงตัวตนของพลังชีวิต เราก็สามารถรับรู้ถึงสวรรค์และปลุกความสามารถขึ้นมาได้
เฉินกวนคิดถึงความเป็นไปได้นับไม่ถ้วน ทว่าเขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะปลุกความสามาถแบบนี้ขึ้นมา
ดูจากชื่อแล้ว เขาบอกได้ทันที ว่าความสามารถนี้ไม่ได้ส่งผลต่อการบ่มเพาะหรือการใช้ทักษะแต่อย่างใด มันเหมือนความสามารถที่เน้นไปที่ด้านปลุกขวัญกำลังใจและเป็นความสามารถสายสนับสนุนมากกว่า
ในยุคที่แบ่งแยกกันด้วยความแข็งแกร่ง ทุกคนต่างก็อยากจะแข็งแกร่งขึ้น
หากต้องการที่จะรอดในเขตแดนลับ ไม่ว่าความสามารถสายสนับสนุนจะดีเด่นเพียงใด ทว่าสุดท้ายเขาก็ต้องพึ่งคนอื่น เขาจะรอดไปได้ก็ต่อเมื่อคนอื่นเมตตา นี่คือผลลัพธ์ที่เฉินกวนไม่อาจจะรับได้
“ ถึงฉันจะปลุกความสามารถสายสนับสนุนขึ้นมาและไม่อาจจะใช้มันเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองได้ ทว่าฉันก็ฝึกทักษะอื่นไปจนถึงจุดสูงสุดเพื่อลดช่องว่างของความต่างด้านความสามารถติดตัวได้ !
“ฉันสามาราถควบคุมสัตว์เลี้ยงวิญญาณให้ไปสู้กับผู้บ่มเพาะคนอื่นๆแทนได้” เฉินกวนไม่จมอยู่กับความผิดหวัง เขาเลือกที่จะสลัดความสลดในหัวทิ้งและเลือกที่จะตรวจสอบความสามารถติดตัวที่ตัวเองได้มา
[ เฉินกวน : ผู้บ่มเพาะ เลเวล 1
พลังชีวิต – 1
ความสามารถติดตัว – วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์(ลับสุดยอด)
เทคนิค – อายุยืนยาว เลเวล 1
ทักษะ - ไม่มี
สัตว์เลี้ยงวิญญาณ - สุนัขแดง เลเวล 1 ]
กฎของโลกในเขตแดนลับนั้นต่างจากโลกภายนอก ในเขตแดนลับ ผู้บ่มเพาะที่ฝึกฝนเทคนิคลับสามารถตรวจสอบข้อมูลของตนได้ ทุกคนจะเข้าใจสภาพร่างกายของตนเป็นอย่างดี
เฉินกวนเพิ่งเข้ามาในเขตแดนลับและเพิ่งปลุกความสามารถขึ้นมา เทคนิคอายุยืนยาวคือเทคนิคทั่วไปที่ทุกคนบ่มเพาะได้ หลังจากที่ปลุกความสามารถขึ้นมา เขาก็มีพลังชีวิตแค่ 1 หน่วย ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับผู้บ่มเพาะส่วนมาก
เมื่อเฉินกวนเห็นคำว่า ‘ลับสุดยอด’ ด้านหลังความสามารถติดตัว ตอนแรกเขาก็ดีใจ เขาคิดว่าถึงนี่จะเป็นเพียงความสามารถสายสนับสนุน ทว่าหากมันเป็นความสามารถระดับไร้เทียมทาน มันก็น่าจะมีค่าอย่างมาก
หลังจากที่ลองตรวจสอบดูดีๆ สีหน้าแสดงความยินดีของเขาก็เปลี่ยนเป็นสับสน
จากระดับความสามารถทั้ง 5 ระดับ ทั่วไป, หายาก, พิเศษ, เอกลักษณ์และไร้เทียมทาน มันไม่ได้มีระดับลับสุดยอด มันคล้ายกับระดับไร้เทียมทานแบบปลอมๆมากกว่า
“ความสามารถติดตัวมีของปลอมด้วยเหรอ ?” เฉินกวนสับสน เขาพยายามคิดให้ออกว่าความสามารถติดตัวของเขามันเป็นแบบไหนกันแน่
วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ (ลับสุดยอด) : คำชมที่เหนือกว่าคำพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิต, วิญญาณและทำให้ผู้คนที่โดนชมนั้นรู้สึกกระปรี้ประเปร่า ราวกับได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้า ยิ่งใช้คำพูดดีเพียงใด, ยิ่งโดนใจเท่าไหร่ มันยิ่งส่งผลมากเท่านั้น
ยิ่งเฉินกวนลองอ่านดูเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งสับสนเท่านั้น เขาไม่เคยได้ยินระดับลับสุดยอดมาก่อน เขาไม่รู้ด้วยว่ามันคืออะไร
ตัดสินจากคำอธิบายความสามารถติดตัว มันน่าจะคล้ายกับที่เขาคิดเอาไว้ มันคือความสามารถในการให้กำลังใจคนและสัตว์เลี้ยงวิญญาณ
มันเหมือนความสามารถที่จะกระตุ้นเป้าหมายผ่านคำพูดและการกระทำได้ ยิ่งชมเท่าไหร่ก็ยิ่งได้ผลดีเท่านั้น
เฉินกวนไม่รู้ว่าความสามารถนี้ต่างจากความสามารถต่างๆ ของพวกผู้บ่มเพาะสายสนับสนุนคนอื่นเช่นใด เขาต้องทดสอบด้วยตัวเอง
“ ถึงฉันจะไม่เคยได้ยินระดับลับสุดยอดมาก่อน แต่มันดูไม่เหมือนความสามารถติดตัวทั่วไป ยิ่งกว่านั้นมันก็คือระดับที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วย
บางทีมันอาจจะดีกว่าระดับไร้เทียมทานก็ได้ ถ้าอย่างนั้น ถึงจะเป็นแค่ความสามารถสายสนับสนุน ทว่ามันก็น่าจะมีบทบาทสำคัญซึ่งเอาความสามารถสายสนับสนุนทั่วไปมาเทียบไม่ได้... ”
เฉินกวนกดความสงสัยในใจเอาไว้และมองไปรอบๆ เขาคิดว่าจะทดสอบความสามารถนี้แบบไหนดี
เขาอยู่ในหุบเขาที่ไม่มีแม้แต่ต้นหญ้างอก มันเป็นหุบเขาที่เต็มไปด้วยกระดูกรูปร่างแปลกๆ ที่นี่คล้ายกับหลุมลึก
เขตแดนลับตอนนี้แบ่งเป็น 2 แบบ : ถ้ำสวรรค์และดินแดนศักดิ์สิทธิ์ โดยถ้ำสวรรค์เป็นเขตแดนลับระดับสูงที่ผู้บ่มเพาะต้องฝึกฝนไปถึงระดับหนึ่งก่อนถึงจะเข้าไปได้ ผู้บ่มเพาะส่วนมากไม่เคยเข้าไปในถ้ำสวรรค์มาก่อน
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีข้อจำกัดน้อยกว่า มนุษย์สามารถเข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้หลังจากที่อายุครบ 18 ปี
หากอายุต่ำกว่า 18 ปี พวกเขาจะมองไม่เห็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ถึงมันจะอยู่ตรงหน้าพวกเขาก็ตาม พวกเขาจะไม่สามารถเข้าไปได้ถึงจะมีคนด้านในดึงพวกเขาเข้าไปก็ตาม
พวกเขาได้แต่มองดูคนอื่นเดินเข้าด้านใน แต่พวกเขากลับต้องเดินชนกำแพงพลังที่มองไม่เห็นแทน
การบ่มเพาะเทคนิคลับด้านนอกเขตแดนลับมีแต่ทำให้ร่างกายและจิตใจแกร่งขึ้น เพราะโลกด้านนอกไม่มีพลังชีวิต มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสะสมพลังชีวิตด้วยการฝึกฝนทักษะและทำให้ร่างกายตนเองแกร่งขึ้น
มีแค่การเข้าไปในเขตแดนลับและดูดซับพลังชีวิตเข้ามาในร่างถึงจะปลุกความสามารถติดตัวและก้าวเข้าสู่เส้นทางบ่มเพาะจริงๆได้
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แต่ละแห่งนั้นเหมือนกับโลกที่กว้างไร้ขอบเขต จนตอนนี้ก็ยังไม่มีมนุษย์คนไหนที่สำรวจดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ทั้งหมด
ครั้งแรกที่เข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เราจะปรากฏตัวในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แบบสุ่ม นี่คือสิ่งที่ไม่อาจจะควบคุมได้ ทว่าโดยทั่วไปแล้วเราจะโดนส่งไปยังพื้นที่ที่สัตว์วิญญาณเลเวลน้อยๆ
ไม่รู้ว่ามันเพราะพลังลึกลับหรือว่าเป็นกฎของเขตแดนลับเอง
เฉินกวนไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เขาทำการบ้านก่อนจะเข้ามาในเขตแดนลับและรู้ว่าที่นี่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ชื่อว่า ‘ภูเขาผิงตู้’ ทว่าเขาไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนกันแน่
กระดูกบางชิ้นที่นี่ใหญ่กว่ากระดูกไดโนเสาร์ด้วยซ้ำ มีกระดูกบางชิ้นมีขนาดเล็กกว่าไม้จิ้มฟันอีก มันดูแปลก ชัดแล้วว่าพวกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตบนโลกแน่ๆ
ตอนที่ตรวจสอบรอบๆ อยู่นั้น อยู่ๆ เขาก็พบว่ากระดูกรอบๆ ตัวนั้นสั่นไหว เมื่อลองตรวจสอบดูใกล้ๆ แล้ว เขาก็พบสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับหมีขั้วโลก
แต่เมื่อดูดีๆแล้ว เขาก็พบว่ามันไม่ใช่หมี มันคือกระต่ายที่ตัวใหญ่พอๆกับหมีขั้วโลกต่างหาก
ถึงจะเรียกมันว่า กระต่าย ทว่ามันก็ต่างจากกระต่ายในชีวิตจริง สัดส่วนที่หัวและตัวของมันต่างจากกระต่ายของจริง หัวของมันใหญ่กว่าตัว มันนั่งยองๆ โดยที่ขาหน้าไม่แตะพื้นและยืนเหมือนกับคน
ถึงจะไม่เห็นหน้าของมัน แต่ก็มีขนปุยๆ หัวกลมและหูยาวของมันก็ทำให้มันดูคล้ายกับกระต่ายในการ์ตูน
มีเสียงเคี้ยวดังมาจากกระต่ายตัวนี้ มันทำให้เฉินกวนสงสัยว่ากระต่ายนี่กำลังกินแครอทอยู่
อยู่ๆ กระต่ายยักษ์ก็หันกลับมามองที่เขา มันเหมือนกับกระต่ายที่ไม่มีพิษมีภัยจริงๆ มันดูน่ารักซะด้วยซ้ำ
แต่เฉินกวนไม่คิดว่ามันน่ารักเลยสักนิด เพราะปากของมันมีเขี้ยวอันแหลมคม ขนรอบปากของมันเปื้อนเลือด ในมือข้างหนึ่งของมันถือมีดปังตอเล่มโต มืออีกข้างถือกระดูกที่มีเศษเนื้อและเลือดหยดลงมา
กระต่ายยักษ์มองมาที่เฉินกวนด้วยตาที่แดงก่ำ ใบหน้าที่น่ารักของมันกลับเผยความดุร้ายออกมา
ในมุมองเฉินกวนแล้ว ทั้งตัวกระต่ายยักษ์นี่ เหมือนจะแผ่จิตสังหารออกมาอีกต่างหาก