เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1 : พรสวรรค์ลับ

ตอนที่ 1 : พรสวรรค์ลับ

ตอนที่ 1 : พรสวรรค์ลับ 


ตอนที่ 1 : พรสวรรค์ลับ

กว่า 3,000 ปีก่อน กองทัพเหล็กของราชวงศ์ฉินได้กวาดล้างแผ่นดินทั่วหล้า

จักรพรรดิผู้ก่อตั้งได้ไล่ตามความเป็นอมตะและพบกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์และมิติเร้นลับ ค้นพบสุดยอดวิชา, สมบัติวิเศษและทักษะฝึกให้เชื่อง

เขาได้ใช้ของเหล่านี้ในการรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น เขาสะดุดตาทักษะอันหนึ่ง ทักษะฝึกให้เชื่อง จากนั้นเป็นต้นมาทุกผืนแผ่นดินภายใต้สวรรค์ก็กลายเป็นดินแดนของราชวงศ์ฉิน

ทะเลทั้งสี่และผืนแผ่นดินทั่วหล้าต่างก็เป็นของราชวงศ์ฉิน

จักรพรรดิผู้ก่อตั้งได้บ่มเพาะทักษะลับจนเป็นอมตะและคงรูปลักษณ์เยาว์วัยไว้ตลอดกาล เขาคงรูปลักษณ์ชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาทั้งๆ ที่อายุกว่าพันปีแล้ว

เขาประจำอยู่ที่วิหารบรรพชนมากว่า 2,000 ปี เขาคือคนที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีและขีดเขียนระบบสังคมจนนำพาแผ่นดินสู่ยุคแห่งความเจริญ

ในเวลาเดียวกันทุกคนก็สามารถเข้าไปในเขตแดนลับเพื่อฝึกฝนทักษะและได้รับสัตว์เลี้ยงวิญญาณ สังคมมนุษย์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ยากจะจินตนาการได้

จักรพรรดิผู้ก่อตั้งได้รับการขนาดนามว่าบรรพชนของโลก

เมื่อ 1,000 ปีก่อน มีเขตแดนแปลกๆ ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า มันเหมือนกับพระราชวังปกคลุมท้องฟ้าเอาไว้

มีปรากฏการณ์แปลกประหลาดนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นมาบนโลกราวกับว่ามีเหล่าเทพยดาอยู่เบื้องหลัง เกิดการเปลี่ยนแปลงผิดปกติขึ้นทั่วโลก

บนท้องฟ้าไม่มีดวงอาทิตย์ ในท้องฟ้ายามค่ำคืนไม่มีหมู่ดาว ไม่อาจจะแยกหยินหยางจากกันได้ ฤดูทั้งสี่ไม่อาจจะแบ่งแยกกันได้ พืชพันธุ์เริ่มแห้งเหี่ยวโรยรา

จักรพรรดิผู้ก่อตั้งได้นำกองทัพของตนเข้าสู่ก้นจิตสวรรค์เข้าไปในเขตแดนลับแห่งนั้น ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ลมพัดกรรโชก เสียงการฆ่าฟันดังก้องอยู่ในท้องฟ้า ฝนเลือดสาดลงมาทั่วแผ่นดินทุกกระเบียดนิ้วกว่า 10 วันติด

สุดท้ายโลกก็กลับไปเป็นปกติดังเดิม

เขตแดนลับบนท้องฟ้าหายไป ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์กลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้ง โลกได้กลับเป็นปกติ ทว่าจักรพรรดิผู้ก่อตั้งและกองทัพของเขากลับหายไปตลอดกาลไม่เคยกลับมาจากเขตแดนลับนั้นอีกเลย

โลกตกอยู่ในความวุ่นวาย ทว่าก็มีวีรบุรุษกำเนิดขึ้นมาแทน วิหารบรรพชนล่มสลาย กว่า 200 ปีแห่งความวุ่นวาย

สุดท้ายผืนแผ่นดินก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ราชาสวรรค์ทั้งสิบได้เข้ามาดูแลวิหารบรรพบนและกลายเป็นผู้อาวุโสรุ่นแรกของวิหารบรรพชน

มันไม่มีจักรพรรดิผู้ก่อตั้งอยู่บนโลกนี้อีก มันมีแค่ผู้นำของวิหารบรรพชนและผู้อาวุโสทั้งสิบของวิหารบรรพชนที่มีสิทธิ์ที่จะเลือกผู้นำของวิหารบรรพชนได้

“ปลุกความสามารถติดตัว....วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์....” เฉินกวนชะงักตัวแข็งทื่อ เขาเหม่ออยู่นาน

ตั้งแต่ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บ่มเพาะ เฉินกวนก็เพ้อฝันมาตลอดว่าเขาจะปลุกความสามารถแบบไหนขึ้นมา

หลังจากที่เข้าไปในเขตแดนลับตอนอายุ 18 ปี สำหรับผู้บ่มเพาะแล้ว ความสามารถติดตัวนั้นเพียงพอที่จะส่งผลต่อโชคชะตาของชีวิตแต่ละคนได้

เขาคิดว่าจะปลุกความสามารถระดับสูงอย่าง ‘ร่างเต๋าไร้เทียมทาน’, ‘กระดูกดาบสวรรค์’, ‘วิญญาณแห่งยุทธิ์สิบทิศ’

เฉินกวนยังเคยคิดว่าเขาคงปลุกความสามารถที่สูงส่งไม่ได้ ยังไงเสียมันก็คือความสามารถมีโอกาสปลุกขึ้นมาได้ 1 ใน 1,000 สำหรับความสามารถอันสูงส่งเหล่านี้

มันอาจจะมีแค่ 1-2 คน บนโลกที่ปลุกความสามารถเหล่านี้ขึ้นมาได้

ความสามารถเหล่านี้แบ่งออกเป็น 5 ระดับ : ทั่วไป, หายาก, พิเศษ, เอกลักษณ์และไร้เทียมทาน  ระดับทั่วไปนั้นคือแย่ที่สุด ส่วนระดับไร้เทียมทานนั้นดีที่สุด

การปลุกความสามารถนั้นทำได้ง่าย เมื่ออายุครบ 18 ปี หรือมากกว่านั้น เราแค่ต้องเริ่มบ่มเพาะทักษะและเข้าไปในเขตแดนลับ เมื่อรับรู้ถึงตัวตนของพลังชีวิต เราก็สามารถรับรู้ถึงสวรรค์และปลุกความสามารถขึ้นมาได้

เฉินกวนคิดถึงความเป็นไปได้นับไม่ถ้วน ทว่าเขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะปลุกความสามาถแบบนี้ขึ้นมา

ดูจากชื่อแล้ว เขาบอกได้ทันที ว่าความสามารถนี้ไม่ได้ส่งผลต่อการบ่มเพาะหรือการใช้ทักษะแต่อย่างใด         มันเหมือนความสามารถที่เน้นไปที่ด้านปลุกขวัญกำลังใจและเป็นความสามารถสายสนับสนุนมากกว่า

ในยุคที่แบ่งแยกกันด้วยความแข็งแกร่ง ทุกคนต่างก็อยากจะแข็งแกร่งขึ้น

หากต้องการที่จะรอดในเขตแดนลับ ไม่ว่าความสามารถสายสนับสนุนจะดีเด่นเพียงใด ทว่าสุดท้ายเขาก็ต้องพึ่งคนอื่น เขาจะรอดไปได้ก็ต่อเมื่อคนอื่นเมตตา นี่คือผลลัพธ์ที่เฉินกวนไม่อาจจะรับได้

“ ถึงฉันจะปลุกความสามารถสายสนับสนุนขึ้นมาและไม่อาจจะใช้มันเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองได้ ทว่าฉันก็ฝึกทักษะอื่นไปจนถึงจุดสูงสุดเพื่อลดช่องว่างของความต่างด้านความสามารถติดตัวได้ !

“ฉันสามาราถควบคุมสัตว์เลี้ยงวิญญาณให้ไปสู้กับผู้บ่มเพาะคนอื่นๆแทนได้” เฉินกวนไม่จมอยู่กับความผิดหวัง เขาเลือกที่จะสลัดความสลดในหัวทิ้งและเลือกที่จะตรวจสอบความสามารถติดตัวที่ตัวเองได้มา

[ เฉินกวน : ผู้บ่มเพาะ เลเวล 1

พลังชีวิต – 1

ความสามารถติดตัว – วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์(ลับสุดยอด)

เทคนิค – อายุยืนยาว เลเวล 1

ทักษะ - ไม่มี

สัตว์เลี้ยงวิญญาณ - สุนัขแดง เลเวล 1 ]

กฎของโลกในเขตแดนลับนั้นต่างจากโลกภายนอก ในเขตแดนลับ ผู้บ่มเพาะที่ฝึกฝนเทคนิคลับสามารถตรวจสอบข้อมูลของตนได้ ทุกคนจะเข้าใจสภาพร่างกายของตนเป็นอย่างดี

เฉินกวนเพิ่งเข้ามาในเขตแดนลับและเพิ่งปลุกความสามารถขึ้นมา เทคนิคอายุยืนยาวคือเทคนิคทั่วไปที่ทุกคนบ่มเพาะได้ หลังจากที่ปลุกความสามารถขึ้นมา เขาก็มีพลังชีวิตแค่ 1 หน่วย ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับผู้บ่มเพาะส่วนมาก

เมื่อเฉินกวนเห็นคำว่า ‘ลับสุดยอด’ ด้านหลังความสามารถติดตัว ตอนแรกเขาก็ดีใจ เขาคิดว่าถึงนี่จะเป็นเพียงความสามารถสายสนับสนุน ทว่าหากมันเป็นความสามารถระดับไร้เทียมทาน มันก็น่าจะมีค่าอย่างมาก

หลังจากที่ลองตรวจสอบดูดีๆ สีหน้าแสดงความยินดีของเขาก็เปลี่ยนเป็นสับสน

จากระดับความสามารถทั้ง 5 ระดับ ทั่วไป, หายาก, พิเศษ, เอกลักษณ์และไร้เทียมทาน มันไม่ได้มีระดับลับสุดยอด มันคล้ายกับระดับไร้เทียมทานแบบปลอมๆมากกว่า

“ความสามารถติดตัวมีของปลอมด้วยเหรอ ?” เฉินกวนสับสน เขาพยายามคิดให้ออกว่าความสามารถติดตัวของเขามันเป็นแบบไหนกันแน่

วิญญาณเชียร์ลีดเดอร์ (ลับสุดยอด) : คำชมที่เหนือกว่าคำพูดสร้างแรงบันดาลใจให้กับชีวิต, วิญญาณและทำให้ผู้คนที่โดนชมนั้นรู้สึกกระปรี้ประเปร่า ราวกับได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้า ยิ่งใช้คำพูดดีเพียงใด, ยิ่งโดนใจเท่าไหร่ มันยิ่งส่งผลมากเท่านั้น

ยิ่งเฉินกวนลองอ่านดูเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งสับสนเท่านั้น เขาไม่เคยได้ยินระดับลับสุดยอดมาก่อน เขาไม่รู้ด้วยว่ามันคืออะไร

ตัดสินจากคำอธิบายความสามารถติดตัว มันน่าจะคล้ายกับที่เขาคิดเอาไว้ มันคือความสามารถในการให้กำลังใจคนและสัตว์เลี้ยงวิญญาณ

มันเหมือนความสามารถที่จะกระตุ้นเป้าหมายผ่านคำพูดและการกระทำได้ ยิ่งชมเท่าไหร่ก็ยิ่งได้ผลดีเท่านั้น

เฉินกวนไม่รู้ว่าความสามารถนี้ต่างจากความสามารถต่างๆ ของพวกผู้บ่มเพาะสายสนับสนุนคนอื่นเช่นใด เขาต้องทดสอบด้วยตัวเอง

“ ถึงฉันจะไม่เคยได้ยินระดับลับสุดยอดมาก่อน แต่มันดูไม่เหมือนความสามารถติดตัวทั่วไป ยิ่งกว่านั้นมันก็คือระดับที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนด้วย

บางทีมันอาจจะดีกว่าระดับไร้เทียมทานก็ได้ ถ้าอย่างนั้น ถึงจะเป็นแค่ความสามารถสายสนับสนุน ทว่ามันก็น่าจะมีบทบาทสำคัญซึ่งเอาความสามารถสายสนับสนุนทั่วไปมาเทียบไม่ได้... ”

เฉินกวนกดความสงสัยในใจเอาไว้และมองไปรอบๆ เขาคิดว่าจะทดสอบความสามารถนี้แบบไหนดี

เขาอยู่ในหุบเขาที่ไม่มีแม้แต่ต้นหญ้างอก มันเป็นหุบเขาที่เต็มไปด้วยกระดูกรูปร่างแปลกๆ ที่นี่คล้ายกับหลุมลึก

เขตแดนลับตอนนี้แบ่งเป็น 2 แบบ : ถ้ำสวรรค์และดินแดนศักดิ์สิทธิ์ โดยถ้ำสวรรค์เป็นเขตแดนลับระดับสูงที่ผู้บ่มเพาะต้องฝึกฝนไปถึงระดับหนึ่งก่อนถึงจะเข้าไปได้ ผู้บ่มเพาะส่วนมากไม่เคยเข้าไปในถ้ำสวรรค์มาก่อน

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีข้อจำกัดน้อยกว่า มนุษย์สามารถเข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้หลังจากที่อายุครบ 18 ปี

หากอายุต่ำกว่า 18 ปี พวกเขาจะมองไม่เห็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ถึงมันจะอยู่ตรงหน้าพวกเขาก็ตาม พวกเขาจะไม่สามารถเข้าไปได้ถึงจะมีคนด้านในดึงพวกเขาเข้าไปก็ตาม

พวกเขาได้แต่มองดูคนอื่นเดินเข้าด้านใน แต่พวกเขากลับต้องเดินชนกำแพงพลังที่มองไม่เห็นแทน

การบ่มเพาะเทคนิคลับด้านนอกเขตแดนลับมีแต่ทำให้ร่างกายและจิตใจแกร่งขึ้น เพราะโลกด้านนอกไม่มีพลังชีวิต มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสะสมพลังชีวิตด้วยการฝึกฝนทักษะและทำให้ร่างกายตนเองแกร่งขึ้น

มีแค่การเข้าไปในเขตแดนลับและดูดซับพลังชีวิตเข้ามาในร่างถึงจะปลุกความสามารถติดตัวและก้าวเข้าสู่เส้นทางบ่มเพาะจริงๆได้

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แต่ละแห่งนั้นเหมือนกับโลกที่กว้างไร้ขอบเขต จนตอนนี้ก็ยังไม่มีมนุษย์คนไหนที่สำรวจดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ทั้งหมด

ครั้งแรกที่เข้าไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เราจะปรากฏตัวในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แบบสุ่ม นี่คือสิ่งที่ไม่อาจจะควบคุมได้ ทว่าโดยทั่วไปแล้วเราจะโดนส่งไปยังพื้นที่ที่สัตว์วิญญาณเลเวลน้อยๆ

ไม่รู้ว่ามันเพราะพลังลึกลับหรือว่าเป็นกฎของเขตแดนลับเอง

เฉินกวนไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เขาทำการบ้านก่อนจะเข้ามาในเขตแดนลับและรู้ว่าที่นี่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ชื่อว่า ‘ภูเขาผิงตู้’ ทว่าเขาไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนกันแน่

กระดูกบางชิ้นที่นี่ใหญ่กว่ากระดูกไดโนเสาร์ด้วยซ้ำ มีกระดูกบางชิ้นมีขนาดเล็กกว่าไม้จิ้มฟันอีก มันดูแปลก     ชัดแล้วว่าพวกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตบนโลกแน่ๆ

ตอนที่ตรวจสอบรอบๆ อยู่นั้น อยู่ๆ เขาก็พบว่ากระดูกรอบๆ ตัวนั้นสั่นไหว เมื่อลองตรวจสอบดูใกล้ๆ แล้ว เขาก็พบสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับหมีขั้วโลก

แต่เมื่อดูดีๆแล้ว เขาก็พบว่ามันไม่ใช่หมี มันคือกระต่ายที่ตัวใหญ่พอๆกับหมีขั้วโลกต่างหาก

ถึงจะเรียกมันว่า กระต่าย ทว่ามันก็ต่างจากกระต่ายในชีวิตจริง สัดส่วนที่หัวและตัวของมันต่างจากกระต่ายของจริง หัวของมันใหญ่กว่าตัว มันนั่งยองๆ โดยที่ขาหน้าไม่แตะพื้นและยืนเหมือนกับคน

ถึงจะไม่เห็นหน้าของมัน แต่ก็มีขนปุยๆ หัวกลมและหูยาวของมันก็ทำให้มันดูคล้ายกับกระต่ายในการ์ตูน

มีเสียงเคี้ยวดังมาจากกระต่ายตัวนี้ มันทำให้เฉินกวนสงสัยว่ากระต่ายนี่กำลังกินแครอทอยู่

อยู่ๆ กระต่ายยักษ์ก็หันกลับมามองที่เขา มันเหมือนกับกระต่ายที่ไม่มีพิษมีภัยจริงๆ มันดูน่ารักซะด้วยซ้ำ

แต่เฉินกวนไม่คิดว่ามันน่ารักเลยสักนิด เพราะปากของมันมีเขี้ยวอันแหลมคม ขนรอบปากของมันเปื้อนเลือด ในมือข้างหนึ่งของมันถือมีดปังตอเล่มโต มืออีกข้างถือกระดูกที่มีเศษเนื้อและเลือดหยดลงมา

กระต่ายยักษ์มองมาที่เฉินกวนด้วยตาที่แดงก่ำ ใบหน้าที่น่ารักของมันกลับเผยความดุร้ายออกมา

ในมุมองเฉินกวนแล้ว ทั้งตัวกระต่ายยักษ์นี่ เหมือนจะแผ่จิตสังหารออกมาอีกต่างหาก

จบบทที่ ตอนที่ 1 : พรสวรรค์ลับ

คัดลอกลิงก์แล้ว