เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 มานาธาตุดิน

บทที่ 26 มานาธาตุดิน

บทที่ 26 มานาธาตุดิน


“ครั้งแรกของเธองั้นหรอ?” วานถามอย่างสบายๆ แม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว

ลิเนตต์พยักหน้าอย่างเงียบๆ

จากแก้มที่แดง ไหล่ที่สั่นไหว และขนตาที่กระเพื่อม วานสามารถเข้าใจความกังวลของเธอได้

ในฐานะคนที่เคยทำงานซ่องโสเภณี หน้าที่ของเขาคือกำจัดความกังวลนั้นให้หมดไปแล้วมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับคู่นอนของเขา

“ใจเย็นๆก่อน ผมจะเริ่มต้นด้วยการนวดเพื่อผ่อนคลายร่างกายของเธอแล้วกัน” วานกล่าว

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ขยับมือและเริ่มนวด

“อื๊ม~”

เสียงครางที่แผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากของเธอ

เริ่มจากคอของเธอลงมาถึงไหล่ แขน หน้าอก ลำตัว ขา และเท้า ความอบอุ่นจากมือของวานประสานกับความเย็นของผิวที่อ่อนโยนของลิเนตต์

การปะทะกันของอุณหภูมิที่ตรงข้ามกันทั้งสองไม่ได้ขัดแย่งกัน แต่กลับหมุนรอบกันและกันเหมือนน้ำวน ผสมผสานอย่างลงตัวเพื่อสร้างความรู้สึกกลมกลืนอย่างน่าอัศจรรย์ เสมือนความเป็นคู่ของหยินและหยาง

ความสบายทำให้กล้ามเนื้อของเธอผ่อนคลาย และในไม่ช้า การหายใจของเธอก็มั่นคงและสงบ

ขั้นตอนแรกเสร็จสมบูรณ์

วานดำเนินการนวดกดจุดของเธอและกระตุ้นความรู้สึกทางเพศของเธอ เปิดรูขุมขนและดึงมานาเพื่อเพิ่มพูนความเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ของพวกเขา

ด้วยแก้มที่แดงระเรื่อ ดวงตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ และเม็ดเหงื่อที่มีกลิ่นเหมือนดอกลาเวนเดอร์ที่กำลังผลิบานในฤดูร้อนอันอบอุ่น ความกระวนกระวายก่อนหน้านี้ของลิเนตต์เหมือนเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น

เธอพร้อมที่จะยอมรับเขาแล้ว

โดยไม่เสียเวลาไปกับคำพูดฟุ่มเฟือยหรือยืนยันถึงความปรารถนาในหัวใจของเธอ วานดึงชุดลูกไม้ที่อยู่บนเสื้อของเธอและถอดเสื้อผ้าของเธอออกทั้งหมดก่อนที่จะถอดของตัวเอง

ในไม่ช้า วานก็จับเอวบางของเธอและโอบกอดร่างกายที่เปลือยเปล่า

พวกเขารู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของพวกเขาที่อยู่ติดกันและเสียงหัวใจเต้นเบาๆ ขณะที่พวกเขาจ้องเข้าไปในดวงตาของกันและกัน เหมือนต้องการที่จะมองเข้าไปในคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาวในจิตวิญญาณ

หลังจากนั้นไม่นาน ร่างกายของทั้งคู่ก็เชื่อมต่อกัน และเสียงร้องเบาๆ ของดอกไม้ที่กำลังผลิบานก็ดังก้องมาจากเต็นท์แห่งตัณหา

“อร๊า~!”

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา กลุ่มคุ้มกันก็ยังคงไม่ได้เดินทางต่อ

นักรบหนุ่มใจร้อนเริ่มเดินไปมารอบๆแคมป์ไฟในขณะที่พวกเขาสงสัยว่าจะทำอย่างไรกับดวงตาที่แดงก่ำนี้ดี

“อ๊าก นี่จะฆ่ากันรึไง” นักรบหนุ่มเกาหัวด้วยความหงุดหงิดและถาม “เราต้องรออีกนานแค่ไหนเนี่ย”

“จนกว่าเลดี้ลิเนตต์กับเลดี้ลิเลีย จะพร้อมออกเดินทาง” กัปตันริสตอบโดยหลับตาและไขว่ห้างในท่านั่งสมาธิราวกับว่าเขากำลังพยายามบรรลุธรรม

เสียงครางที่ตามมาหลังจากการร้องครั้งแรกทำให้ทุกคนมีจินตนาการที่ดื่มด่ำและเกือบจะทำให้พวกเขาคลั่ง

พวกเขาต้องอดทนด้วยจิตวิญญาณที่ไม่ย่อท้อและหัวใจที่แกร่งราวกับโลหะ หรือยอมจำนนต่อปีศาจภายในตนและใช้ดิน ใช้ต้นไม้ หรือใช้มือ

มังกรที่ไร้ลมหายใจที่พวกเขาสามารถยับยั้งได้ก็ยังต้องตื่นขึ้นด้วยไฟที่แรงกว่า

“ฮึ ข้าทนไม่ไหวแล้ว ใครก็ได้ช่วยหยุดพวกเขาที” นักรบหนุ่มล้มลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ

คนสองคนที่ติดอยู่ในโลกแห่งกิเลสตัณหาเล็กๆของพวกเขา และไม่มีความเห็นอกเห็นใจหรือคำนึงถึงคนที่อยู่ภายนอกเลย

“ถ้าเจ้าอยากตาย ก็สามารถหยุดการร่วมรักของพวกเขาและขอพวกเขาโดยตรงเลยก็ได้” กัปตันริสกล่าว

นักรบหนุ่มตกใจกับทางเลือกนั้นทันที

“งั้นข้าสบายดี และยังอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อนานๆ…”

“ว่าแต่ทำไมคุณถึงไม่เป็นอะไรเลยล่ะ กัปตัน”

หลังจากถามคำถามนั้นไป นักรบหนุ่มที่เหลือก็สงสัยว่ากัปตันของพวกเขาถึงไม่เป็นอะไรเลย

“อยากรู้จริงๆ เหรอ”

“ใช่!”

เหล่านักรบหนุ่มตอบพร้อมกัน

“หายใจเข้าลึกๆแล้วหายใจออกช้าๆ ทำซ้ำตามข้านะ ความสงบภายใน…” กัปตันริสสอนขณะหลับตาโดยไม่ได้ออกจากท่าสมาธิ

“ฟู่… ความสงบภายใน…”

“ฮ่า… ความสงบภายใน…”

นักรบหนุ่มพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่พวกเขาก็ไม่สามารถสงบไฟที่ลุกโชนที่อยู่ระหว่างขาได้ เมื่อใดก็ตามที่เสียงของเลดี้ลิเนตต์เข้ามาในหูมันราวกับได้ยินเสียงกระซิบของปีศาจซัคคิวบัส

ดวงตาของพวกเขากลายเป็นสีแดงก่ำอีกครั้ง

“อ๊าก ข้าทำไม่ได้—”

หวิ้ง~!

ก่อนที่นักรบหนุ่มจะทันได้พูดจบ จู่ๆทุกคนก็สัมผัสได้ถึงมานาที่หลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ราวกับลมกระโชก

ดวงตาของกัปตันริสเบิกกว่างก่อนที่เขาจะมองขึ้นไปบนยอดเสาหินด้วยความประหลาดใจ

“นั่นมัน…”

“การเลื่อนระดับ”

กัปตันริสพูดโดยไม่มีข้อกังขาใดๆในขณะที่นักรบหนุ่มสงสัย

หลังจากนั้นไม่นาน เสียงที่มาจากเต็นท์บนยอดเสาหินก็เงียบลงในที่สุด ปลดปล่อยกลุ่มคุ้มกันจากการทรมานทางจิตใจ

“ในที่สุดก็เงียบสักที”

ดิ๊ง!

<คุณได้สำเร็จการล่าแม่มดแบบพิชิตที่ไม่ได้มอบหมาย>

<คุณได้รับแก่นแท้แรกเริ่มและมานาธาตุดินของเป้าหมาย>

<กำลังคำนวณรางวัลที่เหมาะสม…>

<…>

วานฟังการแจ้งเตือนของระบบอย่างเงียบๆขณะที่นอนอยู่บนเตียงโดยมีลิเนตต์ อยู่ในอ้อมแขนของเขา ห่มด้วยผ้าห่มผืนบาง

เขาปัดปอยผมสองสามเส้นที่ปิดหน้าเธออย่างสบายๆ ก่อนที่เธอจะทำเสียงในคอเพราะรู้สึกถูกสัมผัสและผลิกร่างของเธอให้อยู่ในท่าที่สบายขึ้น

ตระกูลเดลาโรซาเป็นตระกูลที่มหึมาในอาณาจักรกุหลาบดำ

หากวานสามารถยืมชื่อเสียงและเส้นสายของพวกเขาได้ การพบปะและการมีปฏิสัมพันธ์กับตระกูลขุนนางอื่นๆในเมืองหลวงของอาณาจักรก็จะง่ายกว่าเดิม

ขณะที่เขาคิดถึงการไปเยือนเมืองหลวงหลังจากบรรลุเป้าหมายปัจจุบัน วานก็วางแผนอย่างแน่วแน่ที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

เมืองหลวงเป็นสถานที่ที่เฟื่องฟูไปด้วยแม่มดที่มีพรสวรรค์และทรงพลัง

มันเป็นที่ที่ดีที่สุดในการเติบโต

“คุณกำลังคิดอะไรอยู่หรอ?” ลิเนตต์เริ่มถามในขณะที่วาดวงกลมบนหน้าอกของเขาอย่างมั่นใจและสนุกสนาน

หลังจากประสบกับช่วงเวลาอันเร่าร้อนด้วยกัน เธอก็เปล่งประกายด้วยความมั่นใจและความเป็นผู้ใหญ่

ตอนนี้ดอกไม้ก็ได้บานอย่างสวยงามแล้ว

วานซ่อนความคิดที่แท้จริงของเขาและตอบด้วยรอยยิ้ม “ผมแค่คิดว่าการที่เธอให้ครั้งแรกกับคนที่เพิ่งรู้จักนั้นเป็นการดีแล้วงั้นหรอครับ”

“โอ้?”

ลิเนตต์รู้สึกทึ่งกับคำถามของเขาทันที

ไม่ใช่เรื่องที่ผู้ชายธรรมดาที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรแม่มดจะถาม

“ผู้หญิงทุกคนต้องสูญเสียมันไปในจุดจุดหนึ่ง มันไม่ใช่สิ่งที่ล่ำค่า แต่ผู้ชายกลับปฏิบัติเหมือนมันเป็นเช่นนั้นเวลาเลือกคู่ของพวกเขา วางความคาดหวังและแรงกดดันที่ไม่จำเป็นต่อผู้หญิงเพื่อให้เธอรักษาพรหมจรรย์และบังคับให้พวกเธอสงวนตัว คุณเป็นคนแบบนั้นด้วยหรือ”

ดิ๊ง!

<รางวัลถูกคำนวณแล้ว>

ระบบก็แจ้งเตือนก่อนที่วานจะได้ตอบ

จบบทที่ บทที่ 26 มานาธาตุดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว