- หน้าแรก
- ระบบนักออกแบบเกมระดับเทพ
- บทที่ 17 RPG ฝีมือคนจีน
บทที่ 17 RPG ฝีมือคนจีน
บทที่ 17 RPG ฝีมือคนจีน
แต่เดิมแล้ว แฟนคลับของซุนเจ๋อส่วนใหญ่อยู่ในแพลตฟอร์มสตรีมพังค์ ไม่ค่อยมีใครไปยุ่งเกี่ยวกับฟงอิ่งเลย
เพราะฉะนั้น พอ การผจญภัยของหุ่นยนต์ ของไช่เต๋อเหิงวางขาย พวกเขาก็ไม่ใส่ใจอะไรเลย
ก็ใช่ว่า Cuphead จะไม่มันส์ หรือ Phasmophobia จะไม่น่ากลัว
แล้วทำไมต้องไปเสียเวลากับเกมที่ดูยังไงก็ลอกคนอื่นมาชัด ๆ ด้วยล่ะ?
อีกอย่าง สำหรับแฟนคลับของซุนเจ๋อแล้ว ไช่เต๋อเหิงเป็นใครกัน?
ถึงจะมีสถานะเป็นนักออกแบบเกมระดับหนึ่งดาวเหมือนกัน
แต่เอ็งจะไปเทียบกับ “ไอ้สารเลว” ได้เหรอ?
ถึงไอ้สารเลวนั่นจะเป็นคนที่ไม่เคยไว้ชีวิตผู้เล่น แต่แค่เกมเดียวก็พุ่งขึ้นถึงระดับหนึ่งดาวได้
แต่ไช่เต๋อเหิงต้องอาศัยเกมหลายเกมมาถมรวมกัน ผลงานคนละชั้นเลยจริง ๆ
ดังนั้น คนที่เข้าไปถล่มให้คะแนนแย่กับ การผจญภัยของหุ่นยนต์ ส่วนมากก็ไม่ใช่แฟนคลับของซุนเจ๋อด้วยซ้ำ
แต่คนอย่างไช่เต๋อเหิง เวลามีปัญหาเกิดขึ้น กลับไม่เคยย้อนดูตัวเอง คิดแต่จะโทษคนอื่น
เขาจึงเชื่อโดยไม่ต้องคิดว่า ต้องเป็นฝีมือแฟนคลับของซุนเจ๋อ
หรือไม่ก็ซุนเจ๋อเองที่อยู่เบื้องหลัง พยายามกลั่นแกล้งเขา
แล้วเขาก็โพสต์ข้อความหนึ่งในโซเชียลอย่างไม่คิดชีวิต
เท่ากับเตะรังแตนเข้าเต็มแรง
พอแฟนคลับของไอ้สารเลวรู้เรื่อง ก็พากันยกทัพไปถล่มคอมเมนต์ในโพสต์ของไช่เต๋อเหิง
ตั้งใจจะ “สั่งสอน” กันอีกรอบ
แต่ไช่เต๋อเหิงไม่ใช่คนซ้ำรอยเดิม เขาตั้งค่าบัญชีไว้ให้เฉพาะคนที่ติดตามมาเกินหนึ่งเดือนเท่านั้นถึงจะคอมเมนต์หรือแชร์ได้ ทำให้แฟนคลับซุนเจ๋อเข้าไปยุ่งด้วยไม่ได้
แต่แฟนคลับของไอ้สารเลว ไม่ใช่แค่ผู้เล่นธรรมดาเท่านั้น
ยังมีทั้งสตรีมเมอร์กับครีเอเตอร์ชื่อดังอีกเพียบ
และคนแรกที่เปิดศึกก็คือ หานเม่ย
เธอโพสต์ลงในโซเชียลของตัวเองทันทีว่า
“บางคนทำเกมแย่เอง ก็ยังมีหน้ามาโทษคนที่เก่งกว่า
ขนาดโดนรีวิวเละขนาดนั้น ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ?”
ก่อนจะแถมแท็กหาไช่เต๋อเหิงอย่างไม่ไว้หน้า คืนหมัดไปให้ตรง ๆ
ใต้โพสต์ของหานเม่ยก็กลายเป็นสนามด่าในพริบตา
“พูดได้ดี! เกมห่วยขนาดนั้น ยังมีหน้ามาโทษรีวิวแย่?”
“ควบคุมเกมแย่จัด บั๊กเพียบ วิ่งชนกำแพงค้าง ผมถามจริง ๆ นะ ไอ้เต๋อเหิง เคยเล่นเกมตัวเองไหม?”
“กล้าจะไปแขวะไอ้สารเลว? ถึงเขาจะโหดใส่ผู้เล่น แต่ก็อัจฉริยะของจริง แค่เกมเดียวก็กินเรียบทุกเกมของเอ็งแล้ว”
“คนธรรมดาแต่มั่นหน้า มันก็จะน่าหมั่นไส้หน่อย ๆ”
ถึงจะมีคอมเมนต์แนวอื่นโผล่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็มาเพื่อขายของหรือโฆษณา
พวกที่แอนตี้ซุนเจ๋อแบบหัวชนฝา แม้จะเข้ามาป่วน แต่ก็ไม่มีใครปากดีถึงขั้นกล้าปกป้องไช่เต๋อเหิงเลย
เพราะแม้แต่คนที่เกลียดไอ้สารเลว ก็ยังรู้ว่าไช่เต๋อเหิงมันไม่คู่ควรจะขึ้นเวทีด้วยซ้ำ
“ในฐานะคนที่เล่นเกมยิงด้านข้างมานับไม่ถ้วน ผมบอกได้เลยว่า ถ้าเทียบกับ Cuphead แล้ว
การผจญภัยของหุ่นยนต์ มันห่างกันคนละโลก”
ประโยคนี้มาจากเสี่ยวซ่าน หนึ่งในผู้เล่นสายเทคนิคที่มีชื่อเสียง
ถึงจะไม่ได้แท็กหาไช่เต๋อเหิงตรง ๆ แต่คำก็ชัดเจนว่าใครเหนือกว่า
เพราะเสี่ยวซ่านถือเป็นมือโปรสายนี้อย่างแท้จริง
โพสต์ของเขาเลยถูกแชร์ไปหลายหมื่นครั้งในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน
“อาจารย์ซ่านพูดถูก สองเกมนี้เทียบกันไม่ได้เลย”
“อย่าหาทำเลย เอามาเปรียบกันแบบนี้มันทำให้ Cuphead ดูด้อยเปล่า ๆ”
“ถึงไอ้เต๋อเหิงจะผิด 99% แต่ไอ้สารเลวจะไม่มีผิดเลยสัก 1% เหรอ?”
“ผิดเหรอ? ก็ผิดที่ทำเกมดีเกินไปไง!”
“ก็แน่ล่ะ เกมของไอ้สารเลวทำให้ผู้เล่นติดรสไปแล้ว พอมาเจอของไอ้เต๋อเหิงที่ไร้รสชาติ ก็เลยไม่มีใครอยากกลืน พอขายไม่ออกก็โทษคนอื่นซะงั้น!”
ไช่เต๋อเหิงไม่เคยคิดเลยว่า แค่โพสต์ระบายอารมณ์หนึ่งข้อความ
จะโดนทั้งโลกออนไลน์รุมประณามกลับแบบไม่ไว้หน้า
หรือว่า...เรื่องรีวิวแย่กับยอดคืนเงินมันจะไม่ใช่ฝีมือของซุนเจ๋อจริง ๆ?
ไม่! ต้องใช่แน่ ๆ! คนพวกนั้นที่มาด่าฉัน ต้องเป็นพวกที่ถูกจ้างมา!
ไอ้ซุนเจ๋อ! หน้าอย่างกับพระเอกแต่ใจร้ายซะไม่มี!
หรือบางที...ไอ้หลินซงนั่นก็อาจจะมีเอี่ยวด้วย!
สมรู้ร่วมคิดกันแน่นอน!
ในเมื่อเอ็งกล้าจ้างคนมาด่าเกมของข้าว่าควบคุมห่วย
งั้นข้าก็จะทำให้ Cuphead ของเอ็งไม่มีใครเล่นได้เลย!
ยิ่งคิดก็ยิ่งของขึ้น
ไช่เต๋อเหิงเปิดคอมขึ้นมา แล้วเริ่มพิมพ์โค้ดรัว ๆ
ทางฝั่งซุนเจ๋อ ตอนนี้เขากำลังย้ายเข้าบ้านใหม่
บ้านหลังนี้ หลินซงให้เพื่อนช่วยหาให้ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ไม่ว่าจะไปสำนักงานใหญ่ของสตรีมพังค์ หรือบ้านของหลินซงเอง ก็ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง
บ้านกว้างราว 50 ตารางเมตร มีสองห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่น หนึ่งห้องน้ำ
ตกแต่งอย่างดี เครื่องใช้ไฟฟ้ากับเฟอร์นิเจอร์ครบ
แค่หิ้วกระเป๋าก็เข้าอยู่ได้ทันที
ค่าเช่าหนึ่งหมื่นหยวนต่อเดือน
หลินซงจ่ายล่วงหน้าให้ทั้งปี โดยไม่พูดพล่ามทำเพลง
ซุนเจ๋อก็ไม่ได้ทำตัวเกรงใจเกินไป
เขารับน้ำใจนั้นไว้ด้วยความขอบคุณและเต็มใจ
เงินหลักแสนอาจจะมากสำหรับหลายคน
แต่สำหรับหลินซง มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
แค่ Phasmophobia เกมเดียวก็ทำเงินให้เขาเกินจำนวนนั้นแล้ว
ส่วน Cuphead แม้จะแบ่งรายได้แค่สิบเปอร์เซ็นต์
แต่ก็มากพอจะคืนทุนค่าเช่าได้หมด
เพราะงั้น ซุนเจ๋อก็อยู่ได้แบบไม่มีความกังวล
หลังจากทิ้งตัวลงบนโซฟา นั่งปล่อยใจอยู่สองนาที
เขาก็เริ่มคิดถึงเกมถัดไปที่อยากทำ
Phasmophobia ทำให้ผู้เล่นร้องลั่น
Cuphead ทำให้คนปาจอยพัง
งั้นเกมต่อไป...ลองทำเกมที่ทำให้คน “เศร้า” ดูหน่อยดีไหม?
“งั้นลองเกม RPG ฝีมือคนจีนสักเกมดีไหมนะ?”
คิดได้แบบนั้น ซุนเจ๋อก็เปิดคอมขึ้นมาศึกษาทันที
เมื่อเทียบกับโลกเดิม ประเทศเทพศักดิ์สิทธิ์มีเกม RPG ที่ผลิตเองเยอะกว่า
มีทั้งแบบเทิร์นเบส และแบบแอ็กชันเรียลไทม์
แต่ปัญหาคือ ส่วนใหญ่เอามาจากนิยายกำลังภายใน หรือแฟนตาซีเซียน
แทบไม่มีเนื้อเรื่องออริจินัลเลย
บางเกมที่แต่งเอง...บทก็หลุดโลกเกินไป
เล่นแล้วขนลุกจนอยากปิดเกมหนี
โดยรวมแล้ว เกม RPG ของที่นี่มีเนื้อเรื่องธรรมดามาก
แถมตัวเอกยังใจบุญเหลือเกิน
เจอใครก็ช่วย
ไม่รู้จักก็พร้อมเสี่ยงตาย
จิตใจดีเหมือนพระอวโลกิเตศวร
ถ้าเจอแบบนี้ในชีวิตจริง ซุนเจ๋ออยากจะถามแค่ว่า
“เอ็งแน่ใจนะว่าโลกนี้มันเหมาะกับเอ็ง?”
ส่วนตัวร้ายก็สุดโต่งอีกต่างหาก
เปิดตัวมาก็พูดเลยว่า “ข้าจะทำลายโลก!”
ไม่บอกเหตุผล ไม่อธิบายแรงจูงใจ
คือแค่จะพังโลกให้ได้...จบ
ตอนจบของเกมก็เดาได้ไม่ยาก
พระเอกนางเอกร่วมมือกันปราบบอส
โลกกลับมาสงบสุข
แล้วก็จับมือกันไปใช้ชีวิตแบบหวาน ๆ สไตล์เทพเซียน
ดูจนตาแทบหลุด ซุนเจ๋อก็ได้แต่กดขมับแล้วบ่นว่า
“ระบบจะไม่แปลกใหม่ก็พอเข้าใจ แต่นี่เนื้อเรื่องยังซ้ำอีก...เอ็งจะลอกกันไปถึงไหน?”
ว่าแล้วก็เปลี่ยนมุมคิดทันที
“...แต่แบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ?”
เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ
ถ้าเกม RPG ในโลกนี้ไม่มีเกมระดับตำนานเลย
งั้นเขาก็จะเป็นคนสร้างให้เอง
“งั้นก็เอาเกมนี้เลย... ตำนานกระบี่เซียนผู้กล้า!” (เซียนกระบี่พิชิตมาร)
แต่พอเขาเขียนชื่อเกมลงในร่างต้นแบบเสร็จ
เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาทันที
“ว่าไงครับพี่หลิน?”
“น้องซุน ตอนนี้มีคนปล่อยตัวแก้เกม Cuphead ออนไลน์แล้ว นายจะเอายังไงดี?”