- หน้าแรก
- เมื่อระบบสายเลือดของผมกลายพันธฺ์!
- บทที่ 46 – การตามล่า (3)
บทที่ 46 – การตามล่า (3)
บทที่ 46 – การตามล่า (3)
บทที่ 46 – การตามล่า (3)
การปล่อยโพรว์เลอร์ออกมายังมีจุดประสงค์อื่นอีกด้วย เนื่องจากการทดสอบนี้คือการเอาชีวิตรอด ความคิดแรกที่จะเข้ามาในหัวของใครก็ตามก็คือการซ่อนตัว นี่จะทำให้พวกเขาสามารถอยู่อย่างปลอดภัยและผ่านการทดสอบไปได้โดยไม่ต้องต่อสู้หรือทำอะไรก็ตามที่จะเป็นอันตรายต่อโอกาสในการผ่านการทดสอบ
ผู้เข้าสอบคนอื่นๆ อาจจะไม่ชำนาญพอที่จะตามหาและล่าผู้เข้าสอบทั้งหมดที่สนใจจะเล่นซ่อนแอบ ในทางกลับกัน โพรว์เลอร์เป็นสิ่งมีชีวิตที่วิวัฒนาการมาเพื่อล่าผู้อื่นโดยเฉพาะ
หลังจากได้รับการฝึกฝนอย่างเหมาะสม พวกมันก็สามารถตามล่าพวกที่เกราะอกยังคงทำงานอยู่ได้ จะว่าไปแล้ว แผ่นเกราะอกที่มอบให้ผู้เข้าสอบนั้นถูกออกแบบมาให้ปล่อยกลิ่นพิเศษที่โพรว์เลอร์เท่านั้นที่จะจำได้ ดังนั้น ตราบใดที่แผ่นเกราะอกยังทำงานอยู่ กลิ่นนี้ก็จะยังคงรั่วไหลออกมาและช่วยให้โพรว์เลอร์ตามหาผู้เข้าสอบได้โดยไม่มีปัญหา ผลก็คือ พวกที่คิดว่าตัวเองปลอดภัยแล้วด้วยการซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ บนต้นไม้ หรือแม้แต่ในสิ่งปลูกสร้างร้างที่กระจัดกระจายอยู่ตามโซนต่างๆ ก็ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
"ผู้เข้าสอบชุดนี้มัน..." ท่านผู้อำนวยการส่ายศีรษะอย่างผิดหวัง "ทำไมไอ้พวกปัญญาอ่อนนี่มันถึงได้อ่อนแอขนาดนี้วะ!? น่าสมเพชชะมัด!"
ท่านผู้อำนวยการ เช่นเดียวกับเหล่าอาจารย์ กำลังอารมณ์ไม่ดีนัก แม้ว่าการล่าโพรว์เลอร์จะเป็นทางเลือกโดยสมบูรณ์ นางก็คิดว่ารางวัลสำหรับการทำเช่นนั้นน่าจะดึงดูดให้พวกมันอย่างน้อยบางส่วนพยายามจะต่อสู้กับสัตว์รัตติกาลบ้าง แต่พวกมันทั้งหมดกลับเอาแต่วิ่งหนีราวกับว่าพวกมันจะวิ่งหนีโพรว์เลอร์ด้วยเลเวลกระจอกๆ นั่นได้!
ในสายตาของนาง มันไม่ใช่ว่าพวกโพรว์เลอร์แข็งแกร่งกว่าผู้เข้าสอบ แต่เป็นเพราะผู้เข้าสอบมันเป็นแค่พวกขี้ขลาดตาขาวต่างหาก โดยเฉพาะผู้เข้าสอบในโซน 5 ส่วนใหญ่เริ่มวิ่งหนีทันทีที่เห็นหรือได้กลิ่นเหม็นเน่าชวนคลื่นไส้ของโพรว์เลอร์ แม้ว่าโพรว์เลอร์ที่พวกนางใช้จะเป็นสัตว์รัตติกาลที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาพวกที่อ่อนแอที่สุดแล้วก็ตาม
ขณะที่การสอบดำเนินไป เหล่าอาจารย์พร้อมด้วยท่านผู้อำนวยการเริ่มจะหมดหวังกับพวกในโซน 5... ทว่า ก่อนที่พวกเขาจะถอดใจกับโซนนั้นโดยสิ้นเชิง ก็มีเสียงประกาศอัตโนมัติดังขึ้น
"โพรว์เลอร์เกรด F 12 ตัวถูกกำจัดแล้ว! แต้มพิเศษจะมอบให้กับ แอนนา สวอน"
"เปิดภาพสิ่งที่เกิดขึ้นให้ข้าดูเดี๋ยวนี้!" ดวงตาของท่านผู้อำนวยการที่เกือบจะมอดประกายความตื่นเต้นไปเมื่อครู่ กลับมาส่องสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์เทียมอีกครั้ง
ขณะที่กล้องอีกา สแกนพื้นที่ พวกเขาก็เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่กลางที่โล่งในป่าที่ถูกเผาทำลาย พื้นดินใต้เท้าของนางไหม้เกรียมจนจำสภาพเดิมไม่ได้ เช่นเดียวกับซากศพของโพรว์เลอร์ที่กระจัดกระจายอยู่รอบตัวนาง
เมื่อกล้องซูมเข้าไปใกล้ๆ ท่านผู้อำนวยการพร้อมด้วยอาจารย์ส่วนใหญ่ก็จำนางได้ในทันที ไม่สิ ไม่ใช่ตัวนาง แต่เป็นเชื้อสายของนางต่างหาก
เด็กสาวผมสีน้ำตาลเข้มร่างสูง 5 ฟุต 7 นิ้วคนนี้ มีแววตาเคร่งขรึมในดวงตาสีแดงเพลิงราวกับว่ามีความปรารถนาซ่อนเร้นอยู่ลึกๆ ผมยาวประบ่าของนางถูกมัดรวบเป็นหางม้าสูง ส่วนรูปร่างของนางน่ะหรือ... ชัดเจนว่ามันกระชากใจคนได้มากกว่าแค่เด็กหนุ่มรอบๆ ตัวนางเป็นแน่
มีรอยสักเล็กๆ บนใบหน้ารูปไข่ของนาง ตรงใต้คาง ซึ่งดูเหมือนตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลมากกว่าจะเป็นรอยสุ่มๆ นอกเหนือจากนั้น ก็ไม่ได้มีความแตกต่างระหว่างนางกับคนอื่นๆ มากนัก นั่นก็คือถ้าไม่นับหมัดเพลิงของนางว่าเป็นความพิเศษเฉพาะตัว
"พวกสวอน... ระเบิดความมันส์ตลอดเลยสิน่า" ท่านผู้อำนวยการเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "เรื่องมันชักจะน่าสนใจขึ้นอีกหน่อยแล้วสิ ว่าแต่ อาจารย์มีนา ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?"
"ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ท่านผู้อำนวยการ" มีนากล่าวด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ตามปกติ "โพรว์เลอร์พวกนั้นมันแค่เกรด F ต่อให้พวกมันถูกฆ่าจนหมด ข้าก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไรแม้แต่น้อยหรอกค่ะ"
"ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจค่ะ เพราะข้าไม่คิดว่าคนอื่นๆ จะหยุดอยู่แค่นี้เหมือนกัน"
คำพูดของท่านผู้อำนวยการทำให้เหล่าอาจารย์สับสน พวกเขารู้ว่าตระกูลสวอนควบคุมเวทมนตร์ของตนได้อย่างแข็งแกร่ง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่แอนนาฆ่าพวกมันไปเป็นโหลในคราวเดียว แต่พวกเขาไม่คาดคิดว่าคนอื่นๆ จะทำได้เช่นนั้น อาจจะมีผู้เข้าสอบที่แข็งแกร่งบางคนในโซน 5 แต่พวกเขาทุกคนก็สงสัยว่าจะมีใครอื่นที่สามารถจัดการโพรว์เลอร์นับสิบตัวได้ด้วยตัวคนเดียว ทว่า ข้อสงสัยของพวกเขาก็หายไปในครู่ต่อมาเมื่อมีเสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้ง...
"โพรว์เลอร์เกรด F 14 ตัวถูกกำจัดแล้ว! แต้มพิเศษจะมอบให้กับ แอชตัน บิสมาร์ค"
"ดูเหมือนว่ามวยรองของเราจะกลับเข้าสู่เกมแล้วสินะ" ท่านผู้อำนวยการตื่นเต้นมากจนเริ่มถูมือไปมาเหมือนผีพนันที่กำลังมือขึ้น ต้องขอบคุณพวกเขาทั้งสอง ที่ทำให้ผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ตระหนักได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเอาชนะพวกโพรว์เลอร์ และในที่สุดพวกเขาก็เริ่มเข้าโจมตีแทนที่จะวิ่งหนีอันตราย
***
"ชื่อข้าคือแอชตัน เฟนริล ไม่ใช่ไอ้บิสมาร์คเวรตะไลนั่น!" แอชตันสบถในใจขณะดึงแส้ที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดกลับมา ทว่า ขณะที่ทำเช่นนั้น การแจ้งเตือนอีกอันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
__
ท่านได้รับ Exp 60% จากการสังหาร <โพรว์เลอร์ เลเวล 8>
เลเวลมนุษย์หมาป่าปัจจุบัน: 10
ท่านเลเวลอัปแล้ว! ขีดจำกัด Exp ถูกรีเซ็ต บาดแผลทั้งหมดได้รับการรักษา
แต้มสกิลมนุษย์หมาป่าปัจจุบัน: 10
Exp ปัจจุบัน: 0%
__
ทว่า นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด นายหญิงเคยแจ้งให้แอชตันทราบแล้วว่า 'พร' ทำงานอย่างไร เมื่อสิ่งมีชีวิตใดๆ มีเลเวลถึง 10 ในสายวิวัฒนาการ พวกเขาจะได้รับทางเลือก ทางเลือกที่จะกำหนดอนาคตของบุคคลนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และในตอนนี้ แอชตันก็ต้องทำการเลือกเช่นนั้น
__
กรุณาเลือกหนึ่งใน [หน้ากระดาษสกิล] ต่อไปนี้เป็นรางวัลสำหรับการไปถึงเลเวล 10 โปรดจำไว้ว่า ทางเลือกที่ท่านทำนั้นไม่สามารถย้อนคืนได้ และการเลือกเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งจะปลดล็อกสายสกิลสำหรับเส้นทางนั้นซึ่งสามารถขยายได้โดยใช้แต้มสกิล สกิลแต่ละอย่างสามารถวิวัฒนาการไปเป็นความสามารถและคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ได้ ดังนั้นโปรดตัดสินใจเลือกอย่างรอบคอบ
• [กรงเล็บแดงฉาน]: เมื่อใช้กรงเล็บมนุษย์หมาป่า จะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 1.2 เท่าแก่ศัตรูที่บาดเจ็บอยู่แล้วจากการโจมตีของผู้ใช้
• [การฟื้นฟูแบบเร่ง]: เพิ่มพลังการฟื้นฟูของท่าน สามารถใช้เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บเล็กน้อยได้ตามต้องการ
• [รอยตราหมาป่า]: สกิลนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ 'ตีตรา' ใครบางคนได้ เป้าหมายที่ถูกตีตราจะไม่สามารถซ่อนตัวจากผู้ใช้ได้เมื่ออยู่ในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร สามารถตีตราสิ่งมีชีวิตได้สูงสุด 5 ตนด้วยสกิลนี้ สร้างความเสียหายเพิ่มเติมแก่ศัตรูที่ถูกตีตรา พร้อมทั้งเพิ่มพลังโจมตีและความว่องไว 10% เมื่ออยู่ใกล้สิ่งมีชีวิตที่ถูกตีตรา
__
"นี่มัน....สุดยอดไปเลย!"