เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 54 อาวุธครบมือ

ตอนที่ 54 อาวุธครบมือ

ตอนที่ 54 อาวุธครบมือ


ตอนที่ 54 อาวุธครบมือ

  

สมรรถะภาพร่างกายของผู้มีพลังเหนือมนุษย์นั้นเหนือกว่าคนทั่วไป  ความสามารถในการฟื้นตัวก็แข็งแรงกว่า  บวกกับที่ฮวางซางและพรรคพวก  ได้ดูดซับพลังจากเลือดแมลงมหัศจรรย์ ภายในร่างกายของตั๊กแตนยักษ์ตัวนั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นพละกำลังหรือว่าจิตวิญญาณต่างก็ได้รับพลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

ดังนั้นพวกเขาจึงพักผ่อนในห้องพักคนไข้เพียงแค่ไม่ถึง 3 ชั่วโมงเท่านั้น  กำลังวังชาของพวกเขาก็ฟื้นคืนสู่สภาพที่สมบูรณ์อีกครั้ง  หลังจากนั้นก็เตรียมตัวออกจากโรงพยาบาล เพื่อกลับเข้าไปในป่าอีกครั้ง

แต่ก่อนหน้านั้น  พวกเขาก็ได้ไปหาผู้พันหูมารอบหนึ่งแล้ว  เพื่อถามถึงเรื่องอาวุธเครื่องกระสุน และของอื่นๆจากผู้พันหู เพื่อ  เตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าไปต่อกรกับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์และซอมบี้ในป่า

“พวกคุณต้องการเข้าไปในป่าอย่างนั้นเหรอ?”

เมื่อได้ยินคำพูดของฮวางซางและพรรคพวก ผู้พันหูที่กำลังคิดหาวิธีการ เสริมกำลังแนวป้องกันของโรงพยาบาลในห้องบัญชาการอยู่นั้น ก็พูดปฏิเสธอย่างเด็ดขาด

“ไม่ได้ ผมจะให้พวกคุณออกไปตายไม่ได้!”

ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งของฮวางซางและพวกนั้น จะมีมากก็ตาม แต่ถ้าหากให้เข้าไปในป่าละก็  นั่นก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการส่งไปตายชัดๆ!

“พวกเราไม่ได้ไปตายอย่างแน่นอนครับ!”

ฮวางซางส่ายหน้า จากนั้นก็ยิ้มพร้อมพูดขึ้นว่า

“พวกเราเข้าป่าก็เพื่อสังหารสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์  เพื่อความปลอดภัยบริเวณรอบ ๆโรงพยาบาล  แล้วก็ค้นหาผู้รอดชีวิตด้วย  คุณอาจจะคิดว่าพวกเราต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ หรือไม่ดูกำลังความสามารถของตัวเอง  แต่ในความจริงแล้วเป็นเพราะคุณไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของพวกเรา.........”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ฮวางซางก็หยุดไปสักพัก จากนั้นก็หันหน้าไปพูดกับหลิวซินว่า

“หลิวซิน  โชว์ฝีมือหน่อย”

“ได้ครับ!”

พลังจากที่รู้ว่ามีวิธีคืนชีพแม่ของตัวเอง อุปนิสัยร่าเริงก่อนหน้านั้นของหลิวซินก็ฟื้นคืนกลับมาใหม่อีกครั้ง เมื่อได้ยินคำพูดของฮวางซาง  เขาก็กระตุกยิ้มมุมปาก จากนั้นก็มองไปที่มือขวาและซ้ายแวบหนึ่ง  แล้วจับไปที่แก้วโลหะเก็บความที่อยู่ข้างตัว  ออกแรงบีบ  พร้อมกับแผ่พลังความเย็นออกมา

ซ่า ซ่า ซ่า!

พริบตาเดียว  เสียงของการแช่แข็งก็ดังขึ้นมา  บนแก้วโลหะเก็บความร้อนถูกปกคลุมไปด้วยผลึกน้ำแข็งชั้นหนึ่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นผลึกน้ำแข็งชั้นนี้ก็กลายเป็นน้ำแข็ง  ทำให้แก้วเก็บความร้อนถูกแช่แข็งไปทั้งใบ

กรอบ!

วินาทีต่อจากนั้น  มือขวาของหลิวซินก็ออกแรงบีบอย่างรุนแรง จนทำให้แก้วโลหะเก็บความร้อนที่ถูกแช่แข็ง เกิดรอยร้าวจำนวนนับไม่ถ้วน  แล้วสุดท้ายก็แตกกระจายลงในที่สุด  กลายเป็นเศษน้ำแข็งน้อยใหญ่ร่วงหล่นลงไปบนพื้น

“นี่....นี่คือ?”

เมื่อเห็นภาพที่คาดไม่ถึงเบื้องหน้าตัวเอง ผู้พันหูก็ตื่นตกใจขึ้นมาทันใด จากนั้นก็ยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว

“พวกนายเป็นใครกันแน่?”

“พูดง่ายๆก็คือ พวกเราสามคนเป็นผู้มีพลังเหนือมนุษย์ครับ”

ฮวางซางยิ้มออกมาบางๆ  แล้วพูดขึ้นว่า

“ภัยพิบัติครั้งนี้ ทำให้โลกที่เราอยู่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย ส่วนพวกเราก็กลายเป็นส่วนหนึ่ง ของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้  พลังเหนือมนุษย์ได้ฟื้นตื่นขึ้นมา  จึงมีพลังและความแข็งแกร่งมากกว่าซอมบี้ธรรมดาทั่วไปมาก”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของฮวางซางก็เคร่งขรึมขึ้นมา

“นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่า ทำไมเราถึงสามารถปกป้องพลโทหลิวจนมาถึงที่นี่ อีกทั้งยังมั่นใจที่จะไปล่าสังหารสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ในป่า  และค้นหาผู้รอดชีวิตอีก!”

“มิน่าละพวกนายถึงฆ่าสัตว์ประหลาดสองตัวนั้นได้!”

เมื่อได้ยินคำพูดของฮวางซาง  ผู้พันหูก็เข้าใจอย่างฉับพลันทันที

เขาเกิดความสงสัยในตัวฮวางซางและพรรคพวกมาโดยตลอดว่  าพวกเขาสามารถฆ่าตั๊กแตนยักษ์และนางพญาแมงมุมนั้นได้ยังไง  เมื่อรู้ว่าในสถานการณ์นั้น พวกเขาไม่ได้มีอาวุธหรือระเบิดใดๆในมือเลย

ในที่สุดเขาก็รู้ว่าทำไมพวกนี้ไม่ต้องใช้อาวุธแต่อย่างใด  แต่เป็นเพราะว่าตัวพวกเขาเอง เป็นอาวุธที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว!

“ตอนนี้คุณเชื่อพวกเราแล้วรึยัง ว่าพวกเราไม่ได้พาตัวเองไปตายอย่างแน่นอน?”

ฮวางซางพยักหน้า แล้วพูดขึ้นว่า

“แต่เพื่อเป็นการเตรียมการไว้  พวกเราหวังแค่ให้ผู้พันหู ช่วยเตรียมพวกอาวุธและเครื่องกระสุนให้สักหน่อย  ถึงอย่างไรของเหล่านี้ก็ยังมีประโยชน์ใช้กับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ได้บ้าง”

“ไม่มีปัญหาครับ!”

ถึงแม้ว่าทหารภายใต้กองกำลังของผู้พันหู จะได้รับความเสียหายหนักมากก็ตาม แต่อาวุธยุทโธปกรณ์ยังถือว่าไม่เสียหายมากนัก  บวกกับที่เรื่องที่ฮวางซางและพวก จะออกไปล่าซอมบี้และสิ่งมีชีวิต พร้อมทั้งค้นหาผู้รอดชีวิตเป็นเรื่องที่พวกเขาอยากทำแต่ทำไม่ได้  ดังนั้นในเวลานี้ เขาจึงรีบตอบรับคำขอของฮวางซางอย่างรวดเร็ว

“คลังแสงเก็บอาวุธอยู่ด้านข้าง  เราจะพาพวกนายไป ให้พวกนายเอาอาวุธที่พวกนายต้องการไปได้เลย”

“ได้”

เมื่อเห็นการตอบสนองของผู้พันหูที่รวดเร็วขนาดนี้  ฮวางซางและพวกจึงค่อยปรากฏใบหน้าแห่งความดีใจ

ตามศักยภาพของพวกเขา ถ้าสามารถติดตั้งอาวุธที่เหมาะสมได้ ก็จะเปรียบเสมือนเสือติดปีก  ที่จะสามารถต่อกรกับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ได้อย่างง่ายดาย

หลังจากนั้น ภายใต้คำสั่งของผู้พันหู  ฮวางซางและพรรคพวกก็มาถึงคลังแสงเก็บอาวุธ  และเริ่มเลือกอาวุธที่เหมาะสมกับตัวเอง

หลิวซินและตั้วลั่วเข้าใจวิธีการใช้ปืนมากกว่า  ดังนั้นจึงได้ทำการคัดเลือกปืนยาวจู่โจมรุ่น 95ที่มีอานุภาพค่อนข้างรุนแรงอย่างไม่ลังเล เป็นเวลาเดียวกับที่หลิวซินได้ทำการคัดเลือกปืนสั้นขึ้นมา 2 กระบอก  นอกจากนี้ทั้งสองคนยังติดตั้งเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 35 มิลลิเมตรด้านหน้าของปืนยาวจู่โจมอีกด้วย

อุปกรณ์ติดตั้งเหล่านี้ พวกเขายังเตรียมระเบิดมือเพื่อไว้ใช้ยามฉุกเฉิน รวมถึงกระสุนจำนวนมากและเสื้อเกราะกันกระสุนอีกด้วย  พูดได้ว่าอุปกรณ์ทางการทหารได้ถูกเตรียมพร้อมอย่างครบครัน  จนกระทั่งในกระเป๋าสะพายหลังของพวกเขาก็เต็มไปด้วยกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก  ไม่ว่าจะเป็นกระสุนที่มีอานุภาพเจาะทะลุเสื้อเกราะ 35 มิลลิเมตร และระเบิดมือ  ราวกับจะทำการขนย้ายอาวุธเหล่านี้ออกไปเกือบเกลี้ยงคลังเลยก็ว่าได้

เพียงแต่ว่าอาวุธและกระสุนปืนจำนวนมากเหล่านี้มีน้ำหนักหลายสิบกิโลกกรัม  ถ้าหากไม่ใช่เป็นเพราะว่าหลิวซินและตั้วลั่วเป็นผู้มีพลังเหนือมนุษย์ และมีสมรรถะภาพร่างกายเหนือมนุษย์ทั่วไปละก็  เกรงว่าพวกเขาก็คงจะไม่อาจแบกของเหล่านี้เข้าป่าไปสู้รบกับสัตว์เหล่านั้นได้หรอก

“พี่ กำลังทำอะไร?”

หลังจากที่หลิวซินและตั้วลั่วได้ทำการคัดเลือกอาวุธเสร็จเรียบร้อยแล้ว  พวกเขาจึงพบว่านอกจากฮวางซางจะใส่เสื้อเกราะ และมีระเบิดมือห้อยอยู่บนตัวแล้วก็ตาม  แต่เขากลับไม่ได้ทำการคัดเลือกอาวุธอื่นแต่อย่างใด  ตรงกันข้ามกลับยังคงถือกริชด้ามหนึ่งที่ไม่รู้ว่าทำมาจากวัสดุอะไร

แต่หลังจากที่หลิวซินเดินเข้ามา  กลับเกิดอาการตกตะลึงเมื่อได้มองภาพตรงหน้า

เนื่องจากเขาพบว่า ฮวางซางกำลังใช้หนวด ที่ตัดมาจากแมลงแกนหัวใจตัวนั้น ทาไปบนกริชด้ามนั้นอยู่!

“พิษอัมพาตของหนวดเหล่านี้ก็รุนแรงมาก  เมื่อทาๆไปบนกริชละก็  อาจมีผลกับสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์เหล่านั้นอย่างชะงัดก็ได้”

ฮวางซางยิ้มเล็กน้อย  จากนั้นก็นำกริชอันคมกริบ เก็บเข้าไปในปลอกที่เหน็บอยู่บนเอวตัวเองทันที

“แล้วพี่ไม่เลือกอาวุธอื่นหรอ?”

เมื่อเห็นฮวางซางดูเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจเลือกอาวุธแต่อย่างใด หลิวซินก็ขมวดคิ้วขึ้นมา  จากนั้นก็พูดขึ้นว่า

“พี่ ผมรู้ว่าพี่ไม่เคยชินกับเรื่องการใช้ปืน  แต่อย่างน้อยก็ควรจะมีอาวุธไว้บ้าง เผื่อๆไว้เถอะ?”

“ใครบอกว่าฉันไม่มีอาวุธ?”

เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวซิน ฮวางซางกลับยิ้มออกมา จากนั้น“ชายร่างใหญ่”ก็ตบไปบนโต๊ะ แล้วพูดขึ้นว่า

“นี่คืออาวุธของฉัน!”

“อะไรนะ?”

เมื่อได้ยินคำพูดของฮวางซาง ไม่ว่าหลิวซิน ตั้วลั่ว หรือผู้พันหูที่กำลังช่วยพวกเขาเลือกอาวุธอยู่นั้นก็อดที่จะตกใจไม่ได้

เนื่องจากอาวุธที่ฮวางซางชี้ในตอนนี้นั้น ไม่ใช่ปืนจู่โจมอะไรแต่อย่างใด แต่กลับเป็นปืนกลรุ่น QJZ89 ที่สำหรับติดตั้งอยู่บนรถหุ้มเกราะขนาดใหญ่ ที่จำเป็นต้องใช้หลายคนในการช่วยจัดการกระบอกหนึ่ง

“คุณมั่นใจว่าจะใช้เจ้านี้ใช่ไหม?”

ผู้พันหูกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ แล้วพูดขึ้นว่า

“คุณรู้หรือไม่ว่า ปืนชนิดนี้มีน้ำหนักถึง 26 กิโลกรัม  แล้วมันยังใช้กระสุนเพลิงหรือไม่ก็กระสุนส่องวิถี  ซึ่งน้ำหนักของกระสุนพวกนั้นไม่ได้เหมือนกับอาวุธทั่วไปนะครับ  อีกอย่างกระสุนคลิปหนึ่งก็มีน้ำหนักถึง 28 กิโลกรัม และสามารถเก็บกระสุนได้เพียง 170 นัดเท่านั้น”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ผู้พันหูก็ส่ายหน้า แล้วพูดว่า

“เอาอาวุธชนิดนี้เข้าไปต่อสู้ในป่า  คุณล้อเล่นใช่ไหม?”

“ไม่แน่นอน  ทักษะการยิงปืนของผมก็ไม่ได้ดีอะไร เลือกใช้อาวุธทั่วไปก็สิ้นเปลืองกระสุนเปล่าๆ  ไม่สู้เลือกเจ้านี้  แล้วสาดกระสุนเป็นห่าฝนใส่เจ้าสัตว์กลายพันธ์คงหลบไม่ได้แน่!”

และเมื่อได้ยินคำพูดของผู้พันหู ฮวางซางก็ยิ้มออกมาแล้วพูดขึ้นว่า

“อีกอย่างเรื่องปืนกลหนักๆแบบนี้ผมเข้าใจ  เรื่องที่ผู้พันพูดผมก็รู้  แต่สำหรับผมมันไม่น่ามีปัญหาอะไรอยู่แล้ว”

เมื่อพุดจบ ฮวางซางก็จับปืนกลหนักๆกระบอกนั้น จากนั้นก็ยกมันขึ้นมาอย่างง่ายดายราวกับกระบอกไฟฉาย   จากนั้นก็รื้อถอนโครงรูปสามเหลี่ยมที่ใช้ค้ำยันออก แล้วพูดขึ้นว่า

“พลังของผมนั้นค่อนข้างแข็งแกร่งมาก นำหนัก 100-200 กิโลกรัมไม่สามารถทำอะไรผมได้  ดังนั้นรบกวนผู้พันหูช่วยจัดการเตรียมกล่องกระสุน 4 กล่องให้ผมด้วยนะครับ”

“พวกนายคือ........”

ในขณะที่มองไปทางปืนกลที่ถูกฮวางซางยกขึ้นมาอย่างง่ายดาย  ราวกับไม่มีน้ำหนัก   ผู้พันหูจึงได้นำคำว่า “สัตว์ประหลาด” กลืนลงคอไป  จากนั้นก็ส่ายหน้า  แล้วเริ่มช่วยเตรียมกระสุนให้กับฮวางซาง

“น้องแมลงสาบ  นายจะเลือกเจ้านี้จริงๆเหรอ?”

และในเวลาเดียวกัน ตั้วลั่วกลับอดที่จะพูดขึ้นไม่ได้

“ฉันรู้ว่านายมีพละกำลังมหาศาล  แต่กระสุน 4 กล่องมีน้ำหนัก 200  กว่ากิโลนะ อีกอย่างเมื่อนำมารวมๆกันแล้วก็มีน้ำหนักถึง 600 กว่ากิโลกรัม  การยิงปืนนี้ถ้ายิงออกไปด้วยความเร็วสูงสุดล่ะก็  คาดว่าน่าจะไม่เกิน 1 นาทีก็หมดแล้ว ถึงตอนนั้นเจ้านี่ก็จะกลายเป็นเพียงแค่ไม้ฟืนท่อนนึงเท่านั้น”

“สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ทั่วไป  พวกนายก็เคยจัดการมาแล้วไม่ใช่เหรอ  ส่วนเจ้านี่เตรียมไว้สำหรับไปต่อกรกับเจ้ายักษ์ใหญ่ยังไงละ”

ฮวางซางส่ายหน้า ดวงตาเคร่งขรึม “ถึงแม้ว่าปืนนี้จะใช้ไม่ได้ผล กับคองหรือสัตว์เลื้อยคลานโครงกระดูกก็ตาม แต่ถ้าหากพบกับเจ้าตั๊กแตนยักษ์ และแมงมุมขายาวนั้นอีกล่ะ  พวกเราก็จะได้ไม่ต้องตกอที่นั่งลำบากอีกไง”

“โอเคๆ  ถึงตอนนั้นขอแค่เพียงไม่สร้างภาระให้พวกเราก็โอเคแล้ว”

เมื่อได้ยินคำพูดของฮวางซาง  ตั้วลั่วจึงยักไหล่ แล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ

ไม่นาน ผู้พันหูก็ช่วยฮวางซางเตรียมกระสุนให้เรียบร้อย แต่เนื่องจากเป็นกังวลว่า ฮวางซางจะยิงปืนกลชนิดนี้ไม่แม่นยำในครั้งแรก  ดังนั้นผู้พันหูจึงได้ให้คนติดตั้งกระสุนเพลิง 4 นัด  และกระสุนส่องวิถี 1 นัด  ถ้าเป็นเช่นนี้ละก็ เมื่อถึงคราวที่ฮวางซางต้องยิงออกไป เขาก็จะสามารถมองตำแหน่งการยิงได้อย่างชัดเจน  แล้วปรับเปลี่ยนทิศทางการยิงของตัวเอง

หลังจากเตรียมอาวุธและปืนทั้งหมดพร้อมแล้ว  ฮวางซางและพวกก็ออกจากโรงพยาบาลไป  ผู้พันหูและคนอื่นๆก็มีสายตาที่เป็นกังวล  ในขณะที่มองพวกเขาเข้าไปในป่าลึกอีกครั้ง

แต่ในขณะที่เข้าไปในป่านั้น ใบหน้าฮวางซางและพวกก็แปรเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันใด

ถึงแม้ว่าพวกเขาสามคนจะเป็นผู้มีพลังเหนือมนุษย์ก็ตาม และถึงแม้ว่าพวกเขาจะติดตั้งอาวุธครบครัน  มีระเบิดที่แข็งแกร่ง  แต่ในป่าแห่งนี้มีอันตรายรอบด้าน พวกเขาจึงรู้สึกเคร่งเครียดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว!

ถึงอย่างไรนี่ก็ไม่ใช่การเล่นเกมส์  ถ้าเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้นมาจริงๆ ก็อาจจะเป็นจุดจบของพวกเขาก็เป็นได้!

จบบทที่ ตอนที่ 54 อาวุธครบมือ

คัดลอกลิงก์แล้ว