เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 กลายพันธุ์  อพยพ !

ตอนที่ 21 กลายพันธุ์  อพยพ !

ตอนที่ 21 กลายพันธุ์  อพยพ !


ตอนที่ 21 กลายพันธุ์  อพยพ !

  

เพราะรู้ว่าสถานการณ์ภายในเมืองCมีแนวโน้มว่าจะปลอดภัย  อีกทั้งด้านนอกก็ยังมีกองกำลังทหารและตำรวจ เฝ้าระวังไว้ นอกจากนี้ม่านหมอกหนาๆก็สลายหายไปแล้ว  ถ้าดูตามหลักเหตุผลแล้วก็ไม่น่าจะเกิดเหตุุการณ์ที่คาดไม่ถึงได้ด้วยซ้ำ แล้วเสียงปืนและเสียงสัญญาณเตือนภัยมันมาจากไหนอีก?

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ขอบเขตการส่งเสียงของปืนที่มีประสิทธิภาพภายในเมืองจะมีระยะทางอยู่ประมาณ หนึ่งพันเมตร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ภายใต้เสียงสัญญาณเตือนภัยแบบนี้ยิ่งทำให้เบาลงมาก แต่พวกเขากลับได้ยินเสียงปืนที่ชัดเจน  เรื่องนี้บอกได้อย่างชัดเจนว่า--- สถานที่ยิงปืนนั้น  ได้อยู่ภายในกองกำลังป้องกันแล้ว!

ไม่ ไช่เพียงแต่เสียงปืนเท่านั้น!

ต่อจากนั้น นอกจากเสียงปืนและเสียงสัญญาณเตือนแล้ว เสียง กรีดร้องอย่างน่าเวทนาก็ดังปะปนอยู่ในเสียงปืนและเสียงสัญญาณเตือนด้วย  มันดังแผ่ขยายเข้ามาในหูของฮวางซางแชะหลิวซิน!

เพียงแต่ว่าสถานที่หลายแห่งที่ส่งเสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนาเช่นนี้นั้น  ไม่เพียงแต่ดังมาจากอาคารสองหลังที่อยู่ด้านข้างแล้วเท่านั้น แม้กระทั่งอาคารที่ฮวางซางอยู่ในตอนนี้ก็มีเสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนาดังขึ้นมาเหมือนกันด้วย!

“ระยำเอ๊ย!”

เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องที่ดังแผ่ขยายออกมานั้น  ในใจของฮวางซางก็ตื่นตระหนกขึ้นมาทันที ก่อนจะเปิดหน้าต่าง แล้วมองไปตามทิศทางของเสียงกรีดร้องนั้น

แล้วก็ได้พบกลับเงาที่มีเลือดไปทั้งตัวคนหนึ่ง  ภายในอาคารหอพักหลังหนึ่งที่อยู่ห่างจากพวกเขาไม่ไกลนัก  กำลังพยายามปีนป่ายระเบียงอยู่  ดูเหมือนว่ากำลังพยายามที่จะกระโดดลงมาจากกระเบียงนั้น  เพื่อหลบหนีจากสิ่งที่น่ากลัวบางอย่าง แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ทำไม่สำเร็จ  ได้ถูกเงาที่โซซัดโซเซสองตัวดึงกลับไปบนระเบียง หลักจากนั้นก็ถูกกัดฉีกอย่างบ้าคลั่ง

หลังจากนั้น เสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนาก็ดังขึ้น เลืดสดๆจำนวนมากได้ทะลักออกมาจากร่างนั้น จนย้อมระเบียงนั้นกลายเป็นสีแดงไปทั่วทุกพื้นที่!

“ซอมบี้? !”เมื่อเห็นภาพนั้น รูม่านตาของฮวางซางก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว

ทำไมถึงมีซอมบี้โผล่มาในกองกำลังป้องกันประเทศได้ละ? อีกทั้งยังปรากฏขึ้นมาเป็นจำนวนมากอีกด้วย!

“หรือเพราะว่าผลจากพลังเหนือฟ้าดินได้เริ่มขึ้นแล้วจริงๆ!”

ในขณะที่การปรากฏตัวของซอมบี้  ได้สร้างความตื่นตกใจให้กับฮวางซางอยู่นั้น  เสียงของเครื่องจักที่ไม่ได้ยินมาเป็นเวลานานเครื่องหนึ่ง  ก็ได้ดังขึ้นมาในหัวของฮวางซางอย่างฉับพลัน

“เมื่อไม่นานมานี้ กระแสพลังเหนือธรรมชาติได้มาถึงจุดสูงสุดแล้วครั้งหนึ่ง  หมอกแห่งวิญญาณได้รวมตัวกันเป็นก้อนกลายเป็นฝนแห่งจิตวิญญาณ  นี่ไม่เพียงแต่จะทำให้พลังเหนือฟ้าดินแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น  มันยังก่อให้เกิดการกลายพันธุ์จำนวนมากขึ้นอีกด้วย เหมือนกับภูติผีที่โฮสต์ได้ประสบพบเจอก่อนหน้านั้น  และผีดิบที่ก่อเกิดขึ้นอย่างฉับพลันเช่นนี้แหละ”

“ระบบ คุณฟื้นแล้วเหรอ? !”

ในที่สุดระบบก็ฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว  แต่ในใจของฮวางซางในตอนนี้กลับไม่ได้ปิติยินดีแต่อย่างใด กลับเกิดความรู้สึกเป็นกังวลลึกๆมากขึ้นไปอีก

“คุณหมายความว่าเชื้อไวรัสซอมบี้ได้รับการเสริมพลังที่มากพอ  จนสามารถใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งเหล่านั้นได้ ทหารที่มีร่างกายแข็งแรงก็จะติดเชื้อขั้นที่สอง แล้วกลายร่างเป็นซอมบี้อย่างนั้นเหรอ?

“ไม่ การเสริมพลังไม่ได้ทำให้ติดเชื้อไวรัสซอมบี้ แต่เป็นมนุษย์เองต่างหาก” แต่ทว่าระบบกลับได้ให้คำตอบที่แตกต่างกัน

“กระแสพลังเหนือธรรมชาติได้มาถึงขั้นสูงสุดแล้ว  พลังเหนือฟ้าดินได้ทำการชำระล้างร่างกายของมนุษย์ ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้เป็นอันตรายต่อมนุษย์แต่อย่างใด  มันยังนำมาซึ่งผลดีมหาศาลให้แก่มนุษย์อีกด้วย ให้ร่างกายของพวกเขาได้รับการเสริมสร้างกำลังอย่างต่อเนื่อง”

“แต่ปัญหาคือ เนื่องจากคุณสมบัติของทุกคนนั้นไม่เหมือนกัน ดังนั้นประสิทธิภาพที่พวกเขาได้ดูดซับพลังเหนือธรรมชาติเข้าไปจึงแตกต่างกัน ทั้งหมดนี้จึงส่งให้พวกเขาได้รับผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง”

“คนที่มีคุณสมบัติดี จะสามารถดูดซับพลังเหนือธรรมชาติได้เร็ว ดังนั้นต่อให้พวกเขาไม่ได้บำเพ็ญสิ่งใดก็สามารถผสานพลังเหนือธรรมชาตินี้ไว้ภายในตัวเองได้ แล้วเสริมสร้างให้แก่ตัวเอง  แม้กระทั่งสามารถเปิดพรสวรรค์พิเศษที่หลากหลายของตัวเองได้อีกด้วย หรือที่พวกเจ้าเรียกกันโดยทั่วไปว่าความสามารถพิเศษ  หรือพลังเหนือมนุษย์นั้นแหละ”

“แต่ถ้ามีคุณสมบัติที่เลวร้าย ย่อมไม่มีทางที่ดูดซับพลังเหนือฟ้าดินเข้ามาชำระล้างตัวเองได้ทันการณ์อย่างแน่นอน  พลังเหล่านี้จึงได้ดูดซับไวรัสซอมบี้เข้ามาในร่างกายของพวกเขา หลังจากนั้นมันจะเสริมสร้างเชื้อไวรัสไปอีกขั้นหนึ่ง ทำให้ร่างกายของพวกเขาสูญเสียภูมิคุ้มกัน ในที่สุดพวกเขาก็กลายร่างเป็นซอมบี้!”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ระบบที่เป็นเสียงเครื่องจักรนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขั้นมา

“ฟ้าดินไร้ปราณี ปฏิบัติคล้ายดั่งสรรพสิ่งเป็นหุ่นฟาง  การเปลี่ยนแปลงของฟ้าดินครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ หรือว่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ แม้กระทั่งไวรัสซอมบี้ ก็จะมีทั้งโอกาสและอันตรายเหมือนกันหมด ดังนั้นมีเพียงคนที่คว้าโอกาสนี้ไว้เท่านั้นถึงจะกลายเป็นคนที่ชนะรอบสุดท้าย แต่ถ้ามีคนที่แพ้เพียงคนเดียวในสนามนี้ ก็คือ..ต้องตาย!”

“ระยำเอ๊ย!”

เมื่อถึงตอนนี้ ฮวางซางก็เริ่มเข้าใจความน่ากลัวและความทารุณโหดร้ายของวันจุดจบโลกแล้วอย่างแท้จริง

เมื่อคิดได้ว่ามนุษย์ที่อยู่เมืองนี้มีโอกาสกลายร่างเป็นซอมบี้ได้ทุกคน แม้กระทั่งทหารเหล่านั้นก็ไม่มีข้อยกเว้น  ในใจของฮวางซางก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันใด

ถ้าพูดถึงความเป็นไปได้  ที่จะพึ่งพากองกำลังทหาร  ให้เข้ามาควบคุมสถานการณ์ให้คงที่เหมือนก่อนนั้นละก็  ตอนนี้แม้แต่กองกำลังทหารก็ยังยากที่จะปกป้องตัวเองได้เลย  แล้วยังจะมีใครที่สามารถเข้ามาช่วยเมือง C และคนอีกหลายคนในเมือง C ได้ละ?

“พี่ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีซอมบี้มากมายขนาดนี้ปรากฏตัวขึ้นมาในนี้ละ?”

ในขณะที่ฮวางซางกำลังพูดคุยอยู่กับระบบอยู่นั้น หลิวซินก็ได้เห็นร่องรอยของซอมบี้  หลังจากนั้นสีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที

“ตอนนี้พวกเราควรทำยังไงกันดี?”

“ดูเหมือนว่าจะเป็นการกลายพันธุ์ใหม่ในไวรัสซอมบี้ ดังนั้นคนที่มีร่างกายแข็งแรงเหล่านั้นจึงได้กลายร่างเป็นซอมบี้!”

ฮวางซางสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า

“ตอนนี้กองกำลังป้องกันประเทศวุ่นวายจนกลายเป็นแบบนี้แล้ว เกรงว่าด้านนอกก็คงจะวุ่นวายยิ่งกว่า ดูเหมือนว่าเมือง C  จะควบคุมไว้ไม่อยู่แล้ว!”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ดวงตาของฮวางซางก็เปล่งประกายความเด็ดเดี่ยวออกมา

“อพยพ ตอนนี้พวกเราทำได้เพียงปกป้องตัวเองแล้วอพยพออกไปจากที่นี่ก่อน ประชากรในเมือง C แออัดเกินไป ทหารก็น้อยเกินไปด้วย แม้กระทั่งกองกำลังทหารสนับสนุนก็ยังมาไม่ถึง ขืนพวกเราอยู่ที่นี่ต่อไปคงได้ตายกันจริง ๆ”

“งั้น....คนอื่นในเมือง C ละ?” เมื่อได้ยินคำพูดของฮวางซาง สีหน้าของหลิวซินก็ยิ่งเปลี่ยนเป็นซีดเผือดมากยิ่งขึ้น

“ไม่ต้องสนใจแล้ว!” ฮวางซานส่ายหน้า ก่อนพูดโน้มน้าวว่า

“ไม่มีใครรู้ว่าครั้งนี้คนที่ติดเชื้อไวรัสกลายร่างเป็นซอมบี้มีจำนวนเท่าไหร่ บวกกับตอนนี้ก็ยังเป็นกลางดึกอีกด้วย ผู้คนที่ไม่ได้เตรียมการป้องกัน ดังนั้น.......”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ฮวางซางก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่หลิวซินก็เข้าใจความหมายของฮวางซางได้

เมื่อรู้ว่าเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์การแพร่เชื้อที่เกิดขึ้น ประชากรในเมือง C จึงอยู่แต่ในบ้านภายใต้การควบคุมจากทหาร นี่บ่งบอกได้ว่า ถ้าในกรณีที่มีหนึ่งคนในบ้านกลายเป็นซอมบี้ งั้นก็มีความเป็นไปได้ว่าทุกคนในบ้านจะติดเชื้อซอมบี้ไปด้วย!

เกรงว่าจะไม่มีใครคาดคิดด้วย  ตอนแรกเพื่อหลีกเลี่ยงและยับยั้งการแพร่เชื้อซอมบี้ที่จะขยายตัวเป็นวงกว้าง ตอนนี้กลับกลายเป็นตัวสนับสนุนซอมบี้ไปซะงั้น!

กริ๊ง กริ๊ง!

ทันใดนั้น โทรศัพท์หลิวซินก็ดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ หลิวซินก็รีบรับทันที ก่อนพูดขึ้นว่า

“พ่อ พ่อไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

“พ่อไม่เป็นอะไร พ่อและแม่ของแกกำลังประชุมอยู่กับกองกำลังเสริมอยู่บนตึกสูงหลายชั้น คิดไม่ถึงว่าจะมีคนกลายร่างเป็นซอมบี้ แต่ยังดีที่อีกหลายคนในพวกเราพกปืนมาด้วย อีกทั้งก็ยังมียามรักษาความปลอดภัยอยู่บางส่วน ดังนั้นคนที่กลายร่างเป็นซอมบี้เหล่านั้นจึงถูกพวกเราจัดการแล้ว”

น้ำเสียงของพ่อหลิวซินที่ดังขึ้นมาปลายเสียงนั้นมีความกังวลอยู่ไม่น้อย

“แกล่ะ แกยังโอเคอยู่ไหม แล้วก็เพื่อนของแก.....”

“เราสองคนไม่เป็นอะไรครับ!”

หลิวซินรู้ว่าพ่อของเขาเป็นห่วงว่าฮวางซางจะกลายร่างเป็นซอมบี้ ดังนั้นจึงรีบบพูดขึ้นว่า

“พ่อ ต่อไปเราจะทำยังไงกันดี ฮวางซางบอกว่าไวรัสซอมบี้ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เมือง C ควบคุมไว้ไม่อยู่แล้ว ...เป็นความจริงใช่ไหม?”

“ไม่ผิด พ่อเองก็เพิ่งได้ข่าวมา คนจำนวน 1 ใน 3 ของกองกำลังป้องกันประเทศและทหารได้กลายร่างเป็นซอมบี้อย่างฉับพลัน ดังนั้นจึงได้เกิดเรื่องวุ่นวายเช่นนี้  ถ้าหากด้านนอกเป็นเช่นนี้ด้วยละก็  งั้นเมือง C ก็คงจะควบคุมไว้ไม่ได้อีกต่อไปอย่างแน่นอน!”

เมื่อยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึง น้ำเสียงพ่อของหลิวซินก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

“จากสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า กำลังที่พวกเราใช้ได้ในเขตกองกำลังป้องกันประเทศนั้นมีไม่มากแล้ว ตอนนี้พวกเรากำลังเตรียมรวบรวมกำลังบางส่วนอพยพออกไปจากที่นี่ แกอยู่ที่บ้านห้ามออกไปไหน พ่อจะส่งคนไปรับแก!”

ถ้าหากกลายร่างในช่วงเวลากลางวัน กำลังทหารที่อยู่ในที่แห่งนี้ก็คงจะไม่สูญสิ้นไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้ แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือ การกลายร่างนั้นมันเกิดขึ้นในเวลาเที่ยงคืน ทหารเหล่านั้นก็กำลังหลับกันอยู่ อีกทั้งอาวุธของพวกเขาก็ถูกเก็บเอาไว้ในโรงเก็บอาวุธด้วย ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ อัตรากลายร่าง 1 ใน 3 มันเพียงพอที่จะทำลายกำลังหลักในเขตกองกำลังป้องกันประเทศแห่งนี้ได้

“ครับ!”

เมือ่ได้ยินคำพูดของพ่อ หลิวซินก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนพูดว่า

“ผมจะรอพ่อยู่ที่นี่...พ่อ พ่อก็ต้องระวังตัวด้วยนะครับ!”

“พ่อรู้แล้ว!”

น้ำเสียงที่มีความเคร่งขรึมของพ่อหลิวซินก็ได้ดังขึ้นมาในปลายสาย หลังจากนั้นก็วางไป

“ฮ่องเต้ ไม่ต้องกังวล พวกเราไม่เป็นอะไรแล้วครับ”

หลังจากวางสายไปแล้ว หลิวซินหันมายิ้มกับฮวางซางพร้อม ก่อนพูดขึ้นว่า

“พ่อของผมจะมารับพวกเราเร็วๆนี้”

“อื้อ”  เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวซิน ฮวางซางก็พยักหน้า พร้อมกับพูดกับระบบอยู่ในใจ ไปในเวลาเดียวกัน

“ระบบ คำสาปแช่งบนตัวของฉัน ....คุณมีวิธีกำจัดมันไหม?”

“ระบบไม่มีวิธีกำจัดคำสาปแช่งในตัวของโฮสต์ แต่โฮสต์สามารถทำลายมันด้วยตัวเองได้”

ระบบ :“ตอนนี้ระดับความเข้มข้นของพลังเหนือฟ้าดิน สามารถจับตัวกันเป็นก้อนและกลายเป็นภูตผีได้ พลังอำนาจของภูติผีเหล่านั้นก็ยังไม่ได้ถือว่าแข็งแกร่งมาก ดังนั้นโฮสต์สามารถฝึกฝนวิชาหลอมรวมเป็นหนึ่งเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นได้  ภายใน 7 วัน  อันดับแรกจะต้องควบคุมการใช้พลังเหนือธรรมชาติให้ได้มากพอ ถึงตอนนั้นระบบจะสามารถเข้าช่วยเจ้าต่อกรกับภูติเหล่านั้น”

“งั้นฉันต้องทำยังไงถึงจะสามารทำให้วิชาหลอมรวมเป็นหนึ่งเพิ่มขึ้นไปอีกขั้นได้ หรือว่าต้องฆ่าซอมบี้?”

เมื่อรู้ว่าระบบมีวิธีช่วยรับมือกับคำสาปแช่งของซาดาโกะได้  ในใจของฮวางซางก็ผ่อนคลายลงทันที ก่อนจะถามขึ้นด้วยความคาดหวังในเวลาเดียวกัน

หลังจากที่วิชาหลอมรวมเป็นหนึ่งบรรลุแล้ว  ศักยภาพของเขาก็เพิ่มขึ้นไม่น้อยด้วยเช่นกัน  ถ้าหากต้องต่อกรกับแค่ซอมบี้ทั่วไปละก็  ถึงแม้ว่าจะมีซอมบี้ 7- 8 ตัวปรากฏขึ้นมาพร้อมกัน  เขาก็สามารถรับมือกับพวกมันได้อย่างสบายๆ ยิ่งไปว่านั้น  ในมือของเขาก็ยังมีลิ้นของลิกเกอร์  ที่สร้างความหวาดกลัวให้กับซอมบี้ทั่วไปอีกชิ้นหนึ่งด้วย  ดังนั้นหากต้องฆ่าซอมบี้เพื่อนำมาซึ่งการบรรลุอีกขั้น  ของวิชาหลอมรวมเป็นหนึ่งละก็  งั้นมันก็ไม่มีอะไรยากเกินกว่าความสามารถของเขาได้

“หากโฮสต์ต้องการบรรลุวิชาหลอมรวมเป็นหนึ่งอีกขั้น  จะต้องฆ่าซอมบี้อย่างน้อย 300 ตัว ถึงจะมีพลังที่สะสมได้มากพอ”

เพียงแต่ว่าดูเหมือนว่า  เรื่องนี้จะไม่ได้ง่ายอย่างที่ฮวางซางคิดเอาไว้  ต่อมาเสียงของระบบก็ดังขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง

“อีกทั้งพลังของซอมบี้ 300 ตัวนี้  เป็นแค่พลังที่จะช่วยผลักดันการบำเพ็ญของโฮสต์  ให้ไปถึงขอบเขตของการบรรลุเท่านั้น ถ้าอยากจะบรรลุทันทีทันใดนั้น โฮสต์จะต้องฆ่าสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งกว่าซอมบี้ทั่วไป 1 ตัว  หลังจากนั้นก็จะได้รับพลังอันทรงพลังและบริสุทธิ์ของสัตว์ประหลาดตัวนั้นมาทำลายคอขวดที่อยู่ตัวเรา”

“คุณหมายความว่า การฆ่าซอมบี้ 300 ตัวไปแล้วก็ยังไม่พอ แล้วก็ยังต้องฆ่าสัตว์ประหลาดที่เหนือกว่าซอมบี้ อย่างลิกเกอร์หรือไม่ก็ไทแรนท์ตัวใดตัวหนึ่งถึงจะบรรลุเหรอ?”

เมื่อได้ยินคำพูดของระบบ ฮวางซางก็เกิคอาการตื่นตระหนกขึ้นมาทันที

“งั้นคุณก็เท่ากับว่าเรียกฉันให้ไปตายเร็วขึ้นน่ะสิ!”

พลังของ ลิกเกอร์ และ ไทแรนท์ เขาก็เห็นมากับตาตัวเองแล้ว การที่คนตัวเล็กๆอย่างเขา  คิดจะไปรับมือกับเจ้าสองตัวนั้น  เท่ากับกำลังพาตัวเองเข้าไปหาความตายใช่ไหม?

“มันยากลำบากมากจริง ๆ แต่การที่จะให้บรรลุภายใน 7 วัน ก็มีเพียงทางเดียวเท่านั้น”

เสียงเครื่องจักรของระบบที่ฮวางซางได้ยินในเวลานี้มันทั้งเย็นชาและไร้ความรู้สึก

“หรือโฮสต์จะฆ่าซอมบี้ให้มากกว่า 300 ตัวขึ้นไป แล้วค่อยๆฝึกฝนใช้เวลาในการทำลายคอขวดนั้นไปทีละน้อยก็ได้”

“เหอเหอ ...” แต่ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของระบบ  ฮวางซางกลับหัวเราะอย่างเยือกเย็นออกมา

ซอมบี้ 300 ตัว  ?  ถึงแม้ว่าจะอยู่เฉยๆให้เขาฆ่า เขาก็ไม่สามารถฆ่าพวกมันได้ครบภายใน 7 วันหรอก!

เห้อ.... ดูเหมือนว่าตอนนี้มีเพียงก้าวไปทีละก้าวเท่านั้นแล้ว

ครืน!

ในขณะที่ฮวางซางกำลังปวดหัวอยู่กับ “ภารกิจที่ไม่มีทางทำได้” อยู่นั้น โทรศัพท์ของหลิวซินก็ได้รับข้อความอีกครั้ง

“อะไรกัน?”

แต่ทว่าหลังจากที่อ่านข้อความนั้นแล้ว สีหน้าของหลิวซินก็เปลี่ยนไปทันใด ก่อนจะกัดฟันกรอด แล้วหันไปพูดกับฮวางซางว่า

“คนที่พ่อของผมส่งมารับพวกเราได้ถูกซอมบี้  ที่กลายร่างขึ้นมาอย่าฉับพลัน  กลุ่มหนึ่งฆ่าตายแล้ว  ตอนนี้ข้าราชการระดับสูงคนอื่น ๆ ก็ไม่อนุญาติให้แยกตัวมาช่วยพวกเราได้อีกแล้ว  ดังนั้นตอนนี้พวกเราทำได้พียงต้องพึ่งตัวเองแล้ว!”

“แม่งเอ๊ย ซอมบี้เยอะขนาดนี้ เราสองคนจะออกไปฆ่าพวกมันได้ยังไง? !”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ หลิวซินก็ชกกำปั้นไปที่ประตู พร้อมกับส่งเสียงที่อึดอัดใจออกมา

พลั่ก พลั่ก พลั่ก!

แต่ยังไม่ทันรอให้หลิวซินพูดอะไรออกมา ประตูใหญ่ของพวกเขากลับสั่นไหวขึ้นอย่างรุนแรง ราวกับว่ามีใครบางคนกำลังกระแทกอยู่ด้านนอก!

ในเวลาเดียวกัน  เสียงคำรามที่แหบแห้งก้าวร้าว ก็ดังขึ้นมาจากด้านนอกของประตู!

จบบทที่ ตอนที่ 21 กลายพันธุ์  อพยพ !

คัดลอกลิงก์แล้ว