- หน้าแรก
- รีเช็ตชีวิต พลิกฝันบนเส้นทางแสง สี เสียง
- บทที่ 221-3 : การถ่ายภาพอื้อฉาวของเฉินนั่ว (ฟรี)
บทที่ 221-3 : การถ่ายภาพอื้อฉาวของเฉินนั่ว (ฟรี)
บทที่ 221-3 : การถ่ายภาพอื้อฉาวของเฉินนั่ว (ฟรี)
เธอวิ่งไปซ่อนหลังหลี่เจียเหวินที่ยิ้มขื่นๆ ใบหน้าแดงจนเกือบจะหยดเลือด กล้าๆ กลัวๆ โผล่ครึ่งหน้าออกมาจ้องมองคนที่เข้ามา
หลังจากนั้น ในระหว่างที่ทักทายกับซูหมิงหมิงและคนอื่นๆ แม้ว่าส่วนหนึ่งในใจของเฉินนั่วจะครุ่นคิดเรื่องหนังของเขา แต่ความจริงแล้ว การได้พบเพื่อนเก่าทำให้ใจเขาเบิกบานและดื่มด่ำกับช่วงเวลานั้น
ระหว่างการสนทนา เฉินนั่วอธิบายเหตุผลที่เขาปกปิดตัวตนตอนนั้น และขอบคุณซูหมิงหมิงที่ดูแลเขา
ไม่รู้ตัว พวกเขาคุยกันเกือบชั่วโมง รวมถึงตอบคำถามเด็กๆ น่าขำของซูซือซือมากมาย
สุดท้ายเมื่อเห็นว่าเวลาเริ่มค่ำแล้ว เขาให้กอดเล็กๆ กับซูซือซือ และเซ็นชื่อบนโปสเตอร์ที่เธอตั้งใจนำมา ทั้ง "บ้านของใบ้", "มังกรหยก", "Perhaps Love", "My Blueberry Nights" และ "The Dark Knight" เป็นตัวอักษรเฉินนั่วที่มีมูลค่าเกินตัว
บนโปสเตอร์โจ๊กเกอร์ที่ดูน่ากลัว เฉินนั่วยังเขียนคำอวยพร "ขออวยพรซูซือซือ: ขอให้เรียนเก่ง มีความสุขทุกวัน เฉินนั่ว วันที่ 2 มีนาคม 2008 เวลา 01:35 น."
ตัวหนังสือไม่สวยเท่าไหร่ คำอวยพรก็ไม่มีความเป็นวรรณกรรม แต่ซูซือซือซบหน้าลงกับอกแม่ ร้องไห้สะอึกสะอื้น
บังเอิญที่ช่วงเวลานี้ "The Message" ก็เข้าสู่ฉากที่ทำให้คนน้ำตาร่วง
เป็นฉากที่ฟานปิงปิงถูกทรมานโดยชอนโดยอนและเฉินนั่วจนสติแตก
ฉากนี้ในตอนที่ฉายจริง มีการตัดฉากออกไปเยอะ
เช่น ตอนที่ชอนโดยอนแสดงอุปกรณ์ทรมาน ช็อตระยะใกล้ของเครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ขยายช่องคลอด กรรไกร คีม ฯลฯ ถูกเซ็นเซอร์ด้วยเหตุผลว่าโหดร้ายเกินไป ถูกตัดออกทั้งหมดไม่เหลือแม้แต่วินาทีเดียว
รวมถึงช็อตระยะกลางของเฉินนั่วกับฟานปิงปิง และฉากทรมานบางช็อตที่ผู้นำเห็นว่าโหดเกินไป ก็ถูกตัดออกพร้อมกับฉากที่หวงป๋อถูกทรมาน
ทำให้ผู้ชมในจีนที่อยากดูเวอร์ชั่นเต็มของ "The Message" ต้องรอเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและเกาหลีในอีกสักระยะ
สรุปคือ ฉากที่ฟานปิงปิงถูกทรมานที่ปรากฏบนจอใหญ่ในจีนมีผลกระทบน้อยกว่าที่หนิงห่าวตั้งใจไว้มาก
ผลแบบที่ "ทำให้ผู้ชม โดยเฉพาะผู้หญิง เมื่อกลับบ้านแล้วอาบน้ำร้อนๆ แล้วยังรู้สึกหนาวสั่นทั้งตัว คลื่นไส้อาเจียน ถึงขนาดที่คืนนั้นต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกพร้อมเสียงกรีดร้อง" ความรู้สึกฝังลึกในกระดูกที่ลืมไม่ลงแบบนั้น
ตอนตัดต่อหนัง หลังได้ยินหนิงห่าวพูดแบบนี้ แม้แต่หว่องกาไวยังอดไม่ได้ที่จะวิจารณ์ "หนิงห่าว นายนี่มีบุคลิกแปลกๆ นะ"
หนิงห่าวที่ไหนเป็นแค่คนมีบุคลิก ในกระดูกเขาคือผู้กำกับที่ชอบทรมานผู้ชม ท้าทายผู้ชม เล่นงานผู้ชมเพื่อความสนุก ตอนนี้สื่อจีนหลายแห่งยังประเมินเขาว่าเป็น "นักสร้างหนังในยุคที่หกที่มีความเป็นพาณิชย์เหนือกว่าจางอี้อี้อย่างมาก"
พอเฉินนั่วได้ยินแบบนั้น แทบจะหัวเราะหลุด
เพราะฉะนั้น คนโหดเหี้ยมอย่างหนิงห่าว เมื่อเขาปล่อยมือเต็มที่ และมีนักแสดงชั้นเยี่ยมจากสามประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลีให้เขาวางแผน นี่คือข่าวร้ายสำหรับผู้หญิงที่กำลังดูหนังในโรงภาพยนตร์
เสียงครวญครางอ่อนระโหยและเสียงกรีดร้องดิ้นรนสุดท้ายของฟานปิงปิงก้องในโรงภาพยนตร์
แม้ทุกคนจะรู้ว่ามันเป็นการแสดง
แต่เสน่ห์ของภาพยนตร์อยู่ตรงนี้: คุณรู้ว่ากำลังดูหนัง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะร่วมสุขร่วมทุกข์กับตัวละคร
ในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางตุ้ง เฉิงตู เสิ่นหยาง...
ในทุกโรงภาพยนตร์ที่กำลังฉายรอบเที่ยงคืนของ "The Message" ไม่ว่าจะเป็นผู้ชมทั่วไปหรือนักวิจารณ์ภาพยนตร์
ทุกคนรู้ว่าเฉินนั่วบนจอไม่ใช่ทหารญี่ปุ่น และฟานปิงปิงที่ถูกมัดอยู่บนกางเขนก็ไม่ใช่นักปฏิวัติใต้ดิน
แต่แล้วยังไงล่ะ?
ภายใต้แสงไฟสีแดงเข้ม แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวที่ไม่เป็นระบบ สมองของทุกคนก็เติมเต็มช่องว่างที่ถูกตัดทอนไปโดยอัตโนมัติ
หลังจากผ่านการทรมานจากสายลับหญิงชาวญี่ปุ่น หญิงสาวสวยก็บาดเจ็บทั่วร่าง ในตอนนี้ เธอกำลังจะเผชิญกับการทรมานที่ไร้มนุษยธรรมรอบใหม่
นายทหารญี่ปุ่นใจอำมหิตในที่สุดก็ลุกขึ้นยืน เสียงประกอบทั้งหมดในหนังเงียบหายไป ทั้งโรงภาพยนตร์เหลือเพียงเสียงรองเท้าบู๊ตของเขาที่เดินบนพื้น
"ตึก ตึก ตึก"
ทุกก้าว ทำให้ม่านตาของหญิงสาวบนกางเขนหดเล็กลง และทำให้ผู้ชมในโรงภาพยนตร์ดำดิ่งเข้าไปในฉากนั้น
(จบบทที่ 221 ส่วนที่ 3)
ปล. ขออภัยที่แปลไม่ครบครับ ตอนต่อไปจะรวม2ตอนแล้วจะเปิดให้อ่านฟรีเป็นการไถ่โทษครับ