เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 547: เดตแรก

บทที่ 547: เดตแรก

บทที่ 547: เดตแรก


ในลานกว้างด้านใน มู่ไป๋ไป่กับเซียวถังถังกำลังโต้เถียงกันเสียงดังจนไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าหลัวเซียวเซียวกับมู่จวินเซิ่งกลับมาแล้ว

เป็นอวี้หวานหว่านที่มองเห็นทั้งคู่จากหางตาจึงพูดเตือนศิษย์พี่ของตน

“พวกท่านไปเดตกลับมาแล้วหรือ?” มู่ไป๋ไป่มองพวกเขาทั้ง 2 ด้วยรอยยิ้ม “เดตแรกเป็นอย่างไรบ้าง ราบรื่นดีหรือไม่?”

“เดต?” มู่จวินเซิ่งเลิกคิ้วด้วยความสับสนเมื่อได้ยินคำศัพท์แปลก ๆ จากน้องสาว “นั่นมันหมายความว่าอย่างไร?”

“มันหมายความว่าพวกท่าน 2 คนออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันเพียงลำพัง” หญิงสาวคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะคิดคำที่เหมาะสมมาอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง “มันหมายถึงการนัดพบกันของชายหญิง”

ในตอนที่ทุกคนได้ยินคำว่า ‘นัดพบกัน’ ใบหน้าของมู่จวินเซิ่งกับหลัวเซียวเซียวก็เปลี่ยนเป็นสีแดง

“ไป๋ไป่ ดูพวกเขาสิ” เซียวถังถังเดินเข้ามานั่งเบียดผู้เป็นศิษย์พี่พร้อมรอยยิ้ม “พวกเขากำลังจะแต่งงานกันแท้ ๆ แต่พวกเขายังเขินอายกันอยู่เลย”

มู่ไป๋ไป่พยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้ แล้วเธอกับเซียวถังถังก็พูดแซวหลัวเซียวเซียวกับมู่จวินเซิ่งกันอย่างสนุกสนาน “เจ้าจะไปเข้าใจอะไร? คู่รักส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้กันก่อนแต่งงาน แต่หลังจากแต่งงานและเข้าห้องหอเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็จะไม่เขินอายกันอีก”

“องค์หญิงหก!” หลัวเซียวเซียวร้องขอความเมตตา “พระองค์เลิกแกล้งหม่อมฉันกับท่านแม่ทัพเถิดเพคะ…”

“ใช่แล้ว” มู่จวินเซิ่งพยักหน้าขณะที่ใบหน้าแดงก่ำแล้วบ่นอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไป๋ไป่ เจ้ากับท่านหญิงต่างก็เป็นหญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงาน เจ้าจะมาพูดเรื่องเข้าห้องหอแบบนั้นได้อย่างไรกัน ถ้าคนอื่นมาได้ยินพวกเจ้าพูดแบบนี้ พวกเจ้าจะเสื่อมเสียชื่อเสียง”

“ข้าแค่เพียงล้อเล่นเท่านั้น” มู่ไป๋ไป่เดินออกไปคว้าแขนสหายสาวแล้วดึงนางมาฝั่งตนก่อนจะเอ่ยถามว่า “พี่รอง วันนี้ข้าคงต้องขอยืมว่าที่เจ้าสาวของท่านไปก่อน ท่านตกลงหรือไม่?”

“ไม่ได้” แม่ทัพหนุ่มปฏิเสธทันควัน เขารู้ว่าน้องสาวกำลังจะคุยกับหลัวเซียวเซียวเรื่องเครื่องประดับที่จะสวมในวันแต่งงาน “ถ้าเจ้ามีอะไรจะพูดก็พูดตรงนี้ ข้าจะสั่งให้คนไปเอาขนมและผลไม้มาให้พวกเจ้า พูดคุยกันตอนท้องว่างมันไม่ดีสักเท่าไหร่”

หลังจากพูดจบแล้วชายหนุ่มก็หันหลังเดินออกไป

ทันทีที่มู่จวินเซิ่งหายลับตาไป มู่ไป๋ไป่กับเซียวถังถังก็รีบลากหลัวเซียวเซียวมาแล้วกดไหล่นางให้นั่งลงบนเก้าอี้ จากนั้นพวกเธอก็ล็อกตัวอีกฝ่ายเอาไว้ซ้ายขวา และทำท่าทางราวกับว่าต้องการจะสอบปากคำนาง

หญิงสาวที่ถูกจับตัวไว้ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดีจึงได้แต่มองคนทั้ง 2 สลับกันไปมา “องค์หญิงหก ท่านหญิง พวกพระองค์จะทำอะไรหรือเพคะ?”

“รีบเล่าให้ข้าฟังเร็วเข้าว่าพี่รองพาเจ้าไปเดตที่ไหน?” มู่ไป๋ไป่ทำท่าทีขึงขังขณะที่พูด “สารภาพมาเสียดี ๆ ถ้าหากขัดขืน พวกเราคงจะต้องใช้ความรุนแรงกันแล้ว”

“ถูกต้อง รีบออกมาเร็วเข้า!” เซียวถังถังยกนิ้วชี้ขึ้น 2 ข้างและชี้เข้าหากัน “ไม่อย่างนั้นข้าจะจั๊กจี้เจ้า”

“ไม่เพคะ หม่อมฉันบอกแล้ว ๆ” หลัวเซียวเซียวก้มหน้าลงด้วยความขัดเขิน “ท่านแม่ทัพพาหม่อมฉันไปที่เรือนไม้ที่สร้างอยู่ตรงชานเมือง แล้วเราก็ช่วยกันปลูกต้นท้อ พร้อมกับตกลงกันว่าจะไปดูดอกท้อด้วยกันปีหน้า”

“ปลูกต้นท้อหรือ?” มู่ไป๋ไป่ทำหน้าประหลาดใจ “ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าพี่รองของข้าจะเป็นคนที่หวานซึ้งแบบนี้”

หลัวเซียวเซียวยิ้มและกล่าวว่า “ท่านแม่ทัพเป็นคนที่เอาใจใส่ผู้อื่นเสมอมาเพคะ”

บางทีนางก็รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าเขา มันทำให้นางเผลอทำหน้าหดหู่โดยไม่รู้ตัว

“ทำไมเจ้าถึงทำหน้าแบบนั้น?” พอมู่ไป๋ไป่เห็นสหายคนสนิททำหน้าเศร้า เธอก็ส่ายหัวเบา ๆ “เจ้ายังกังวลเรื่องเดิมจนไม่มีความมั่นใจในตัวเองใช่หรือไม่ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่กำหนดวันแต่งงานในอีก 7 วันข้างหน้า”

หลัวเซียวเซียวตกตะลึงไปชั่วขณะ “ท่านแม่ทัพไม่ได้กำหนดงานแต่งในอีก 7 วันข้างหน้าเพราะเขาต้องรีบกลับชายแดนหรอกหรือเพคะ?”

“เขาบอกเจ้าอย่างนั้นหรือ?” มู่ไป๋ไป่เลิกคิ้วขึ้น พี่รองของเธอยังคงขี้อายเวลาอยู่ต่อหน้าคนที่เขารักเสมอ

“เพคะ…” หลัวเซียวเซียวพยักหน้าเบา ๆ

มู่ไป๋ไป่ถอนหายใจแล้วตัดสินใจที่จะช่วยมู่จวินเซิ่ง“เขากลัวว่าการพูดความจริงจะทำให้เจ้าไม่พอใจสินะ”

“พระองค์หมายถึงอะไรเพคะ?” หลัวเซียวเซียวเหมือนมีคำตอบบางอย่างผุดขึ้นมาในใจ แต่นางก็ไม่กล้ายืนยัน

มู่ไป๋ไป่กอดอกพลางยักไหล่ตอบว่า “มันจำเป็นอะไรไปได้อีก? พี่รองคนบื้อของข้าคงคิดว่าเจ้ายอมตกลงแต่งงานกับเขาเพราะเขาเอาชีวิตตัวเองมาข่มขู่เจ้า เขารู้สึกไม่สบายใจแต่ก็กลัวว่าเจ้าจะเสียใจทีหลัง ดังนั้นเขาจึงไปขอเสด็จพ่อประทานสมรสโดยกำหนดวันแต่งงานในอีก 7 วันข้างหน้า”

หลัวเซียวเซียวยกมือขึ้นปิดปากเมื่อได้รู้ความจริง “ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดออกมาตามตรง แต่หม่อมฉันก็รู้อยู่เต็มอก…”

แต่นางไม่คาดคิดว่ามู่จวินเซิ่งจะจัดงานแต่งเร่งด่วนเพราะเหตุผลนี้

“เจ้าอย่าโกรธพี่รองไปเลย” มู่ไป๋ไป่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ที่เขาทำแบบนี้เป็นเพราะเขาใส่ใจเจ้ามากเกินไป”

“องค์หญิงหกเพคะ พระองค์กำลังพูดเรื่องอะไร?” หลัวเซียวเซียวยิ้มบาง ๆ “หม่อมฉันจะโกรธท่านแม่ทัพได้อย่างไรเพคะ นอกจากนี้ เราตกลงกันไว้แล้วว่าจะกลับเมืองหลวงมาชมดอกท้อด้วยกันปีหน้า”

มู่ไป๋ไป่มองสหายของตนด้วยสีหน้าจริงจัง พอเห็นว่ารอยยิ้มของอีกฝ่ายมาจากใจจริง เธอก็อดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มมุมปากและพูดว่า “ดีมาก”

“เอาล่ะ ถังถังกับข้ามาที่นี่ก็เพื่อช่วยเจ้าเลือกเครื่องประดับศีรษะที่เอาไว้ใส่ในวันแต่งงานของเจ้า”

ถัดมา มู่ไป๋ไป่กับเซียวถังถังได้นำกล่องใหญ่หลายกล่องออกมาเปิดวางทีละกล่อง “นี่เป็นสินค้าที่ดีที่สุดจากร้านของพี่สาม การออกแบบนั้นประณีตมาก แม้แต่ในวังหลวงก็ยังหาของที่สวยเท่านี้ไม่ได้อีกแล้ว”

“เซียวเซียว เจ้าสามารถเลือกแบบที่เจ้าชอบได้เลย!”

หญิงสาวมองปิ่นปักผมต่าง ๆ ที่วางเรียงอยู่ในกล่องแล้วตกตะลึงไปชั่วขณะ “องค์หญิง มันมากเกินไป…”

“ดูสิ แต่ละอันสวยมาก ๆ เลย เจ้าเลือกอันไหนก็ได้” เซียวถังถังพูดพร้อมกับชี้เครื่องประดับต่าง ๆ ที่ดูละลานตา

“จะให้เราปล่อยปละละเลยเรื่องแบบนี้ไปได้อย่างไรกัน?” มู่ไป๋ไป่ส่ายหัวด้วยสีหน้าจริงจัง “นี่เป็นงานแต่งเพียงครั้งเดียวในชีวิตของลูกผู้หญิง เราจะต้องเลือกให้ดี!”

“ถูกต้อง” เซียวถังถังกับอวี้หวานหว่านพูดขึ้นพร้อมกัน “เราจะจัดงานแต่งแบบลวก ๆ ไม่ได้”

พอหลัวเซียวเซียวเห็นว่าทุกคนมีสีหน้าจริงจังกันมากแค่ไหน นางก็รู้สึกอบอุ่นในใจ

ยามนี้มู่ไป๋ไป่และเซียวถังถังพูดคุยกับหลัวเซียวเซียวจนกระทั่งดึกดื่นกว่าที่พวกนางจะตัดสินใจเลือกเครื่องประดับศีรษะที่จะเอาไว้ใส่ในงานแต่งได้

จากนั้นพวกนางก็ได้นัดกับว่าที่เจ้าสาวในวันพรุ่งนี้เพื่อไปเลือกชุดก่อนจะแยกย้ายกันกลับ

หลัวเซียวเซียวออกไปส่งคนทั้ง 3 ที่ประตูจวนแม่ทัพและเฝ้าดูรถม้าเคลื่อนออกไปช้า ๆ ในชั่วขณะนั้นเหมือนนางจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

นางส่ายหัวเพื่อระงับความรู้สึกแปลก ๆ ในใจ ต่อมานางก็หันหลังเดินเข้าไปในจวนแม่ทัพ

ในเวลาเดียวกัน ณ กระท่อมมุงจากนอกเมือง ถังเป่ยเฉินเดินวนไปมาด้วยความร้อนใจ ขณะที่เขากำลังรอต้วนอ๋องตรวจอาการของฉู่เสวียน

“เป็นอย่างไรบ้าง” พอต้วนอ๋องลุกขึ้น เขาก็เดินเข้าไปหาอีกฝ่ายทันที “กู่ในร่างกายของเขามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่ ทำไมเขาถึงไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งของข้า?”

ต้วนอ๋องเดินไปที่โต๊ะ นั่งลงและรินชาใส่ถ้วยช้า ๆ ก่อนจะตอบว่า “ข้าบอกเขาให้อยู่ห่างจากหลัวเซียวเซียว เขาควรจะฆ่าหลัวเซียวเซียวให้เร็วที่สุด”

“ถ้าข้าฆ่านางได้ ข้าคงทำไปนานแล้ว!” เจ้าสำนักตระกูลถังพูดขึ้นอย่างใจร้อน “ท่านไม่เห็นหรือ? นี่เป็นผลลัพธ์ที่ปล่อยให้เขาไปฆ่าหลัวเซียวเซียว นอกจากเขาจะไม่ทำตามคำสั่งแล้ว เขายังพาผู้หญิงคนนั้นกลับมาที่ซ่อนของเราจนเกือบจะทำให้ข้าถูกจับอีกด้วย”

พอพูดถึงเรื่องนี้ ถังเป่ยเฉินก็รู้สึกโมโหขึ้นมา

“ท่านไม่ได้บอกหรือว่าราชากู่นั้นแข็งแกร่งมาก ข้าสามารถเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นหุ่นเชิดโดยสมบูรณ์ไม่ใช่หรือ?” เจ้าสำนักตระกูลถังมองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “ถ้าราชากู่เป็นแบบนี้ ต้วนอ๋อง ข้าคิดว่าข้อตกลงระหว่างเราคงจะไม่ยุติธรรมเสียแล้ว”

“ท่านเจ้าสำนักถังไม่ต้องกังวล” ต้วนอ๋องวางถ้วยชาลงช้า ๆ พลางกล่าวว่า “ตอนนี้ท่านหลบหนีออกจากเมืองหลวงสำเร็จแล้ว ขอเพียงท่านแน่ใจว่าฉู่เสวียนจะไม่เข้าใกล้ผู้หญิงคนนั้นอีก เขาก็จะกลับมาเป็นปกติในไม่ช้า และเขาก็จะเป็นหุ่นเชิดที่ภักดีที่สุดของท่านต่อไป”

จบบทที่ บทที่ 547: เดตแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว