- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์หญิงน้อยจอมป่วน & ก๊วนสัตว์อลเวง
- บทที่ 547: เดตแรก
บทที่ 547: เดตแรก
บทที่ 547: เดตแรก
ในลานกว้างด้านใน มู่ไป๋ไป่กับเซียวถังถังกำลังโต้เถียงกันเสียงดังจนไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าหลัวเซียวเซียวกับมู่จวินเซิ่งกลับมาแล้ว
เป็นอวี้หวานหว่านที่มองเห็นทั้งคู่จากหางตาจึงพูดเตือนศิษย์พี่ของตน
“พวกท่านไปเดตกลับมาแล้วหรือ?” มู่ไป๋ไป่มองพวกเขาทั้ง 2 ด้วยรอยยิ้ม “เดตแรกเป็นอย่างไรบ้าง ราบรื่นดีหรือไม่?”
“เดต?” มู่จวินเซิ่งเลิกคิ้วด้วยความสับสนเมื่อได้ยินคำศัพท์แปลก ๆ จากน้องสาว “นั่นมันหมายความว่าอย่างไร?”
“มันหมายความว่าพวกท่าน 2 คนออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันเพียงลำพัง” หญิงสาวคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะคิดคำที่เหมาะสมมาอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง “มันหมายถึงการนัดพบกันของชายหญิง”
ในตอนที่ทุกคนได้ยินคำว่า ‘นัดพบกัน’ ใบหน้าของมู่จวินเซิ่งกับหลัวเซียวเซียวก็เปลี่ยนเป็นสีแดง
“ไป๋ไป่ ดูพวกเขาสิ” เซียวถังถังเดินเข้ามานั่งเบียดผู้เป็นศิษย์พี่พร้อมรอยยิ้ม “พวกเขากำลังจะแต่งงานกันแท้ ๆ แต่พวกเขายังเขินอายกันอยู่เลย”
มู่ไป๋ไป่พยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้ แล้วเธอกับเซียวถังถังก็พูดแซวหลัวเซียวเซียวกับมู่จวินเซิ่งกันอย่างสนุกสนาน “เจ้าจะไปเข้าใจอะไร? คู่รักส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้กันก่อนแต่งงาน แต่หลังจากแต่งงานและเข้าห้องหอเรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็จะไม่เขินอายกันอีก”
“องค์หญิงหก!” หลัวเซียวเซียวร้องขอความเมตตา “พระองค์เลิกแกล้งหม่อมฉันกับท่านแม่ทัพเถิดเพคะ…”
“ใช่แล้ว” มู่จวินเซิ่งพยักหน้าขณะที่ใบหน้าแดงก่ำแล้วบ่นอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไป๋ไป่ เจ้ากับท่านหญิงต่างก็เป็นหญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงาน เจ้าจะมาพูดเรื่องเข้าห้องหอแบบนั้นได้อย่างไรกัน ถ้าคนอื่นมาได้ยินพวกเจ้าพูดแบบนี้ พวกเจ้าจะเสื่อมเสียชื่อเสียง”
“ข้าแค่เพียงล้อเล่นเท่านั้น” มู่ไป๋ไป่เดินออกไปคว้าแขนสหายสาวแล้วดึงนางมาฝั่งตนก่อนจะเอ่ยถามว่า “พี่รอง วันนี้ข้าคงต้องขอยืมว่าที่เจ้าสาวของท่านไปก่อน ท่านตกลงหรือไม่?”
“ไม่ได้” แม่ทัพหนุ่มปฏิเสธทันควัน เขารู้ว่าน้องสาวกำลังจะคุยกับหลัวเซียวเซียวเรื่องเครื่องประดับที่จะสวมในวันแต่งงาน “ถ้าเจ้ามีอะไรจะพูดก็พูดตรงนี้ ข้าจะสั่งให้คนไปเอาขนมและผลไม้มาให้พวกเจ้า พูดคุยกันตอนท้องว่างมันไม่ดีสักเท่าไหร่”
หลังจากพูดจบแล้วชายหนุ่มก็หันหลังเดินออกไป
ทันทีที่มู่จวินเซิ่งหายลับตาไป มู่ไป๋ไป่กับเซียวถังถังก็รีบลากหลัวเซียวเซียวมาแล้วกดไหล่นางให้นั่งลงบนเก้าอี้ จากนั้นพวกเธอก็ล็อกตัวอีกฝ่ายเอาไว้ซ้ายขวา และทำท่าทางราวกับว่าต้องการจะสอบปากคำนาง
หญิงสาวที่ถูกจับตัวไว้ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดีจึงได้แต่มองคนทั้ง 2 สลับกันไปมา “องค์หญิงหก ท่านหญิง พวกพระองค์จะทำอะไรหรือเพคะ?”
“รีบเล่าให้ข้าฟังเร็วเข้าว่าพี่รองพาเจ้าไปเดตที่ไหน?” มู่ไป๋ไป่ทำท่าทีขึงขังขณะที่พูด “สารภาพมาเสียดี ๆ ถ้าหากขัดขืน พวกเราคงจะต้องใช้ความรุนแรงกันแล้ว”
“ถูกต้อง รีบออกมาเร็วเข้า!” เซียวถังถังยกนิ้วชี้ขึ้น 2 ข้างและชี้เข้าหากัน “ไม่อย่างนั้นข้าจะจั๊กจี้เจ้า”
“ไม่เพคะ หม่อมฉันบอกแล้ว ๆ” หลัวเซียวเซียวก้มหน้าลงด้วยความขัดเขิน “ท่านแม่ทัพพาหม่อมฉันไปที่เรือนไม้ที่สร้างอยู่ตรงชานเมือง แล้วเราก็ช่วยกันปลูกต้นท้อ พร้อมกับตกลงกันว่าจะไปดูดอกท้อด้วยกันปีหน้า”
“ปลูกต้นท้อหรือ?” มู่ไป๋ไป่ทำหน้าประหลาดใจ “ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าพี่รองของข้าจะเป็นคนที่หวานซึ้งแบบนี้”
หลัวเซียวเซียวยิ้มและกล่าวว่า “ท่านแม่ทัพเป็นคนที่เอาใจใส่ผู้อื่นเสมอมาเพคะ”
บางทีนางก็รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าเขา มันทำให้นางเผลอทำหน้าหดหู่โดยไม่รู้ตัว
“ทำไมเจ้าถึงทำหน้าแบบนั้น?” พอมู่ไป๋ไป่เห็นสหายคนสนิททำหน้าเศร้า เธอก็ส่ายหัวเบา ๆ “เจ้ายังกังวลเรื่องเดิมจนไม่มีความมั่นใจในตัวเองใช่หรือไม่ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่กำหนดวันแต่งงานในอีก 7 วันข้างหน้า”
หลัวเซียวเซียวตกตะลึงไปชั่วขณะ “ท่านแม่ทัพไม่ได้กำหนดงานแต่งในอีก 7 วันข้างหน้าเพราะเขาต้องรีบกลับชายแดนหรอกหรือเพคะ?”
“เขาบอกเจ้าอย่างนั้นหรือ?” มู่ไป๋ไป่เลิกคิ้วขึ้น พี่รองของเธอยังคงขี้อายเวลาอยู่ต่อหน้าคนที่เขารักเสมอ
“เพคะ…” หลัวเซียวเซียวพยักหน้าเบา ๆ
มู่ไป๋ไป่ถอนหายใจแล้วตัดสินใจที่จะช่วยมู่จวินเซิ่ง“เขากลัวว่าการพูดความจริงจะทำให้เจ้าไม่พอใจสินะ”
“พระองค์หมายถึงอะไรเพคะ?” หลัวเซียวเซียวเหมือนมีคำตอบบางอย่างผุดขึ้นมาในใจ แต่นางก็ไม่กล้ายืนยัน
มู่ไป๋ไป่กอดอกพลางยักไหล่ตอบว่า “มันจำเป็นอะไรไปได้อีก? พี่รองคนบื้อของข้าคงคิดว่าเจ้ายอมตกลงแต่งงานกับเขาเพราะเขาเอาชีวิตตัวเองมาข่มขู่เจ้า เขารู้สึกไม่สบายใจแต่ก็กลัวว่าเจ้าจะเสียใจทีหลัง ดังนั้นเขาจึงไปขอเสด็จพ่อประทานสมรสโดยกำหนดวันแต่งงานในอีก 7 วันข้างหน้า”
หลัวเซียวเซียวยกมือขึ้นปิดปากเมื่อได้รู้ความจริง “ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดออกมาตามตรง แต่หม่อมฉันก็รู้อยู่เต็มอก…”
แต่นางไม่คาดคิดว่ามู่จวินเซิ่งจะจัดงานแต่งเร่งด่วนเพราะเหตุผลนี้
“เจ้าอย่าโกรธพี่รองไปเลย” มู่ไป๋ไป่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ที่เขาทำแบบนี้เป็นเพราะเขาใส่ใจเจ้ามากเกินไป”
“องค์หญิงหกเพคะ พระองค์กำลังพูดเรื่องอะไร?” หลัวเซียวเซียวยิ้มบาง ๆ “หม่อมฉันจะโกรธท่านแม่ทัพได้อย่างไรเพคะ นอกจากนี้ เราตกลงกันไว้แล้วว่าจะกลับเมืองหลวงมาชมดอกท้อด้วยกันปีหน้า”
มู่ไป๋ไป่มองสหายของตนด้วยสีหน้าจริงจัง พอเห็นว่ารอยยิ้มของอีกฝ่ายมาจากใจจริง เธอก็อดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มมุมปากและพูดว่า “ดีมาก”
“เอาล่ะ ถังถังกับข้ามาที่นี่ก็เพื่อช่วยเจ้าเลือกเครื่องประดับศีรษะที่เอาไว้ใส่ในวันแต่งงานของเจ้า”
ถัดมา มู่ไป๋ไป่กับเซียวถังถังได้นำกล่องใหญ่หลายกล่องออกมาเปิดวางทีละกล่อง “นี่เป็นสินค้าที่ดีที่สุดจากร้านของพี่สาม การออกแบบนั้นประณีตมาก แม้แต่ในวังหลวงก็ยังหาของที่สวยเท่านี้ไม่ได้อีกแล้ว”
“เซียวเซียว เจ้าสามารถเลือกแบบที่เจ้าชอบได้เลย!”
หญิงสาวมองปิ่นปักผมต่าง ๆ ที่วางเรียงอยู่ในกล่องแล้วตกตะลึงไปชั่วขณะ “องค์หญิง มันมากเกินไป…”
“ดูสิ แต่ละอันสวยมาก ๆ เลย เจ้าเลือกอันไหนก็ได้” เซียวถังถังพูดพร้อมกับชี้เครื่องประดับต่าง ๆ ที่ดูละลานตา
“จะให้เราปล่อยปละละเลยเรื่องแบบนี้ไปได้อย่างไรกัน?” มู่ไป๋ไป่ส่ายหัวด้วยสีหน้าจริงจัง “นี่เป็นงานแต่งเพียงครั้งเดียวในชีวิตของลูกผู้หญิง เราจะต้องเลือกให้ดี!”
“ถูกต้อง” เซียวถังถังกับอวี้หวานหว่านพูดขึ้นพร้อมกัน “เราจะจัดงานแต่งแบบลวก ๆ ไม่ได้”
พอหลัวเซียวเซียวเห็นว่าทุกคนมีสีหน้าจริงจังกันมากแค่ไหน นางก็รู้สึกอบอุ่นในใจ
ยามนี้มู่ไป๋ไป่และเซียวถังถังพูดคุยกับหลัวเซียวเซียวจนกระทั่งดึกดื่นกว่าที่พวกนางจะตัดสินใจเลือกเครื่องประดับศีรษะที่จะเอาไว้ใส่ในงานแต่งได้
จากนั้นพวกนางก็ได้นัดกับว่าที่เจ้าสาวในวันพรุ่งนี้เพื่อไปเลือกชุดก่อนจะแยกย้ายกันกลับ
หลัวเซียวเซียวออกไปส่งคนทั้ง 3 ที่ประตูจวนแม่ทัพและเฝ้าดูรถม้าเคลื่อนออกไปช้า ๆ ในชั่วขณะนั้นเหมือนนางจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
นางส่ายหัวเพื่อระงับความรู้สึกแปลก ๆ ในใจ ต่อมานางก็หันหลังเดินเข้าไปในจวนแม่ทัพ
…
ในเวลาเดียวกัน ณ กระท่อมมุงจากนอกเมือง ถังเป่ยเฉินเดินวนไปมาด้วยความร้อนใจ ขณะที่เขากำลังรอต้วนอ๋องตรวจอาการของฉู่เสวียน
“เป็นอย่างไรบ้าง” พอต้วนอ๋องลุกขึ้น เขาก็เดินเข้าไปหาอีกฝ่ายทันที “กู่ในร่างกายของเขามีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่ ทำไมเขาถึงไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งของข้า?”
ต้วนอ๋องเดินไปที่โต๊ะ นั่งลงและรินชาใส่ถ้วยช้า ๆ ก่อนจะตอบว่า “ข้าบอกเขาให้อยู่ห่างจากหลัวเซียวเซียว เขาควรจะฆ่าหลัวเซียวเซียวให้เร็วที่สุด”
“ถ้าข้าฆ่านางได้ ข้าคงทำไปนานแล้ว!” เจ้าสำนักตระกูลถังพูดขึ้นอย่างใจร้อน “ท่านไม่เห็นหรือ? นี่เป็นผลลัพธ์ที่ปล่อยให้เขาไปฆ่าหลัวเซียวเซียว นอกจากเขาจะไม่ทำตามคำสั่งแล้ว เขายังพาผู้หญิงคนนั้นกลับมาที่ซ่อนของเราจนเกือบจะทำให้ข้าถูกจับอีกด้วย”
พอพูดถึงเรื่องนี้ ถังเป่ยเฉินก็รู้สึกโมโหขึ้นมา
“ท่านไม่ได้บอกหรือว่าราชากู่นั้นแข็งแกร่งมาก ข้าสามารถเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นหุ่นเชิดโดยสมบูรณ์ไม่ใช่หรือ?” เจ้าสำนักตระกูลถังมองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ “ถ้าราชากู่เป็นแบบนี้ ต้วนอ๋อง ข้าคิดว่าข้อตกลงระหว่างเราคงจะไม่ยุติธรรมเสียแล้ว”
“ท่านเจ้าสำนักถังไม่ต้องกังวล” ต้วนอ๋องวางถ้วยชาลงช้า ๆ พลางกล่าวว่า “ตอนนี้ท่านหลบหนีออกจากเมืองหลวงสำเร็จแล้ว ขอเพียงท่านแน่ใจว่าฉู่เสวียนจะไม่เข้าใกล้ผู้หญิงคนนั้นอีก เขาก็จะกลับมาเป็นปกติในไม่ช้า และเขาก็จะเป็นหุ่นเชิดที่ภักดีที่สุดของท่านต่อไป”