เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 530: มีบางอย่างผิดปกติ

บทที่ 530: มีบางอย่างผิดปกติ

บทที่ 530: มีบางอย่างผิดปกติ


“อย่าลืมนะว่าการที่เจ้ายังยืนอยู่ที่นี่ได้เป็นเพราะใคร!” ถังเป่ยเฉินก้าวออกไปข้างหน้าในขณะที่พยายามระงับความโกรธในใจเอาไว้ “ฉู่เสวียน เจ้าเข้าใจหรือไม่ว่าข้าเป็นเจ้าชีวิตของเจ้า เจ้าจะต้องเชื่อฟังข้าเท่านั้น”

ดวงตาสีแดงเลือดของฉู่เสวียนเหม่อลอยไปชั่วขณะ แต่ไม่นานมันก็กลับมาเป็นปกติ “ข้ารู้ขอรับ”

“เอาล่ะ ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็หลบไป” เจ้าสำนักตระกูลถังผลักอีกฝ่ายออกไปแล้วก้าวเดินไปข้างหน้า

พอเขาเดินมาถึงที่หน้าประตู ประตูก็ถูกเปิดออกจากด้านใน

หลัวเซียวเซียวที่เขาคิดว่าตายไปแล้วกลับยืนอยู่ตรงหน้าเขาโดยไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ

“เจ้า…” ถังเป่ยเฉินมองหญิงสาวด้วยสายตาประหลาดใจ “เจ้ายังไม่ตาย!”

หลัวเซียวเซียวเหลือบมองชายตรงหน้าอย่างเย็นชา “ต้องขอบคุณท่านกับฉู่เสวียนที่ทำให้ข้ายังมีชีวิตอยู่”

เจ้าสำนักตระกูลถังตกตะลึง เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าฉู่เสวียนจะขัดคำสั่งไม่ฆ่าผู้หญิงคนนี้ แถมยังพานางกลับมาที่นี่อีกด้วย

เขาไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมมู่ไป๋ไป่กับมู่จวินเซิ่งถึงหาที่นี่พบ

“ฉู่เสวียน!” ถังเป่ยเฉินตะโกนเสียงเย็น และยกมือขึ้นเตรียมโจมตีหลัวเซียวเซียว “เจ้าทำได้ดีจริง ๆ”

หากผู้หญิงคนนี้ตายแล้ว การส่งร่างของนางออกไปคงจะไม่มีปัญหาใด ๆ และเขาจะยังพอหาหนทางหลบหนีได้

แต่ตอนนี้นางยังมีชีวิตอยู่ เขาไม่มีทางปล่อยให้เกิดตัวแปรใดก็ตามที่มีผลกระทบต่อฉู่เสวียนมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีก

“ถังเป่ยเฉิน ท่านยอมแพ้เสียเถอะ” หลัวเซียวเซียวไม่มีอาวุธอยู่ในมือจึงทำได้เพียงหลบการโจมตีของอีกฝ่าย และนางก็เกือบจะถูกศัตรูจับได้หลายครั้งเช่นกัน “ตอนนี้ท่านอยู่ในเมืองหลวง อีกอย่างองค์หญิงรู้ที่ซ่อนตัวของท่านแล้ว ท่านหนีไม่พ้นหรอก หากท่านยอมแพ้เสียตอนนี้ ท่านยังมีโอกาสเอาชีวิตรอดไปได้”

“ฮ่า ๆๆ ข้าไม่ต้องการให้ใครมาช่วยหาทางออกให้ข้า” เจ้าสำนักตระกูลถังยิ้มเยาะพร้อมกับปล่อยอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ที่ปลายนิ้วยิงเข้าใส่หลัวเซียวเซียว

อาวุธลับที่เขาพกติดตัวนั้นล้วนมีพิษ หากใครโดนเข้าไป มันผู้นั้นจะต้องเสียชีวิตเป็นแน่

คราวนี้หลัวเซียวเซียวถูกต้อนให้จนมุมโดยไม่เหลือทางให้ถอยกลับ

ขณะที่อาวุธลับกำลังพุ่งเข้ามาหานาง จู่ ๆ ก็มีเงาร่างสีดำปรากฏที่ตรงหน้า

นั่นก็คือฉู่เสวียนที่ถือกระบี่ขวางอยู่เบื้องหน้าหญิงสาวและปล่อยให้อาวุธลับนั้นแทงทะลุเข้าไปในอกของเขา

ภาพนั้นทำให้ลมหายใจของหลัวเซียวเซียวสะดุด “ท่านทำอะไรน่ะ!”

ชายหนุ่มหันกลับไปมองหญิงสาวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับว่าตนไม่รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ “เจ้าไม่ควรออกมา”

“ฉู่เสวียน!” ถังเป่ยเฉินโมโหมากขณะมองคนที่มาขวางทางตน

เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับราชากู่ที่อยู่ในตัวของฉู่เสวียน ชายผู้นี้ที่ควรจะเชื่อฟังเขาเริ่มจะขัดคำสั่งเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ทราบสาเหตุ

“หลีกไป!” เจ้าสำนักตระกูลถังกัดฟันพูดเสียงเย็น “ไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้าไปด้วย”

ฉู่เสวียนยืนมองคนที่พูดข่มขู่เงียบ ๆ หลังจากเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง เขาก็ตอบเสียงแหบพร่าว่า “เชิญตามสบาย”

ในตอนที่มู่ไป๋ไป่กับมู่จวินเซิ่งบุกเข้ามาในจวน พวกเธอก็เห็นฉู่เสวียนกับถังเป่ยเฉินกำลังต่อสู้กัน ในขณะที่หลัวเซียวเซียวยืนอยู่ใกล้ ๆ โดยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร

“เกิดอะไรขึ้น?” หญิงสาวรู้สึกสับสนกับเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง

ในระหว่างทางที่มาที่นี่ เธอจินตนาการถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในตอนที่มาถึง และเธอก็ได้วางแผนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเอาไว้ด้วย

แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบนี้

“องค์หญิง! ท่านแม่ทัพ!” หลัวเซียวเซียวรู้สึกดีใจมากที่ได้พบหน้ามู่ไป๋ไป่กับมู่จวินเซิ่งอีกครั้ง นางรีบวิ่งออกไปหาพวกเขาทันทีเพื่อที่จะบอกถึงท่าทางแปลกประหลาดของฉู่เสวียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขามีโอกาสจะปลิดชีวิตนางทุกเมื่อ แต่เขาก็ไม่ได้ทำ หรือตอนที่นางแอบทำลับหลังเขา รวมถึงการที่เขาเข้ามารับการโจมตีแทนนางแล้วหันคมกระบี่เข้าใส่เจ้านายตนเองเพื่อปกป้องนาง

ทางด้านชายหนุ่มที่กำลังต่อสู้กับเจ้าสำนักตระกูลถังสังเกตเห็นเจตนาของหญิงสาวจึงได้เปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหันแล้วพุ่งตัวไปหานางในพริบตา

จังหวะที่มู่จวินเซิ่งกำลังจะสัมผัสแขนเสื้อของหลัวเซียวเซียว ฉู่เสวียนก็ได้พาตัวนางออกไปจากจุดนั้น

“ฉู่เสวียน ปล่อยเซียวเซียวเดี๋ยวนี้นะ!” แม่ทัพหนุ่มมีสีหน้าดุดันทันทีที่เขาเห็นศัตรู แม้ว่าเมื่อคืนนี้อีกฝ่ายจะก่อเรื่องร้ายแรง แต่เขาก็เห็นภาพที่ชายคนนั้นคอยปกป้องหลัวเซียวเซียวเอาไว้ด้านหลังตลอดเวลา “ถ้าเจ้ามีอะไรก็มาหาข้า อย่าทำร้ายเซียวเซียว”

ชายหนุ่มคว้าเอวหญิงสาวกระโดดขึ้นไปบนหลังคาก่อนจะมองลงมายังคนที่ยืนอยู่ด้านล่างแล้วพูดว่า “ไปหาเจ้าหรือ? เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร?”

“ฉู่เสวียน ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่?” หลัวเซียวเซียวที่อยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่ายไม่สามารถดิ้นจากมือของเขาไปได้เลย ดังนั้นนางจึงกัดฟันถามว่า “ท่านเสียสติไปแล้วหรือ?”

ฉู่เสวียนก้มศีรษะมองนางแบบเกร็ง ๆ ไม่เป็นธรรมชาติและกล่าวว่า “ข้าบอกไปแล้วว่าขอเพียงเจ้าเชื่อฟัง ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า ไม่ต้องกังวล ข้าไม่มีทางปล่อยให้ถังเป่ยเฉินฆ่าเจ้าแน่ เราจะหนีไปจากที่นี่แล้วไปใช้ชีวิตกัน 2 คนเงียบ ๆ”

“ข้าสามารถทำเหมือนกับว่าเรื่องในอดีตไม่เคยเกิดขึ้นได้ ขอเพียงเจ้ายินดีที่จะใช้ชีวิตร่วมกับข้า ข้าก็สามารถให้อภัยเจ้าได้”

หลัวเซียวเซียวมองชายหนุ่มด้วยสายตาเหลือเชื่อ “ฉู่เสวียน ท่านกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ท่านจะให้อภัยข้าทำไม?”

จากนั้นหญิงสาวก็แค่นเสียงหัวเราะแบบโกรธเคือง “ข้าทำอะไรผิด ท่านจึงจำเป็นจะต้องให้อภัยข้าด้วยหรือ?”

ในที่สุดนางก็เข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใดพฤติกรรมของฉู่เสวียนถึงได้แปลกไป ที่แท้ผู้ชายคนนี้เสียสติไปแล้ว แถมความทรงจำของเขายังบิดเบี้ยวมากอีกด้วย

“เจ้าจะยอมรับมันหรือไม่ก็ไม่สำคัญ” ชายหนุ่มถอนสายตาออกไปอย่างเฉยเมยและมองมู่จวินเซิ่งกับถังเป่ยเฉินที่อยู่ด้านล่าง “หลังจากที่ข้าพาเจ้าออกไปจากที่นี่แล้ว เราจะไปเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง วันนี้ข้าจะฆ่าทุกคนที่พยายามขวางทางข้า”

เมื่อมู่ไป๋ไป่เห็นมู่จวินเซิ่งกำลังจะพุ่งออกไป เธอก็รีบห้ามเขาไว้ทันที “พี่รอง ท่านใจเย็นลงก่อน พวกเราได้ล้อมจวนหลังนี้เอาไว้แล้ว ไม่ว่าฝีมือของฉู่เสวียนจะดีมากแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถเอาชนะคนจำนวนมากได้แน่ ตรงกันข้าม เซียวเซียวที่เป็นคนกลางระหว่างท่านกับเขานั้นมีโอกาสที่จะได้รับบาดเจ็บ”

“แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร?” แม่ทัพหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความเป็นกังวล “เจ้าจะปล่อยให้ข้ายืนอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้เขาจับเซียวเซียวเป็นตัวประกันหรือ?”

“ไม่เพคะ” มู่ไป๋ไป่ลอบถอนหายใจ พี่รองของเธอช่างเป็นผู้ชายที่หมกมุ่นในความรักจริง ๆ

ในอดีต เขาเป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เป็นอย่างดีในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูนับพันนับหมื่นเพียงลำพัง

แต่ตอนนี้แค่ศัตรูเพียงคนเดียวก็ทำให้เขาไม่สามารถรักษาความสงบนิ่งเอาไว้ได้ นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าหลัวเซียวเซียวมีอิทธิพลต่อเขามากเพียงใด

“ที่ข้าต้องการจะบอกก็คือ การใช้กำลังกับสถานการณ์ในตอนนี้ยังไม่เหมาะสม เราต้องเอาชนะเขาให้ได้” มู่ไป๋ไป่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “นอกจากนี้ข้าคิดว่าท่าทางของฉู่เสวียนดูแปลกไป”

เธอเองก็ได้ยินสิ่งที่ฉู่เสวียนพูดกับหลัวเซียวเซียวเมื่อกี้นี้เช่นกัน

ในตอนที่ทั้ง 2 คนแยกทางกันเธอก็อยู่ที่นั่นด้วย ดังนั้นมันจึงไม่มีเรื่องที่บอกว่าหลัวเซียวเซียวทรยศฉู่เสวียน

มันแปลกมากจริง ๆ… ทำไมเขาถึงเอาแต่พูดอยู่ตลอดว่านางทรยศเขา?

“แล้วเราจะเอาชนะเขาได้อย่างไร?” มู่จวินเซิ่งพยายามตั้งสติเต็มที่ขณะหันไปถามน้องสาว “ไป๋ไป่ เจ้ารีบบอกพี่รองมา พี่รองจะฟังเจ้า”

“เอาล่ะ ข้าจะไปจัดการกับฉู่เสวียนเอง ส่วนท่านก็ไปจัดการกับถังเป่ยเฉิน” มู่ไป๋ไป่ชี้ไปทางเจ้าสำนักตระกูลถังที่กำลังพยายามหลบหนี “เราแยกกันลงมือเถอะ”

แม่ทัพหนุ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วพยักหน้าตอบรับ จากนั้นจึงยกกระบี่พุ่งเข้าหาถังเป่ยเฉิน

ทางด้านมู่ไป๋ไป่เองก็เอามือไพล่หลังกระโดดขึ้นไปบนหลังคาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “ฉู่เสวียน เซียวเซียวเป็นคนของข้า ถ้าท่านต้องการใช้ชีวิตอยู่กับนาง ตามกฎแล้วท่านจะต้องมาขอความยินยอมจากข้าก่อนไม่ใช่หรือ?”

ชายหนุ่มหลุบตาลงต่ำก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว “ไม่จำเป็น”

จบบทที่ บทที่ 530: มีบางอย่างผิดปกติ

คัดลอกลิงก์แล้ว