เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 480: ศิษย์พี่ใหญ่กำลังแอบสร้างสัมพันธ์กับท่านอ๋อง

บทที่ 480: ศิษย์พี่ใหญ่กำลังแอบสร้างสัมพันธ์กับท่านอ๋อง

บทที่ 480: ศิษย์พี่ใหญ่กำลังแอบสร้างสัมพันธ์กับท่านอ๋อง


“หา?” อวี้หวานหว่านหยุดชะงักมือที่กำลังขยี้ตา จากนั้นนางก็พิงกำแพงตรอกยื่นหน้าออกไปมองด้วยความสงสัยใคร่รู้ “ศิษย์พี่ใหญ่กำลังแอบสร้างสัมพันธ์กับท่านอ๋อง…?”

“เจ้าไม่คิดอย่างนั้นหรือ?” เซียวถังถังหันกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าได้มองคนอื่นเพียงผิวเผิน”

“ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างท่านพี่กับไป๋ไป่ก็คืออายุ ส่วนในด้านอื่น ๆ พวกเขาเหมาะสมกันมาก! นี่ยังไม่นับรวมที่พวกเขาเป็นคู่รักที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก พวกเขายังเคยช่วยชีวิตของกันและกันด้วย หากทั้ง 2 ไม่ลงเอยด้วยการแต่งงานกัน พวกแม่สื่อคงพากันทอดถอนหายใจ”

อวี้หวานหว่านกะพริบตาปริบ ๆ อยู่นานก่อนจะพูดเสียงเบาว่า “ข้าไม่คิดว่าระหว่างศิษย์พี่ใหญ่กับท่านอ๋องจะอายุต่างกันมากขนาดนั้น”

“ใช่ สมแล้วที่เจ้าเป็นศิษย์น้องของข้า” เซียวถังถังลูบศีรษะของเด็กหญิงพลางพูดด้วยรอยยิ้ม

นั่นเป็นเรื่องจริง เพราะอายุของพี่ชายนางไล่เลี่ยกันกับองค์รัชทายาทเลย

ทางด้านอวี้หวานหว่านยิ้มเอียงอาย แล้วหลบสายตาเซียวถังถังก่อนจะถามขึ้นเบา ๆ ว่า “ศิษย์พี่รอง องค์รัชทายาทแต่งงานหรือยังเจ้าคะ?”

“องค์รัชทายาทหรือ?” ผู้เป็นศิษย์พี่กำลังคิดว่านางควรรีบออกไปแสดงตัวต่อหน้าเซียวถังอี้กับมู่ไป๋ไป่ดีหรือไม่ นางจึงตอบออกไปแบบส่ง ๆ ว่า “ยังไม่ได้แต่ง ตอนที่ข้าอยู่ในหุบเขาหมอเทวดา ข้าได้ยินไป๋ไป่บ่นเกี่ยวกับเรื่องหาคู่ที่เหมาะสมให้องค์รัชทายาทอยู่ตั้งหลายหน”

ขณะนี้มือของอวี้หวานหว่านที่กำลังกำชายกระโปรงของตัวเองชะงักไป พร้อมกับแก้มที่แดงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ที่แท้องค์รัชทายาทยังไม่ได้อภิเษกสมรส…

เหตุใดชายหนุ่มที่ทั้งอ่อนโยนและสง่างาม พร้อมด้วยความสามารถทั้งบู๊และบุ๋นเช่นนี้ถึงยังครองตัวเป็นโสด…

“อ้าว ทำไมพวกเขาถึงพากันออกไปจากร้านแล้วล่ะ?” ดวงตาของเซียวถังถังเบิกกว้างพร้อมกับที่นางคว้าแขนเสื้อของศิษย์น้อง “หวานหว่าน แอบตามพวกเขาไปกันเถอะ!”

เด็กหญิงที่ไม่ทันตั้งตัวก็เซไปมาในขณะที่ถูกลากออกไป “ศิษย์พี่รอง ช้า ๆ หน่อย หากท่านอ๋องรู้เข้า ท่านจะโดนดุอีกแน่”

“ปล่อยให้เขาดุข้าเถอะ ทำไมข้าจะต้องกลัวว่าเขาจะดุข้าด้วย?” เซียวถังถังพูดอย่างไม่เกรงกลัวขณะเดินตามเซียวถังอี้กับมู่ไป๋ไป่ไปเรื่อย ๆ

“อีกอย่าง คราวนี้เป็นเขาที่ควรรู้สึกผิด ทำไมข้าต้องกลัวด้วย!”

พอหญิงสาวพูดจบ จู่ ๆ นางก็รู้สึกเจ็บที่ไหล “โอ๊ย!”

“ศิษย์พี่รอง ท่านเป็นอะไรไป?” อวี้หวานหว่านตกใจกับเสียงร้องของอีกฝ่ายจึงถามขึ้นอย่างเป็นกังวล

“ข้า… ข้า… ข้าเจ็บไหล่” เซียวถังถังยืนในท่าที่แปลกประหลาดในขณะที่ใบหน้ายับย่น

“ท่านเจ็บไหล่หรือ?” เมื่ออวี้หวานหว่านได้ยินศิษย์พี่รองพูดเช่นนั้น นางก็รีบคว้าข้อมือของคนตรงหน้ามาตรวจชีพจร ในไม่ช้านางก็พบว่าแขนขาของอีกฝ่ายแข็งทื่อไปแล้ว “ศิษย์พี่รอง ท่านช่วยขยับตัวเล็กน้อยได้หรือไม่…”

เซียวถังถังได้แต่ยืนน้ำตาคลอเบ้า “ข้าขยับตัวไม่ได้ ข้าถูกสกัดจุด! ใครกันที่กล้ามาสกัดจุดข้ากลางถนน?”

“อย่าให้ข้าจับได้นะ ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าต้องชดใช้!”

“เจ้าบอกว่าใครจะต้องชดใช้นะ?” ทันทีที่มู่ไป๋ไป่เดินเข้ามาใกล้ เธอก็ได้ยินศิษย์น้องจอมป่วนบ่นพึมพำไม่หยุด

เจ้าเด็กนี่ กลางค่ำกลางคืนไม่ยอมนอน แต่กลับมาแอบเดินตามเธอกับพี่ชายนาง

“ศิษย์พี่ใหญ่!” อวี้หวานหว่านตกตะลึงเมื่อเห็นมู่ไป๋ไป่กับเซียวถังอี้เดินเข้ามาใกล้ แล้วนางก็ไปซ่อนตัวอยู่ข้างหลังศิษย์พี่รองโดยไม่รู้ตัว

พอเซียวถังถังสบตากับพี่ชายตัวเอง นางก็รู้ว่าใครเป็นคนสกัดจุดตน ส่งผลให้ท่าทีเกรี้ยวกราดก่อนหน้านี้เปลี่ยนกลายเป็นสงบเสงี่ยม

“แหะ ๆๆ… ช่างบังเอิญยิ่งนัก”

“เอ่อ พอดีข้ากับหวานหว่านนอนไม่หลับ เราก็เลยตัดสินใจออกมาเดินเล่น ข้าไม่คิดเลยว่าจะเจอพวกท่านที่นี่ ไป๋ไป่ ท่านนี่ก็เหลือเกิน พอออกจากวังหลวงทำไมถึงไม่มาหาข้ากับหวานหว่าน แต่มาหา—”

ก่อนที่หญิงสาวจะทันได้พูดจบ เซียวถังอี้ก็พูดขัดขึ้นมาว่า “เจ้าตามเรามาทำไม?”

เขาสังเกตเห็นนานแล้วว่าเซียวถังถังกับอวี้หวานหว่านกำลังซ่อนตัวเฝ้าดูพวกเขาอยู่ไม่ไกล แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเพื่อเปิดโปงทั้ง 2

ตอนนี้เขากำลังจะกลับไปที่วังหลวงพร้อมกับมู่ไป๋ไป่เพื่อสืบหาความจริง แต่ 2 คนนี้กลับตามพวกเขามาอีก ดังนั้นเขาจึงได้ลงมือสกัดจุดน้องสาวเพื่อป้องกันไม่ให้นางก่อเรื่องวุ่นวาย

“ตามหรือ? ใครตามท่าน?” ดวงตาของเซียวถังถังเบิกกว้างในขณะที่นางปฏิเสธไม่ยอมรับ “ท่านพี่ ท่านคิดจะทำอะไรซี้ซั้วก็ได้ แต่ท่านจะมาพูดซี้ซั้วไม่ได้นะ เมืองหลวงจะว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่ จะบอกว่าเล็กก็เล็กมาก ท่านจะบอกว่าทุกคนที่ท่านเจอในระหว่างทางคอยติดตามท่านมาหรืออย่างไร!”

“เอ่อ ไป๋ไป่ ท่านช่วยคลายจุดให้ข้าได้หรือไม่ มันเจ็บมาก”

เซียวถังถังรู้ดีว่าควรขอร้องใคร นางจึงหันไปส่งสายตาอ้อนวอนศิษย์พี่ใหญ่

มู่ไป๋ไป่ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะปฏิเสธอีกฝ่าย “ไม่ ถ้าตอนนี้ข้าคลายจุดให้เจ้า เจ้าจะต้องหาวิธีตามข้ามาแน่นอน”

เธอกับเซียวถังอี้กำลังจะไปที่จวนของลี่เฟย ปัจจุบันสถานการณ์ในนั้นยังไม่แน่ชัด ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถพาเซียวถังถังกับอวี้หวานหว่านไปกับเธอได้ หากเกิดเรื่องไม่ดีหรือถูกจับได้ ทั้งคู่จะตกอยู่ในอันตราย

“ไป๋ไป่!” คนเป็นศิษย์น้องเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อที่ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ยอมช่วยตน “ทำไมท่านถึงโหดร้ายเหมือนกับท่านพี่ เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือว่าจะเป็นสหายกันไปตลอดชีวิต!”

“ตอนนี้ท่านมีพี่ชายของข้าแล้ว ท่านไม่ต้องการข้าที่เป็นสหายของท่านอีกต่อไปแล้วใช่หรือไม่ ท่านเห็นผู้ชายดีกว่ามิตรภาพ!”

“ไม่ใช่!” มู่ไป๋ไป่ยกมือขึ้นปิดปากของเซียวถังถังเอาไว้แน่นพร้อมกับถลึงตาใส่นาง “ถ้าเจ้ายังพูดจาเหลวไหลอีก ระวังเอาไว้ให้ดี ท่านพี่ของเจ้าจะให้เจ้ายืนอยู่กลางถนนจนถึงเช้าพรุ่งนี้แน่”

“...” ฝ่ายที่ได้รับคำขู่หุบปากทันที

ซึ่งเหตุผลนั้นไม่มีอะไรมาก นั่นก็คือเซียวถังอี้เคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อน

ตอนที่นางยังเด็ก นางซนมากจนไปแอบปีนต้นไม้กับเด็กผู้ชายเพื่อขโมยรังนก ด้วยความที่ไม่ระวังตัวจึงทำให้นางตกลงมาขาหัก

เพื่อสั่งสอนให้นางหลาบจำ เซียวถังอี้จึงให้นางยืนคาบไม้อยู่ในสวนตลอดทั้งคืนโดยไม่อนุญาตให้ขยับตัวไปไหน

จนถึงทุกวันนี้ ทุกครั้งที่หญิงสาวเห็นต้นไม้ นางก็จะหวนคิดถึงค่ำคืนอันแสนทรมานนั้น

เมื่อมู่ไป๋ไป่เห็นว่าเซียวถังถังสงบลงแล้ว เธอก็คลายมือออกก่อนจะบอกอวี้หวานหว่านว่า “จุดที่ถูกสกัดจะคลายออกภายใน 1 เค่อ ทันทีที่คลายจุดแล้ว พวกเจ้าทั้ง 2 ก็รีบกลับไปยังตำหนักอ๋องเซียวทันที เข้าใจหรือไม่?”

“พรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงฉลองในวัง ข้าจะให้จื่อเฟิงไปรับพวกเจ้าที่ตำหนัก”

เมื่ออวี้หวานหว่านได้ยินว่านางจะต้องเข้าวังพรุ่งนี้ ดวงตาของนางก็เป็นประกายสดใสทันตาเห็น “ศิษย์พี่ใหญ่อย่ากังวลไปเลยเจ้าค่ะ ข้าจะคอยจับตาดูศิษย์พี่รองให้ดีแล้วรอพี่จื่อเฟิงมารับในวันพรุ่งนี้”

เซียวถังถังเม้มปากแน่น แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำกับตัวเอง “เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่ว่าคอยจับตาดูข้า ข้าไม่ต้องให้นางมาคอยดูหรอก…”

“ถังถัง ช่วงนี้สถานการณ์ไม่ปกติ เจ้าอย่าเพิ่งก่อเรื่องวุ่นวาย” มู่ไป๋ไป่ถอนหายใจในขณะที่มองศิษย์น้องจอมวุ่นวาย แล้วเธอก็กำชับอีกฝ่าย 2-3 ประโยคก่อนจะออกเดินไปพร้อมกับเซียวถังอี้เพื่อมุ่งหน้าสู่วังหลวง

ทางด้านเซียวถังถังมองดูแผ่นหลังของทั้งคู่จนกระทั่งหายไปสุดปลายถนน จากที่นางรู้สึกหดหู่ก็ดูเหมือนจะหายไปทันควัน

หลังจากที่เซียวถังอี้กับมู่ไป๋ไป่เข้าไปในวังหลวงแล้ว ทั้ง 2 ก็มุ่งตรงไปที่ตำหนักตี้เฉิน

ก่อนหน้านี้หญิงสาวได้ตรวจสอบกล่องที่มีกลิ่นเหม็นโชยออกมาและขอให้ชายหนุ่มพาไปยังสถานที่ที่พบกล่องนั้น

ส่วนเซียวถังอี้กำลังจะกลับไปที่ตำหนักเพื่อสอบสวนทหารรักษาพระองค์ต่อไป เขาจึงเสนอตัวว่าเขาจะไปกับมู่ไป๋ไป่ด้วย

“ตรงนี้” ในค่ำคืนที่มืดมิดอาศัยเพียงแสงจันทร์ส่องนำทาง ร่างสูงได้ชี้ไปยังมุมลับในสวนหลังตำหนักตี้เฉิน “คนของข้าขุดกล่องนี้ขึ้นมาจากจุดนี้”

“เพื่อไม่ให้ศัตรูรู้ตัว เราจึงได้หากล่องที่มีลักษณะคล้ายกันมาวางแทนกล่องเก่า”

มู่ไป๋ไป่ย่อตัวลงมองดูบนพื้นดินอย่างระมัดระวัง ก่อนจะกล่าวว่า “ดินนี้ก็มีกลิ่นเหมือนกัน…”

และกลิ่นก็ไม่ได้รุนแรงน้อยไปกว่ากล่องที่ถูกขุดออกมาเลย

เซียวถังอี้ได้ยินดังนั้นจึงย่อตัวลงพยายามสูดดม แต่เขาก็ไม่ได้กลิ่นอะไรเลย

จบบทที่ บทที่ 480: ศิษย์พี่ใหญ่กำลังแอบสร้างสัมพันธ์กับท่านอ๋อง

คัดลอกลิงก์แล้ว