เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 467: พวกเขาสบายดี

บทที่ 467: พวกเขาสบายดี

บทที่ 467: พวกเขาสบายดี


“ฝ่าบาท พระองค์ทรงเข้าพระทัยผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ทูตหนานซวนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฮ่องเต้หนานซวนของเรามาสู่ขอองค์หญิงหกก็เพราะเขาตกหลุมรักพระนาง ฝ่าบาทของเรามิได้มีเจตนาคิดจะใช้การแต่งงานนี้เพื่อเรื่องของการเมือง”

ฮ่องเต้หนานซวน?

มู่ไป๋ไป่กำมือแน่น เธอลืมผู้ชายสารเลวคนนั้นไปได้อย่างไร

เมื่อ 12 ปีก่อน เป็นเพราะไอ้ชาติชั่วคนนั้นที่ลักพาตัวเธอไป และเกือบจะฆ่าเธอตาย

หญิงสาวไม่คาดคิดเลยว่าหลังจากเวลาผ่านไปนานหลายปีขนาดนี้ ผู้ชายคนนั้นยังคิดจะแก้แค้นเธอ

“ท่านเชื่อคำพูดของตัวเองจริง ๆ หรือ?” มู่จวินฝานเหลือบมองทูตหนานซวนด้วยสายตาเย็นชา เวลาอยู่ต่อหน้าญาติพี่น้อง เขามักจะทำตัวสบาย ๆ มาตลอด แต่มันไม่ได้หมายความว่าเขามีเพียงด้านนี้เท่านั้น

“เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้น ฮ่องเต้หนานซวนเกือบจะเอาชีวิตของข้ากับไป๋ไป่ไปแล้ว แต่ท่านมาบอกตอนนี้ว่าเขาชอบพอไป๋ไป่อย่างนั้นหรือ?”

สีหน้าของทูตหนานซวนเปลี่ยนไปทันที ก่อนที่เขาจะกล่าวว่า “องค์รัชทายาท ฮ่องเต้ของเราถูกคนทรยศหลอกลวง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหนานซวนกับเป่ยหลงมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น พระองค์คงปฏิเสธเรื่องนี้ไม่ได้ใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

“หรือว่าเป่ยหลงยังคงมองว่าหนานซวนเป็นศัตรู และมิตรภาพตลอดหลายปีมานี้เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น?”

ใครก็ตามที่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนการเจรจาระหว่างแคว้นได้ คนผู้นั้นย่อมมีวาทศิลป์ดีเลิศ

ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำของทูตหนานซวน เขาก็สามารถขุดหลุมกับดักรอให้องค์รัชทายาทตกหลุมพรางนั้นได้แล้ว

“เป่ยหลงเองก็ปฏิบัติต่อหนานซวนด้วยความจริงใจเสมอมา แต่หนานซวนก็แอบเคลื่อนไหวอยู่ที่ชายแดนมาตลอดเช่นกัน” มู่จวินฝานพูดเยาะเย้ยอีกฝ่าย “ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าเป่ยหลงไม่รู้เลยว่าหนานซวนทำอะไรลับหลังไว้บ้าง?”

ทางด้านทูตหนานซวนไม่คิดว่าองค์รัชทายาทจะเอ่ยวาจาเด็ดขาดได้ถึงเพียงนี้ จากที่เขาเคยเหยียดยิ้มก็หุบยิ้มลงทันที และยืนนิ่งโดยไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรต่อไปดี

“หุบปากไปซะ” มู่เทียนฉงขมวดคิ้วที่ปวดร้าวพร้อมกับโบกมือออกคำสั่ง “ใครก็ได้ ส่งตัวรัชทายาทกลับไป”

จากนั้นราชองครักษ์ก็ตอบรับและเดินเข้ามาหามู่จวินฝาน

“เจ้ากล้ารึ!” ชายหนุ่มเหลือบมองราชองครักษ์ด้วยหางตา ใบหน้าของเขานั้นมีส่วนคล้ายกับมู่เทียนฉงมาก ถึงแม้ว่ามันจะดูหล่อเหลาและอ่อนโยนในยามที่เขายิ้ม แต่เมื่อใดก็ตามที่เขามีสีหน้าเย็นชา ความน่ากลัวนั้นไม่ได้น้อยไปกว่าเสด็จพ่อของตนเลย

อย่างไรก็ตาม กลุ่มราชองครักษ์ที่หยุดนิ่งไปชั่วขณะก็ยังคงก้าวออกไปควบคุมตัวมู่จวินฝาน

ท่ามกลางความโกลาหลนั้น มู่ไป๋ไป่ที่อยู่บนหลังคาก็มองเห็นแสงสีเงินวาบขึ้นมา

ช้าก่อน! มีคนคิดจะลอบสังหารท่านพี่รัชทายาทของเธอ!

จังหวะนั้นมู่ไป๋ไป่รีบคว้าแส้ที่เอวฟาดออกไปเต็มแรง ในอึดใจนั้นเธอรู้สึกว่าหัวใจของเธอแทบจะหยุดเต้น

ในเวลาเดียวกันก็มีแสงสีเงินอีกดวงพุ่งผ่านหางตาเธอไปในพริบตา

เข็มเงินที่ถูกส่งออกไปด้วยกำลังภายในอันมหาศาลพุ่งตรงไปยังเป้าหมายด้านล่าง

ทางด้านราชองครักษ์ที่แอบหยิบมีดขึ้นมาถูกเข็มเงินแทงเข้าที่ข้อมือ ทำให้มือของเขาได้รับบาดเจ็บจนถือมีดไม่ไหว ส่งผลให้มันตกลงบนพื้นเสียงดัง

มู่เทียนฉงกับมู่จวินฝานต่างพากันมองภาพที่เกิดขึ้นด้วยความตกตะลึง จากนั้นพวกเขาก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ทหาร! คุ้มกันฝ่าบาท!” องค์รัชทายาทตะโกนออกไปด้านข้างนอกทันที ขณะเดียวกันนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนต่อหน้าเสด็จพ่อ

ก่อนที่มู่ไป๋ไป่ซึ่งแอบมองดูสถานการณ์อยู่บนหลังคาจะทันได้ตอบสนอง เธอก็รู้สึกว่ามีใครบางคนแตะไหล่เธอเบา ๆ

“เจ้าจะยืนบื้ออยู่ทำไม รีบลงไปช่วยพวกเขาสิ”

“หา?” หญิงสาวมองเซียวถังอี้ด้วยท่าทางสับสน “แล้วเราจะลงไปอย่างไร?”

นี่คือบนหลังคาของตำหนักตี้เฉิน เธอจะลงไปที่ห้องโถงโดยตรงด้วยวิธีไหนกัน?

เซียวถังอี้ยกยิ้มมุมปากน้อย ๆ ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า “ขอโทษด้วย” จากนั้นเขาก็เอามือโอบเอวของหญิงสาวแล้วรวบรวมกำลังภายในทั้งหมดกระทืบเท้าลงบนหลังคา

จากนั้นก็เกิดเสียงสนั่นดังก้องไปทั่วตำหนักตี้เฉิน

บัดนี้กลุ่มคนที่อยู่ด้านล่างเงยหน้าขึ้นมองเห็นร่าง 2 ร่างโดยที่ร่างหนึ่งเป็นสีดำส่วนอีกร่างเป็นสีขาวกำลังลอยลงมาจากท้องฟ้า

“ท่านพ่อ ท่านพี่ ข้ามาช่วยพวกท่านแล้ว!” ทันทีที่มู่ไป๋ไป่ลอยลงมา เธอก็ฟาดแส้ว่านกู่เข้าใส่ราชองครักษ์ที่คิดจะลอบโจมตีมู่จวินฝานกับมู่เทียนฉง

“ไป๋ไป่?” สีหน้าขององค์รัชทายาทเปลี่ยนไปเมื่อเห็นน้องสาวปรากฏตัวที่นี่ “เจ้ามาทำอะไรที่นี่ ทำไมถึงได้เอาตัวเข้ามาเสี่ยงอันตรายเช่นนี้!”

มู่ไป๋ไป่ดึงผ้าคลุมหน้าตัวเองออกแล้วพูดว่า “เอาไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง ตอนนี้เรื่องเร่งด่วนที่สุดก็คือการจัดการกับราชองครักษ์พวกนี้ ข้าสงสัยว่าพวกเขากำลังถูกใครบางคนควบคุมเอาไว้”

หญิงสาวไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องอาคม เพราะถึงอย่างไรเธอก็ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด หากเธอไปทำให้ศัตรูรู้ตัวเข้า สถานการณ์หลังจากนี้คงไม่ค่อยดีนัก

เมื่อมู่จวินฝานกับมู่เทียนฉงได้ยินเธอพูดแบบนี้ ทั้งคู่ก็มีสีหน้าเคร่งขรึม

“ไป๋ไป่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้า” เซียวถังอี้เหลือบมองชิงหานกับซั่วเยว่ที่อยู่ท่ามกลางเหล่าราชองครักษ์พลางเอ่ยปากว่า “เจ้าไปตรวจสอบทูตหนานซวนให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขา”

หากเกิดเรื่องขึ้นในระหว่างที่ทูตของแคว้นหนึ่งถูกส่งไปยังอีกแคว้นหนึ่ง นั่นจะเป็นการยากที่จะอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ

มู่ไป๋ไป่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เธอก็ตัดสินใจเชื่อฟังเซียวถังอี้และใช้แส้ฟาดราชองครักษ์ที่เข้ามาขวางทางออกไปเพื่อมุ่งหน้าไปหาทูตหนานซวน

ซึ่งมันก็บังเอิญที่เธอมีเรื่องอยากจะถามอีกฝ่ายว่าเหตุใดฮ่องเต้หนานซวนจึงคิดจะสู่ขอเธอในตอนนี้

เนื่องจากเซียวถังอี้กับมู่ไป๋ไป่ประสานงานลงมือกันได้อย่างดีเยี่ยม สถานการณ์ในห้องโถงจึงพลิกกลับอย่างรวดเร็ว

ในเพียงไม่กี่อึดใจ ราชองครักษ์ทั้งหมดที่พยายามจะลอบสังหารมู่จวินฝานกับมู่เทียนฉงต่างก็นอนหมดสติอยู่บนพื้น

เมื่อทหารรักษาพระองค์มาถึงที่เกิดเหตุ ความโกลาหลวุ่นวายในห้องโถงก็จบลงพอดี

“ทำไมพวกเจ้าถึงมาช้า?” มู่ไป๋ไป่กระแทกเท้าข้างหนึ่งลงบนโต๊ะเตี้ย ๆ และลูบแส้ว่านกู่ในมือพร้อมกับทำหน้าเย็นชา

ทหารพวกนี้น่าจะคอยเฝ้าอยู่ที่หน้าประตู แต่พวกเขากลับมาถึงในห้องโถงช้ามากทั้งที่ท่านพี่รัชทายาทของเธอเรียกตั้งนานแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนที่เธอกับเซียวถังอี้แอบเข้ามาก่อนหน้านี้ พวกเธอก็ไม่เห็นใครอยู่ที่ประตูเลย

“ฝ่าบาท พวกเรามาช่วยพระองค์ช้าไป ขอฝ่าบาททรงอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ!” เหล่าทหารรักษาพระองค์มองผู้คนที่นอนเกลื่อนอยู่ในห้องโถงด้วยสีหน้าหนักใจ

“หึ! ถ้าเราจะต้องรอให้พวกเจ้ามาช่วย เราคงตายไปแล้ว” มู่เทียนฉงขมวดคิ้วมองกลุ่มคนตรงหน้าอย่างเย็นชา “พวกเจ้าจะมัวยืนบื้อกันอีกทำไม รีบจับมือสังหารพวกนี้ส่งเข้าคุกซะ!”

“ช้าก่อน ท่านพ่อ!” มู่ไป๋ไป่รีบร้องห้ามผู้เป็นพ่อไว้ “คนพวกนี้ดูแปลก ๆ หม่อมฉันอยากจะสอบสวนพวกเขาเองเพคะ”

หากคนเหล่านี้ถูกอาคมจริง ๆ อย่างน้อยเธอก็จะได้ตรวจสอบพวกเขาก่อนเป็นอันดับแรก และวางแผนรับมือในขั้นตอนต่อไป

“ไป๋ไป่ เจ้าอย่าได้สอบสวนคนพวกนี้เองเลย” มู่เทียนฉงขมวดคิ้วไม่เห็นด้วย แต่เนื่องจากเขากำลังเผชิญหน้ากับลูกสาวอยู่ น้ำเสียงที่เขาใช้จึงอ่อนลง

“หากเจ้าอยากรู้เรื่องอะไรก็ส่งคนไปสอบถามเอา”

“ท่านพ่อ…” มู่ไป๋ไป่ยังคงไม่ยอมแพ้

“เสด็จพี่ ข้าทูลขอพระองค์ให้ส่งคนพวกนี้ให้ข้าเป็นคนสอบสวน” จู่ ๆ เซียวถังอี้ก็พูดขึ้นมา “ข้าสงสัยว่าคนเหล่านี้น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ข้าเพิ่งสอบสวนไป”

มู่เทียนฉงรู้เรื่องที่ชายหนุ่มออกไปสืบในยุทธภพมาหลายปี

เขาจึงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วสุดท้ายเขาก็พยักหน้ารับ

แม้ว่าเขาจะไม่พอใจกับข่าวลือที่แพร่สะพัดในหมู่ชาวบ้านในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่เขาก็ยังคงมองเซียวถังอี้เป็นน้องชายของตนเองเสมอ

เขาเชื่อใจชายผู้นี้

ทางด้านเซียวถังอี้รับคำสั่งของฮ่องเต้และพาคนเหล่านั้นออกไปทันที

ในตอนที่ร่างสูงเดินผ่านมู่ไป๋ไป่ เขาแอบขยิบตาให้เธอเบา ๆ

“???” หญิงสาวที่เห็นดังนั้นก็มีสีหน้างุนงง

“ทูตหนานซวนอยู่ที่ใด?” มู่เทียนฉงมองไปรอบห้องโถง แต่ก็ไม่พบร่องรอยของทูตหนานซวนเลย “เกิดอะไรกับพวกเขาหรือไม่?”

“ไม่เพคะ!” มู่ไป๋ไป่เหมือนถูกเรียกสติกลับคืนมาแล้วรีบเอาเท้าลงจากโต๊ะเตี้ย “พวกเขาสบายดี”

จบบทที่ บทที่ 467: พวกเขาสบายดี

คัดลอกลิงก์แล้ว