เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 249: จากนี้ไปเราจะเป็นสหายร่วมเรียนกัน

บทที่ 249: จากนี้ไปเราจะเป็นสหายร่วมเรียนกัน

บทที่ 249: จากนี้ไปเราจะเป็นสหายร่วมเรียนกัน


ในวันนี้ ทันทีที่มู่ไป๋ไป่ออกมาจากตำหนักฉือซิ่งของไทเฮา เธอก็ถูกใครบางคนที่สวมชุดสีชมพูพุ่งเข้าใส่

“ไป๋ไป่! ท่านอาจารย์สัญญาว่าจะพาข้ากลับไปที่หุบเขาหมอเทวดาด้วย!” เซียวถังถังคว้ามือของอีกคนมาพูดอย่างตื่นเต้น “ต่อจากนี้ไปข้าจะเป็นศิษย์น้องของท่าน!”

นั่นทำให้มู่ไป๋ไป่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และเธอก็ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะเข้าใจว่าเด็กคนนี้กำลังพูดถึงเรื่องอะไร

เพื่อเป็นการเอาใจเซียวถังถังชั่วคราว เธอได้ยกเจียงเหยามาอ้าง

เดิมทีเธอคิดว่าอาจารย์ของเธอจะเป็นคนที่เข้าถึงยาก และเซียวถังถังก็จะยอมแพ้ไปเองถ้าหากหาตัวนางไม่พบ

แต่ไม่คาดคิดว่าหลังจากที่ไม่ได้พบหน้ากันมาสักพักหนึ่ง เด็กหญิงจะรีบเข้ามาแจ้งข่าวว่าเจียงเหยายอมตกลงที่จะรับนางเป็นศิษย์

“จริงหรือ?” มู่ไป๋ไป่แทบไม่อยากเชื่อเลย เธอยกมือขึ้นแตะหน้าผากตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าตนไม่ได้ป่วย จากนั้นเธอก็หยิกแก้มกลม ๆ ของตัวเองเพื่อยืนยันว่าเธอไม่ได้ฝันไป ก่อนที่เธอจะถามว่า “ท่านอาจารย์รับปากเจ้าจริง ๆ หรือว่าจะพาเจ้ากลับไปที่หุบเขาหมอเทวดาด้วยกัน?”

“แน่นอน!” เซียวถังถังยืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจ “ข้าจะโกหกท่านได้อย่างไร! เป็นเพราะว่าข้าน่าเอ็นดู ท่านอาจารย์จึงจะพาข้ากลับหุบเขาหมอเทวดาด้วย”

เจียงเหยาขึ้นชื่อเรื่องแพ้ของน่ารัก แม้ว่าเซียวถังถังจะน่ารักมาก แต่นางกลับรู้สึกไม่ถูกชะตากับอีกฝ่าย

มู่ไป๋ไป่จึงเชื่อว่าเพราะเซียวถังถังแซ่เซียว แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะเป็นเหตุผลให้หญิงสาวปฏิเสธ

ทว่าตอนนี้จู่ ๆ เจียงเหยากลับตอบตกลง ซึ่งมันดูผิดปกติมากจนเกินไป

เธอพยายามครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้พร้อมกับดึงเซียวถังถังกลับไปที่ตำหนักอิ๋งชุน จากนั้นเธอก็ขอให้นางเล่าให้ฟังอย่างละเอียดว่านางทำอย่างไรท่านอาจารย์ถึงยอมตกลง

เนื่องจากมู่ไป๋ไป่กำลังจะออกจากวังหลวง ที่ลานด้านในของตำหนักอิ๋งชุนจึงวุ่นวายมาก เพราะขณะนี้เหล่านางกำนัลกำลังช่วยกันเก็บสัมภาระของเด็กหญิงตามคำสั่งของซูหว่าน

ปัจจุบันองค์หญิงหกกำลังจะเดินทางไปร่ำเรียนนอกวังหลวง นางไม่รู้ว่าลูกสาวจะจากไปนานเพียงใด

แน่นอนว่าทางวังหลวงจำเป็นจะต้องเตรียมของไปให้พร้อมมากที่สุด

“โอ้โห… ไป๋ไป่ ท่านคิดจะเอาของมากมายขนาดนี้ติดตัวไปด้วยหรือ?” เซียวถังถังรู้สึกประหลาดใจในขณะที่มองดูนางกำนัลและขันทีถือถาดเดินเข้าออกตำหนักแทบไม่ขาดสาย “ข้ายังไม่มีเวลาไปแจ้งให้ท่านพี่ช่วยเก็บสัมภาระให้ข้าด้วยซ้ำ”

“เจ้ารีบเล่ามาให้ละเอียดเร็วเข้าว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น อย่าเพิ่งไปสนใจเรื่องสัมภาระเลย” มู่ไป๋ไป่กล่าวพลางยื่นพวงองุ่นที่เธอชอบให้กับอีกฝ่าย

องุ่นพวกนี้ถูกจัดส่งอย่างเร่งด่วนมาจากชายแดน ถึงกระนั้นมันก็มีจำนวนไม่มากนัก และมู่เทียนฉงก็ได้มอบมันครึ่งหนึ่งให้กับตำหนักอิ๋งชุน

แต่เด็กหญิงไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก เพราะตอนที่เธออยู่ในยุคปัจจุบัน เธอได้กินมันมามากพอแล้ว

“ก็ไม่มีอะไรมาก…” เซียวถังถังหัวเราะเบา ๆ ขณะที่เด็ดองุ่นเข้าปาก “ข้าก็ทำตามที่ท่านพูดและขอให้อาจารย์รับข้าเป็นศิษย์”

“ในตอนแรกอาจารย์ก็ไม่ยอมรับข้า…”

ก็แน่สิ

มู่ไป๋ไป่แอบคิดในใจ

“ต่อมา ข้าบอกนางว่าพี่ชายของข้าจะมอบเงินให้ข้าทุกปีซึ่งข้าสามารถมอบให้นางได้” เด็กน้อยยืดอกอย่างภาคภูมิใจ “จากนั้นอาจารย์ก็ตอบตกลงด้วยท่าทางมีความสุขมาก”

“...” มู่ไป๋ไป่ที่ได้รู้ความจริงถึงกับพูดไม่ออก

นี่มันไม่ต่างจากการที่เซียวถังถังกำลังใช้เงินซื้อเกียรติบัตรนี้ไม่ใช่หรือ?

เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าอาจารย์ของเธอจะมีด้านนี้กับเขาเช่นกัน

แต่พอมาคิดดูดี ๆ อีกครั้ง ตามนิสัยปกติของเจียงเหยา เงินของเซียวถังอี้เป็นสิ่งเดียวที่นางชอบ

“ฮี่ ๆๆ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลไหน ข้าก็สามารถเดินทางไปที่หุบเขาหมอเทวดากับท่านได้แล้ว” เซียวถังถังจับมือคนตรงหน้าด้วยความตื่นเต้นพลางถามว่า “ท่านดีใจหรือไม่?”

“ดีใจ…” เมื่อมู่ไป๋ไป่เห็นใบหน้ายิ้มแย้มสดใสของเด็กหญิง เธอก็ไม่สามารถเอ่ยออกไปว่าไม่ดีใจได้

“ข้าเองก็ดีใจเหมือนกัน!” เซียวถังถังกินองุ่นหมดภายในไม่กี่อึดใจแล้วก็กระโดดลงจากม้านั่งหินพร้อมกับพูดว่า “ข้าจะต้องรีบกลับไปบอกให้ท่านพี่เตรียมสัมภาระให้พร้อม ไม่อย่างนั้นข้าคงจะเตรียมตัวไม่ทันเพราะอีก 3 วันเราจะเดินทางแล้ว”

นางพูดจบแล้วก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

ในชั่วพริบตา นางก็หายไปจากสายตาของมู่ไป๋ไป่

“เหตุใดท่านหญิงถึงกลับไปเร็วนักล่ะ?” ซูหว่านเดินเข้ามาพร้อมกับของว่างและบังเอิญเห็นเด็กตัวเล็กที่วิ่งออกไป นางจึงถามขึ้นมา “อีก 3 วันเจ้าจะออกเดินทางแล้ว แม่คิดว่านางจะมาใช้เวลากับเจ้าอยู่ที่นี่ทุกวันเสียอีก”

นับตั้งแต่เรื่องที่เกิดในวันเกิดของมู่ไป๋ไป่ หว่านกุ้ยเฟยก็ไม่ได้ทำเหมือนกับว่าลูกสาวเป็นเด็กอีกต่อไป

ในบางครั้งที่มีเรื่องบางอย่างกวนใจนาง นางก็จะเอ่ยปากบอกเด็กหญิง และถามอีกฝ่ายในเชิงปรึกษา

นั่นยิ่งทำให้ 2 แม่ลูกสนิทกันมากขึ้นกว่าเดิม

“นางคงไม่มารบกวนที่นี่อีก…” มู่ไป๋ไป่ยืนขึ้นและเอื้อมมือไปหยิบขนมในมือของซูหว่าน “เพราะนางจะไปหุบเขาหมอเทวดาเช่นกัน”

“หืม? ท่านหญิงก็จะไปเรียนที่หุบเขาหมอเทวดาหรือ?” ซูหว่านรู้สึกประหลาดใจ “นี่… ท่านอ๋องรู้เรื่องนี้หรือไม่?”

ก่อนหน้านี้หญิงสาวกังวลว่าถ้ามู่ไป๋ไป่ทำตัวสนิทสนมกับเซียวถังอี้จนเกินไป มันจะทำให้ลูกสาวตกอยู่ในอันตราย แต่ต่อมาเขาก็ได้ช่วยพวกนาง 2 แม่ลูกอยู่หลายครั้ง

นางจึงรู้ว่าท่านอ๋องเป็นคนดี

ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นคนที่มีอำนาจในท้องพระโรงรองจากมู่เทียนฉง

การที่เซียวถังอี้กับมู่ไป๋ไป่สนิทกันมันก็เป็นผลดีกับนางเช่นกัน

ดังนั้นนางจึงไม่เคยตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 คน

“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะรู้แล้วหรือยัง” มู่ไป๋ไป่ยักไหล่เบา ๆ พลางนึกภาพสั้น ๆ ว่าเจ้าสัตว์ประหลาดจะขมวดคิ้วแน่นแค่ไหนหลังจากที่ต้องปวดหัวกับน้องสาว แล้วเธอก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่า ๆๆ! ท่านแม่ ข้าขอพูดตามตรงเลยนะ เซียวถังอี้กับเซียวถังถังถึงแม้ว่าจะเป็นพี่น้องกัน แต่ทำไมพวกเขาถึงได้มีนิสัยแตกต่างกันมากขนาดนี้”

“มันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลย”

“ไป๋ไป่…” ซูหว่านจ้องลูกสาวแบบดุ ๆ “ท่านอ๋องเป็นเสด็จอาของเจ้า เจ้าอย่าได้หยาบคายเช่นนี้สิ”

คนตัวเล็กหน้าเบา ๆ “เพคะ”

“มังกรมีลูกอยู่ทั้งหมด 9 ตัว ซึ่งลูก 9 ตัวมีฤทธิ์และความชอบต่างกันออกไป” หว่านกุ้ยเฟยคุกเข่าลงให้อยู่ในระดับเดียวกับมู่ไป๋ไป่และลูบหัวอีกคนด้วยความรักใคร่ “คนเราถึงแม้ว่าจะเป็นพี่น้องที่คลานตามกันมา แต่ก็มีจุดอ่อนจุดแข็งและนิสัยใจคอที่แตกต่างกัน”

เด็กหญิงคิดอยู่สักพักหนึ่งแล้วรู้สึกว่าสิ่งที่ผู้เป็นแม่อธิบายนั้นมีเหตุผล เธอจึงเลิกคิดเรื่องนี้ต่อ

สิ่งที่มู่ไป๋ไป่เดาถูกต้องก็คือ หลังจากที่เซียวถังถังกลับไปบอกเซียวถังอี้ว่านางกำลังจะไปเรียนที่หุบเขาหมอเทวดา เขาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที

เซียวถังถังดูเหมือนจะมีนิสัยแตกต่างจากเซียวถังอี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้ง 2 มีความดื้อรั้นที่เหมือนกัน

ครั้งนี้นางได้ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะไปยังหุบเขาหมอเทวดาให้ได้ ไม่ว่าเด็กหนุ่มจะพูดอย่างไร นางก็ยังยืนหยัดในความคิดของตัวเอง

สุดท้ายแล้วคนเป็นพี่ชายที่ไม่สามารถทำอะไรได้ก็เดินหนีไปด้วยความโกรธ

เซียวถังถังจึงคิดว่าเขายอมรับแล้วจึงสั่งให้องครักษ์เตรียมสัมภาระให้นางอย่างมีความสุข

“พวกท่านไม่จำเป็นจะต้องเตรียมเสื้อผ้าไปเยอะนักหรอก ถึงอย่างไรข้าก็อยู่ในวัยกำลังโต ไม่ถึง 1 ปีข้าคงไม่สามารถสวมเสื้อผ้าพวกนี้ได้แล้ว”

“พอถึงเวลานั้นท่านพี่ก็คงซื้อชุดใหม่ให้ข้าแล้วด้วย”

“แต่ข้าต้องเอาของเล่นทั้งหมดรวมถึงตุ๊กตาไป ข้าจะได้เล่นกับไป๋ไป่”

“แล้วที่สำคัญที่สุดคือเงินส่วนตัวของข้า!”

ชิงหานได้ออกคำสั่งให้กับกลุ่มองครักษ์ที่ส่วนใหญ่จะได้รับคำสั่งทำงานสังหารคนข้างนอกให้พากันเดินวุ่นทั่วห้อง และเขากังวลถึงน้ำที่เด็กหญิงดื่มนั้นจะเย็นไปหรือไม่ เขาจึงคอยเปลี่ยนน้ำให้ตลอด

“คุณหนู หากนายท่านกลับมา ท่านก็ควรคุยกับนายท่านดี ๆ สักหน่อย” ชิงหานอดไม่ได้ที่จะพูดกับเด็กหญิง

“นายท่านเองก็คงไม่อยากให้ท่านจากไปเช่นกัน”

“ท่านเองก็รู้ใช่หรือไม่ ถึงแม้ว่านายท่านจะพูดจาแข็งกร้าวเวลาอยู่ต่อหน้า แต่ในใจจริง ๆ แล้วนายท่านเป็นคนอ่อนโยนมาก”

เซียวถังถังจิบชาเบา ๆ จากนั้นก็กวาดสายตามองสัมภาระที่ถูกจัดเตรียมไว้ตรงหน้าอย่างละเอียดเพราะกลัวว่าเหล่าองครักษ์จะเตรียมของให้ไม่ครบ ก่อนที่นางจะแค่นเสียงในลำคอ “เฮอะ! ท่านพี่ก็แค่ลำเอียงต่างหาก”

“ข้ารู้จักพี่ชายของข้าดีกว่าท่าน!”

จบบทที่ บทที่ 249: จากนี้ไปเราจะเป็นสหายร่วมเรียนกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว