เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 242: เซียวถังถัง

บทที่ 242: เซียวถังถัง

บทที่ 242: เซียวถังถัง


มู่ไป๋ไป่หันกลับไปมองต้นเสียงอย่างสงสัย เธอกำลังสงสัยว่าใครช่างกล้าบุกเข้ามาในตำหนักของเซียวถังอี้ แล้วเธอก็เห็นเด็กตัวเล็กพอ ๆ กับเธอปรากฏตัวที่ประตู

ผู้ร้ายคนนั้นอาจไม่คาดคิดว่าจะมีคนอื่นอยู่ในห้องนอกจากเด็กหนุ่ม เด็กคนนั้นมองมาที่เธออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตะโกนเสียงดัง “ท่านพี่!”

“ท่านพี่ นางเป็นใคร?!” ‘เซียวถังถัง’ วิ่งเข้ามาหาเซียวถังอี้และจ้องมู่ไป๋ไป่ราวกับว่ากำลังพยายามป้องกันขโมย

“ท่านพี่?” คนตัวเล็กเบิกตากว้างพร้อมกับสงสัยว่าเธอหูฝาดไปเองหรือไม่ เธอจึงถามออกไปเพื่อยืนยันอีกครั้ง “เจ้าเรียกเขาว่าพี่อย่างนั้นหรือ?”

“ฮึ ไม่เช่นนั้นล่ะ!” เซียวถังถังยืนเท้าเอวเชิดหน้ามองคนแปลกหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยดวงตาคู่หนึ่งที่เหมือนกับเซียวถังอี้ทุกประการ “แล้วเจ้าเป็นใคร เจ้ามากินข้าวบนโต๊ะเดียวกันกับท่านพี่ได้อย่างไร?”

นางโกรธมากที่ตนเองไม่มีโอกาสได้กินข้าวร่วมโต๊ะเดียวกันกับพี่ชายเลยสักครั้ง ในขณะที่เด็กผู้หญิงคนนี้กลับทำได้

“ข้าหรือ? ข้าคือองค์หญิงหก” มู่ไป๋ไป่ตอบออกไปโดยไม่รู้ตัว

“องค์หญิงหก?!” ท่าทางของเซียวถังถังเปลี่ยนไปทันที ความหวาดระแวงเมื่อครู่นี้หายไปพร้อมกับดวงตาสีเข้มที่เป็นประกายคล้ายกำลังสนใจบางสิ่ง “พระองค์คือองค์หญิงหก มู่ไป๋ไป่?!”

“ที่คนเขาบอกว่าพระองค์สามารถไขคดีเด็กหายในเมืองหลวงได้”

“แถมยังช่วยให้กองทัพเป่ยหลงของเราเอาชนะหนานซวนได้ด้วย”

“ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริงหรือ?”

“หา?” มู่ไป๋ไป่รู้สึกขัดเขินไม่น้อยยามที่สบเข้ากับสายตาลุกวาวของอีกฝ่าย มันทำให้เธอพูดตะกุกตะกัก “ลืม… ลืมมันไปเสียเถอะ”

“แม่เจ้า!” เซียวถังถังเลิกสนใจพี่ชายที่ตัวเองตั้งใจจะมาหาในตอนแรก และพุ่งเข้าไปหาองค์หญิงหกด้วยท่าทีตื่นเต้น “พระองค์สุดยอดมาก!”

“พระองค์ช่วยสอนข้าได้หรือไม่ว่าพระองค์ทำมันได้อย่างไร?”

“ข้าได้ยินมาว่าแม้แต่เสือตัวใหญ่ในวังก็ยังเกรงกลัวพระองค์”

“เซียวถังถัง มานี่!” เซียวถังอี้ยกมือขึ้นกุมหน้าผากกับความวุ่นวายของเจ้าเด็กคนนี้ ก่อนจะคว้าคอเสื้อของเจ้าตัวแสบเข้ามาหาตนเองพร้อมกับพูดเตือนว่า “อย่าทำตัวหยาบคายกับองค์หญิง”

มู่ไป๋ไป่มองท่าทางที่คุ้นเคยตอนที่เขาหิ้วคอเสื้อเด็กผู้หญิงคนนั้น หลังจากคิดอยู่นาน เธอก็ตระหนักว่านี่ไม่ใช่วิธีที่เจ้าสัตว์ประหลาดอุ้มเธอตามปกติหรอกหรือ?

แล้วความจริงตรงหน้าก็ทำให้เธอพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง

เซียวถังถังไม่ได้เป็นเด็กที่ว่าง่ายเท่ากับมู่ไป๋ไป่หรืออาจจะเป็นเพราะนางคุ้นเคยกับหน้ากากเงินของเซียวถังอี้มาตั้งแต่เด็ก นางจึงไม่กลัวเขาเลย อีกทั้งยังพยายามดิ้นรนอย่างเต็มที่เพื่อให้หลุดจากเงื้อมมือของเขา “ข้าหยาบคายกับองค์หญิงตรงไหน!”

“ท่านพี่ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ ข้าจะไปคุยกับองค์หญิง!”

“ข้าอยากพบองค์หญิงหกมานานแล้ว!”

“ชิงหาน” เด็กหนุ่มรู้สึกปวดหัวมากจนไม่อยากทะเลาะกับอีกฝ่าย ดังนั้นเขาจึงโยนนางไปให้องครักษ์เงาจัดการ “พาตัวนางออกไป”

“ไม่นะ! ม่ายยยย!” เซียวถังถังพยายามเอื้อมมือไปทางมู่ไป๋ไป่สุดแขนพร้อมกับพูดขึ้นว่า “องค์หญิงหก! หลังจากที่พระองค์คุยกับท่านพี่เสร็จแล้ว พระองค์อย่ารีบเพิ่งกลับไปนะ ข้าจะรอพระองค์อยู่ข้างนอก!”

ชิงหานรับตัวเด็กน้อยไปแล้วเดินออกจากห้อง ทำให้ภายในห้องค่อย ๆ เงียบสงบลง

จากนั้นมู่ไป๋ไป่ก็หันกลับมามองเซียวถังอี้ด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนจะเอ่ยปากถามว่า “นั่นน้องสาวของท่านหรือ?”

ฝ่ายที่ถูกถามยังคงเงียบไม่ตอบ

คนตัวเล็กจึงหัวเราะออกมาเบา ๆ “เฮอะ ๆ เป็นคนที่มีชีวิตชีวาดีเสียจริง ว่าแต่เมื่อกี้เราคุยกันถึงไหนแล้วนะ?”

“ข้าจะหาวิธีตรวจสอบฝ่ายราชครูกับลี่เฟย” เซียวถังอี้กอดอกจ้องมู่ไป๋ไป่ในขณะที่คิ้วเข้มขมวดแน่น “เจ้ากลับไปก่อน และในวันนี้พยายามอย่าอยู่คนเดียว”

เด็กหญิงเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง ในขณะที่ถามว่า “ท่านคิดว่ากำลังมีใครคิดจะปองร้ายข้าอย่างนั้นหรือ?”

“ความเป็นไปได้นี้ยังไม่สามารถตัดออกไปได้” เด็กหนุ่มพยักหน้าตอบ

“...” เธอนิ่งเงียบไปเพราะเห็นด้วยกับคำพูดของเขา

หลังจากที่ทั้งคู่พูดคุยกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว มู่ไป๋ไป่ก็ขอตัวกลับตำหนักอิ๋งชุน

พอเธอออกจากตำหนักของอีกฝ่าย ในหัวของเธอก็คิดวนเวียนอยู่กับสิ่งที่เขาพูดจนทำให้ใจเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

หากลี่เฟยกับราชครูมีความสัมพันธ์บางอย่างกันจริง ๆ ถ้าเธอเปิดโปง 2 คนนั้นในครั้งนี้ ทุกอย่างจะตกอยู่ในความโกลาหลอย่างแน่นอน

“เจ้าส้ม เหตุใดในวังหลวงคนถึงต้องวางกลอุบายมากมายเช่นนี้” คนตัวเล็กเม้มปากแน่นด้วยความหงุดหงิดรำคาญใจ “มันน่ารำคาญชะมัด”

“เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร?” แมวอ้วนเงยหน้าขึ้นมองเด็กหญิงแล้วพูดว่า “ที่นี่คือวังหลวง เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและความมั่งคั่ง ความยิ่งใหญ่ที่เป็นรองเพียงคนคนเดียว อยู่สูงกว่าคนนับหมื่น มนุษย์ที่โง่เขลาจะทำอะไรได้อีก”

“แต่ข้าไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้…” มู่ไป๋ไป่พึมพำเบา ๆ ในตอนแรกถึงแม้ว่าเธอจะพยายามวางแผนทำให้มู่เทียนฉงผู้โหดเหี้ยมพึงพอใจ แต่นั่นเป็นเพียงเพราะเธอพยายามเอาชีวิตรอดเท่านั้น

เธอไม่รู้เลยว่าหากเกิดความผิดพลาดขึ้น เธอไม่อาจรับประกันได้เลยว่าจะยังเป็นลูกสาวสุดที่รักของฮ่องเต้คนนั้นอยู่หรือไม่

“ข้ายังคิดถึงตอนอยู่ที่ชายแดนอยู่เลย…” เด็กหญิงพูดพลางถอนหายใจ “นี่ก็ใกล้วันเกิดของข้าแล้ว ข้าขอให้ท่านพ่อส่งข้าไปชายแดนเป็นของขวัญดีหรือไม่?”

“ถ้าราชครูพูดเรื่องที่ข้าเป็นตัวต้นเหตุของหายนะต่อหน้าเขา ข้าควรจะไปอยู่ให้ไกลจากที่นี่ แล้วก็พาท่านแม่ เซียวเซียวและจื่อเฟิงไปด้วย”

“ความคิดของเจ้าเยี่ยมมาก แต่คนในวังหลวงอาจจะไม่ยอมปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ” เจ้าส้มอ้าปากหาวพร้อมกับเหยียดตัวอย่างเกียจคร้าน “มู่ไป๋ไป่ เจ้ารู้วิธีเขียนอักษรที่ว่า ‘มู่ไป๋ไป่ไม่ยอมแพ้’ หรือไม่?”

“...”

“องค์หญิงหก!” ระหว่างที่ทั้ง 2 พูดคุยกัน ทันใดนั้นเซียวถังถังก็ปรากฏตัวออกมาจากมุมหนึ่งและวิ่งเข้าไปหามู่ไป๋ไป่อย่างมีความสุข “องค์หญิงหก พระองค์ออกมาเร็วมากเลย!”

“คุณหนูเซียว…” เธอมองดูเด็กผู้หญิงที่ดูกระตือรือร้นผิดปกติตรงหน้า

“พระองค์เรียกข้าว่าเซียวถังถังก็ได้” เด็กหญิงตัวเล็กยิ้มสดใสขณะที่มองอีกฝ่ายด้วยความชื่นชม “นี่องค์หญิงหก พระองค์จะไปไหนหรือ? ข้าขอไปกับพระองค์ได้หรือไม่?”

“หา?” มู่ไป๋ไป่ตกตะลึง เดิมทีเธอคิดว่าเธอน่าจะคุ้นเคยกับวังหลวงแห่งนี้แล้ว แต่เมื่อมองดูใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสของเซียวถังถัง จู่ ๆ เธอก็รู้สึกไม่กล้าปฏิเสธออกมา เธอจึงพยักหน้ารับพลางตอบว่า “ข้ากำลังจะกลับตำหนักอิ๋งชุน”

“ตำหนักอิ๋งชุน? ข้ารู้จัก!” เด็กน้อยตีมือเข้าที่ต้นขาตัวเองอย่างมีความสุข “ที่นั่นคือตำหนักของหว่านผิน ข้าเคยไปเยือนที่นั่นตอนที่ข้ากลับมาถึงวังเมื่อเดือนที่แล้ว”

“น่าเสียดายที่ตอนนั้นพระองค์ไม่ได้อยู่ที่นี่”

“แต่ข้าได้ยินหว่านผินพูดถึงพระองค์เยอะเลย”

“องค์หญิงหก พระองค์รับข้าเป็นลูกศิษย์ของพระองค์ได้หรือไม่?”

“!!!”

“ทำไมเจ้ามนุษย์คนนี้ถึงได้เอะอะเสียงดังขนาดนี้?” เจ้าส้มพูดขึ้นมาอย่างหมดความอดทนหลังจากทนฟังเด็กนั้นพูดไม่ไหว “นางเป็นน้องสาวของเซียวถังอี้จริง ๆ หรือ นางไม่ใช่ลูกของเขาใช่หรือไม่?”

แม้ว่าคำพูดของเจ้าแมวอ้วนจะดูรุนแรงไปสักหน่อย แต่มู่ไป๋ไป่ก็เห็นด้วย

มันไม่ใช่เพราะเรื่องอื่นใด เป็นเพราะนิสัยของเซียวถังถังกับเซียวถังอี้นั้นดูจะแตกต่างกันคนละขั้วเกินไปสักหน่อย

“องค์หญิงหก พระองค์ตกลงหรือไม่?” เมื่อเซียวถังถังเห็นว่ามู่ไป๋ไป่ไม่ยอมตอบ นางก็คิดว่าคนตรงหน้าไม่พอใจ นางจึงรีบคว้าแขนของอีกฝ่ายมากอดและออดอ้อน “พระองค์ยอมรับข้าเป็นลูกศิษย์ของพระองค์เถอะนะ ข้าเป็นคนที่มีความสามารถหลายอย่าง แล้วข้ายังสามารถสั่งให้คนของท่านพี่ช่วยพระองค์ได้”

“แล้วอีกอย่าง ข้ายังสามารถขอให้ท่านพี่ช่วยพระองค์ต่อสู้ได้ด้วย!”

“แต่ว่า… ขอเพียงเป็นสิ่งที่พระองค์ต้องการ ข้าก็สามารถขอให้ท่านพี่ช่วยท่านได้เช่นกัน!”

“...” มุมปากของมู่ไป๋ไป่กระตุกหลังจากที่ยืนฟังเด็กหญิงร่ายความสามารถของตนยาวเหยียด ก่อนจะยิ้มเจื่อน ๆ ให้กับนาง “ที่เจ้าพูดถึงก็คือการใช้ความสามารถของพี่ชายของเจ้า…”

เซียวถังถังเกาหัวอย่างงุนงง “จริงหรือ?”

“อะแฮ่ม… ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ข้าไม่คิดที่จะรับลูกศิษย์หรอกนะ” มู่ไป๋ไป่ปฏิเสธคำขอของนาง เมื่อเห็นว่าใบหน้าเล็ก ๆ ของคนตรงหน้าเริ่มเหี่ยวเฉาลง เธอก็พูดขึ้นมาว่า “เรามาเป็นสหายกันเถอะ”

“สหาย?” เซียวถังถังกะพริบตาปริบ ๆ มององค์หญิงหกด้วยความตกใจ

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: หืออออ ไม่น่าเชื่อว่าคุณชายเซียวจะมีน้องสาวกับเขาด้วย แล้วนิสัยคนละขั้วเลย 555555

จบบทที่ บทที่ 242: เซียวถังถัง

คัดลอกลิงก์แล้ว