เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 227: โสมมาถึงแล้ว

บทที่ 227: โสมมาถึงแล้ว

บทที่ 227: โสมมาถึงแล้ว


ยามที่แมลงตัวเล็ก ๆ กำลังจะบินไปเกาะตัวของมู่ไป๋ไป่ ในตอนนั้นเอง มีเข็มเงินพุ่งแหวกอากาศเข้ามาทำให้ถูกตรึงไว้กับผนังในพริบตา

เด็กหญิงที่สังเกตเห็นก็รีบก้าวหลบออกไปทันทีโดยพยายามรักษาระยะห่างจากฮ่องเต้หนานซวนเอาไว้ “พระองค์คิดจะวางยาหม่อมฉันหรือ! แม้แต่เด็กก็ยังไม่เว้นเชียวหรือ?”

“เด็กอย่างนั้นหรือ?” ผู้เป็นฮ่องเต้กล่าวพลางยักไหล่ “แน่นอนว่าข้าไม่มีวันปล่อยเด็กที่มีค่าอย่างเจ้าไปแน่”

“นี่พระองค์!” คนตัวเล็กเริ่มหมดความอดทนกับอีกฝ่ายไปทุกที ๆ

“ใครใช้ให้เจ้ามาที่นี่เพียงลำพัง?” เซียวถังอี้เดินเอามือไพล่หลังเข้ามา แล้วเหลือบมองฮ่องเต้หนานซวน จากนั้นจึงหันไปสั่งสอนมู่ไป๋ไป่ “เจ้าลืมเรื่องก่อนหน้านี้ไปแล้วหรืออย่างไร?”

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เด็กหญิงไม่มีทางยอมอยู่เฉย เธอต้องเถียงกลับเขาไปแน่นอน

ทว่าหลังจากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เธอก็รู้ว่าตนเป็นคนผิด ดังนั้นเธอจึงก้มหน้ายอมรับความผิดของตัวเองแต่โดยดีโดยไม่เถียงเขาสักคำ

“ข้าเพียงแค่ร้อนใจ” มู่ไป๋ไป่ดึงชายเสื้อของคนตัวสูงกว่าพลางพูดเสียงอ่อย “ข้าเป็นห่วงท่านพี่รัชทายาท ก็เลยอยากจะมาขอยาแก้พิษจากเขา… ข้าขอโทษ ครั้งหน้าข้าจะไม่ทำอีกแล้ว”

“...” เซียวถังอี้ก้มหน้าลงมองเด็กน้อยเงียบ ๆ

เจ้าตัวเล็กนี่อยู่ดี ๆ ก็ว่านอนสอนง่ายจนเขาทำตัวไม่ถูก

“ช่างเถอะ” เด็กหนุ่มเสตามองไปทางอื่นแล้วโบกมือให้อีกคน “เจ้าไม่จำเป็นจะต้องมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”

“เสด็จอา” มู่ไป๋ไป่ก้าวไปข้างหน้า 2 ก้าว ก่อนจะหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับไปพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ท่านต้องเอายาแก้พิษมาให้ได้!”

“ตอนนี้ความเป็นความตายของท่านพี่รัชทายาทอยู่ในมือท่านแล้ว”

เซียวถังอี้ขมวดคิ้ว ก่อนจะตอบอย่างใจเย็นว่า “ข้ารู้”

เจ้าตัวเล็กนี่ขยันสร้างเรื่องเสียจริง

หลังจากเด็กหญิงได้ยินคำตอบของเจ้าสัตว์ประหลาด เธอก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก

เธอรู้ดีว่าถึงแม้ว่าเซียวถังอี้ที่ดูผิวเผินจะเป็นคนเหลาะแหละ แต่จริง ๆ แล้วเขาเชื่อถือได้มากกว่าใคร ๆ

ขอเพียงแค่เขาเอ่ยปากสัญญาอะไรสักอย่าง เขาจะทำมันให้สำเร็จอย่างแน่นอน

“เซียวถังอี้” ฮ่องเต้หนานซวนมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยดวงตาที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเย็นชา “เราชื่นชมท่านมานานแล้ว”

“พระองค์รู้จักข้าด้วยหรือ?” เซียวถังอี้เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้โดยที่ไม่สนใจฐานะระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย

“เราจะไม่รู้จักท่านได้อย่างไร” ผู้เป็นฮ่องเต้กัดฟันพูด “3 ปีที่แล้ว เสด็จพ่อของเราสิ้นพระชนม์ด้วยน้ำมือของท่าน ท่านลืมไปแล้วหรือ?”

เซียวถังอี้ที่กำลังเทชาให้ตัวเองชะงักไปชั่วครู่ เขาพยายามคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าแล้วตอบว่า “ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องแบบนั้นอยู่ด้วย ย้อนกลับไปตอนนั้น เสด็จพ่อของพระองค์กำลังบังคับขืนใจสตรีนางหนึ่งที่ชายแดน ข้าบังเอิญไปพบเข้าจึงได้ลงโทษเขา”

ถึงอย่างไร อดีตฮ่องเต้หนานซวนก็ปล่อยให้ทุกอย่างทรุดโทรมลงเพราะความเจ้าสำราญของตนเอง ก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้ทำอะไร อีกฝ่ายก็หวาดกลัวจนตายไปเสียเอง

การสิ้นพระชนม์ของอดีตฮ่องเต้หนานซวนนั้นน่าอับอายมากจนทำให้เหล่าขุนนางพยายามหาเหตุผลมารักษาหน้าตาของตัวเองไว้

โดยพวกเขาอ้างว่าอดีตฮ่องเต้หนานซวนสิ้นพระชนม์ในสนามรบ

ซึ่งแน่นอนว่าฮ่องเต้หนานซวนองค์ปัจจุบันก็เชื่อคำพูดเหล่านี้

“ท่านพูดว่าอะไรนะ?” ฝ่ายที่ได้ยินคำบอกเล่ามองชายตรงหน้าด้วยสายตาไม่พอใจ พร้อมกับความสงสัยที่ผุดขึ้นในใจว่าตนหูฝาดไปเองหรือไม่ “เสด็จพ่อของเราจะไปบังคับขืนใจหญิงชาวบ้านได้อย่างไรกัน เขาเป็นถึงฮ่องเต้หนานซวน มีผู้หญิงคนไหนในแผ่นดินบ้างไม่ต้องการ—”

“เช่นนั้นหรือ?” เซียวถังอี้เอามือเท้าคางขณะกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ตอนนั้นข้าเองก็รู้สึกประหลาดใจมาก ตอนแรกข้าก็อยากจะถามเขาเพื่อความมั่นใจ แต่ก่อนที่ข้าจะทันได้ถามอะไร เขาก็ตกใจตายไปเสียก่อน”

“...” ฮ่องเต้หนานซวนนิ่งอึ้งพูดไม่ออก

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เขาใช้ชีวิตโดยมีเป้าหมายเพื่อล้างแค้นให้กับอดีตฮ่องเต้หนานซวนเสมอมา

เพื่อที่จะแก้แค้นให้สำเร็จ เขาไม่ลังเลเลยที่จะเลี้ยงแมลงกู่และใช้คนเป็น ๆ ในการทดลองโดยไม่สนความผิดชอบชั่วดีหรือศีลธรรมใด ๆ เขาเพียงแค่ต้องการบรรลุเป้าหมายเท่านั้น ไม่ว่าจะต้องทำเรื่องโหดร้ายแค่ไหนเขาก็ยอม

แต่เมื่อเขากำลังจะทำตามแผนสำเร็จ เขากลับพบว่าสาเหตุการตายของเสด็จพ่อของตนนั้นเป็นเพียงเรื่องโกหก มันทำให้เขาสับสนเป็นอย่างมาก

“เป็นไปไม่ได้…” เด็กหนุ่มถึงขั้นซวนเซถอยไปด้านหลัง “เราไม่เชื่อ ท่านจะต้องโกหกเราแน่ ๆ เราจะไม่มีวันถูกท่านหลอก!”

“ไม่ว่าพระองค์จะเชื่อหรือไม่มันก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้า” เซียวถังอี้ลุกขึ้นยืนทันทีที่พูดจบ “ข้ามาที่นี่ก็แค่อยากบอกพระองค์เกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะถึงอย่างไรพระองค์ก็คงไม่สามารถถอนพิษของมู่จวินฝานได้”

ในเวลาเดียวกัน กลุ่มทหารจากเมืองหลวงก็ได้เดินทางมาถึงค่ายทหารเป่ยหลงแล้ว โดยที่พวกเขานำโสมที่ซูหว่านบรรจุเองกับมือมาด้วย

เดิมทีเซียวถังอี้อยากจะบอกข่าวดีเรื่องนี้แก่มู่ไป๋ไป่ แต่เมื่อเขามาที่นี่ เขาก็เห็นฮ่องเต้หนานซวนกำลังจะวางยาพิษคนตัวเล็กพอดี

แล้วเรื่องราวต่อจากนั้นก็เกิดขึ้นจนกระทั่งปัจจุบัน

“อะไรนะ!” ฮ่องเต้หนานซวนเบิกตากว้าง “เป็นไปไม่ได้! เราเป็นคนเดียวในโลกนี้ที่สามารถถอนพิษแมลงกู่ได้ เป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะถอนพิษแมลงกู่ได้โดยไม่มียาถอนพิษของเรา”

“บนโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน” เซียวถังอี้หันหลังเดินออกไปแล้วพูดทิ้งท้ายว่า “ข้าขอให้พระองค์คิดหาวิธีที่จะเอาชีวิตรอดต่อไปเถอะ”

ในกระโจมขององค์รัชทายาท

ทันทีที่มู่ไป๋ไป่เดินเข้ามา เธอก็ได้รับแจ้งจากหลัวเซียวเซียวว่าคนของวังหลวงมาถึงแล้ว

“เซียวเซียว เจ้าช่วยหยิกข้าทีเถอะ” คนตัวเล็กพูดพลางยื่นแขนให้อีกฝ่าย “ไม่อย่างนั้นข้าคงจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังฝันไปอยู่แน่”

ก่อนหน้านี้เธอหมดหวังมาก แต่พอหันกลับไปมองคนของวังหลวงที่ปรากฏตัวในค่ายทหารพร้อมกับโสม เธอก็เหมือนพบกับแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อันมืดมิด

“องค์หญิงหก นี่เป็นเรื่องจริงเพคะ!” หลัวเซียวเซียวรู้สึกขบขันกับท่าทีของผู้เป็นนาย แล้วนางก็เข้าไปกุมมือเล็กเพื่อลดแขนอีกคนลง “ท่านหมอเจียงกำลังรักษาองค์รัชทายาทอยู่ข้างใน”

“แต่คนพวกนั้นบอกว่าหว่านผินได้ฝากของมาให้องค์หญิงด้วยเพคะ”

“นั่นใช่ของอร่อยหรือไม่?” จื่อเฟิงที่โผล่มาจากไหนไม่ทราบโพล่งขึ้นมา “ข้าคิดถึงอาหารฝีมือหว่านผินมาก”

“ท่านนี่มันรู้จักแต่กิน!” หลัวเซียวเซียวกลอกตามองอีกฝ่าย “ช่วงนี้ท่านทำอะไรบ้าง?”

“ข้าเองก็เข้าร่วมการต่อสู้กับศัตรูด้วยเช่นกัน” เด็กหนุ่มกล่าว “องค์หญิงถูกคนเลวโยนลงจากหลังม้า แล้วทหารพวกนั้นเกือบจะกัดพระองค์แล้ว แต่ข้าก็ช่วยเตะมันออกไป!”

จากนั้นเขาก็ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ

“นี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่?” มู่ไป๋ไป่หันไปหาหลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิง ก่อนจะหยิกแก้มตัวเองแล้วรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องจริง “ยอดไปเลย ท่านพี่รัชทายาทรอดแล้ว!”

“สมแล้วที่องค์รัชทายาทเป็นบุตรของโอรสสวรรค์ ด้วยการคุ้มครองของสวรรค์ย่อมไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเขาแน่นอนเพคะ” หลัวเซียวเซียวกล่าวพร้อมกับกอดแขนของอีกฝ่าย “องค์หญิง ตั้งแต่กลับมาจากหนานซวน พระองค์ยังไม่ได้พักผ่อนเลย พระองค์กลับไปพักผ่อนสักหน่อยเถิดเพคะ”

“ท่านหมอเจียงเพิ่งบอกว่าต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการขจัดพิษออกจากร่างกายขององค์รัชทายาท”

ตอนแรกมู่ไป๋ไป่คิดอยากจะปฏิเสธ แต่พอได้ยินสิ่งที่สหายตัวน้อยพูด เธอก็ตอบตกลงแบบไม่อิดออด ก่อนที่จะออกไปเธอก็ได้กำชับจื่อเฟิงซ้ำ ๆ ว่าให้เขามาแจ้งข่าวเธอทันทีที่พี่ชายคนโตตื่น

หลังจากที่เธอถูกลักพาตัวไปที่หนานซวน มู่จวินฝานยังคงส่งคนไปทำความสะอาดกระโจมของเธอทุกวัน

ดังนั้นพอเด็กหญิงกลับมา กระโจมที่พักจึงสะอาดสะอ้านเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง

คนตัวเล็กล้มตัวลงนอนบนเตียงอันแสนคุ้นเคยและเพิ่งรู้ตัวว่าเธอเหนื่อยมากแค่ไหน

วันนี้เธอได้ประสบพบเจอกับสิ่งที่น่าตื่นเต้นท่ามกลางสนามรบ อีกทั้งเธอเกือบจะต้องตายเป็นครั้งที่ 2 เมื่อได้เอนตัวลงพักผ่อนแล้ว ความรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งหมดก็เข้ามาปกคลุมร่างกายทำให้เธอผล็อยหลับไปในเวลาเพียงครู่เดียว

หลัวเซียวเซียวที่เห็นเช่นนั้นก็ถอยออกจากกระโจมไปเงียบ ๆ ก่อนจะไปเจอกับเจ้าส้มที่โผล่มาจากที่ใดก็ไม่อาจทราบได้ “ยอดไปเลย ในที่สุดองค์หญิงก็กลับมาแล้ว”

“เจ้าส้ม ไม่กี่วันก่อนเจ้าหายตัวไปเหมือนกัน เจ้าไปหาองค์หญิงมาเช่นนั้นหรือ?”

จบบทที่ บทที่ 227: โสมมาถึงแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว