เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 221: สงครามจะเริ่มในอีก 3 วัน

บทที่ 221: สงครามจะเริ่มในอีก 3 วัน

บทที่ 221: สงครามจะเริ่มในอีก 3 วัน


“แม่ทัพหลี่ ท่านไม่ได้จดจำคำพูดของเราเลยหรือ?” ฮ่องเต้หนานซวนเลิกคิ้วถาม

ชายสูงวัยรีบคุกเข่าลงหมอบตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวทันที “ฝ่าบาท อย่าทรงกริ้วเลยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเห็นว่านางทำตัวน่าสงสัย จึงสันนิษฐานว่านางกำลังสอดแนมข่าวภายในกองทัพของเรา ดังนั้นกระหม่อมจึงคิดว่าจะติดตามไปดู…”

“ฮึ สงสัยว่านางกำลังสอดแนมเราเช่นนั้นหรือ?” ผู้เป็นฮ่องเต้แค่นเสียงในลำคอ แล้วกล่าวเสียงเข้มว่า “เราเป็นคนอนุญาตให้นางไปไหนมาไหนก็ได้ หากเป็นไปตามที่ท่านพูด เช่นนั้นเรื่องนี้ก็เป็นความผิดของเราใช่หรือไม่?”

ถ้อยคำเหล่านี้ทำให้แม่ทัพหลี่ถึงกับสะอึก แล้วเขาจะกล้าตอบได้อย่างไร?

จากนั้นฮ่องเต้หนานซวนก็ตำหนิชายสูงวัยอีก 2-3 คำก่อนจะปล่อยเขาไป

ส่วนมู่ไป๋ไป่ได้แต่ฟังอย่างมีความสุขอยู่เงียบ ๆ หลังจากที่ฮ่องเต้จัดการแม่ทัพหลี่เสร็จแล้ว เธอก็รีบนำชาไปส่งให้อีกฝ่ายถึงมือ “พระองค์ทรงดื่มชาสักหน่อยเถิดเพคะ จะได้ชุ่มคอ เรื่องนี้ลำบากพระองค์แล้ว”

เด็กหนุ่มเหลือบมองเด็กหญิงแล้วรับชาจากมือนางมา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะ แมวตัวนั้นทำตามคำสั่งของเจ้าใช่หรือไม่?”

“...” ฝ่ายที่ได้ยินนิ่งเงียบไป

“แต่ในเมื่อครั้งนี้แม่ทัพหลี่ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก ข้าจึงจะปล่อยเจ้าไปก่อน” เมื่อฮ่องเต้หนานซวนกล่าวจบ เขาก็ค่อย ๆ ยกถ้วยชาขึ้นจิบ “แต่ถ้ามีครั้งหน้าอีก ข้าจะไม่ตามใจเจ้าเช่นนี้อีกแล้ว”

“พระองค์รู้ทุกอย่างแล้วสินะเพคะ” มู่ไป๋ไป่กวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วเธอก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น “พระองค์เพียงแค่หาโอกาสที่จะจัดการกับแม่ทัพหลี่มานานแล้วใช่หรือไม่เพคะ?”

หลังจากที่เธอมาถึงค่ายทหารหนานซวน แม่ทัพหลี่คนนี้ก็มีความขัดแย้งกับฝ่าบาทครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

เหตุใดฮ่องเต้หนานซวนถึงสามารถทนมาได้จนถึงทุกวันนี้?

“เจ้าฉลาดมาก” เด็กหนุ่มไม่ปฏิเสธ “แม่ทัพหลี่เป็นขุนนางบู๊ที่อยู่มาถึง 2 แผ่นดิน แม้ว่าเขาจะเป็นแม่ทัพอยู่แนวหน้าตลอด แต่ก็อาจมีบางครั้งที่เขาทำอะไรบุ่มบ่ามจนเกินไป”

มู่ไป๋ไป่ที่ได้ยินดังนั้นก็แอบบ่นในใจ

ช่างน่าเสียดาย เป็นเพราะก่อนหน้านี้ฉันดูถูกเขาเกินไปสินะ

ที่ผ่านมาเธอคิดว่าฮ่องเต้หนานซวนหลอกได้ง่าย แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาไม่ได้หลอกง่ายเช่นนั้น

พอคิดได้ดังนี้ เด็กหญิงก็รู้สึกตื่นตระหนก

ในเมื่อฮ่องเต้หนานซวนรู้ทุกอย่าง นั่นหมายความว่าเขาคงจะมองการเคลื่อนไหวของเธอออกตั้งแต่แรกใช่หรือไม่?

เธอได้แต่หวังว่าตนจะปิดบังมันได้ดีพอที่จะไม่ทำให้อีกฝ่ายพบความผิดปกติ

“อีก 3 วัน หนานซวนจะทำสงครามกับเป่ยหลง” จู่ ๆ ฮ่องเต้หนานซวนก็พูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน “ในเวลานั้น เจ้าอยากไปกับข้าเพื่อดูว่าหนานซวนเอาชนะเป่ยหลงอย่างไรหรือไม่?”

อีก 3 วัน?

เร็วเกินไปไหม?

มู่ไป๋ไป่พยายามระงับความรู้สึกในใจ ก่อนจะพูดออกไปว่า “ไปสิ ทำไมจะไม่อยากไปล่ะเพคะ หม่อมฉันยังคงรู้สึกเจ็บใจอยู่โดยเฉพาะเซียวถังอี้ ถึงเวลานั้นหม่อมฉันจะต้องไปเยาะเย้ยเขาให้ได้”

“ไม่ใช่สิ!”

“พระองค์ไม่ได้พูดเองหรือว่าเซียวถังอี้เปรียบเสมือนเทพสงคราม และโอกาสที่หนานซวนจะเอาชนะเป่ยหลงได้นั้นมีไม่สูงมากนัก”

“ตอนนี้เหตุใดพระองค์ถึงมั่นใจว่าหนานซวนจะเอาชนะเป่ยหลงได้?”

“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเซียวถังอี้หรือไม่เพคะ?”

เด็กหญิงเริ่มกังวลขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ในขณะที่มือเล็ก ๆ กำชายเสื้อเอาไว้แน่น เธอกลัวว่าจะได้ยินคำตอบที่ไม่ต้องการได้ยินจากปากของฮ่องเต้หนานซวน

“น่าเสียดาย… ที่มันไม่เป็นเช่นนั้น” เด็กหนุ่มเอนตัวพิงพนักเก้าอี้พลางพูดเสียงเอื่อยเฉื่อยว่า “เซียวถังอี้มีวรยุทธสูงมาก นักฆ่าที่ข้าส่งไปถูกฆ่าตายทั้งที่ยังไม่ถึงตัวเขาด้วยซ้ำ”

“!!!” มู่ไป๋ไป่เบิกตากว้าง

ฮ่องเต้หนานซวนส่งคนไปลอบสังหารเจ้าสัตว์ประหลาด!

แต่นี่ก็เป็นเรื่องปกติใช่หรือไม่?

ปัจจุบันเป่ยหลงไม่มีแม่ทัพจ้าว หากในกองทัพไม่มีเซียวถังอี้อยู่อีก ขวัญกำลังใจของทหารก็จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แล้วหนานซวนก็สามารถใช้ประโยชน์จากช่องว่างนี้โจมตีเป่ยหลง และพวกเขาก็อาจจะเอาชนะเป่ยหลงได้จริง ๆ

ช้าก่อน!

ฮ่องเต้หนานซวนพูดเองไม่ใช่หรือว่าการลอบสังหารไม่ประสบความสำเร็จ?

แล้วเหตุใดเขาถึงยังมั่นใจว่าในครั้งนี้เขาจะชนะ?

หรือว่าเขาจะใช้แมลงกู่อีก?

พอมู่ไป๋ไป่คิดถึงเรื่องนี้ หัวใจของเธอก็ค่อย ๆ หนักอึ้งขึ้น หากเป็นเช่นนั้นจริง กองทัพเป่ยหลงจะต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบและเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่เป็นแน่

“ช่วงนี้เจ้าก็อย่าได้คิดที่จะวิ่งเพ่นพ่านไปที่ไหน” เด็กหนุ่มไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกแล้วเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น “เจ้าอยู่ในค่ายทหารให้ดี อีก 3 วันยามที่สงครามเริ่มต้นขึ้น เจ้าจะต้องอยู่ข้างกายข้า”

“ข้าจะช่วยระบายความโกรธแทนเจ้าเอง”

มู่ไป๋ไป่ได้ยินดังนั้นก็ทำท่าทางดีใจมาก ก่อนที่เธอจะขอตัวกลับไปที่กระโจมของตัวเอง เมื่อบอกให้สาวใช้ทุกคนออกไปจากกระโจมแล้ว สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป

“อ้าว! เจ้าอยู่ที่นี่เองหรือ ทำไมถึงไม่จุดตะเกียงล่ะ ข้าตกใจแทบตาย” เจ้าส้มกระโดดเข้ามาทางหน้าต่างเงียบ ๆ หลังจากกระโดดอีกไม่กี่ครั้ง มันก็ไปหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กหญิง “ข้าเห็นว่าเจ้าถูกคนพาตัวไปที่กระโจมหลวง จากนั้นตาแก่นั่นก็เดินออกมาอย่างโกรธแค้น”

“เป็นอย่างไรบ้าง ฮ่องเต้หนานซวนไม่ได้ทำให้เจ้ายุ่งยากใช่หรือไม่?”

คนตัวเล็กส่ายหัวในขณะที่ทำหน้าเคร่งขรึม

“โชคดีแล้ว” แมวอ้วนถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่เมื่อเห็นสีหน้าแปลก ๆ ของมู่ไป๋ไป่ มันก็รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาอีกครั้ง “ไม่สิ เจ้าน่าจะดีใจที่ฮ่องเต้หนานซวนไม่ทำให้เจ้าลำบากใจ แต่ทำไมเจ้าถึงยังทำหน้าแบบนั้นอยู่?”

“อีก 3 วันหนานซวนจะบุกเป่ยหลง” เด็กหญิงพูดเสียงแผ่วเบา “เจ้าส้ม เราไม่เหลือเวลาแล้ว”

“3 วัน?!” เจ้าส้มแทบจะดีดตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ “ทำไมถึงเร็วเช่นนี้ ไม่สิ ตอนที่ข้าออกมาจากเป่ยหลง เซียวถังอี้บอกว่าหนานซวนไม่มีทางบุกในเร็ววัน”

“ใช่” มู่ไป๋ไป่พยักหน้าตอบ “ข้าก็เคยคิดเช่นนั้นมาก่อน กองทัพหนานซวนด้อยกว่ากองทัพเป่ยหลงในทุกด้าน ดังนั้นพวกมันจึงเลือกใช้อุบายสกปรก”

“ตอนนี้ฮ่องเต้หนานซวนได้กำหนดวันที่จะบุกเป่ยหลงแล้ว เขาจะต้องมั่นใจว่าตัวเองเป็นฝ่ายชนะ”

“...” แมวตัวโตคิดหนักขณะเดินวนไปรอบโต๊ะอย่างกระวนกระวาย “แล้วเช่นนี้เราจะทำอย่างไรกันดี? เรายังหาคนที่ควบคุมแมลงกู่ที่เจ้าพูดถึงไม่ได้เลย”

“แล้วเราก็ไม่รู้ว่าแม่ทัพจ้าวถูกพาตัวไปซ่อนไว้ที่ไหนด้วย”

“ทีนี้จะทำอย่างไรดีล่ะ?”

มู่ไป๋ไป่หลับตาพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึก ๆ เมื่อตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว เธอก็กล่าวออกมาว่า “ถ้าเราหาไม่เจอ เราก็เปลี่ยนเป้าหมายกันเถอะ”

“หา?” เจ้าส้มตกตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง มันไม่สามารถเข้าใจความคิดของอีกฝ่ายได้เลย “เปลี่ยนเป้าหมายอย่างนั้นหรือ มีคนอื่นที่ถูกแมลงกู่ควบคุมและขังอยู่ที่นี่หรืออย่างไร?”

“ไม่ใช่” เด็กหญิงลูบหัวแมวตรงหน้ายิ้ม ๆ “เจ้าจำสิ่งที่ข้าพูดก่อนหน้านี้ที่บอกว่าจะจับโจรต้องจับที่ตัวหัวหน้าได้หรือไม่?”

“ข้าจำได้!” เจ้าส้มพยักหน้ารับ “นั่นคือเหตุผลที่เจ้าบอกว่าจะต้องจับคนที่สามารถควบคุมแมลงกู่ได้”

“แต่ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว” ยามนี้แววตาของมู่ไป๋ไป่ค่อย ๆ เย็นลง ในขณะที่เธออธิบายแผนการของตัวเอง “เรามาเปลี่ยนเป็นการจับคนที่อยู่เหนือคนที่ควบคุมมันแมลงกู่กันเถอะ เจ้าส้ม เจ้ารีบกลับไปที่เป่ยหลงแล้วช่วยส่งจดหมายถึงเซียวถังอี้ให้ข้าหน่อย”

“ไม่!” แมวอ้วนส่ายหัวปฏิเสธโดยไม่ต้องหยุดคิด “ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น! ข้าจะอยู่กับเจ้า”

อย่าคิดว่ามันไม่รู้ว่าเจ้าตัวเล็กนี่คิดจะทำอะไร นางก็แค่อยากจะกำจัดมันไปเพียงเท่านั้น

“โธ่ เจ้าส้ม ข้ามีเรื่องสำคัญมากที่อยากให้เจ้าช่วยข้าจริง ๆ!” เมื่อมู่ไป๋ไป่รู้ความคิดของอีกฝ่าย เธอก็อดหัวเราะไม่ได้ ก่อนจะพูดเน้นทีละคำว่า “มัน-สำ-คัญ-มาก”

“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ให้หนูตัวนั้นไปทำสิ” เจ้าส้มสะบัดก้นใส่เด็กหญิงแสดงท่าทีว่าตนกำลังไม่พอใจ

“แต่เจ้าหนูน้อยไม่รู้จักเซียวถังอี้” มู่ไป๋ไป่ตีก้นอ้วน ๆ ของมันและกล่าวว่า “อีกอย่าง มันไม่รู้เรื่องเท่าเจ้า ตอนที่พวกมันไปหาเซียวถังอี้ ข้ากลัวว่าพวกเขาจะฆ่าหนูพวกนั้นตายกันหมดเสียก่อน!”

เจ้าส้มเงียบไปชั่วครู่ แล้วมันก็หันกลับมามองคนตัวเล็กอย่างสงสัย “มันร้ายแรงขนาดนั้นเชียวหรือ?”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: รู้หน้าไม่รู้ใจจริง ๆ ฮ่องเต้หนานซวนไม่ได้ตื้นเขินอย่างที่เห็นแฮะ

จบบทที่ บทที่ 221: สงครามจะเริ่มในอีก 3 วัน

คัดลอกลิงก์แล้ว