เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220: ตัดหัวแมว

บทที่ 220: ตัดหัวแมว

บทที่ 220: ตัดหัวแมว


ก่อนแม่ทัพหลี่จะทันได้เห็นว่าสิ่งที่ตกลงมาจากฟ้าคืออะไร เขาก็รู้สึกแสบร้อนบริเวณหน้าพร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามา

“อ๊ากกกกก!” ชายชรากรีดร้องพร้อมกับยกมือขึ้นกุมใบหน้าตัวเอง “โอ๊ย! ใครกล้ามาทำร้ายข้า!”

“ตาแก่ตัวเหม็น บังอาจนักนะที่มาลักพาตัวมู่ไป๋ไป่!” เจ้าส้มกางกรงเล็บตะกุยบนใบหน้าของแม่ทัพหลี่ไม่ยั้ง พอเห็นว่ามีใครบางคนวิ่งเข้ามา มันก็รีบสะบัดก้นหนีไป โดยผายลมใส่หน้าชายแก่เป็นการทิ้งท้าย

ฝ่ายถูกโจมตีที่ตั้งตัวไม่ทันยังคงรู้สึกแสบร้อนผิวหน้า แล้วเขาก็ต้องมาเวียนหัวเพราะกลิ่นเหม็นที่รุนแรงจนทำให้ไม่สามารถยืนตัวตรงได้

ในเวลาเดียวกัน ทหารลาดตระเวนที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็รีบวิ่งเข้ามา ก่อนที่เขาจะเห็นแม่ทัพหลี่กำลังทรุดตัวอยู่บนพื้นขณะยกมือปิดหน้าปิดตาพร้อมกับร้องโอดโอย

“ท่านแม่ทัพ เกิดอะไรขึ้นกับท่าน?” ทหารไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน เขาจึงตื่นตระหนกมากและวิ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว “มีมือสังหารมาลอบโจมตีท่านหรือ?”

“ไม่ใช่!” แม่ทัพหลี่ที่นั่งกุมหน้าตัวเองใช้เวลานานกว่าจะสงบสติอารมณ์ได้ ก่อนจะตะคอกออกมาว่า “มันคือแมว! แมวของมู่ไป๋ไป่! พวกเจ้ารีบไปจับแมวของนางมาให้ข้า ข้าจะตัดหัวมันซะ!”

เมื่อกี้เขาได้ยินเสียงแมวร้อง!

ปัจจุบันทั่วทั้งค่ายทหารมีเพียงเด็กผู้หญิงคนนั้นที่อุ้มแมวไว้ในอ้อมแขนอยู่ตลอดเวลา

มู่ไป๋ไป่คงรู้ว่าเขาตามนางมา นางจึงได้สั่งให้แมวมาลอบทำร้ายเขา!

“หา?” ทหารคนนั้นตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แต่เนื่องจากนี่เป็นคำสั่ง เขาจึงไม่กล้าขัดแม่ทัพหลี่ ก่อนที่เขาจะพาคนวิ่งไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายชี้

ในอีกด้านหนึ่ง เจ้าส้มวิ่งหนีไปพร้อมกับมู่ไป๋ไป่หลังจากที่ถูกชายชราจับได้

แล้ว 1 คนกับ 1 แมวก็รีบวิ่งกลับไปที่กระโจมของตัวเอง

“ฮ่า ๆๆ เจ้าส้ม เจ้าทำได้ดีมาก!” คนตัวเล็กกุมท้องหัวเราะเสียงดัง “เมื่อกี้เจ้าเห็นสีหน้าของตาแก่คนนั้นหรือไม่?”

“คงจะดีไม่น้อยถ้าหากข้าสามารถถ่ายรูปเขาเก็บเอาไว้ได้!”

“ฮึ! ถ้าแมวตัวนี้ต้องลงมือ มันย่อมสำเร็จอย่างแน่นอน” แมวส้มสะบัดตัวอย่างเย่อหยิ่งจนทำให้ไขมันทั่วตัวของมันสั่นเทา “ว่าแต่ ‘ถ่ายรูป’ ที่เจ้าพูดหมายความว่าอย่างไร?”

มู่ไป๋ไป่ที่ถูกตั้งคำถามเช่นนั้นก็ตอบอ้อมแอ้มออกมาว่า “อ๋อ เอ่อ… ข้าแค่ดีใจจนอยากจะเก็บภาพนั้นเอาไว้ชื่นชมน่ะ”

เธอกลอกตาไปมาแล้วคิดว่าเจ้าส้มคงยังไม่เข้าใจ ดังนั้นเธอจึงหาคำมาอธิบายแบบลวก ๆ ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อคุย “ในอีกไม่ช้าแม่ทัพหลี่คงจะมาเอาเรื่องเจ้าถึงที่นี่ เจ้าส้ม เจ้าหนีไปซ่อนก่อนเถอะ”

ทั้งกองทัพรู้ดีว่าไม่นานมานี้มีแมวอยู่ข้างกายเธอตลอด แม่ทัพหลี่ที่ถูกแมวข่วนย่อมจะต้องพาคนมาจัดการถึงที่นี่แน่นอน

“ถ้าข้าไปซ่อนแล้วเจ้าจะทำอย่างไร?” เจ้าส้มกระโดดขึ้นไปที่ขอบหน้าต่างแล้วหันกลับมาถามเด็กหญิงอย่างลังเล “ถ้าตาแก่นั่นหาเรื่องเจ้า เจ้าจะทำเช่นไร?”

“อิอิ เจ้าไม่ต้องกังวล” มู่ไป๋ไป่ยืดอกเชิดหน้าในขณะที่ตอบ “เจ้าคงเคยเห็นมาบ้างแล้วว่าข้าสนิทกับฮ่องเต้หนานซวนแค่ไหน”

“ขอเพียงเราทำให้เรื่องนี้ไปถึงหูฮ่องเต้หนานซวน แม่ทัพหลี่ก็ไม่สามารถทำอะไรข้าได้”

หลังจากแมวส้มนิ่งคิดอยู่พักหนึ่ง มันก็รู้สึกว่าเป็นไปตามที่อีกฝ่ายบอก จากนั้นมันจึงแอบหนีออกไปทางหน้าต่างตามคำแนะนำของคนตัวเล็กเพื่อไปหาที่ซ่อนตัว

เวลาผ่านไปไม่นาน ทหารลาดตระเวนก็เข้ามาในกระโจมพร้อมกับทหารคนอื่น โดยรายงานเธอว่าแมวของเธอทำร้ายแม่ทัพหลี่ เขาจึงอยากจะให้เธอส่งตัวแมวไปให้เขา

“อะไรนะ?” ยามนี้มู่ไป๋ไป่กำลังนั่งกินขนมที่สั่งให้คนไปซื้อที่เมืองชายแดนในวันนี้อยู่บนตั่ง พอได้ยินสิ่งที่ทหารรายงาน เธอก็เลิกคิ้วถามด้วยความฉงน “แมวของข้าทำร้ายแม่ทัพหลี่เช่นนั้นหรือ?”

“เป็นไปได้อย่างไร! แมวของข้ามีนิสัยน่ารักมาก แม้กระทั่งหนูมันก็ยังไม่เคยไล่ แล้วมันจะไปทำร้ายคนได้อย่างไร!?”

“แม่ทัพหลี่จำผิดหรือไม่?” เด็กหญิงทำหน้าไม่เชื่อและตั้งคำถามกลับไป

“เอ่อ…” นายทหารที่ได้รับคำสั่งจากท่านแม่ทัพเพียงแค่ให้มาจับแมว แต่เขาก็รู้ด้วยว่าสถานะขององค์หญิงแคว้นศัตรูนั้นพิเศษมากเพียงใด ทหารธรรมดาเช่นเขาคงไม่สามารถทำอะไรอุกอาจได้ มิฉะนั้นเขาอาจจะถูกฮ่องเต้หนานซวนลงโทษ

“นั่นหมายความว่าตอนนี้แม่ทัพหลี่กำลังตำหนิแมวของข้าโดยไม่มีหลักฐาน แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลยไม่ใช่หรือ?” จากนั้นมู่ไป๋ไป่ก็พูดยิ้ม ๆ เพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวลลง “ข้ารู้ว่าท่านเพียงแค่ทำตามคำสั่ง ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องลำบากใจ”

“ในเมื่อเรื่องมันเป็นเช่นนี้ ท่านก็กลับไปบอกแม่ทัพหลี่ว่า หากต้องการให้ข้าส่งตัวแมวไปให้เขา นอกจากจะได้รับราชโองการจากฮ่องเต้หนานซวน ข้าจะไม่มีวันมอบให้อย่างแน่นอน”

นายทหารถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนที่เขาจะทำความเคารพองค์หญิงตัวน้อยแล้วรีบพาคนของตัวเองกลับไปรายงานแม่ทัพหลี่

ปัจจุบันชายชรากำลังรักษาบาดแผลอยู่ในกระโจมพยาบาล หลังจากได้ยินสิ่งที่ทหารคนนั้นพูด เขาก็ทุบโต๊ะเสียงดัง “เหิมเกริมยิ่งนัก!”

“ข้าไม่เชื่อหรอกว่านางจะเอาตัวรอดไปได้อีกครั้ง!”

“คราวนี้ข้าจะต้องทำให้ฝ่าบาทประหารนางให้ได้!”

ต่อมา แม่ทัพหลี่เดินจ้ำอ้าวไปที่กระโจมหลวงซึ่งเป็นที่ประทับของฝ่าบาททั้งที่ยังรู้สึกเจ็บปวดบริเวณใบหน้า

หลังจากนั้นไม่นาน ฮ่องเต้หนานซวนก็ส่งคนไปเชิญมู่ไป๋ไป่มา

มู่ไป๋ไป่ที่รออยู่นานแล้ว ทันทีที่ได้รับรายงานเธอก็กระโดดลงจากตั่ง ก่อนจะยืนเอามือไพล่หลังแล้วค่อย ๆ เดินตามสาวใช้ไปพบฝ่าบาท

ในตอนที่เด็กหญิงเดินเข้าไปในกระโจม เธอเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นรอยข่วนที่ยังมีเลือดไหลซิบบนใบหน้าของแม่ทัพหลี่

โชคดีที่คนลงมือเป็นเจ้าส้มของเธอ มันลงมือได้โหดเหี้ยมสมใจเธอเสียจริง!

“ตายแล้ว! แม่ทัพหลี่ ใบหน้าของท่านไปโดนอะไรมา?” มู่ไป๋ไป่กลั้นยิ้มในใจและแสร้งทำสีหน้าแปลกใจในขณะที่เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “มันเกิดอะไรขึ้น? ท่านหกล้มหรือ?”

“เฮ้อ ทุกคนก็คอยเตือนแล้วว่าพออายุมากขึ้นจะเดินเหินไปไหนก็ต้องระวังให้มาก ดูสิ ท่านล้มจนมีสภาพเป็นเช่นนี้เลย”

“หุบปาก!!” ชายสูงวัยตะคอกใส่เด็กหญิงจอมโป้ปดเสียงดัง “พระองค์ไม่รู้หรือว่าเหตุใดกระหม่อมถึงมีสภาพเป็นเช่นนี้ มู่ไป๋ไป่ ที่ฝ่าบาททรงยอมให้พระองค์ก็เป็นเพราะพระองค์ยังเด็ก แต่ตัวพระองค์นั้นนอกจากจะทำตัวหยิ่งผยองแล้ว ยังอาจหาญอีกด้วย ถึงขั้นกล้าสั่งให้แมวมาทำร้ายกระหม่อม!”

“วันนี้แมวของพระองค์แค่ข่วนหน้ากระหม่อม ไม่รู้ว่าต่อไปแมวของพระองค์จะข่วนคอให้กระหม่อมตายเลยหรือไม่”

“ฝ่าบาท เราไม่ควรให้มู่ไป๋ไป่อยู่ที่นี่อีกต่อไป!”

“กระหม่อมขอใช้ตำแหน่งแม่ทัพ ขอพระองค์ทรงอนุญาตให้ประหารนางเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่กองทัพของเรา!”

ตาแก่นี่โหดชะมัด!

มู่ไป๋ไป่หรี่ตาลงพลางนึกเสียใจที่เธอไม่ได้สั่งให้เจ้าส้มข่วนหน้าของเขาให้ยับเยินกว่านี้

“องค์หญิงหก” ฮ่องเต้หนานซวนขมวดคิ้วมองแม่ทัพหลี่ แต่แทนที่เขาจะตอบรับคำพูดของอีกฝ่าย เขากลับหันไปหาคนตัวเล็ก “สิ่งที่แม่ทัพหลี่พูดนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่?”

เมื่อเด็กหนุ่มถามเช่นนี้ มู่ไป๋ไป่ก็รีบตอบว่า “หม่อมฉันเองก็ไม่ทราบเพคะ”

“หมายความว่าอย่างไรที่พระองค์บอกว่าไม่ทราบ?” ชายสูงวัยถามขึ้นมา “ตอนนี้ทั่วทั้งค่ายทหารรู้ดีว่าพระองค์กำลังเลี้ยงแมวป่าตัวหนึ่ง อย่าคิดว่าพระองค์จะบ่ายเบี่ยงไปได้ง่าย ๆ”

“แม่ทัพหลี่ ท่านช่วยมีเหตุผลหน่อยได้หรือไม่?” เด็กหญิงถอนหายใจเสียงดัง ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ท่านก็พูดเองว่ามันคือแมวป่า ข้าเพียงแค่ให้อาหารมันกินเพียงเท่านั้น ดังนั้นมันจึงชอบมาเล่นกับข้า”

“แล้วอีกอย่าง สัญชาตญาณของแมวป่าแน่นอนว่าทั้งดุร้ายและรักสันโดษ จะมีใครบ้างที่เลี้ยงมันให้เชื่องได้?”

“และแม้ว่ามันจะไปทำร้ายท่าน แต่ใครจะบอกได้ว่าข้าเป็นคนสั่งมัน บางทีท่านอาจจะไปยั่วโมโหมันเข้า…”

“ไร้สาระ!” ใบหน้าเหี่ยวย่นของแม่ทัพหลี่เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเพราะความโกรธ “ตอนนั้นกระหม่อมแค่สะกดรอยตามพระองค์…”

“หา?” ดวงตาของมู่ไป๋ไป่เป็นประกายเมื่อเธอได้ยินสิ่งที่เขาพูด “แม่ทัพหลี่ ท่านกำลังพูดว่าอะไรนะ ท่านสะกดรอยตามข้ามาหรือ แล้วท่านจะสะกดรอยตามข้ามาทำไมกัน?”

และแล้วชายชราก็เพิ่งรู้ตัวว่าตนพูดผิดไป สีหน้าของเขาจึงเปลี่ยนเป็นซีดเผือด

ทันทีที่ฮ่องเต้หนานซวนได้ยินคำพูดของแม่ทัพหลี่ เขาก็เข้าใจคร่าว ๆ แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

จบบทที่ บทที่ 220: ตัดหัวแมว

คัดลอกลิงก์แล้ว