เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 201: การทำสัญญา

บทที่ 201: การทำสัญญา

บทที่ 201: การทำสัญญา


“แน่นอนว่าไม่!” มู่ไป๋ไป่มองเจ้าส้มด้วยสายตาจริงจังและตอบทีละคำถาม “เจ้าเป็นสหายตัวแรกที่ข้าได้รู้จักในโลกใบนี้”

“ฮึ… ทำเป็นพูดดี” เจ้าส้มแค่นเสียงในลำคอ แต่หางที่อยู่ด้านหลังกลับแกว่งเบา ๆ ในลักษณะที่บ่งบอกว่าแมวตัวนี้กำลังอารมณ์ดี

เด็กหญิงรู้ว่าเจ้าแมวอ้วนกำลังเหน็บแนมตน เธอจึงทำเป็นไม่สนใจแล้วถือโอกาสนี้เกาพุงของมัน ก่อนจะหันกลับไปหาเจ้าหนู

“เจ้าหนูน้อย…” มู่ไป๋ไป่ยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร “สถานการณ์นี้เร่งด่วนมาก ข้าจึงต้องการให้เจ้าทำสัญญากับข้า”

“หลังจากที่เจ้าออกไปจากที่นี่ เจ้าจะต้องมุ่งตรงไปที่ค่ายทหารของแคว้นหนานซวนเพื่อสืบข่าวทันที”

“ถ้าเจ้าผิดสัญญา เจ้าจะต้องไม่กินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต”

ดวงตาของหนูเบิกกว้างด้วยความตกใจทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น “ท่านจ้าวอสูร! คำสาบานนี้รุนแรงเกินไป! ท่านเชื่อข้าสิ พวกเราคือหนู เป็นเผ่าพันธุ์ที่น่าเชื่อถือที่สุด”

“ขอเพียงท่านปล่อยหนูน้อยออกไป ข้าก็จะไปทำตามคำสั่งท่านทันที”

“อิอิ ข้าเชื่อเจ้า” มู่ไป๋ไป่เชิดหน้าขึ้นพร้อมกับยิ้มสดใส “แต่การทำเช่นนี้มันจะปลอดภัยกว่า”

“สัญญานี้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ทั้ง 2 ฝ่าย เจ้าไม่กลัวว่าตัวเองจะเสียใจทีหลังหลังจากที่ช่วยข้าหรือ?”

เจ้าหนูกุมมือตัวเองพลางก้มหน้านิ่ง

พอคนตัวเล็กเห็นความลังเลของอีกฝ่าย เธอก็คิดว่าตนควรใช้กำลังข่มขู่หรือใช้ของล่อใจอีกฝ่ายดี

ทันใดนั้นเจ้าส้มก็เดินออกมา

“ชิ ไอ้หนูตัวเหม็น เป็นบุญมากแค่ไหนแล้วที่ท่านจ้าวอสูรยินยอมทำสัญญากับเจ้า ทำไมเจ้าถึงเอาแต่พูดบ่ายเบี่ยงอยู่ได้?”

“ตอนนี้ข้ามีทางเลือกให้เจ้า 2 ทางเลือกคือ 1 ทำสัญญากับท่านจ้าวอสูร”

“หรือไม่ก็อีกทางหนึ่ง ให้ข้ากินเจ้าลงท้องไปซะ!”

เจ้าส้มแยกเขี้ยวเผยให้เห็นฟันแหลมของมัน ทำให้เจ้าหนูส่งเสียงร้องตกใจและทำท่าคล้ายอยากจะขุดหลุมฝังตัวเองเอาไว้บนพื้น

“ข้าตกลง!” เจ้าหนูได้แต่หมอบตัวสั่นอยู่กับพื้น “ข้ายอมตกลงแล้ว ใต้เท้าแมว ท่านอยากกินหนูน้อยตัวนี้เลย!”

“เฮอะ พูดดี ๆ ไม่ชอบ ชอบให้ใช้กำลัง” แมวอ้วนแค่นเสียงเย็นชาในลำคอ ก่อนจะหันไปมองมู่ไป๋ไป่ “เห็นหรือไม่? ข้าบอกแล้วว่าการคุยดี ๆ กับหนูพวกนี้มันเปล่าประโยชน์”

เด็กหญิงยกนิ้วโป้งให้เจ้าส้ม

การทำสัญญานั้นง่ายมาก มู่ไป๋ไป่เพียงแค่วางมือลงบนหัวของหนูแล้วพูดเงื่อนไขข้อตกลงระหว่างทั้ง 2

“เพียงเท่านี้ก็พอแล้วหรือ?” คนตัวเล็กดึงมือกลับแล้วถามแมวตัวใหญ่อย่างไม่แน่ใจ “มันง่ายเกินไปหรือไม่?”

“แล้วเจ้าอยากทำอะไรอีกล่ะ?” เจ้าส้มกลอกตามองคนถาม “ต้องเต้นรำหรือทำท่าแปลก ๆ ด้วยหรืออย่างไร?”

มู่ไป๋ไป่สะอึกไปก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า “...ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้”

“ท่านจ้าวอสูร” จู่ ๆ เจ้าหนูก็พูดขัดขึ้นมา “หากท่านไม่มีคำสั่งอื่นใด หนูน้อยตัวนี้ขอตัวลา”

“ได้ เจ้ารีบไปเถอะ” เด็กหญิงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “จำคนที่ข้าบอกเจ้าเอาไว้ให้ดี แล้วอย่าหาผิดคนล่ะ”

“แล้วก็รีบไปรีบกลับ”

เจ้าหนูน้อยตอบรับด้วยการโค้งคำนับก่อนจะคลานออกจากกระโจมไป

ค่ายทหารแคว้นหนานซวนตั้งอยู่ไม่ไกลกับค่ายทหารแคว้นเป่ยหลง โดยที่ทั้ง 2 สถานที่มีเพียงพื้นที่โล่งกว้างกั้นเอาไว้เพียงเท่านั้น

เมื่อหนูออกจากค่ายทหารแคว้นเป่ยหลง มันก็ไม่ได้มุ่งหน้าไปที่ค่ายทหารแคว้นหนานซวนทันที แต่มันกลับวิ่งไปที่เมืองเย่เฉิง

เวลาผ่านไปไม่นาน หนูจำนวนหนึ่งก็วิ่งกระจัดกระจายไปตามร่องน้ำในเมืองเย่เฉิงโดยที่พวกมันมุ่งหน้าไปยังแคว้นหนานซวนเงียบ ๆ

หลังจากที่มู่ไป๋ไป่ถูกเซียวถังอี้สั่งสอน เธอก็เป็นเด็กดีมากขึ้น ทุกครั้งที่จะเข้าไปในป่า เธอก็จะไปขออนุญาตอีกฝ่ายด้วยตัวเอง พร้อมกับนำกลุ่มองครักษ์เงาติดตัวไปด้วยตลอด

ภายในเวลา 3 วัน เธอกับสัตว์กลุ่มหนึ่งก็แทบจะพลิกผืนป่าที่อยู่ใกล้ค่ายทหารเพื่อค้นหาต้นโสม

ในระหว่างนั้นเธอได้เก็บต้นโสมรวมถึงเห็ดหลินจือมาเป็นจำนวนมาก แต่มันก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมทุกวัน นั่นก็คือสมุนไพรพวกนี้ยังไม่มีจิตวิญญาณ

และเพื่อไม่ให้เป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากร มู่ไป๋ไป่ได้เก็บสมุนไพรชิ้นใหญ่ที่มีคุณภาพดีทั้งหมดเอาไว้ แล้วมอบส่วนที่เหลือให้กับมู่จวินเซิ่งและเซียวถังอี้เพื่อให้พวกเขาเอาไว้ดื่มบำรุงร่างกาย

ผลก็คือ พี่ชายคนรองดื่มสมุนไพรมากเกินไปจนเลือดกำเดาไหลระหว่างที่คุยธุระอยู่ในกระโจม

ในวันนี้ ทันทีที่มู่ไป๋ไป่กลับมาถึงค่ายทหาร เธอก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยดังมาจากในกระโจมของเซียวถังอี้

“ท่านไม่รู้อะไร โชคดีที่เจียงเหยากับข้ากลับไปถึงทันเวลา”

“ซุนเต๋อเซิ่งที่เป็นเจ้าเมืองชิงหยางโยนคนที่ถูกพิษขังเอาไว้ในที่เดียวกันเพื่อป้องกันตัวเองให้ปลอดภัย”

“คนผู้นี้ไม่มีความเป็นมนุษย์เลย”

“อวี้เซิ่งกลับมาแล้วหรือ!” ดวงตาของมู่ไป๋ไป่เป็นประกายและเธอก็รีบส่งจอบเล็ก ๆ ในมือให้กับจื่อเฟิง จากนั้นจึงวิ่งเข้าไปในกระโจม “อวี้เซิ่ง! ว่าที่อาจารย์ข้าอยู่ที่ไหน?”

หลังจากที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาหลายวัน สีผิวของนักฆ่าหนุ่มก็ดูเข้มมากขึ้น ร่างกายดูมีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น

พอเขาเห็นเด็กน้อย เขาก็หัวเราะร่า “ฮ่า ๆๆ องค์หญิงหก นี่พระองค์ลงไปกลิ้งบนพื้นมาหรือ?”

“ถ้าข้ากลิ้งกับพื้น แสดงว่าท่านก็คงไปกลิ้งบนกลองถ่านมาน่ะสิ” มู่ไป๋ไป่โต้กลับแบบไม่ไว้หน้า “ข้าถามท่านอยู่นะว่าว่าที่อาจารย์ของข้าอยู่ที่ไหน?”

เธออยากให้เจียงเหยาช่วยตรวจชีพจรมู่จวินฝานดูสักหน่อย

แม้ว่าเซียวถังอี้จะได้เล่าเกี่ยวกับสถานการณ์ของพี่ชายคนโตให้อีกฝ่ายฟังแล้ว แต่เธอก็ยังคงรู้สึกเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย

ท้ายที่สุดแล้ว เจียงเหยาก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ส่วนเจ้าสัตว์ประหลาดไม่ได้ถูกนับว่าเป็นหมอเลยสักนิด

“นางอยู่ในกระโจมของรัชทายาท” อวี้เซิ่งลูบปลายจมูกตัวเองอย่างไม่สบายใจนัก “หลังจากที่นางรู้ว่ารัชทายาทถูกพิษ นางก็ให้ข้าพานางเดินทางมาที่นี่โดยเร็วที่สุด”

“ในระหว่างทางข้าไม่ได้หยุดพักเลย…”

ก่อนที่เขาจะทันพูดจบ มู่ไป๋ไป่ก็หันหลังวิ่งออกไปแล้ว

“นางยังคงหุนหันพลันแล่นอยู่เช่นเคย” อวี้เซิ่งส่ายหัวยิ้ม ๆ ก่อนจะหันไปหาเซียวถังอี้ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ “ข้าคิดว่าพอองค์หญิงหกอยู่กับท่านแล้ว นางจะเรียบร้อยขึ้นบ้างเสียอีก”

“เรียบร้อย?” เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ในขณะที่ดวงตาของเขาหรี่ลง “ทำไมนางต้องเรียบร้อยขึ้นด้วย?”

“...”

ในตอนที่มู่ไป๋ไป่วิ่งเข้ามาในกระโจมของมู่จวินฝาน เธอบังเอิญเห็นเจียงเหยากำลังทำการฝังเข็มให้เขา ดังนั้นเธอจึงชะลอฝีเท้าลงเพราะกลัวว่าหากเธอเสียงดัง มันจะไปทำให้อีกฝ่ายเสียสมาธิ

หลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 1 เค่อ หมอสาวก็ปักเข็มเงินเล่มสุดท้ายเข้าไปในจุดฝังเข็มบนศีรษะขององค์รัชทายาท จากนั้นนางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปมองคนที่ยืนตัวแข็งอยู่ที่ประตู “องค์หญิงหก เจ้ามาแล้วหรือ?”

“ว่าที่อาจารย์ในอนาคตของข้า!” เด็กน้อยขยับขาที่ยืนจนชาเดินเข้าไปพร้อมกับจ้องมองคนที่นอนอยู่บนเตียง “พี่ชายของข้าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”

“เซียวถังอี้บอกว่าเขาถูกพิษ และมีเพียงหนทางเดียวก็คือการทำให้เขาหลับใหลเพื่อป้องกันไม่ให้พิษโจมตีร่างกาย”

เมื่อหมอสาวได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย ก็มีประกายรอยยิ้มในแววตาของนาง “นี่เจ้าเรียกชื่อเซียวถังอี้โดยตรง เจ้าไม่กลัวว่าเขาจะบังเอิญมาได้ยินแล้วจัดการเจ้าหรืออย่างไร?”

“ข้าไม่กลัว!” มู่ไป๋ไป่แลบลิ้น “ว่าที่อาจารย์ของข้าอยู่ที่นี่ ข้ามีคนคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังแล้ว เขาไม่กล้าแตะต้องข้าหรอก!”

เจียงเหยารู้สึกขบขันกับท่าทางของคนตัวเล็กพร้อมกับอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปจิ้มแก้มอวบของนางเล่น “เจ้าน่ารักมาก อาการขององค์รัชทายาทก็เป็นเหมือนที่เซียวถังอี้พูด”

“วิธีเดียวที่จะควบคุมแมลงกู่ในร่างกายขององค์รัชทายาทได้คือการทำให้พระองค์หลับใหล”

“เมื่อกี้นี้ข้าได้ฝังเข็มเพื่อผนึกแมลงกู่เอาไว้ในเส้นลมปราณขององค์รัชทายาทแล้ว”

“เพียงเท่านี้องค์รัชทายาทก็จะสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพียงแต่ว่าเขาจะไม่สามารถใช้กำลังภายในได้”

“ว่าที่อาจารย์หมายความว่าอย่างไรหรือเจ้าคะ ท่านพี่รัชทายาทสามารถตื่นขึ้นมาได้แล้วหรือ?” มู่ไป๋ไป่รู้สึกประหลาดใจขณะที่เอ่ยถาม

ทันทีที่เด็กหญิงพูดจบ เธอก็เห็นมู่จวินฝานที่นอนอยู่บนเตียงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

จบบทที่ บทที่ 201: การทำสัญญา

คัดลอกลิงก์แล้ว