เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 200: เจ้าเล่ห์มาก

บทที่ 200: เจ้าเล่ห์มาก

บทที่ 200: เจ้าเล่ห์มาก


นั่นคือเรื่องก่อนที่จื่อเฟิงจะพบกับเจ้าตัวโต พวกหนูบนภูเขานั้นตัวใหญ่มากและสกปรกมากเช่นกัน การถูกพวกมันกัดทำให้เขาเจ็บปวดอย่างยิ่ง

เนื่องจากเขาเคยถูกหนูกัดมาก่อน เขาก็เลยยิ่งกลัวหนูมากขึ้น

“น่าสงสาร” มู่ไป๋ไป่กล่าวพลางเอื้อมมือไปลูบหัวอีกฝ่าย “ถ้าอย่างนั้นท่านถอยออกไปก่อน”

เด็กหนุ่มมีสีหน้าลำบากใจก่อนจะส่ายหัว “ไม่เอา ข้าอยากจะอยู่ปกป้ององค์หญิง ถ้าพวกมันกัดพระองค์จะทำเช่นไร?”

เด็กหญิงรู้สึกขบขันกับท่าทางของเขา “ท่านลืมไปแล้วหรือว่าข้าสื่อสารกับสัตว์ได้ พวกมันไม่กัดข้าหรอก”

หลังจากพูดเช่นนั้นเธอก็นั่งลงหน้าชามที่คว่ำอยู่ และเคาะมันเบา ๆ “เจ้าหนูน้อย ข้าจะปล่อยเจ้าออกมา แต่เจ้าช่วยอย่าวิ่งหนีได้หรือไม่?”

สิ่งที่อยู่ภายในชามใบใหญ่เงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็มีเสียงแผ่วเบาดังออกมาว่า “ท่านจ้าวอสูร ถ้าท่านไม่อยากให้หนูน้อยหนีไป หนูน้อยก็ไม่มีทางหนีไปแน่นอน”

หลังจากได้รับคำตอบที่น่าพึงพอใจ มู่ไป๋ไป่ก็ยอมเปิดชามใบใหญ่ออกมา

ภาพตรงหน้าที่เธอเห็นเป็นเจ้าหนูตัวอ้วนกำลังเกาะอยู่ด้านหน้ากองเนื้อที่เธอวางไว้ มันใช้อุ้งเท้าจับชิ้นเนื้อเอาไว้ขณะจ้องมองเด็กหญิงด้วยดวงตาสีเข้มคู่หนึ่ง “คารวะท่านจ้าวอสูร”

“ไม่ต้องมากพิธี” มู่ไป๋ไป่ยิ้มแล้วโบกมือให้มัน “เจ้าเป็นหนูที่เกิดและโตในเมืองเย่เฉิงหรือไม่?”

เจ้าหนูน้อยกะพริบตาด้วยความสับสน ก่อนจะตอบว่า “หนูน้อยตัวนี้อาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด ข้าไม่เคยไปที่อื่นเลย”

คนตัวเล็กถูมือตัวเองอย่างพึงพอใจ “เอาล่ะ ดีมาก! ข้าอยากรู้เพียงเท่านั้นแหละ ข้ามีปัญหาอย่างหนึ่งที่อยากจะขอให้เจ้าและคู่ของเจ้าช่วย”

“พวกเจ้ายินดีหรือไม่?”

เจ้าหนูก้มศีรษะลงในขณะที่ถามว่า “ท่านจ้าวอสูรกำลังขอความช่วยเหลือจากพวกเราเผ่าหนูหรือ?”

“ถูกต้อง!” มู่ไป๋ไป่พยักหน้า “แม่ทัพของค่ายทหารแห่งนี้ถูกคนของแคว้นหนานซวนจับตัวไป”

“ตอนนี้เขาน่าจะอยู่ในค่ายทหารของแคว้นหนานซวน”

“ข้าอยากจะรู้ว่าคนผู้นี้ถูกคุมตัวไว้ที่ไหน แล้วเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่?”

“ขอเพียงแค่เจ้าช่วยข้าสืบข่าวเกี่ยวกับเขามาได้ ข้ารับประกันว่าเจ้าจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า!”

ทางด้านหลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงที่กำลังฟังอยู่ด้านข้างในที่สุดก็เข้าใจการกระทำของมู่ไป๋ไป่ พวกเขาไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดจู่ ๆ องค์หญิงหกถึงต้องการหาหนูมาเป็นตัวช่วย

ในใต้หล้าจะมีสัตว์ชนิดใดบ้างที่เหมาะกับการสอดแนมไปมากกว่าหนู

โดยเฉพาะการสอดแนมในค่ายทหาร

องค์หญิงหกของพวกเขาฉลาดมาก!

“ค่ายทหารตรงข้าม?” เจ้าหนูเกาหัวอย่างสับสน “พวกมนุษย์ที่สวมเกราะสีดำใช่หรือไม่?”

กองทัพของเป่ยหลงสวมชุดเกราะสีเงิน ในขณะที่กองทัพของแคว้นหนานซวนสวมชุดเกราะสีดำ

เจ้าหนูไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับมนุษย์ พวกมันแยกแยะทั้ง 2 ฝ่ายด้วยสีเพียงเท่านั้น

“ถูกต้อง!” มู่ไป๋ไป่พยักหน้าอย่างแข็งขัน “คนกลุ่มนั้นแหละ เจ้าเคยเข้าไปในค่ายทหารของพวกเขาหรือไม่?”

“ข้าเคยไปที่นั่นมาแล้ว 2 ครั้ง” เจ้าหนูลูบอุ้งเท้าแล้วพูดพร้อมทำสีหน้ารังเกียจ “แต่อาหารที่นั่นแย่มาก แล้วคนพวกนั้นก็ใจร้ายมากเช่นกัน”

“พี่น้อง 2 ตัวของข้าถูกพวกเขาตีจนตาย ดังนั้นข้าจึงไม่ได้ไปที่นั่นอีกเลยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”

“แต่ข้ารู้จักพี่น้อง 2-3 ตัวที่ตั้งรกรากอยู่ที่นั่น”

“เจ้าขอให้พี่น้องของเจ้าช่วยข้าได้หรือไม่?” ดวงตาของมู่ไป๋ไป่เป็นประกาย ยิ่งเธอรู้ว่ามีโอกาสทำสำเร็จมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งตระหนักว่าความคิดของเธอยอดเยี่ยมมากขึ้นเท่านั้น

เจ้าหนูกะพริบตากลมโตและกำลังจะพูดอะไรบางอย่างเมื่อจู่ ๆ ก็มีร่างอ้วนท้วนเดินเข้ามา

“ข้าเหนื่อยมาก… มู่ไป๋ไป่ รีบเอาน้ำมาให้ข้าเร็วเข้า” เจ้าส้มเดินเข้ามาในกระโจมแล้วกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะตามนิสัยปกติ

ทันใดนั้นมันก็ได้กลิ่นอะไรบางอย่าง

“หนู!” แมวอ้วนหันไปมองที่มุมห้องพร้อมกับที่รูม่านตาแคบลง “มู่ไป๋ไป่ ออกไปให้พ้น ข้าจะจับหนูตัวนั้นเอง!”

ในขณะที่มันพูด มันก็ส่งเสียงร้องและรีบพุ่งเข้าหาหนู

ทว่ามันกลับถูกเด็กหญิงคว้าคอเอาไว้ก่อน

“เจ้าส้ม เจ้าใจเย็น ๆ ลงก่อน!” มู่ไป๋ไป่มองหนูที่ตัวสั่นเทาก่อนจะถอนหายใจกับตัวเองว่าโชคดีแค่ไหนแล้วที่เธอคว้าคอเจ้าแมวตัวต่อเอาไว้ได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นสถานการณ์คงจะแย่ไปมากกว่านี้

“ใจเย็น… ใจเย็นรึ!?” เจ้าส้มสบตากับหนูโดยตรง ทันใดนั้นมันก็กางกรงเล็บออก “นั่นหนูเลยนะ!”

“ข้ารู้ว่านั่นเป็นหนู!” เด็กหญิงทรุดตัวลงกอดแมวอ้วนไว้ในอ้อมแขน เธอกลัวว่าเจ้าแมวขี้โมโหจะดิ้นหลุดจากมือไป ดังนั้นเธอจึงได้แต่กอดมันเอาไว้ให้แน่น “นั่นคือผู้ช่วยที่ข้าเชิญมาโดยเฉพาะ!”

“ผู้ช่วย?” เจ้าส้มตัวแข็งทื่อและเงยหน้ามองคนพูดด้วยสายตาเหลือเชื่อ “แง้ว! มู่ไป๋ไป่ นี่เจ้าสติไม่ดีไปแล้วหรือ? เจ้ากำลังขอให้หนูมาช่วยงั้นรึ!”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าหนูพวกนี้เจ้าเล่ห์ขนาดไหน!”

“ใต้เท้าแมว ข้าไม่ได้เจ้าเล่ห์” เจ้าหนูกลัวจนไม่มีแรงวิ่งหนี มันจึงได้แต่ขดตัวอยู่ที่เดิมในสภาพที่น่าสงสาร “ข้ามาเพื่อช่วยท่านจ้าวอสูรจริง ๆ ได้โปรดอย่ากินข้าเลย”

“พูดอะไรบ้า ๆ ใครจะไปอยากกินเจ้ากัน!” เจ้าส้มกลอกตามองหนูด้วยสายตารังเกียจ “เจ้าไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นอาหารของข้าหรอกนะ”

ตัวมันนั้นเป็นถึงแมวทรงเลี้ยง แล้วแมวทรงเลี้ยงจะกินหนูได้อย่างไร?

“ถ้าเจ้าไม่คิดจะกินหนู แล้วเจ้าจะพุ่งไปหามันทำไมล่ะ?” มู่ไป๋ไป่ลูบหัวเจ้าส้มเป็นการปลอบโยน “เอาน่า ทำตัวดี ๆ ก่อน อย่าเพิ่งสร้างปัญหาตอนนี้”

“หลังจากที่ข้าคุยกับเจ้าหนูน้อยตัวนี้เสร็จแล้ว ข้าจะไปเอาน่องไก่มาให้เจ้ากิน”

เธอพูดจบแล้วก็หันไปยิ้มให้เจ้าหนูอย่างใจดี

“เจ้าคิดว่าอย่างไร เจ้าหนูน้อย เจ้าอยากจะช่วยข้าหรือไม่?”

“ถ้าเจ้าไม่อยากช่วย ข้าก็คงจำเป็นจะต้องปล่อยเจ้าส้มแล้ว”

เมื่อครู่นี้เธอค้นพบว่าหนูตัวนี้ดูเหมือนจะซื่อสัตย์ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น มันคอยพาเธอพูดถ่วงเวลา แต่ก็ยังไม่ยอมให้คำตอบกับเธอออกมาตามตรง

มีความเป็นไปได้มากว่ามันต้องการใช้โอกาสนี้เพื่อเจรจาทำข้อตกลงกับเธอ

บังเอิญว่าเจ้าส้มกลับมาทันเวลาพอดี เธอจึงได้อาศัยโอกาสนี้ข่มขู่ให้อีกฝ่ายหวาดกลัว

“ข้ารับปาก!” เจ้าหนูไม่กล้าปฏิเสธ มันพยักหน้าซ้ำ ๆ ในขณะที่ตัวสั่นไม่หยุด “ข้าจะรีบไปที่ค่ายทหารฝั่งตรงข้ามเดี๋ยวนี้เลย!”

ทว่ามู่ไป๋ไป่กลอกตาคิดแล้วพูดขึ้นมาว่า “ช้าก่อน”

เธอคว้าชามใบใหญ่มาครอบหนูไว้อีกครั้ง จากนั้นก็เดินให้ห่างจากชามนั้นโดยมีแมวอ้วนอยู่ในอ้อมแขน ในไม่ช้าเธอก็กระซิบถามว่า “มีวิธีการใดที่จะทำให้แน่ใจว่าเจ้าหนูตัวนี้จะไม่โกหกข้าหรือไม่?”

“ย่อมมีแน่นอน” เจ้าส้มยังคงรู้สึกไม่พอใจที่มู่ไป๋ไป่ขอความช่วยเหลือจากหนู “เจ้ารู้หรือไม่ว่าหนูเป็นสัตว์ที่เจ้าเล่ห์?”

“เจ้าบอกว่ามันเจ้าเล่ห์มาก แน่นอนว่าข้าจะต้องเชื่อเจ้าไม่ใช่หรือ?”

แมวตัวโตรู้สึกมีความสุขมากขึ้นที่ได้รับคำเยินยอของมู่ไป๋ไป่ ก่อนจะเชิดหน้าพูดว่า “เจ้าเป็นถึงจ้าวอสูร เจ้าย่อมมีความสามารถที่จะทำให้พวกสัตว์ทั้งหลายทำสัญญากับเจ้าได้”

“ขอเพียงเจ้าหนูตัวนั้นทำสัญญากับเจ้า มันย่อมทำภารกิจตามที่เจ้ามอบหมายให้จนสำเร็จ ไม่เช่นนั้นมันจะต้องตาย!”

เด็กหญิงรู้สึกประหลาดใจที่ได้รู้เรื่องนี้ “ข้ามีความสามารถที่ทรงพลังเช่นนี้ด้วยหรือ ทำไมเจ้าไม่บอกข้าตั้งแต่ก่อนหน้านี้?”

เจ้าส้มกลอกตาไปมาคล้ายรู้สึกผิด มันไม่กล้าพูดออกไปว่าเป็นเพราะมันกลัวอีกฝ่ายจะใช้วิธีนี้ควบคุมตนเอง

เพราะสัตว์ทุกตัวย่อมเคารพยำเกรงเจ้านายของมัน

โดยเฉพาะแมว พวกมันเป็นสัตว์ที่รักอิสระ ไม่ชอบการกักขังหรือถูกบีบบังคับ

แม้ว่ามันจะมีความสุขมากที่ได้อยู่เคียงข้างมู่ไป๋ไป่ แต่ความสมัครใจและการบังคับนั้นมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่เคยพูดเรื่องดังกล่าวกับเด็กหญิงมาก่อน

มู่ไป๋ไป่มองออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ เธอจึงยิ้มลูบหัวมันเพื่อให้มันสบายใจ “เจ้าไม่ต้องกังวล เจ้าเป็นสหายของข้า ข้าย่อมไม่ใช้วิธีการนี้มาบีบบังคับเจ้าแน่นอน”

“สหาย?” เจ้าส้มกะพริบตาปริบ ๆ คล้ายไม่แน่ใจ “เจ้าไม่คิดว่าข้าเป็นสัตว์เลี้ยงของเจ้าหรือ?”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: เอ็นดูจื่อเฟิงกลัวหนู เราเองก็กลัวเหมือนกัน XD

จบบทที่ บทที่ 200: เจ้าเล่ห์มาก

คัดลอกลิงก์แล้ว