เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 186: หมอเทวดาเจียงเหยา

บทที่ 186: หมอเทวดาเจียงเหยา

บทที่ 186: หมอเทวดาเจียงเหยา


“นี่ ๆ มีเด็กที่ไหนมาร้องไห้เสียงดังอยู่แถวนี้กัน?” น้ำเสียงหยอกล้อแผ่วเบาดังขึ้นราวกับว่ามันดังอยู่ในหูของมู่ไป๋ไป่ แต่ในความเป็นจริงมันฟังดูเหมือนว่าต้นตอของเสียงอยู่ไกลออกไป

เด็กหญิงลืมตาขึ้นมองอย่างสงสัยและยังคงแสร้งทำเป็นร้องไห้ในขณะที่แอบมองไปรอบ ๆ

“ทำได้ดี” ดวงตาของอวี้ฉีเป็นประกายและกล่าวชมอีกฝ่าย

“ท่านชมข้าเกินไป” คนผู้นั้นหัวเราะอีกครั้ง “ข้าไม่อาจแข่งขันในเรื่องกลอุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ได้”

สิ้นเสียงผู้พูด ร่างในชุดดำก็ปรากฏที่ปลายอีกด้านของถนน

ถ้ามองจากระยะไกลก็จะเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง นางนั่งขัดสมาธิอยู่บนหินก้อนใหญ่ ท่าทางของนางดูสงบนิ่งมาก แต่ไม่สอดคล้องกับน้ำเสียงที่พูดออกมาเลยสักนิด

มู่ไป๋ไป่เกิดความอยากรู้ว่าเจ้าตัวเป็นใคร

นับตั้งแต่ที่เธอติดตามมู่จวินฝานออกจากเมืองหลวง รอบตัวของเธอก็มีแต่ผู้ชายอยู่ตลอดและไม่ค่อยได้เจอผู้หญิงเลย

หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เธอกลัวว่าตนกับหลัวเซียวเซียวจะลืมไปแล้วว่าพวกเธอนั้นเป็นเด็กผู้หญิง

“สวมชิงอี* มือถือขลุ่ย นางจะต้องเป็นหมอเทวดาเจียงเหยาแน่นอน” อวี้เซิ่งไม่รู้ว่าตนนั้นถูกคลายจุดปิดเสียงตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาลูบคางพลางมองดูสตรีที่งามสง่าตรงหน้า ก่อนจะขยับตัวไปอีกด้านหนึ่ง “คุณชายเซียว ข้าไม่นึกเลยว่าท่านจะเรียกคนผู้นี้มาที่นี่ได้จริง ๆ”

*ในการแสดงงิ้ว บทนางเอกที่เน้นการร้องเป็นหลักจะถูกเรียกว่าชิงอี (青衣) ซึ่งมีความหมายว่า นางผู้ใส่ชุดดำ (青 ตัวนี้สมัยก่อนไม่ได้แปลว่าสีเขียวอย่างเดียว ยังแปลว่า สีดำหรือสีครามได้ด้วย)

เซียวถังอี้ทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่าย ก่อนจะอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาและโยนนางออกไปเหมือนกระสอบทรายด้วยแรงเพียงเล็กน้อย

มู่ไป๋ไป่ที่กำลังร้องไห้ได้แต่อ้าปากค้าง “!!!”

เกิดอะไรขึ้น!

แม้ว่าเขาจะไม่อยากได้ยินเสียงเธอร้องไห้มากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ควรโยนเธอลงจากหลังม้าเช่นนี้!

“ปลอบนางให้เงียบซะ” เซียวถังอี้ขมวดคิ้วพูดขึ้นมาอย่างหมดความอดทน “เสียงร้องไห้มันน่ารำคาญมาก”

เด็กหญิงที่เพิ่งตกอยู่ในอ้อมกอดอันอ่อนโยนถึงกับพูดไม่ออก “...”

“ฮ่า ๆๆ คุณชายเซียวยังเป็นคนสันดานเสียอยู่เช่นเคย” เจียงเหยาหัวเราะเบา ๆ แล้วใช้คำพูดจิกกัดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ซึ่งทำให้มู่ไป๋ไป่อยากจะปรบมือชื่นชมอีกฝ่าย

ส่วนคนอื่น ๆ ที่ได้ยินคำว่า ‘สันดานเสีย’ ได้แต่มองเซียวถังอี้ด้วยสีหน้าแปลก ๆ

พอเห็นว่าคนที่อารมณ์แปรปรวนที่สุดในที่นี้ไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเคืองอะไร พวกเขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

มู่จวินฝานที่เห็นดังนั้นก็ได้แต่ตะโกนสั่งให้ทุกคนหยุดพักที่นี่ก่อนแล้วค่อยเดินทางต่อ

“เด็กน้อย เจ้าสารเลวเซียวถังอี้รังแกเจ้าหรือ? ข้าจะมอบยาพิษให้เจ้าเอาไว้จัดการเขาทีหลัง!”

เจียงเหยาในฐานะหมอที่มีฝีมือดีที่สุดในใต้หล้ามีความลับที่ไม่อาจให้ใครรู้ได้

นั่นก็คือนางชอบอะไรก็ตามที่ดูน่ารักมาก

ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือสัตว์ตัวเล็ก ๆ ขอเพียงแค่มันน่ารัก นางก็อยากจะเข้าไปจับและอุ้มมันเอาไว้ตลอดเวลา

แล้วเซียวถังอี้ก็บังเอิญรู้ความลับนี้เป็นอย่างดี เขาจึงเรียกนางมาโดยบอกว่าจะมอบสัตว์เลี้ยงแปลกใหม่ที่ล้ำค่าจำนวนหนึ่งให้กับนาง

“จริงหรือเจ้าคะ!” ดวงตาของมู่ไป๋ไป่เป็นประกาย และเธอก็ยกมือขึ้นคำนับอีกฝ่ายทันที “พี่สาว ท่านมียาที่ทำให้คนหัวล้านได้หรือไม่?”

“หรือจะเป็นยาที่ทำให้คนมีกลิ่นปาก!”

“ถ้ามีก็เอาให้เจ้าสา— เอ๊ย ท่านอาเลย!”

ไม่ว่าเธอจะกล้าหาญมากเพียงใด แต่เธอก็ไม่กล้าเรียกผู้ชายคนนั้นว่า ‘เจ้าสารเลว’ ตามที่หญิงสาวเรียกอยู่ดี

ถึงอย่างไรนางก็เป็นถึงหมอเทวดาอันดับ 1 ในใต้หล้า และนางก็มีความรู้เรื่องยาเป็นอย่างดี

แล้วเธอล่ะ เธอเป็นใครกัน?

เธอเป็นแค่เด็กอายุ 4 ขวบครึ่งที่ทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง!

“หืม? มันคือยาอะไรหรือ?” เจียงเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย “ทำไมข้าไม่เคยได้ยินชื่อยาพวกนี้มาก่อน แต่ฟังดูน่าสนใจยิ่งนัก”

“ข้าจะพยายามลองทำมันขึ้นมา ถ้าข้าทำสำเร็จ ข้าจะจัดการเซียวถังอี้แทนเจ้าเอง”

“ตกลง!” มู่ไป๋ไป่ปรบมืออย่างมีความสุข พร้อมกับรู้สึกว่าสาวสวยตรงหน้าเธอนั้นเป็นพวกเดียวกันกับเธอ

“ท่านจะทำอะไรข้า?” เซียวถังอี้ลงจากหลังม้าแล้วเดินตรงไปที่เจียงเหยาในลักษณะคุกคาม ด้วยการแต่งกายที่ดูลึกลับของเขาทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที

“ข้าจะทำอะไรท่าน? ข้าจะไปกล้าจัดการคุณชายเซียวได้อย่างไร! คุณชายเซียว ท่านได้ยินผิดไปแล้ว!” หญิงสาวเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็วจนมู่ไป๋ไป่ตกตะลึง

“ข้ายอมแล้ว ๆ ข้าแค่สงสัยว่าทำไมเด็กน้อยคนนี้ถึงได้หน้าตาน่ารักขนาดนี้ ที่แท้นางก็เป็นคนของคุณชายเซียวนี่เอง”

“ไม่น่าแปลกใจเลย”

“...” เด็กหญิงถึงกับพูดไม่ออก

หมอเทวดาในยุคสมัยนี้เป็นคนพลิกลิ้นเก่งเช่นนี้เลยหรือ?

เซียวถังอี้เหลือบมองผู้หญิงทั้ง 2 คน ก่อนจะยกชายเสื้อขึ้นแล้วนั่งลงตรงข้ามพวกนาง “ท่านได้ตรวจสอบยาที่ข้าส่งไปให้ท่านหรือยัง?”

“ท่านถอนพิษได้หรือไม่?”

เจียงเหยาวางมู่ไป๋ไป่ให้นั่งลงบนตักของตัวเอง จากนั้นก็หยิบขนมชิ้นหนึ่งออกมาจากที่ไหนสักแห่งแล้วยื่นให้อีกคนกิน “ถ้าข้าถอนพิษไม่ได้ ข้าคงไม่มาอยู่ที่นี่ แต่ว่านะคุณชายเซียว ในจดหมายของท่านมีมากกว่าเรื่องพิษ”

“ดูเหมือนว่าท่านจะมีปัญหาร้ายแรงมากยิ่งขึ้น”

ขณะนั้นมู่ไป๋ไป่กินขนมหวานไปพลางนั่งในอ้อมแขนอ่อนนุ่มของหญิงสาวไปพลาง นั่นทำให้เธอรู้สึกสบายใจมากกว่าการอยู่ในอ้อมแขนของเซียวถังอี้เป็นร้อยเท่า

เด็กน้อยที่มีของกินอยู่ในมือจึงเลิกก่อกวนและตั้งใจฟังคนทั้ง 2 พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องสำคัญ

“แม่นางฉลาดจริง ๆ!” อวี้เซิ่งจู่ ๆ ก็เข้ามาร่วมวงสนทนาโดยนั่งลงข้างเจียงเหยาด้วยรอยยิ้ม “พูดตามตรง เมื่อไม่กี่วันก่อนอยู่ดี ๆ คนหลายคนในเมืองชิงหยางก็บ้าคลั่งไล่กัดคนอื่นจนตาย สภาพของพวกเขาเหมือนคนที่ตายแล้วแต่ก็ยังเคลื่อนไหวได้”

“จากการวิเคราะห์ของคุณชายเซียวและข้า เราเดาว่าพวกเขาได้รับพิษจากแมลงกู่”

“...” มุมปากของมู่ไป๋ไป่กระตุก

เธอจำได้เพียงว่าเจ้าสัตว์ประหลาดเป็นคนบอกว่าคนพวกนั้นถูกพิษแมลงกู่

“พิษแมลงกู่?” เจียงเหยาคิดไตร่ตรองสักพัก ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ตามที่ท่านพูด คนเหล่านั้นถูกวางยาพิษจริง ๆ แล้วมีใครโดนคนที่ถูกพิษกัดหรือไม่?”

“แมลงกู่มีพิษร้ายแรง และคนที่ถูกพิษจากแมลงกู่ก็เป็นพิษเช่นเดียวกัน”

“หากบังเอิญถูกคนพวกนั้นกัดเข้า คนคนนั้นก็จะติดพิษไปด้วย เราต้องรีบรักษาให้ทันเวลา ไม่เช่นนั้นคนผู้นั้นก็จะตกอยู่ในอันตราย”

“ใช่!” อวี้เซิ่งรีบเสนอหน้าตอบก่อนเซียวถังอี้ “แม่นางเจียง ทำไมท่านถึงได้ฉลาดถึงเพียงนี้ คนที่ถูกกัดติดพิษจริง ๆ แล้วตอนนี้กำลังรับการรักษาอยู่ในที่พักของศาลาว่าการในเมืองชิงหยาง”

“เราได้เลือกหมอทั้งหมดในเมืองชิงหยางมาตรวจแล้ว แต่ก็ไม่มีใครสามารถรักษาพิษนี้ได้”

ทางด้านเจียงเหยาเหลือบมองอวี้เซิ่ง “จอมยุทธ์ท่านนี้ ท่านเป็นใครหรือ?”

“ข้ามีนามว่าอวี้เซิ่ง” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วคำนับให้หญิงสาวด้วยท่าทางสง่างาม

“อวี้เซิ่ง?” เจียงเหยาพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “ชื่อนี้ฟังดูคุ้นหูมาก”

“ใช่หรือไม่เจ้าคะ นั่นคือนักฆ่าอันดับ 1 ในใต้หล้า” มู่ไป๋ไป่พูดเตือนอีกฝ่ายเสียงแผ่วเบา “บางทีเขาอาจจะถอนตัวออกจากยุทธภพมานานเกินไป พี่สาวก็เลยจำเขาไม่ได้แล้ว”

“ข้าไม่ได้ถอนตัวออกจากยุทธภพ!” อวี้เซิ่งร้องประท้วงอย่างไม่พอใจ “ใครบอกว่าข้าถอนตัวกัน!”

“แล้วไม่ใช่หรือ?” อวี้ฉีหัวเราะเยาะพี่ชาย “หลายปีที่ผ่านมาท่านมัวแต่ทำอะไรอยู่? วิ่งเล่นอยู่รอบ ๆ วังหลวงหรือ?”

“...” นักฆ่าหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นก็พูดไม่ออก

“ท่าน 2 คนเป็นพี่น้องฝาแฝดกันหรือ?” เจียงเหยามองหน้าอวี้ฉีกับอวี้เซิ่งสลับกันด้วยสายตาประหลาดใจ “ช่างหาได้ยากจริง ๆ”

“พวกท่าน 2 คน” ยามนี้เส้นเลือดบนหน้าผากของเซียวถังอี้ปูดขึ้น ในขณะที่เขาพูดอย่างเหลืออด “หุบปากไปซะ!”

อวี้เซิ่งกับอวี้ฉีมองหน้ากัน ก่อนจะส่งเสียงเยาะเย้ยใส่กันแล้วหยุดพูด

มู่ไป๋ไป่มองดูภาพนั้นแล้วลอบถอนหายใจ เจ้าสัตว์ประหลาดยังคงเป็นสัตว์ประหลาด นั่นก็เพราะตอนนี้เขายืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร

“แล้วท่านมีวิธีรักษาพิษนั้นหรือไม่?” เซียวถังอี้หันไปมองเจียงเหยาด้วยสีหน้าจริงจัง

จบบทที่ บทที่ 186: หมอเทวดาเจียงเหยา

คัดลอกลิงก์แล้ว