เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 185: เขาจงใจ

บทที่ 185: เขาจงใจ

บทที่ 185: เขาจงใจ


“เอาล่ะ มาเริ่มกันเลยเถอะ” มู่ไป๋ไป่ไม่สนใจจะหันไปหัวเราะอวี้เซิ่ง เธอหันศีรษะไปจ้องหน้าคู่ต่อสู้อย่างไม่ลดละ “เสด็จอา ท่านไม่ได้กลัวแล้วใช่หรือไม่?”

เซียวถังอี้เหลือบมองเจ้าตัวเล็กด้วยสายตาประเมิน ก่อนจะคว้าคอเสื้อของนาง จากนั้นก็ยกขึ้นแล้วหมุนตัวให้นางมานั่งเผชิญหน้ากับเขา “เอาชนะให้ได้ก่อนแล้วค่อยพูด ถ้าเจ้าแพ้ขึ้นมา ข้าจะได้ประโยชน์อะไร?”

“หา?” มู่ไป๋ไป่กะพริบตาปริบ ๆ

เธอไม่คาดคิดเลยว่าคนคนนี้จะขอของรางวัลจากเธอด้วย

เธอเป็นเพียงแค่เด็กน้อยอายุ 4 ขวบครึ่งเองนะ!

สัตว์ประหลาดอย่างไรก็คือสัตว์ประหลาดอยู่วันยังค่ำ ผู้ชายคนนี้ขี้เหนียวถึงขั้นเอาเปรียบเด็กอีกด้วย

มู่ไป๋ไป่กลอกตาเป็นวงกลม ก่อนที่เธอจะยิ้มอย่างมีเลศนัย “เสด็จอามีทุกอย่างที่ต้องการอยู่แล้ว เสด็จอาคงไม่ต้องการของอะไรจากไป๋ไป่อย่างแน่นอน”

“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ถ้าไป๋ไป่แพ้ ไป๋ไป่จะทำอาหารให้เสด็จอากิน!”

“ทำอาหาร?” อวี้ฉีที่อยู่ด้านข้างถามขึ้นมาอย่างสงสัย “องค์หญิงหกทำอาหารเป็นด้วยหรือ?”

“พี่อวี้ฉี ท่านไม่รู้อะไร อาหารที่องค์หญิงของเราทำอร่อยมาก” ขณะนี้หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงขี่ม้าตัวเดียวกัน และทั้ง 2 ก็ได้เข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย “ตอนที่เราอยู่ในวังหลวง ไทเฮามักจะชื่นชมฝีมือการทำอาหารขององค์หญิงเสมอ!”

“อะแฮ่ม พวกเจ้าอย่าได้โอ้อวดมากนัก” มู่ไป๋ไป่ขยิบตาให้สหายตัวน้อยอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าเจ้าสัตว์ประหลาดรู้ว่าเธอทำอาหารตอนอยู่ในวังหลวงบ่อย ๆ นี่มันจะเป็นการหมิ่นเกียรติของเธอไม่ใช่หรือ?

“เช่นนั้น…” ดวงตาดั่งเหยี่ยวของเซียวถังอี้ภายใต้หน้ากากหรี่ลงเล็กน้อย “เป็นอาหาร 10 มื้อ”

“หา?” เด็กหญิงเบิกตากว้างพร้อมกับทักท้วงออกไปว่า “ท่านบ้าไปแล้วหรือ? เสด็จอา อาหาร 10 มื้อมันจะเกินไปหรือไม่?”

“ท่านก็เห็นว่าไป๋ไป่ยังเด็กมากนัก”

“แค่ทำอาหารมื้อเดียวมันก็ยากมากแล้ว แต่นี่ 10 มื้อ… นี่ท่านจะเอาชีวิตไป๋ไป่หรืออย่างไร!”

คนตัวเล็กทำตาโตจ้องเขาอย่างไม่ลดละพลางยื่นมือเล็ก ๆ ทั้ง 2 ข้างออกไปแสร้งทำท่าน่าสงสาร

“เจ้าทำมันได้แน่นอน” เจ้าส้มโผล่หัวออกมาจากกระเป๋า “มีครั้งไหนบ้างที่เจ้าทำอาหารโดยไม่มีหลัวเซียวเซียวช่วย? มือของเจ้าเคยแตะต้องของอะไรเวลาทำอาหารด้วยหรือ?”

“...”

จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะที่จะเลี้ยงแมวจริง ๆ

“มันมากเกินไปหรือ?” เซียวถังอี้ตีมือเล็ก ๆ ของเด็กน้อย “หรือองค์หญิงหกคิดว่าใบหน้าที่แท้จริงของข้าคนนี้ไม่คุ้มค่ากับอาหาร 10 มื้อ?”

มู่ไป๋ไป่รู้สึกสับสนขึ้นมาทันที

นับตั้งแต่ที่เธอเริ่มสงสัยเกี่ยวกับใบหน้าของเจ้าสัตว์ประหลาดที่อยู่ภายใต้หน้ากาก เธอก็รู้สึกเหมือนมีกรงเล็บที่มองไม่เห็นกำลังข่วนหัวใจของเธอ ทำให้เธอรู้สึกคันเล็กน้อย

แต่พอเธอคิดว่าจะต้องทำอาหาร 10 มื้อให้กับอีกฝ่าย เธอก็รู้สึกไม่มีความสุขขึ้นมาเสียอย่างนั้น

เด็กหญิงทำหน้าบูดบึ้งขณะคิดอย่างจริงจัง โดยไม่สังเกตเห็นว่าดวงตาของเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นประกายในยามที่เขามองมาที่เธอ

“ตกลง!” มู่ไป๋ไป่คิดอยู่นานก่อนจะอมลมจนแก้มพองและตีมือของเขากลับ “เอาตามที่เสด็จอาบอกก็ได้ ถ้าข้าแพ้ ข้าจะทำอาหารให้เสด็จอา 10 มื้อ”

ใช่ นี่เป็นเพียงแค่ข้อตกลงเท่านั้น

เธอจะไม่มีวันแพ้แน่นอน

แค่ 10 มื้อไม่นับว่าเป็นอะไร เป็นร้อยมือก็บ่ยั่น!

“เอาล่ะ ตกลงตามนี้” เซียวถังอี้พยักหน้ารับอย่างมีความสุข “ถ้าอย่างนั้น เรามาเริ่มกันเลยเถอะ”

“หืม? เดี๋ยวก่อน ข้ายังไม่พร้อม” มู่ไป๋ไป่โบกมือด้วยความตื่นตระหนก แต่คนตรงหน้าได้ลดสายตาลงมาสบตากับเธอแล้ว

ยามนี้คนตัวโตกับคนตัวเล็กกำลังจ้องตากัน โดยที่ศีรษะของทั้ง 2 นั้นคนหนึ่งสูงคนหนึ่งต่ำ บนหลังม้าจึงมีภาพคนตัวเล็กกับคนตัวโตมองหน้ากันอยู่เงียบ ๆ

ขณะนั้นเด็กหญิงค่อย ๆ รู้สึกว่าตัวเองเลือกวิธีการแข่งขันผิด

ทำไมเจ้าสัตว์ประหลาดคนนี้ถึงไม่กะพริบตาเลยล่ะ?

ยิ่งไปกว่านั้น ทำไมเธอถึงคิดว่าดวงตาของเจ้าสัตว์ประหลาดถึงได้ดูดีมากทีเดียว

ยามที่อยู่ภายใต้หน้ากาก มันควรจะไม่น่ามองไม่ใช่หรือ?

แล้วมู่ไป๋ไป่ก็ค่อย ๆ หลงใหลไปกับภาพตรงหน้า ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ ก็มี ‘การเคลื่อนไหว’ เกิดขึ้นด้านข้าง และเธอก็เหมือนถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาจากฝัน

“องค์หญิง! พระองค์ขยับแล้ว!” จื่อเฟิงชี้นิ้วไปที่คนตัวเล็กพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข ถัดจากเขาก็คือหลัวเซียวเซียวที่พยายามจะปิดปากอีกฝ่ายเอาไว้ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว

“หม่อมฉันขออภัย องค์หญิง หม่อมฉันห้ามเขาไม่ทัน” เด็กหญิงเอ่ยปากขอโทษ

มู่ไป๋ไป่ตัวแข็งทื่อไปทันที ก่อนจะชี้หน้าตัวเองด้วยความเหลือเชื่อ “เมื่อกี้ข้าขยับหรือ?”

ทำไมเธอถึงไม่รู้ว่าตัวเองกำลังขยับ?!

“พระองค์ขยับแล้ว!” จื่อเฟิงยังคงพูดทะลุขึ้นมากลางปล้อง “แบบนี้ พวกเราทุกคนเห็นเหมือนกัน”

เด็กหนุ่มทำตัวเลียนแบบการเคลื่อนไหวของเธอและโน้มตัวไปข้างหน้า

มู่ไป๋ไป่เพิ่งสังเกตเห็นว่าระยะห่างระหว่างเธอกับเจ้าสัตว์ประหลาดดูเหมือนจะใกล้กันมากขึ้น จู่ ๆ เธอก็เริ่มรู้สึกหดหู่ทว่ายังไม่อยากจะยอมแพ้ เธอจึงพูดขึ้นมาว่า “นั่นไม่ถูกต้อง ม้ามันเดินเร็วเกินไป”

“ดูสิ ข้ากำลังนั่งอยู่บนหลังม้านะ”

“ถ้าม้าไม่ก้าวไปข้างหน้า ข้าจะไม่เอนไปทางนี้แน่นอน”

“เมื่อกี้ข้าไม่ได้เป็นคนขยับ แต่เป็นเพราะม้าต่างหาก!”

เจ้าม้าที่ได้ยินดังนั้นก็เงียบไป 2 อึดใจก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างลังเลว่า “ท่านจ้าวอสูร เมื่อครู่นี้ข้าเดินช้ามาก”

มู่ไป๋ไป่แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินที่ม้าพูด

“องค์หญิงหก เจ้ากำลังพยายามโกงข้าอยู่ใช่หรือไม่?” เซียวถังอี้กอดอกเลิกคิ้วมองเจ้าตัวเล็ก

เด็กน้อยรู้สึกเจ็บก้นขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางนั้นของเขา เธอจึงก้มหน้าลงโดยไม่รู้ตัว “ใคร… ใครโกงกัน!”

“ให้ท่านพี่รัชทายาทมาตัดสินให้พวกเรา!”

มู่จวินฝานซึ่งกำลังขี่ม้าอยู่ด้านข้างนิ่งฟังสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยท่าทีครุ่นคิด

“ท่านพี่รัชทายาท…” มู่ไป๋ไป่เอื้อมมือไปดึงแขนเสื้อของพี่ชายคนโตของพลางขยิบตาให้เขา

ท่านพี่คนนี้รักเธอมาก!

เขาจะช่วยเธอได้อย่างแน่นอน!

มู่จวินฝานพยักหน้าให้ความมั่นใจกับน้องสาว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า “การแข่งขันในครั้งนี้ไป๋ไป่พ่ายแพ้จริง ๆ”

เด็กหญิงรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางหัว เธอได้แต่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

เขาไม่ได้รักเธอมากที่สุดหรอกหรือ?

ทำไมพี่ชายของเธอถึงช่วยเจ้าสัตว์ประหลาด แต่ไม่ยอมช่วยเธอ?

“ไป๋ไป่ เจ้าไม่ได้ขอให้หยุดม้าในตอนที่เอ่ยกติกากับเสด็จอา ดังนั้นเจ้าจะต้องยอมรับผลกระทบจากภายนอกนี้ให้ได้”

“ดังนั้นผลการแข่งขันในครั้งนี้จึงเป็นเอกฉันท์”

หลังจากที่มู่จวินฝานพูดจบ เขาก็เอื้อมมือออกไปลูกหัวเล็ก ๆ ของเด็กน้อยพลางถอนหายใจเบา ๆ “เจ้าเองก็เหมือนกัน เจ้าจะต้องทำสิ่งที่รับปากเสด็จอาเอาไว้ให้ได้”

คำตัดสินของผู้เป็นพี่ชายทำให้มู่ไป๋ไป่ทำหน้าเหมือนกำลังจะร้องไห้ ถ้าเธอรู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้ เธอคงไม่เดิมพันกับเจ้าสัตว์ประหลาด!

“องค์หญิงหก วันนี้ข้าขอฝากท้องไว้กับเจ้าด้วย” เซียวถังอี้รู้สึกพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็นสีหน้าที่กำลังร้องไห้แต่ไร้น้ำตาของเจ้าตัวเล็ก “สำหรับมื้อเย็น รบกวนองค์หญิงหกช่วยเตรียมอาหาร 10 อย่าง น้ำแกง 1 อย่างให้ข้าด้วย มันคงจะไม่มากเกินไปใช่หรือไม่?”

“อะไรนะ?!” มู่ไป๋ไป่แทบจะเด้งตัวยืนบนหลังม้า “อาหาร 10 อย่างกับน้ำแกง 1 อย่าง นี่ท่านเป็นหมูหรืออย่างไร?”

“ไป๋ไป่!” มู่จวินฝานกระซิบดุน้องสาว “อย่าพูดกับเสด็จอาเช่นนั้น!”

โดยปกติแล้วเขาไม่สนใจว่ามู่ไป๋ไป่จะปฏิบัติตนอย่างไรต่อหน้าเขา แต่เสด็จอานั้นแตกต่างออกไป แม้แต่เสด็จพ่อก็ยังต้องไว้หน้าเสด็จอา แล้วนับประสาอะไรกับองค์หญิงและองค์ชายอย่างเช่นพวกเขา

“ท่านพี่รัชทายาท เขารังแกข้า!” ใบหน้าของมู่ไป๋ไป่เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ “เขาจะกินอาหาร 10 อย่างกับน้ำแกง 1 อย่างคนเดียวได้อย่างไร เขาจงใจแกล้งข้า!”

“ฮือออ ๆๆ ข้าจะไปฟ้องท่านพ่อ!”

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นและส่งเสียงร้องโหยหวนดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งเสียงร้องที่ดังสนั่นของเธอก็ทำให้ทุกคนตกตะลึง

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: โอ๊ย ตลกไป๋ไป่ 5555555 คนอะไรคิดเกมแข่งขันเองแล้วทำให้ตัวเองแพ้

จบบทที่ บทที่ 185: เขาจงใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว