เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 178: ชำระบัญชี

บทที่ 178: ชำระบัญชี

บทที่ 178: ชำระบัญชี


“พี่รอง?” มู่ไป๋ไป่ตัวแข็งทื่อไปทันที เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายแปลกหน้าคนนี้จะกลายเป็นพี่รองของเธอ

เมื่อมู่จวินเซิ่งเห็นท่าทางของน้องสาวตัวน้อย เขาก็รู้สึกขัดเขินขณะเกาปลายจมูกของตัวเองเบา ๆ ก่อนจะยิ้มให้นาง

“...” คนตัวเล็กได้แต่ยืนนิ่ง

“พี่รองของเจ้าถูกส่งไปฝึกอยู่ที่ชายแดนตั้งแต่ยังเด็ก ดังนั้นเจ้าจึงไม่เคยพบเขาเลยตั้งแต่เจ้าเกิดมา” มู่จวินฝานอธิบายให้มู่ไป๋ไป่ฟัง

พอพูดถึงเรื่องนี้ เด็กหนุ่มก็นึกถึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้ และเลิกคิ้วถามน้องชายคนรอง “จวินเซิ่ง ในตอนนี้เจ้าควรอยู่ที่ชายแดนไม่ใช่หรือ ทำไมเจ้าถึงมาปรากฏตัวที่เมืองชิงหยาง?”

“ที่ชายแดนเกิดอะไรขึ้นหรือ?”

คำถามของผู้เป็นพี่ชายทำให้รอยยิ้มที่มุมปากของมู่จวินเซิ่งแข็งทื่อ ตอนที่เขากำลังจะตอบ เขาก็เห็นอีกคนรีบวิ่งออกมาจากโรงเตี๊ยม

“พี่ฉิน!” เด็กหนุ่มคนนั้นอยู่ในสภาพซีดเซียว ดวงตาแดงก่ำ เขาดูเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน ขณะนี้เขากำลังกอดมู่จวินเซิ่งพลางสะอื้นไห้ “พี่ฉิน ท่านรู้แล้วใช่หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านพ่อของข้า ท่านจึงรีบกลับมาเช่นนี้”

“นายท่านจิน?” ฝ่ายที่ได้ยินรู้สึกตกตะลึง เขาไม่มีเวลาอธิบายเหตุผลที่ตนมาอยู่ที่นี่ให้มู่จวินฝานฟัง แล้วหันไปถามสหายอย่างจริงจังว่าเกิดอะไรขึ้น

จินซือหยางตัวสั่นไปทั้งร่างเมื่อเขาพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในจวนตระกูลจินเมื่อคืนนี้ “เมื่อคืนเพื่อช่วยชีวิตทุกคนเอาไว้ พ่อของข้ายอมตายไปพร้อมกับคนที่ถูกวางยาพิษ”

“ตอนที่ข้าพาแม่กับซือซือออกมา ไฟก็ได้ลามออกมาถึงลานด้านหน้าแล้ว ทำให้ไม่มีทางเข้าไปได้อีก”

ไฟได้โหมกระหน่ำอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งรุ่งสาง และเปลวเพลิงได้ผลาญจวนตระกูลจินไปจนเกือบสิ้น

จินซือหยางมีอายุพอ ๆ กับมู่จวินเซิ่ง แต่จู่ ๆ ครอบครัวของเขาก็เกิดเรื่องจนทำให้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เขาอาจจะยังสามารถรักษาท่าทีสงบต่อหน้าแม่และน้องสาวของเขาได้

แต่ทันทีที่เขาได้พบหน้าสหาย เขากลับไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไป

มู่ไป๋ไป่ที่ได้ยินดังนั้นก็ไม่คาดคิดว่าหลังจากที่เธอถูกลักพาตัวไป จะมีเรื่องใหญ่เช่นนี้เกิดขึ้นในจวนตระกูลจิน

“ซือหยาง หักอกหักใจเสีย” มู่จวินเซิ่งตบไหล่ปลอบอีกฝ่ายเสียงขรึม “ข้ามีเบาะแสเกี่ยวกับคนที่วางยาพิษคนในตระกูลจินแล้ว ข้าจะไม่มีวันยอมให้พ่อท่านตายตาไม่หลับ”

“ไป๋ไป่ เจ้ากลับไปพักที่ห้องของเจ้าก่อนเถอะ” มู่จวินฝานอุ้มมู่ไป๋ไป่เข้าไปในโรงเตี๊ยม “หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเจ้าคงเหนื่อยมาก”

“กลับห้องไปพักก่อนเถอะ ถ้ามีเรื่องอะไรเอาไว้เราค่อยคุยกันหลังจากเจ้าตื่น”

เมื่อพี่ชายคนโตพูดเช่นนี้ เด็กหญิงก็รู้สึกง่วงขึ้นมาจึงพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

หลังจากมู่ไป๋ไป่เปลี่ยนเสื้อผ้าและล้มตัวนอนบนเตียงแล้ว เธอก็เพิ่งนึกออกว่าดูเหมือนในห้องโถงจะมีคนหายไป 2 คน

อวี้เซิ่งกับเจ้าสัตว์ประหลาดหายไปไหน?

ทว่าอาการง่วงนอนก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มู่ไป๋ไป่จะนึกคำตอบออก สติของเธอก็เลือนรางหายไป

ในอีกห้องหนึ่ง

มู่จวินฝานยกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ ในขณะที่มู่จวินเซิ่งยืนอยู่ต่อหน้าเขาด้วยท่าทีประหม่า

ตอนที่อยู่ชั้นล่าง พี่น้องทั้ง 2 ได้รำลึกความหลังกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว และบัดนี้ก็ถึงเวลาชำระบัญชี

“น้องรอง เจ้าไปพบกับนักดาบหิรัณย์ได้อย่างไร?” มู่จวินฝานพูดขึ้นช้า ๆ หลังจากดื่มชาไปได้ 2 ถ้วย

มู่จวินเซิ่งเป็นคนใจร้อนมาตั้งแต่เด็ก ถ้าเป็นคนอื่น เขาคงจะเบือนหน้าหนีไปอย่างหมดความอดทน แต่คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้คือพี่ชายคนโต

เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่เขารู้สึกกลัวมู่จวินฝานมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กแล้ว

แน่นอนว่าทุกคนต่างยกย่องพี่ชายคนนี้ว่าเป็นสุภาพบุรุษที่ถ่อมตัวเสมอ

“อะแฮ่ม ข้าบังเอิญช่วยเขาไว้ครั้งหนึ่ง…” มู่จวินเซิ่งไอแห้ง ๆ ในลำคอและเล่าถึงเรื่องราวที่ทำให้พวกเขารู้จักกัน “บางครั้งข้าก็จะเดินทางมาที่เมืองชิงหยางเพื่อซื้อของ จึงได้มีโอกาสออกมาจากค่ายทหารบ่อยครั้ง”

องค์รัชทายาทพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อพูด “คนที่ลักพาตัวไป๋ไป่เป็นคนของหนานซวนใช่หรือไม่?”

“น่าจะใช่พ่ะย่ะค่ะ” เมื่อพูดถึงเรื่องสำคัญ สีหน้าของมู่จวินเซิ่งก็เปลี่ยนกลับมาเป็นจริงจังอีกครั้ง “หัวหน้าของคนกลุ่มนั้นสวมหน้ากากเอาไว้ ข้าไม่เห็นว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร”

“แต่ข้าได้ยินสำเนียงการพูดของพวกเขามันฟังดูค่อนข้างแปลกหู เหมือนกับสำเนียงของชาวหนานซวน”

คำตอบนั้นทำให้มีแสงเย็นวูบผ่านดวงตาของมู่จวินฝาน

เหตุใดคนของแคว้นหนานซวนจึงวางยาพิษคนในจวนตระกูลจิน และเหตุใดพวกเขาจึงลักพาตัวไป๋ไป่ไป?

หรือว่าพวกเขารู้ตัวตนของไป๋ไป่แล้ว?

“พี่ใหญ่” มู่จวินเซิ่งเม้มปากแน่นคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง “ทำไมท่านกับไป๋ไป่ถึงมาที่เมืองชิงหยางในครั้งนี้?”

หนุ่มอยู่ที่ชายแดนมาตลอด เขาจึงรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงน้อยมาก

นอกจากนี้มู่เทียนฉงก็ไม่ได้เปิดเผยเรื่องเกี่ยวกับการจับตัวสายลับของแคว้นหนานซวนในเมืองหลวงได้ ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางรู้ข่าวเรื่องนี้

มู่จวินฝานเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายให้เต็มตา ในขณะที่กล่าวว่า “น้องรอง ก่อนที่ข้าจะตอบคำถามของเจ้า เจ้าตอบข้าตามความจริงมาก่อน”

“หา?” มู่จวินเซิ่งตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับ “พี่ใหญ่เชิญถามมาได้เลย ข้าจะบอกท่านทุกอย่างที่ข้ารู้อย่างแน่นอน”

เนื่องจากเขายืนอยู่ที่นี่แล้ว เขาจึงไม่ได้คิดที่จะปิดบังอะไรกับพี่ชาย

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังรู้ด้วยว่าตนไม่สามารถเก็บซ่อนความลับจากคนตรงหน้าได้เลย

“ที่ชายแดนมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือไม่?” มู่จวินฝานถามเสียงขรึม “ข้าได้ยินมาว่าทุกวันนี้แคว้นหนานซวนมาก่อเรื่องที่ชายแดนอยู่บ่อยครั้ง แต่แม่ทัพจ้าวไม่ได้รายงานเรื่องนี้ขึ้นไป”

“เพราะอะไรหรือ?”

มู่จวินเซิ่งไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะพูดถึงเรื่องชายแดนทันทีที่เจ้าตัวเอ่ยปาก มันทำให้เขาอิหลักอิเหลื่ออยู่ครู่หนึ่ง

เขาสามารถบอกมู่จวินฝานเกี่ยวกับเรื่องอื่นได้โดยไม่ลังเล

แต่เรื่องทางการทหาร หากไม่มีคำสั่งของแม่ทัพ เขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลพวกนี้แก่บุคคลภายนอก ต่อให้บุคคลนั้นจะเป็นพี่ชายคนโตของเขาก็ตาม

และแม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็นรัชทายาทองค์ปัจจุบันก็ตามเช่นกัน

มู่จวินเซิ่งกัดฟันแน่น ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่ง โดยเอามือจับดาบไว้ “พี่ใหญ่ ในฐานะทหารภายใต้สังกัดของแม่ทัพจ้าว ข้าต้องเชื่อฟังคำสั่งทหาร”

“ข้าไม่มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ชายแดน”

มู่จวินฝานหรี่ตาลงมองคนตรงหน้า แล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ

นั่นทำให้มู่จวินเซิ่งยิ่งก้มหน้าลงต่ำ เขาไม่กล้ามองสีหน้าของพี่ชายคนโต พลางคิดว่าในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เขาก็จะถูกอีกฝ่ายลงโทษเพียงเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เขาถูกเลี้ยงดูมาท่ามกลางสมรภูมิรบที่ชายแดน มันทำให้หนังของเขาด้านหนาไปหมดแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่กลัวการถูกโบย

“ข้าเข้าใจแล้ว” องค์รัชทายาทวางถ้วยชาในมือลงขณะพยักหน้าเบา ๆ “เจ้าลุกขึ้นเถอะ”

คราวนี้กลายเป็นมู่จวินเซิ่งที่ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามู่จวินฝานจะไม่ได้ตั้งคำถามเพิ่มเติมหรือลงโทษเขา

“ทำไมเจ้ามองข้าเช่นนั้น?” ผู้เป็นพี่ชายรู้สึกขบขันกับท่าทางตกตะลึงของน้องชาย “ในสายตาของเจ้า ข้าเป็นคนไร้เหตุผลขนาดนั้นเลยหรือ?”

มู่จวินเซิ่งรีบส่ายหัวปฏิเสธ “ไม่…”

มู่จวินฝานไม่ได้ไร้เหตุผล

แต่จากความเข้าใจของตนที่มีต่อพี่ชาย ถ้าอีกฝ่ายอยากจะรู้อะไร เขาจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แน่นอน

พอมู่จวินฝานเห็นน้องชายคนร้องทำหน้าสงสัย เขาก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ตอนนี้เจ้าเป็นทหารของแม่ทัพจ้าวแล้ว จึงมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง เป็นเรื่องปกติที่ข้าจะไม่บังคับเจ้า”

“นอกจากนี้ข้ากำลังจะมุ่งหน้าไปที่ชายแดน”

“ไม่ว่าเจ้าจะพูดหรือไม่ก็ตาม มันก็ต่างกันเพียงแค่การรู้เรื่องก่อนและรู้ทีหลังเท่านั้น”

“พี่ใหญ่ ท่านจะไปที่ชายแดนหรือ?!” ดวงตาของมู่จวินเซิ่งเบิกกว้างด้วยความตกใจ “ทำไมล่ะ เสด็จพ่อสั่งให้ท่านมาหรือ?!”

“ท่านต้องการตรวจสอบแม่ทัพจ้าวใช่หรือไม่?”

“ถูกต้อง เสด็จพ่อส่งข้ามา” มู่จวินฝานพยักหน้า “แต่จะต้องตรวจสอบแม่ทัพจ้าวหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเขามีความสัมพันธ์ไม่เหมาะสมกับแคว้นหนานซวนหรือไม่”

คำพูดขององค์รัชทายาทฟังดูซับซ้อนมากจนมู่จวินเซิ่งใช้เวลานานกว่าจะรู้ว่าเขาต้องการจะบอกอะไร

“เสด็จพ่อกำลังสงสัยว่าแม่ทัพจ้าวร่วมมือกับแคว้นหนานซวนอย่างนั้นหรือ?” สีหน้าของเด็กหนุ่มเปลี่ยนไป “เป็นไปไม่ได้! เรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน!”

--------------------------------------------------

ฮัลโหล ๆ ไหนใครรอ E-Book ไป๋ไป่กันอยู่บ้าง เล่ม 8 จะวางขายวันที่ 18 ก.พ.นี้น้า นักอ่านสามารถเข้าไปจับจองกันได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลยจ้า

MEB: https://shorturl.asia/obmwv

จบบทที่ บทที่ 178: ชำระบัญชี

คัดลอกลิงก์แล้ว