เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 169: เขาเป็นเสด็จอาหรือ?

บทที่ 169: เขาเป็นเสด็จอาหรือ?

บทที่ 169: เขาเป็นเสด็จอาหรือ?


ทีแรกจินซือหยางไม่ทันได้สนใจเซียวถังอี้ แขกที่ไม่ได้รับเชิญที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมา เขาคิดว่าชายคนนี้อาจเป็นเหมือนอวี้เซิ่งที่เป็นเพียงคนรับใช้ของมู่จวินฝาน เขาจึงแสดงท่าทีสุภาพต่ออีกฝ่าย

อวี้เซิ่งกับเซียวถังอี้ไม่ตอบ พวกเขาเหลือบตามององค์รัชทายาทโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

“คุณชายจิน นี่คือคนในครอบครัวของข้า…” มู่จวินฝานเหลือบมองเด็กหนุ่มที่สวมหน้ากากสีเงินแล้วชะงักไปชั่วคราว “ท่านอา”

ท่านอา?

มู่ไป๋ไป่กะพริบตาปริบ ๆ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย

“เขาเดินทางมาที่นี่เพื่อร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของนักดาบหิรัณย์โดยเฉพาะ ท่านให้เขาพักสักพักก่อนแล้วค่อยไปอธิบายให้นายท่านจินฟังได้หรือไม่?”

ทางด้านจินซือหยางเป็นฝ่ายร้องขอให้คนอื่นทำตามตน แน่นอนว่าเขาไม่อาจบังคับฝ่ายตรงข้ามได้ พอมู่จวินฝานพูดเช่นนี้ เขาก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที และยังได้สั่งคนไปทำความสะอาดเรือนรับรองเพื่อให้พวกเขาทั้งครอบครัวได้ไปพักผ่อนกันก่อน

ทันทีที่สมาชิกในตระกูลจินแยกย้ายไป มู่จวินฝานก็ทักทายเซียวถังอี้ด้วยท่าทางเคารพว่า “จวินฝานถวายบังคมเสด็จอา”

“ไม่ต้องมากพิธี” เด็กหนุ่มโบกมือให้อีกฝ่าย “เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ชอบพิธีการอะไรพวกนี้ ตอนนี้เราอยู่ข้างนอกแล้ว ดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้”

องค์รัชทายาทที่ได้ยินเช่นนี้ก็เผยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะลากน้องสาวที่มีสีหน้างุนงงมาด้านหน้า “ไป๋ไป่ เสด็จอาช่วยชีวิตเจ้าไหวเมื่อกี้นี้ ทำไมเจ้าถึงไม่ขอบคุณเสด็จอาล่ะ?”

มู่ไป๋ไป่ใช้ดวงตากลมโตมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเหลือเชื่อ “เสด็จอา?”

เจ้าสัตว์ประหลาดคนนี้เป็นท่านอาของเธอหรือ?

ตลกแล้ว!

“ใช่แล้ว” มู่จวินฝานคิดว่ามู่ไป๋ไป่ไม่รู้จักเซียวถังอี้ ดังนั้นเขาจึงอธิบายให้อีกฝ่ายฟังว่า “เสด็จอาทัศนาจรอยู่ในยุทธภพตลอดหลายปีที่ผ่านมา พระองค์ไม่ค่อยได้กลับวังหลวง ดังนั้นเจ้าจึงไม่เคยได้พบหน้าพระองค์”

“...”

“เจ้าตัวเล็ก” เด็กหนุ่มที่เห็นท่าทางตกตะลึงของเด็กน้อยก็อดไม่ได้ที่จะหยอกล้อนาง “ทำไมเจ้าไม่ทักทายข้าล่ะ?”

“ถ้าอย่างนั้น…” มู่ไป๋ไป่สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วหันไปหาอวี้เซิ่ง “ท่านรู้จักเขาตั้งแต่แรกแล้วหรือ?”

ตอนที่อยู่วัดฮู่กั๋ว พวกเขาทั้ง 2 ออกไปสำมะเลเทเมาด้วยกันตลอดทั้งวัน ดังนั้นจึงทำให้เธอคิดว่ามือขวาของท่านพ่อไม่รู้จักตัวตนของเจ้าสัตว์ประหลาดมาก่อน

อวี้เซิ่งที่ได้ยินคำถามขององค์หญิงหกก็เกาปลายจมูกตัวเองก่อนจะทำเป็นชมนกชมไม้

มู่ไป๋ไป่หรี่ตาลองมองอีกฝ่ายพร้อมกับทำหน้ามุ่ย

เป็นไปตามที่เธอคาด!

“มีอะไรหรือ?” มู่จวินฝานสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติได้ในทันที “ไป๋ไป่กับเสด็จอารู้จักกันมาก่อนหรือ?”

“เรารู้จักกัน! ยิ่งกว่ารู้จักเสียอีก!” เด็กหญิงเม้มปากแน่น และคว้าแขนเสื้อของพี่ชายพลางเงยหน้ามองเขาก่อนจะเบะปากทำหน้าอยากจะร้องไห้ “ท่านพี่ เสด็จอารังแกข้า!”

พอพูดออกไปแล้วเธอก็ร้องไห้โฮ “ฮืออออ!”

เด็กน้อยร้องไห้หนักมากจนไม่มีใครสังเกตเห็นว่าการร้องไห้นั้นไม่มีน้ำตาไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว นอกจากเซียวถังอี้

มู่จวินฝานไม่เคยเห็นน้องสาวร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อน เขาจึงรู้สึกสับสนขึ้นมาทันที ก่อนจะจูงมือนางเข้าไปในห้องเพื่อปลอบนาง

“เกิดอะไรขึ้น? เจ้ามีข้อข้องใจอะไรก็บอกพี่ได้”

“เจ้ากับเสด็จอาเกิดความเข้าใจผิดอะไรกันหรือไม่?”

“ไป๋ไป่ อย่าร้องไห้สิ พี่พาเจ้าไปซื้อขนมที่เจ้าชอบดีหรือไม่?”

เด็กหนุ่มเอ่ยปลอบโยนน้องสาวเสียงเบา ในขณะที่มู่ไป๋ไป่ปล่อยโฮเพิ่มอีก 2-3 อึดใจ ทว่าเธอก็รู้สึกอับอายจนไม่กล้าแสดงต่อ เพราะถึงอย่างไรตอนนี้เธอก็บรรลุเป้าหมายแล้ว

เด็กหญิงยังคงเอามือปิดหน้า แต่หยุดเสียงสะอื้นลงและกระซิบว่า “เสด็จอาเป็นคนเลว!”

“ท่านพี่รัชทายาท ท่านจะอยู่เคียงข้างข้าหรือไม่?”

“แน่นอน” ยามนี้มู่จวินฝานไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี “พี่จะคอยอยู่เคียงข้างไป๋ไป่เสมอ แต่ไป๋ไป่ต้องบอกให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

ด้วยเหตุนี้มู่ไป๋ไป่จึงรีบของพี่ชายทันทีว่าเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นเคยทำอะไรกับเธอไว้บ้าง

“แม้ว่าเขาจะช่วยข้าเอาไว้หลายครั้ง แต่เขาก็ตีข้าด้วย!” คนตัวเล็กพูดพร้อมกับกำหมัดแน่น “ท่านพ่อยังเคยตีข้าเพียงครั้งเดียว แต่เขาตีข้าถึง 2 ครั้งแน่ะ!”

“แล้วเขาก็เพิ่งโยนข้าลงบนพื้นเมื่อกี้นี้เลย!”

“...”

ที่ด้านนอกเรือน เซียวถังอี้กับอวี้เซิ่งกำลังนั่งดื่มชาอยู่บนโต๊ะหิน

ขณะเดียวกัน หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักก็จ้องพวกเขาด้วยสีหน้าสงสัย

“พวกเจ้า 2 คนกำลังมองอะไร?” อวี้เซิ่งทนไม่ได้ที่ถูกเด็ก 2 คนนี้จ้องตาไม่กะพริบ ดังนั้นเขาจึงอดพูดออกไปไม่ได้ว่า “มีอะไรก็ถามออกมาตามตรงได้”

หลัวเซียวเซียวเม้มปากพลางมองเซียวถังอี้เงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยถามว่า “นี่คือท่านอ๋องจริง ๆ หรือเจ้าคะ?”

“ไม่อย่างนั้นล่ะ?” อวี้เซิ่งส่ายหัวยิ้ม ๆ “ถึงแม้ว่าคนอื่นจะโกหกเจ้า แต่องค์รัชทายาทจะโกหกเจ้าหรือไม่?”

เด็กหญิงส่ายหัวอย่างรวดเร็ว แต่นางก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายที่ทำตัวสํามะเลเทเมากับอวี้เซิ่งตอนที่อยู่ในวัดฮู่กั๋วตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังไปช่วยเหลือพวกนางที่ศาลาหมื่นอสูรนั้นแท้จริงแล้วเป็นอ๋องแห่งแคว้นเป่ยหลง

มันน่าเหลือเชื่อมาก!

“ท่านคิดอย่างไรกับเรื่องกู่?” เซียวถังอี้แอบเหลือบมองไปที่ห้องด้านหลังและจู่ ๆ ก็ถามขึ้นมา

อวี้เซิ่งวางถ้วยชาลงแล้วส่ายหัวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องกู่มากนัก”

“ที่หนานเจียงมีราชาพิษที่ใช้กู่อยู่ มีคนบอกเล่ากันต่อ ๆ มาว่าเขาชอบทดสอบวิชากู่กับคนกลุ่มหนึ่ง” เด็กหนุ่มแตะปลายนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะพลางขมวดคิ้วครุ่นคิด “และกู่ที่เขาฝึกฝนนั้นก็มีความพิเศษมากเช่นกัน”

“ท่านสงสัยหรือว่ากู่ที่อยู่ในร่างของคนผู้นั้นมาจากราชาพิษแห่งหนานเจียง?” นักฆ่าหนุ่มถามพร้อมกับขมวดคิ้ว “แต่ข้าได้ยินมาว่าราชาพิษมีอายุมากกว่า 80 ปีแล้ว อีกทั้งหนานเจียงก็อยู่ห่างจากเมืองชิงหยางหลายพันลี้ ข้าคิดว่ามันไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องเดินทางไกลมาถึงที่นี่เพื่อทดสอบกู่ของตัวเอง”

“ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเลือกลงมือในวันเกิดของนักดาบหิรัณย์โดยเฉพาะ”

“ข้าไม่รู้” เซียวถังอี้ยักไหล่ “เราต้องทดสอบพิษคนผู้นั้นก่อนเพื่อที่เราจะได้รู้รายละเอียด”

อีกด้านหนึ่ง ณ ห้องโถงด้านในของตระกูลจิน

จินต้าเสียขมวดคิ้วมอง ‘สัตว์ประหลาด’ ที่ถูกจับมัดอยู่ตรงกลางห้องโถง

“ทุกคนในห้องครัวตายหมดแล้ว” จินซือหยางรายงานสถานการณ์ในเรือนหลังบ้านด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ร่างกายของผู้ตายมีรอยฟันน้อยใหญ่เต็มไปหมด ดังนั้นข้าจึงคาดว่าคนเหล่านั้นถูกกัดจนตาย”

ในเวลาเดียวกัน มู่จวินเซิ่งกำลังนั่งลงข้างสัตว์ประหลาดและใช้ด้ามกระบี่จิ้มอีกฝ่ายที่กำลังแสยะยิ้ม พอเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ตอบสนอง เขาก็ยื่นมือออกไปโบกต่อหน้ามัน

“เขาตายแล้วจริง ๆ” เด็กหนุ่มทำหน้าเคร่งขรึมเช่นกัน ในตอนที่ได้ยินเสียงวุ่นวายจากข้างนอก เขากับอวี้ฉีอยู่ในบริเวณลานฝึก

เมื่อทั้ง 2 ไปถึงห้องครัว พวกเขาก็พบเพียงศพนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น

อวี้ฉีบอกว่าตัวเขานั้นไม่สะดวกจะปรากฏตัวต่อหน้าคนอื่น ดังนั้นเขาจึงไปแจ้งข่าวให้กับจินซือหยางโดยตรง

ส่วนมู่จวินเซิ่งได้ไล่ตามสัตว์ประหลาดไปจนถึงเรือนของจินซือซือและบังเอิญเห็นนางผลักเด็กน้อยคนหนึ่งเข้าหาสัตว์ประหลาด

เดิมทีเขาคิดที่จะออกไปช่วยชีวิตเด็กคนนั้น แต่ก็มีใครบางคนก้าวนำหน้าเขาไปก้าวหนึ่ง

“ตายแล้ว แต่ยังเคลื่อนไหวได้” จินต้าเสียเดินเอามือไพล่หลังเข้ามามองสัตว์ประหลาดใกล้ ๆ “2 คนนั้นพูดถูก มีความเป็นไปได้ที่เขาจะถูกวางยาพิษ”

“ให้ตายเถอะ! ใครกล้ามาก่อความวุ่นวายในงานเลี้ยงวันเกิดของท่านพ่อ...” จินซือหยางตบโต๊ะด้วยความหงุดหงิด “ท่านพ่อ ปกติแล้วท่านเป็นคนมีน้ำใจและไม่เคยสร้างศัตรูกับใคร คนที่ก่อปัญหาในงานเลี้ยงของท่านเป็นใครกันแน่ ท่านมีอะไรปิดบังข้าหรือไม่?”

นักดาบหิรัณย์ไม่ตอบคำถามของลูกชาย

“ซือหยาง สิ่งสำคัญตอนนี้ไม่ใช่การค้นหาจุดประสงค์ของคนที่วางยาพิษ” มู่จวินเซิ่งเตือนเสียงต่ำ “แต่เพื่อตรวจสอบว่ามีคนอื่นในจวนถูกวางยาพิษอีกหรือไม่”

“ชายคนนี้อยู่ในห้องครัว ตอนที่เขาถูกพิษในวันนี้ เขาได้สังหารคนเป็นหลาย 10 คนแล้ว”

“ท่านลองคิดดูสิ ถ้าเขาอยู่ที่ห้องโถงด้านหน้ามันจะเป็นอย่างไร?”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: พอน้องได้รู้ตัวตัวที่แท้จริงของคุณชายเซียวก็ฟ้องพี่เลยนะ แสบจริง ๆ 55555 น้องตบตาคนอื่นได้ แต่ตบตาคุณชายเซียวบ่าได้เด้อ

จบบทที่ บทที่ 169: เขาเป็นเสด็จอาหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว