เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 164: สั่งสมบุญกุศลด้วยการเลี้ยงอาหารคนจน

บทที่ 164: สั่งสมบุญกุศลด้วยการเลี้ยงอาหารคนจน

บทที่ 164: สั่งสมบุญกุศลด้วยการเลี้ยงอาหารคนจน


“ฮึ เราจะสามารถสั่งสมบุญกุศลด้วยการเลี้ยงอาหารคนจนพวกนั้นได้ด้วยหรือ? ข้าไม่เชื่อหรอก” จินซือซือกอดอกเหลือบมองผู้คนที่มายืนเรียงแถวรอรับโจ๊ก ก่อนจะแค่นเสียงในลำคอด้วยท่าทางรังเกียจ

ทางด้านสาวใช้ที่อยู่ด้านข้างไม่กล้าพูดอะไร นางจึงทำเพียงแค่ปิดปากก้มหน้าเงียบ

“อย่างไรก็เถอะ เจ้ารู้หรือไม่ว่าพี่จวินเซิ่งกลับมาเมื่อไหร่?” เมื่อคืนเด็กสาวรอมู่จวินเซิ่งอยู่นาน แต่ก็ไม่มีวี่แววของเขาเลย

“พวกเราไม่อาจทราบได้เจ้าค่ะ” สาวใช้ตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “คุณชายฉินมีวรยุทธสูงส่ง เขาสามารถไปมาโดยไร้ร่องรอย…”

“เฮอะ แน่นอนสิ พี่จวินเซิ่งของข้าเก่งกาจยิ่งนัก!” จินซือซือเชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจ ราวกับว่าสาวใช้คนนั้นไม่ได้เอ่ยปากชมเด็กหนุ่มแต่เป็นนางเอง “ข้าจะต้องแต่งงานกับพี่จวินเซิ่ง เจ้านี่มันโง่เขลายิ่งนัก ถ้าวันนี้เจ้าไม่สามารถตามหาพี่จวินเซิ่งมาให้ข้าได้ก็ไปเอาแส้มาโบยตัวเองซะ!”

ในตระกูลจินมีกฎครอบครัวอยู่ หากคนรับใช้ทำผิดจะถูกเฆี่ยนตีตามกฎ

สาวใช้คนนั้นจึงตัวสั่นสะท้านเมื่อได้ยินคำพูดของผู้เป็นนาย นางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องทำตามที่อีกฝ่ายพูดขณะคอยสังเกตคุณชายฉินอยู่ตลอด

ในตอนที่มู่ไป๋ไป่ตามผู้เป็นพี่ชายไปที่จวนตระกูลจิน คนที่มาต่อแถวรับโจ๊กก็ยาวเป็นหางว่าว และจากระยะไกลเธอก็เห็นจินซือหยางแจกจ่ายโจ๊กในสภาพที่มีเหงื่อโทรมกาย

“แม้ว่านักดาบหิรัณย์คนนี้จะเป็นจอมยุทธ์ แต่เขาก็มีจิตใจดีทีเดียว” มู่จวินฝานพูดพร้อมกับพยักหน้าเบา ๆ “ช่างเป็นคนดีจริง ๆ”

เดิมทีมู่ไป๋ไป่ค่อนข้างอยากรู้ว่าจอมยุทธ์หัวรุนแรงจะเลี้ยงลูกชายที่ดูซื่อบื้ออย่างจินซือหยางได้อย่างไร

แต่ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว

แม้นนักดาบหิรัณย์จะมีอายุ 50 ปีแล้ว ถึงกระนั้นเขาก็ยังแข็งแรงมากและมีท่าทางน่าเกรงขาม มองเพียงชั่วอึดใจแรกก็บอกได้ว่าเขาเป็นคนที่เที่ยงธรรมและกล้าหาญ

“ท่านพ่อ! 2 คนนี้คือคนที่ข้าเล่าให้ท่านฟังเมื่อวันก่อน” จินซือหยางเห็นมู่จวินฝานกับมู่ไป๋ไป่ก่อน เขาจึงรีบแนะนำแขกทั้ง 2 ให้บิดารู้จัก “นี่คือพี่น้องตระกูลเซียว”

นักดาบหิรัณย์เองก็เป็นคนที่อัธยาศัยดีมากเช่นกัน เขายิ้มและก้าวเข้าไปกอด 2 พี่น้องพร้อมกับกล่าวทักทายว่า “เจ้า 2 คนนี่เอง ข้าได้ยินมาว่าเราทำให้พวกเจ้าต้องพบเจอเรื่องไม่ดีในเมืองชิงหยางเมื่อไม่กี่วันก่อน”

“ข้าต้องขออภัยพวกเจ้าด้วย”

“ทำไมท่านถึงต้องขอโทษพวกเราด้วย?” มู่ไป๋ไป่เอียงหัวถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ “ท่านเป็นขุนนางฝ่ายปกครองในเมืองชิงหยางหรือเจ้าคะ?”

นักดาบหิรัณย์ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า “เด็กน้อยคนนี้หน้าตาน่าเอ็นดูยิ่งนัก ข้าไม่ใช่ขุนนางในเมืองชิงหยาง แต่เจ้าเจ็ดที่คุกคามพวกเจ้าทั้ง 2 ในวันนั้นมาที่นี่ก็เพราะข้า”

หากมองเช่นนี้แล้ว ข้าก็ควรจะขอโทษพวกเจ้าทั้ง 2”

เด็กหญิงเลิกคิ้วขึ้นเงียบ ๆ ในขณะที่คิดว่าผู้ชายคนนี้ดูเหมือนวีรบุรุษที่เป็นคนตรงไปตรงมาในนิยายมากจริง ๆ

“คุณชายเซียว คุณหนูเซียวเชิญเข้าไปด้านในเถอะ แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันเกิดของข้า แต่ข้าก็แค่อยากหาเหตุผลจัดงานรื่นเริงให้ทุกคนได้มาร่วมสนุกกัน”

“หลังจากวันนี้ ข้าก็จะถอนตัวออกจากยุทธภพและจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในยุทธภพอีกต่อไป”

มู่จวินฝานได้หันไปกระซิบบอกองครักษ์ที่อยู่ด้านข้างให้มอบของขวัญอวยพรแก่อีกฝ่าย จากนั้นเขาก็กล่าวคำอวยพรให้กับนักดาบหิรัณย์ ก่อนที่เขาจะพามู่ไป๋ไป่เดินเข้าไปในจวนตระกูลจิน

ขณะเดียวกัน ทางด้านอวี้เซิ่งเดินตาม 2 พี่น้องมาติด ๆ เขากวาดตามองไปรอบ ๆ พร้อมกับความปรารถนาอันแรงกล้าที่ซ่อนอยู่ในนั้น

“เชิญคุณชายและคุณหนูมาดื่มชาที่ลานบ้านกันก่อน” จินซือหยางให้การต้อนรับขับสู้แขกทั้ง 2 เป็นอย่างดี พร้อมกับคอยพูดคุยแนะนำส่วนต่าง ๆ มาตลอดทาง “น้องเซียว ข้ามีน้องสาวอยู่คนหนึ่งที่อายุใกล้เคียงกับเจ้า ข้าจะให้นางมาอยู่เป็นเพื่อนเจ้าดีหรือไม่?”

มู่ไป๋ไป่ไม่ได้คิดอยากเล่นกับคนอื่น แต่เมื่อนึกถึงจุดประสงค์ที่เธอมาที่นี่ในวันนี้ เธอจึงพยักหน้ารับเบา ๆ

ในเวลาเดียวกัน จินซือซือรู้สึกลังเลเล็กน้อยในตอนที่ถูกเรียกตัวไป เมื่อนางเห็นเด็กผู้หญิงที่เหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบนั่งอยู่ที่ลานหน้าบ้าน นางก็รู้สึกโมโหขึ้นมาทันที

วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านพ่อของนาง คนที่โดดเด่นที่สุดควรจะเป็นนางที่เป็นถึงแก้วตาดวงใจของคนในตระกูลไม่ใช่หรือ?

ทว่าตอนนี้กลับมีเด็กหน้าตาน่าเอ็นดูคนหนึ่งมานั่งอยู่ภายในงาน มันหมายความว่าอย่างไร?

“ท่านพี่ นางเป็นใคร?!” จินซือซือจ้องมู่ไป๋ไป่ด้วยสายตาเกลียดชัง “ทำไมข้าไม่เคยเห็นนางมาก่อน? คนผู้นี้เสนอหน้ามาร่วมงานโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่?”

“ซือซือ! เจ้ากำลังพูดอะไรน่ะ?” จินซือหยางรู้สึกเสียหน้าและยิ้มแหย ๆ ให้กับมู่จวินฝานและมู่ไป๋ไป่ “น้องสาวข้าถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก จึงทำให้เสียคนเช่นนี้ แต่นางเป็นเด็กที่มีจิตใจดี”

มู่ไป๋ไป่สัมผัสได้ถึงความเป็นศัตรูจากจินซือซือตั้งแต่แรกพบ พอเห็นว่าอีกฝ่ายรู้สึกไม่พอใจมากยิ่งขึ้น เธอก็ยิ่งอยากจะหัวเราะ

นี่ไม่ใช่บุคลิกเดียวกับมู่เชียน องค์หญิงใหญ่ของเธอหรอกหรือ?

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” คนตัวเล็กทำหน้าไร้เดียงสาขณะพูดออกมาอย่างเชื่อฟัง “ข้าไม่ถือสาพี่สาว”

ปกติเธอเป็นคนหน้าตาดีอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้เธอทำตัวน่ารักมาก เช่นนี้มันจะไม่ทำให้หัวใจของคนอื่นละลายได้อย่างไร?

คงมีเพียงอวี้เซิ่งที่อยู่ด้านหลังและเซียวถังอี้ที่หลบอยู่บนหลังคาเท่านั้นที่ยังคงรักษาสีหน้าไร้ความรู้สึกเอาไว้ได้

พวกเขาทั้ง 2 เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเจ้าตัวเล็กมาแล้ว นางเพียงแค่แสร้งทำเป็นเชื่อฟัง แต่ในความเป็นจริงนั้นนางซุกซนยิ่งกว่าที่เห็นเสียอีก

“น้องเซียวเก่งมาก” จินซือหยางมองมู่ไป๋ไป่ด้วยความรู้สึกอิจฉา เนื่องจากเขาเองก็อยากมีน้องสาวที่น่ารักแบบนี้เช่นกัน

“นี่เจ้ากล้าเมินข้าอย่างนั้นหรือ!?” จินซือซือโกรธจนเนื้อเต้น “ที่นี่คือบ้านของข้า! ควรเป็นข้าต่างหากที่ไม่สนใจเจ้า”

“ท่านพี่! ข้าไม่ชอบนาง รีบไล่นางออกไปเร็วเข้า!”

เด็กสาวกล่าวในขณะที่เอื้อมมือออกไปหมายจะผลักมู่ไป๋ไป่

มู่จวินฝานที่ยืนเงียบ ๆ อยู่ด้านข้างมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา ในขณะที่เขากำลังจะลงมือ เขาก็บังเอิญเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของน้องสาว จากนั้นนางก็เบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย

ทางด้านจินซือซือที่ไม่คิดว่าเด็กหญิงจะหลบก็ออกแรงโถมตัวไปด้านหน้าเต็มที่ ทำให้นางเสียการทรงตัวล้มลงกระแทกกับพื้น

“อุ๊ย!” มู่ไป๋ไป่แสร้งร้องเสียงดัง “พี่สาว ทำไมท่านถึงได้ล้มลงไปกองกับพื้นเช่นนั้นล่ะเจ้าคะ!”

“ท่านเจ็บหรือไม่?”

“ให้ข้าไปเรียกหมอให้ดีหรือไม่เจ้าคะ?”

ในที่สุดร่างกายที่ตึงเครียดของมู่จวินฝานก็ผ่อนคลายลง ก่อนที่เขาจะยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับคิดในใจว่าคนในตระกูลมู่ของเขาไม่มีทางยอมให้ใครมารังแกง่าย ๆ แน่

“เจ้า! นี่เจ้าจงใจ!” จินซือซือเงยหน้าขึ้นมองผู้คนรอบตัวแล้วรู้สึกอับอายขายขี้หน้า

“เจ้าจะมัวยืนบื้ออยู่ตรงนั้นทำไม รีบมาช่วยข้าสิ!”

“คอยดูเถอะ ข้าจะให้ท่านพ่อไล่พวกเจ้าออกไปเร่ร่อนอยู่ตามถนน!”

สาวใช้ตัวสั่นขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงตะคอกของผู้เป็นนายแล้วจึงรีบก้าวออกไปช่วยพยุงนางขึ้นจากพื้น

“คุณหนูจิน เหตุใดท่านถึงได้ใจร้ายกับสาวใช้ของท่านเช่นนี้เจ้าคะ?” หลัวเซียวเซียวที่อยู่ด้านข้างรู้สึกทนไม่ไหว นางคอยรับใช้มู่ไป๋ไป่มานาน แต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยปฏิบัติกับนางเช่นนั้นมาก่อน

“เจ้าเป็นใคร?” จินซือซือเหลือบมองเด็กหญิง “เจ้ามีสิทธิ์อะไรถึงมาพูดกับข้า?”

“ท่านพี่ ท่านเชิญใครมากันแน่?”

“วันนี้เป็นวันเกิดของท่านพ่อ ถ้าคนพวกนี้มาทำลายวันเกิดของท่านพ่อล่ะจะทำอย่างไร?”

“หุบปาก!” จินซือหยางเริ่มรู้สึกเสียใจที่เรียกน้องสาวออกมา ก่อนที่เขาจะหันไปสั่งสาวใช้ “รีบพาคุณหนูกลับเข้าไปในห้องซะ”

“ข้าไม่ไป!” จินซือซือดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง “ข้าอยากอยู่ที่นี่ ข้าจะจัดการนังเด็กคนนี้!”

มู่ไป๋ไป่ทำหน้าสับสนที่เห็นเด็กสาวชี้หน้าตน ซึ่งท่าทางนั้นยิ่งทำให้อีกฝ่ายกัดฟันแน่น

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ยังไม่รู้ตัวอี๊กว่าใครกันแน่ที่จะทำลายงานวันเกิดพ่อตัวเอง แค่เห็นหน้าน้องก็เกลียดกันขนาดนี้แล้วเหรอ อะไรจะขี้อิจฉาขนาดนั้นนนน

จบบทที่ บทที่ 164: สั่งสมบุญกุศลด้วยการเลี้ยงอาหารคนจน

คัดลอกลิงก์แล้ว