เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 157: เดินตามกลิ่นหอม

บทที่ 157: เดินตามกลิ่นหอม

บทที่ 157: เดินตามกลิ่นหอม


ภายในเวลา 2 เค่อ อาหาร 3 จานของมู่ไป๋ไป่ก็พร้อมขึ้นโต๊ะ

กลิ่นหอมของอาหารได้ดึงดูดลุงจางซึ่งแต่เดิมยืนขายน้ำแกงหวานอยู่ที่หน้าประตูร้าน

“โอ้โห คุณหนูทำทั้งหมดนี้ด้วยตัวเองหรือ?” ชายสูงวัยมองดูจานอาหารน่าอร่อย 3 จานบนโต๊ะพร้อมกับสูดปากเสียงดัง “คุณหนูช่างมีความสามารถจริง ๆ”

“ท่านอย่าได้ชมเกินไป นี่เป็นเพียงอาหารพื้น ๆ ที่ข้าทำกินเองที่บ้านเท่านั้น” มู่ไป๋ไป่รู้สึกขัดเขินเล็กน้อยกับคำชมของอีกฝ่าย “เถ้าแก่พ่าง ท่านลองชิมดูสิว่าอาหาร 3 อย่างของข้าพอจะแลกกับอาหาร 3 อย่างของท่านได้หรือไม่?”

ทางด้านเจ้าส้มที่กำลังแทะน่องไก่อยู่ด้านข้างสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วพูดว่า “มู่ไป๋ไป่ เจ้าช่วยทำของพวกนั้นให้ข้ากินบ้างได้หรือไม่?”

มันแทบจะอดตายอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่สามารถกินอาหารบางอย่างที่มนุษย์กินได้อยู่ดี

นั่นทำให้มันรู้สึกโมโหมาก!

เถ้าแก่ร้านผิงชางคว้าตะเกียบมาคีบหมูตุ๋นเข้าปาก ก่อนจะสัมผัสได้ถึงรสชาติที่นุ่มละมุนและกลิ่นหอมที่ตีขึ้นจมูกทันที

“นะ-นี่… นี่เป็นหมูตุ๋นที่อร่อยที่สุดที่ข้าเคยกินมา!” ดวงตาของชายร่างใหญ่เป็นประกาย “คุณหนู ท่านทำได้อย่างไร? ทำไมหมูตุ๋นของท่านถึงอร่อยขนาดนี้?”

เมื่อกี้เขาไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของเด็กหญิงมากนัก แต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเสียใจแล้ว

“อิอิ ท่านไม่ต้องกังวล ยังมีอีก 2 จานที่ท่านยังไม่ได้ลิ้มลอง” มู่ไป๋ไป่จงใจบอกว่ามันไม่ได้อร่อยขนาดนั้น “นี่คือหมูทอดราดน้ำแกงเปรี้ยวหวาน อาหารจานนี้มีรสหวานอมเปรี้ยว มันอร่อยมาก”

เถ้าแก่พ่างแทบรอไม่ไหวที่จะหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารเข้าปาก ไม่นานกลิ่นน้ำส้มสายชูก็ฟุ้งอยู่ในปาก เขาทำตาโตทันที จากนั้นรสหวานกลมกล่อมก็เข้ามากลบรสเปรี้ยว

ซึ่งรสชาติของมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นมาก

“สุดยอด! จานนี้สุดยอดไปเลย!” ผู้ที่ได้ชิมอาหารไม่อาจวางตะเกียบลงได้อีก พอเริ่มกินเนื้อจนเลี่ยน เขาก็ยกน้ำแกงเต้าหู้ขึ้นจิบเพื่อล้างปาก ในเวลาอันสั้นเนื้อจานใหญ่ 2 จานก็ถูกกินจนหมด

“หยุดก่อน!” ลุงจางที่อยู่ด้านข้างขยับตัวไม่เร็วเท่ากับเถ้าแก่พ่าง เมื่อเห็นว่าอาหารที่เหลือบนโต๊ะเกือบจะถูกอีกฝ่ายกวาดไปจนหมด เขาก็เริ่มวิตกกังวลขึ้นมา “เจ้าเหลือไว้ให้ข้าบ้างสิ!”

“จุ๊ ๆ ลุงจาง ทำไมท่านถึงต้องมาแย่งข้าด้วยล่ะ?” ชายร่างท้วมพยายามขวางจานอาหารเอาไว้ “หลังจากที่ข้าได้เรียนรู้วิธีทำอาหารจานนี้จากคุณหนูแล้ว ท่านก็จะได้กินมันทุกวันไม่ใช่หรือ ท่านให้ข้าจดจำรสชาติให้ขึ้นใจก่อนไม่ได้หรืออย่างไร?”

“มันจะไปเหมือนกันได้อย่างไร? รถมือของเจ้าย่อมแตกต่างจากของคนหนูอย่างแน่นอน” ชายสูงวัยยังไม่ยอมแพ้

ขณะที่พวกเขาทั้ง 2 โต้เถียงกันอยู่ในร้าน ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาข้างนอกประตูก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายและอดไม่ได้ที่จะเข้ามาถามอย่างสงสัย “พวกเจ้ากำลังทำอะไรอยู่น่ะ โอ้โห นั่นกลิ่นอะไรกัน?”

“เสี่ยวพ่าง เจ้ามีอาหารจานใหม่อย่างนั้นหรือ?”

“ข้าไม่เคยได้กลิ่นเช่นนี้มาก่อนเลย”

ตอนแรกมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เดินเข้ามา หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ มีคนมามุงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในไม่ช้าด้านหน้าประตูร้านอาหารก็เต็มไปด้วยผู้คน แล้วทุกคนก็เอ่ยปากถามเถ้าแก่ร้านผิงชางว่าหมูทอดราดน้ำแกงเปรี้ยวหวานที่ตั้งอยู่บนโต๊ะนั่นคืออะไร

เถ้าแก่พ่างไม่ได้เห็นลูกค้ามากมายขนาดนี้มาหลายเดือนแล้ว มันทำให้เขามึนงงอยู่พักใหญ่

มู่ไป๋ไป่ที่เห็นอีกฝ่ายยืนตัวแข็งทื่อจึงวางแผนที่จะช่วยเหลือเขา

ดังนั้นเธอจึงปีนขึ้นไปบนโต๊ะโดยมีหลัวเซียวเซียวคอยช่วยประคอง ก่อนจะกระแอมในลำคอแล้วพูดว่า “แขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย ดูนี่เสียก่อน”

“กลิ่นหอมที่พวกท่านได้กลิ่นอยู่ตอนนี้ก็คือหมูทอดราดน้ำแกงเปรี้ยวหวาน เป็นอาหารที่ถูกคิดค้นขึ้นมาใหม่จากร้านผิงชางของเรา อาหารจานนี้มีรสหวานอมเปรี้ยว เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย”

“ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เราจะนำมาให้พวกท่านได้ลิ้มลอง”

“เมื่อถึงเวลานั้นขอให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านมาช่วยสนับสนุนพวกเราด้วย!”

คนที่เข้ามาสอบถามส่วนใหญ่แล้วเป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียง พวกเขาฟังคำพูดของเด็กหญิงตัวน้อยก่อนจะหันไปกระซิบพูดคุยกันเบา ๆ

“กลิ่นของมันหอมมากทีเดียว แต่ใครจะไปรู้ว่าหลังจากกินเข้าไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น”

“จริงหรือ? เจ้าลืมเรื่องคราวที่แล้วไปแล้วหรืออย่างไร หลังจากมากินข้าวเย็นที่นี่ พอตกดึกก็ไปตายอยู่ที่บ้าน”

“ข้าไม่อยากตายกลางดึกเพียงเพราะกินอาหารมีพิษเข้าไปหรอกนะ”

ขณะเดียวกัน เถ้าแก่ร้านผิงชางมองไปยังฝูงชนที่กำลังกระซิบพูดคุยกันด้วยความโกรธ “อาหารของข้าไม่มีอะไรผิดปกติ! การตายของคนผู้นั้นไม่เกี่ยวข้องกับข้า!”

“คนของทางการบอกว่าผู้ชายคนนั้นตายเพราะถูกวางยาพิษ” มีคนหนึ่งพูดขัดขึ้นมา “แล้วชายคนนั้นก็มากินข้าวมื้อสุดท้ายที่นี่ ถ้าพิษไม่ได้อยู่ในอาหารของเจ้า แล้วมันจะมาจากไหน?”

“เพียงแค่เขากินอาหารมื้อสุดท้ายที่นี่ เจ้าก็คิดว่าข้าเป็นคนวางยาพิษเลยหรือ?” เถ้าแก่พ่างโกรธจนหน้าแดงก่ำ “คืนนั้นมีลูกค้ามาทานอาหารในร้านของข้าตั้งเยอะตั้งแยะ แล้วทำไมลูกค้าคนอื่น ๆ ถึงยังมีชีวิตอยู่ พวกเจ้าไม่คิดหรือว่าคนผู้นั้นมีอะไรผิดปกติ?”

“ใครจะรู้… ถ้าวันหนึ่งเจ้าจงใจวางยาพิษข้าขึ้นมา เช่นนี้เราไม่ตายเปล่าหรือ ข้าไม่กล้ากินข้าวร้านเจ้าหรอก ถ้าวันไหนข้าไปเผลอทำให้เจ้าโกรธเข้า เจ้าจะไม่ใส่ยาพิษในอาหารให้ข้ากินหรืออย่างไร?”

“ใครจะไม่สนใจชีวิตของตัวเองก็ช่างเถอะ แต่ข้ารักตัวกลัวตาย ดังนั้นข้าไปดีกว่า พวกเจ้าอยากจะอยู่ก็อยู่เถอะ”

หลังจากพูดจบชายคนนั้นก็รีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

คนอื่น ๆ เองก็มองหน้ากันและเตรียมจะแยกย้ายกันไป

“ช้าก่อน!” มู่ไป๋ไป่ขยิบตาให้ลุงจางที่ยืนอยู่ด้านข้างเพื่อส่งสัญญาณให้เขาปิดปากของเถ้าแก่พ่าง เพื่อให้เขาหยุดพูดก่อน

ถึงแม้ว่าร่างกายของเถ้าแก่พ่างจะดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ แต่เพียงแค่ลุงจางกดหน้าผากปิดปากเขาเอาไว้ เขาก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว

“ลูกค้าทุกท่าน สิ่งที่ผู้ชายคนนั้นพูดเมื่อครู่ไม่สมเหตุสมผลสักนิด คนของทางการไม่ได้บอกสักหน่อยว่าเถ้าแก่พ่างเป็นคนวางยาพิษผู้ตาย”

“ถ้าเขากระทำผิดจริง เขาจะเป็นผู้ร้ายที่วางพิษฆ่าคนซึ่งผิดกฎบ้านเมือง แต่ทำไมเขาถึงยังอยู่ที่นี่อยู่อีกล่ะ เขาไม่ควรโดนทางการโยนเข้าคุกไปตั้งนานแล้วหรือ?”

หลังจากทุกคนได้ยินคำพูดของเด็กหญิง พวกเขาก็รู้สึกว่าสิ่งที่นางพูดนั้นฟังดูมีเหตุผล จึงหยุดฝีเท้าลงก่อนจะหันไปมองดูคนพูดให้เต็มตา

ชั่วครู่นั้นพวกเขาลืมไปว่าคนที่ยืนอยู่บนโต๊ะและให้เหตุผลกับพวกตนเป็นเพียงแค่เด็กอายุ 4-5 ขวบเท่านั้น

“ในเมื่อเรื่องนี้แม้แต่ทางการก็ไม่ได้ตัดสินโทษเถ้าแก่พ่าง แล้วทำไมพวกเราจะต้องเอาความหวาดกลัวมาบดบังทำให้ตัวเองต้องพลาดอาหารจานอร่อยไปกันล่ะ?”

“นอกจากนี้ เถ้าแก่พ่างของเรายังบอกอีกว่า สำหรับอาหารจานใหม่ที่จะเปิดตัวในครั้งนี้ ขอเพียงแค่พวกท่านเป็นลูกค้ากลุ่มแรกที่มายังร้านผิงชางของเรา พวกท่านจะได้จ่ายเพียงแค่ครึ่งราคาเท่านั้น”

“ข้อเสนอดี ๆ เช่นนี้จำกัดเพียง 3 วัน อย่าได้พลาดโอกาสดี ๆ ไปเสียล่ะ!”

“ลดครึ่งราคา?!”

“นี่เจ้าเป็นลูกสาวของเถ้าแก่พ่างหรือ? ทำไมข้าไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อน!”

“ข้าหรือ?” มู่ไป๋ไป่ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ก่อนจะยิ้มแต่ก็ไม่ได้ตอบคำถามอีกฝ่าย และเชิดคางไปทางชายร่างท้วม “เถ้าแก่พ่าง บอกพวกเขาไปสิว่าสิ่งที่ข้าพูดนั้นเป็นเรื่องจริง”

แม้ว่าชายตัวใหญ่จะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่หลังจากเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ เขาก็ไม่ได้มองว่าเด็กหญิงคนนี้เป็นเด็กที่ไม่รู้จักโลกแบบเดิมอีก เขานิ่งคิดสักพักก่อนจะพยักหน้ารับ

พอผู้คนเห็นเถ้าแก่ร้านผิงชางพยักหน้า พวกเขาก็ดูเหมือนจะมีชีวิตชีวามากขึ้น

“แต่ไม่ว่าราคาจะถูกมากเพียงใด ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นหลังจากที่เรากินอาหารของร้านเข้าไปล่ะ?” บางคนยังคงยึดติดกับข่าวลือเรื่องยาพิษไม่ยอมปล่อย

“ท่านไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้” มู่ไป๋ไป่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ “พวกท่านรู้หรือไม่ว่าฮ่องเต้ทำอย่างไรก่อนเสวยพระกระยาหารเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครมาวางยาพิษพระองค์?”

“ข้ารู้ ๆ” มีคนยกมือขึ้น “ฮ่องเต้จะให้ขันทีทดสอบพิษก่อน! แต่นั่นคือฮ่องเต้ พวกเราเป็นเพียงคนธรรมดา จะมีใครยอมทดสอบพิษให้เรากัน?”

--------------------------------------------------

จะบอกว่า E-Book ไป๋ไป่เล่ม 7 จะมาในวันที่ 28 ม.ค.นี้นะทุกคนนน~ ใครที่รออ่านแบบ E-Book สามารถเข้าไปซื้อกันได้ที่ลิงก์ด้านล่างเลยน้า

MEB: https://shorturl.asia/obmwv

จบบทที่ บทที่ 157: เดินตามกลิ่นหอม

คัดลอกลิงก์แล้ว