เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 131: ร้อยพิษไม่อาจกล้ำกราย

บทที่ 131: ร้อยพิษไม่อาจกล้ำกราย

บทที่ 131: ร้อยพิษไม่อาจกล้ำกราย


เจ้าตัวโตหันไปหาหลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิง แล้วก็รีบพยักหน้าเพื่อยืนยันว่ามู่ไป๋ไป่ไม่ได้โกหก

ซึ่งนั่นทำให้ทั้ง 2 คนอ้าปากค้างพร้อมกัน ตอนที่พวกเขากำลังจะพูดบางอย่าง ทุกคนก็ได้ยินเสียงตะโกนเร่งของเสิ่นจวินเฉาจากด้านหลัง

“ไป๋ไป่ เสือกำลังมา!”

หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงตื่นตัวทันที โดยที่พวกเขาทั้ง 2 เข้าไปกันมู่ไป๋ไป่ไว้ด้านหลังโดยไม่ลังเล

ไม่ไกลนัก เสือที่แข็งแกร่งตัวหนึ่งอยู่ห่างจากพวกเขาไปเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น

ส่วนด้านหลังของพวกมู่ไป๋ไป่เป็นกำแพงที่ไม่มีทางให้หนี ทำให้เด็กทั้ง 3 ไม่สามารถล่าถอยไปไหนได้

“ไป๋ไป่ วิ่ง! หาทางยื้อเวลาไว้” เนื่องจากคนของศาลาหมื่นอสูรขวางทางเสิ่นจวินเฉาเอาไว้ เขาจึงทำได้เพียงเฝ้าดูสิ่งที่เกิดขึ้นในลานด้านล่างอย่างใจจดใจจ่อ “คนของข้าจะมาที่นี่เร็ว ๆ นี้”

“อ้าว นั่นคุณชายเสิ่นผู้มีหน้ามีตาในเมืองหลวงไม่ใช่หรือ?” ชายหนุ่มรูปงามเดินเอามือไพล่หลังและยิ้มกว้างเข้าไปหาเด็กชาย “ข้าไม่คิดว่าคุณชายเสิ่นจะมาเยี่ยมเยียนพวกเราที่ศาลาหมื่นอสูรด้วย”

เสิ่นจวินเฉาหันไปมองอีกฝ่ายแล้วหรี่ตาลง “ท่านรู้จักข้าด้วยหรือ?”

“ข้าจะไม่รู้จักคุณชายเสิ่นได้อย่างไร มีคนเล่าลือกันว่าร้านค้าครึ่งหนึ่งในเมืองหลวงเป็นของท่าน” ชายหนุ่มคนนั้นปิดปากหัวเราะเบา ๆ “การที่แขกผู้มีเกียรติอย่างท่านอยู่ที่นี่ถือเป็นเกียรติของร้านเราจริง ๆ”

“หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว ในเมื่อท่านจำข้าได้ เช่นนั้นก็รีบเปิดประตูแล้วปล่อยสหายของข้าออกไป” เด็กชายชี้ไปยังพวกมู่ไป๋ไป่ที่อยู่ในลานกว้าง “ไม่อย่างนั้นมาดูกันว่าข้าจะทำอะไรร้านโทรม ๆ ของท่านได้บ้าง”

บัดนี้เสิ่นจวินเฉารู้สึกโมโหมาก

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าชายคนนี้ล่าสัตว์มาเพื่อประกอบการค้า แต่วิธีการที่ปล่อยให้สัตว์ป่าต้องมาฆ่ากันเองทำให้เขาดูถูกอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น

“ฮ่า ๆ ช่างน่ากลัวยิ่งนัก” ชายในชุดหรูหราหัวเราะเสียงดังและแสร้งทำเป็นหวาดกลัว “คุณชายเสิ่น ท่านอย่าลืมสิว่าสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ไหน”

“มันไม่สำคัญว่าในเมืองหลวงท่านจะมีอำนาจมากเพียงใด”

“ตลาดผีเป็นสถานที่ที่แม้แต่ราชสำนักก็ไม่สามารถยื่นมือเข้ามายุ่งได้”

“ข้าอยากจะแนะนำท่านสักหน่อยว่าก่อนจะข่มขู่คนอื่น ควรดูกำลังของตัวเองเสียก่อน”

“พวกเจ้าจับตาดูคุณชายเสิ่นเอาไว้ คุณชายเสิ่นเป็นแขกผู้มีเกียรติของข้า ถ้าพวกเจ้าปล่อยให้เขาคลาดสายตา ข้าจะลงโทษพวกเจ้า”

จากนั้นชายหนุ่มก็นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ด้านข้างแล้วรับชาจากคนรับใช้ที่คอยดูแลอยู่ข้างหลัง “เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ข้าเองก็อยากจะขอบคุณสหายของคุณชายเสิ่นด้วยเช่นกัน”

“ถ้าไม่มีพวกเขา การแสดงเปิดตัวในวันนี้คงจะไม่วิเศษถึงเพียงนี้”

เสิ่นจวินเฉาถูกคน 2 คนคุมตัวจากด้านหลัง นั่นทำให้เขาไม่สามารถขยับไปไหนได้ เขาทำได้เพียงมองดูพวกมู่ไป๋ไป่ที่อยู่ตรงกลางลานอย่างเป็นกังวล

“พวกเจ้า 2 คนหลีกทางไปซะ” คนตัวเล็กจ้องเสืออยู่อึดใจหนึ่ง แล้วจู่ ๆ เธอก็พูดขึ้นมาว่า “ให้ข้าคุยกับมันหน่อย”

“ท่านจ้าวอสูร ไม่มีประโยชน์หรอก!” เจ้าตัวโตขัดจังหวะเด็กหญิง “เมื่อกี้นี้ข้าพยายามสื่อสารกับมันแล้ว มันไม่ฟังข้าเลย ตอนนี้สตินึกคิดของมันถูกยาพิษทำลายไปจนสิ้น มันไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกแล้ว”

“นั่นมันเจ้า” มู่ไป๋ไป่ยิ้มให้ความมั่นใจแก่หมาป่าสีเทา “ข้าเป็นใคร? ข้าเป็นถึงจ้าวอสูร ดังนั้นถ้าผลลัพธ์เป็นเหมือนกับเจ้า ข้าจะยังสมควรเป็นจ้าวอสูรได้อย่างไร”

คำพูดของคนตัวเล็กทำให้เจ้าตัวโตเงียบไปทันที

“องค์หญิงเพคะ?” หลัวเซียวเซียวไม่เข้าใจสิ่งที่หมาป่าพูดและทำได้เพียงเดาความหมายคร่าว ๆ จากสิ่งที่มู่ไป๋ไป่พูด “เกิดอะไรขึ้นกับเสือตัวนี้หรือไม่เพคะ?”

“เจ้าฉลาดมาก” คนตัวเล็กดึงสหายไปด้านหลังแล้วจ้องมองเสือนิ่ง “มันถูกคนของศาลาหมื่นอสูรวางยาน่ะ”

“วางยาเช่นนั้นหรือ?” หลัวเซียวเซียวตกใจ “พวกเขาคิดจะ… น่ารังเกียจที่สุด ทำไมคนพวกนี้ถึงได้โหดร้ายยิ่งนัก มิหนำซ้ำยังใช้วิธีที่น่ารังเกียจเพื่อหาเงินอีก”

“ถูกต้อง! น่ารังเกียจมาก!” จื่อเฟิงไม่ค่อยเข้าใจคำพูดของคนทั้ง 2 แต่เมื่อมองดูสีหน้าของหลัวเซียวเซียว เขาก็พยักหน้าเห็นด้วย

“อย่างไรก็ตาม ข้าไม่คิดว่ามันจะสิ้นสติไปจนหมด” มู่ไป๋ไป่จ้องดวงตาเสือและพยายามสื่อสารกับมัน “ข้าพูดถูกหรือไม่ เจ้าแมวยักษ์?”

ในดวงตาสีน้ำตาลของเสือนั้นมีแสงสีแดงซ่อนอยู่ มันจ้องตรงไปที่เด็กหญิง ในขณะที่แยกเขี้ยวสีขาวราวหิมะออกมา “เจ้าเป็นใคร ทำไมข้าถึงสัมผัสได้ถึงรัศมีที่คุ้นเคยจากตัวเจ้า?”

“นี่คือท่านจ้าวอสูร เจ้าจำได้หรือไม่?” หมาป่าสีเทาไม่กล้าผ่อนคลายความระวัง มันยังคงอยู่ในท่าเตรียมพร้อมที่จะพุ่งออกไปปะทะกับเสือตัวใหญ่ตลอดเวลา

“ท่านจ้าวอสูร?” เจ้าเสือเอียงคอ ก่อนจะพ่นลมหายใจเสียงดัง “ไม่น่าแปลกใจเลย…”

เมื่อเจ้าตัวโตเห็นดังนี้ มันก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วหันไปหามู่ไป๋ไป่ “ท่านจ้าวอสูร ท่านพูดถูก มันไม่ได้ถูกฤทธิ์ของยาควบคุมจนสิ้นสติ”

“ใช่” เด็กหญิงพยักหน้ารับจริงจัง “แต่สถานการณ์ยังนับว่าไม่ดีนัก”

“ท่านจ้าวอสูร ท่านช่วยข้าได้หรือไม่?” เสือตัวใหญ่เหวี่ยงหางไปมาอย่างฉุนเฉียว “ข้าถูกมนุษย์จับ พวกมันป้อนของแปลก ๆ ให้ข้ามากมายซึ่งทำให้ข้าอยากจะโจมตีท่านในตอนนี้”

“ตกลง” มู่ไป๋ไป่พยักหน้าโดยไม่ต้องคิด “ตราบใดที่เจ้าบอกข้าว่าข้าจะช่วยเจ้าได้อย่างไร?”

“น้ำตา… น้ำตาของท่าน” เสือก้าวมาข้างหน้าอย่างกระตือรือร้น “น้ำตาของท่านจ้าวอสูรสามารถรักษาพิษนับร้อยชนิด ขอเพียงท่านมอบน้ำตาให้ข้า 1 หยด ฤทธิ์ยาในร่างกายของข้าจะสลายไปทันที”

“!!!”

น้ำตาของเธอสามารถรักษาพิษได้เป็นร้อยชนิดเลยหรือ?

มู่ไป๋ไป่รู้สึกตกใจ เมื่อนึกถึงวิญญาณโสมและเสือโคร่งในวังหลวง ทันใดนั้นเธอก็เข้าใจว่าทำไมพวกมันทั้ง 2 จึงเสนอให้เธอใช้น้ำตาเป็นของแลกเปลี่ยน

ที่แท้มันมีเหตุผลเช่นนี้นี่เอง

ขณะที่เธอกำลังจะพยักหน้าเห็นด้วย เธอก็ได้ยินเสียงเจ้าตัวโตคำราม “ช่างอวดดียิ่งนัก! สิ่งที่ท่านจ้าวอสูรมีนั้นล้ำค่ามาก เพียงแค่พูดจาไม่กี่คำ นางจะยอมมอบมันให้เจ้าง่าย ๆ ได้อย่างไร?”

“หุบปาก!” เสือแยกเขี้ยวใส่หมาป่าสีเทา “ถ้าท่านจ้าวอสูรไม่อยู่ที่นี่ ข้าคงจะฉีกเจ้าออกเป็นชิ้น ๆ ไปแล้ว เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาตัดสินใจแทนนาง”

“ท่านจ้าวอสูร ท่านไม่อยากช่วยข้าอย่างนั้นหรือ?”

“ขอเพียงท่านมอบน้ำตาให้แก่ข้าเพียงเท่านั้น นี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมนุษย์หรอกหรือ?”

เสือตัวใหญ่ยังคงก้าวเข้ามาใกล้ช้า ๆ ในขณะที่น้ำเสียงของมันฟังดูพยายามโน้มน้าวคนตัวเล็กเต็มที่

“หยุดนะ!” มู่ไป๋ไป่ไม่ใช่คนโง่ เมื่อเห็นท่าทีของเสือเป็นเช่นนี้ เธอก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ เธอคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้บอกความจริงกับเธออย่างแน่นอน “เจ้าอย่าได้คิดที่จะก้าวเข้ามาอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไร้ความปรานี”

ทางด้านเสือเหลือบมองแส้หนังสีดำในมือของเด็กหญิง ในขณะที่แววตาสีน้ำตาลทองของมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ในเวลาเดียวกัน ทุกคนในห้องส่วนตัวบนชั้น 2 เริ่มรู้สึกไม่พอใจเมื่อเห็นว่าเวลาผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว เสือตัวนั้นก็ยังไม่ได้จู่โจมพวกเด็ก ๆ สักที

“เกิดอะไรขึ้น? พวกมันควรต่อสู้กันไม่ใช่หรือ?”

“เถ้าแก่กำลังทำอะไรอยู่ ทำไมจู่ ๆ ถึงปล่อยให้เด็ก 3 คนเข้ามาขัดจังหวะ ข้าอยากเห็นเสือกัดหมาป่าให้จมกองเลือด!”

“นี่กำลังล้อพวกเราเล่นอยู่หรืออย่างไร?!”

ในไม่ช้าเสียงตะโกนด้วยความไม่พอใจก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้รอยยิ้มบนใบหน้าของชายหนุ่มรูปงามลดลงเรื่อย ๆ แล้วเขาก็ส่งสัญญาณให้คนด้านข้าง ซึ่งอีกฝ่ายก็เข้าใจทันทีก่อนจะพาเสิ่นจวินเฉาเข้ามานั่งที่ด้านข้างคนเป็นเถ้าแก่

“คุณชายเสิ่น สหายของท่านดูไม่ธรรมดาเลย” ชายหนุ่มกล่าวพลางรินชาให้กับเด็กชายด้วยรอยยิ้ม “ท่านช่วยบอกข้าได้หรือไม่ว่านางคิดจะทำอะไร? ดูจากท่าทางของนาง นางกำลังคุยกับเสืออยู่อย่างนั้นหรือ?”

เสิ่นจวินเฉาเองก็ตกใจมากเช่นกัน เขาอยู่ห่างจากพวกมู่ไป๋ไป่จึงไม่ได้ยินเสียงพูดคุยในลานกว้าง แต่เมื่อดูท่าทางของเด็กหญิง ดูเหมือนว่านางจะกำลังสื่อสารกับเสืออยู่จริง ๆ

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: สิ่งที่เสือพูดเกี่ยวกับน้ำตาของไป๋ไป่จริงหรือหลอกกันนะ แต่สรรพคุณต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ

จบบทที่ บทที่ 131: ร้อยพิษไม่อาจกล้ำกราย

คัดลอกลิงก์แล้ว