เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 130: นี่เป็นการประลอง เลิกเสแสร้งได้แล้ว

บทที่ 130: นี่เป็นการประลอง เลิกเสแสร้งได้แล้ว

บทที่ 130: นี่เป็นการประลอง เลิกเสแสร้งได้แล้ว


“ให้สัตว์ต่อสู้กัน… นั่นหมายความว่าอย่างไร?” ขณะนี้ใบหน้าของหลัวเซียวเซียวไร้สีเลือด “คุณหนู พวกเขาจะให้เจ้าตัวโตกับเสือ…”

“น่าจะเป็นเช่นนั้น” มู่ไป๋ไป่กัดริมฝีปากแน่น “พี่จวินเฉา เราควรทำอย่างไรกันดี สถานการณ์ดูเหมือนจะแตกต่างจากที่เราคิดเอาไว้”

เสิ่นจวินเฉาเองก็วางถ้วยชาในมือลงและไปยืนอยู่ข้างหน้าต่าง “ข้ารู้สึกว่าศาลาหมื่นอสูรตอนนี้ดูจะแตกต่างไปจากครั้งสุดท้ายที่ข้ามาที่นี่ ที่แท้เป็นเพราะเปลี่ยนเถ้าแก่นี่เอง”

“ดูเหมือนว่าวันนี้เราจะไม่สามารถช่วยเจ้าตัวโตด้วยวิธีตามปกติได้อีกแล้ว”

“เจ้าไม่ต้องกังวล พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะไปส่งสัญญาณให้คนของข้าเข้ามาพาตัวเจ้าตัวโตไป”

“แต่พี่จวินเฉา… มันสายเกินไปแล้ว” มู่ไป๋ไป่พูดขณะมองลงไปด้านล่าง ยามนี้ชายหนุ่มในชุดงดงามกำลังสั่งคนให้เปิดกรงเหล็กทั้ง 2 ออกแล้ว

บนชั้น 2 ซึ่งก่อนหน้านี้เงียบมากจู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนโห่ร้องมากมายทำให้บรรยากาศภายในนั้นเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง

มู่ไป๋ไป่ไม่เข้าใจว่าการเฝ้าดูสัตว์ฆ่ากันเองมันตื่นเต้นอย่างไร

เธอรู้สึกว่ามันทั้งโหดร้ายและเป็นการทารุณกรรมสัตว์เพียงเท่านั้น

“พี่จวินเฉา ข้าต้องลงไปก่อนแล้ว!” คนตัวเล็กเม้มปากแน่นก่อนจะหันกลับไปพูดว่า “เจ้าตัวโตได้รับบาดเจ็บขนาดนั้น มันไม่มีทางเอาชนะเสือตัวนั้นได้แน่นอน”

หากเธอรอให้เสิ่นจวินเฉาเรียกคนของเขามาช่วย หมาป่าสีเทาอาจจะถูกเสือที่เป็นคู่ต่อสู้ฆ่าไปแล้ว

“ข้าจะไปกับท่าน!” จื่อเฟิงไปยืนข้างมู่ไป๋ไป่

หลัวเซียวเซียวตอนแรกรู้สึกลังเล แต่นางก็ยังคงหยิบมีดสั้นที่นำติดตัวตลอดออกมา แล้วไปยืนอยู่ข้างหลังองค์หญิงหก

“นี่พวกเจ้า…” เสิ่นจวินเฉาขมวดคิ้วแน่น “แม้ว่าพวกเจ้าจะลงไปตอนนี้ แล้วพวกเจ้าจะทำอะไรได้?”

“สัตว์ป่าพวกนั้นได้รับบาดเจ็บจนคลั่ง มันจำใครไม่ได้หรอก”

“เจ้าตัวโตจะจำข้าได้” มู่ไป๋ไป่ปีนขึ้นไปบนหลังของจื่อเฟิงและยิ้มซุกซนให้กับอีกฝ่าย “ข้าจะขวางไม่ให้พวกมันฆ่ากันเองได้แน่นอน”

“พี่จวินเฉาอาจจะไม่รู้ แต่ทักษะการคุยกับสัตว์ของข้ายอดเยี่ยมมาก”

แน่นอนว่าเด็กชายทำหน้าไม่เชื่อ เขาต้องการจะโน้มน้าวพวกนางต่อไป แต่ในจังหวะนั้นจื่อเฟิงได้ก้าวขึ้นไปยืนบนขอบหน้าต่างและกระโดดลงจากชั้น 2 พร้อมกับมู่ไป๋ไป่และหลัวเซียวเซียวเรียบร้อยแล้ว

“ไป๋ไป่!” เสิ่นจวินเฉาแทบลืมหายใจทันทีที่เห็นฉากตรงหน้า ในไม่ช้าเขาก็โล่งใจเมื่อเห็นว่าทั้ง 3 คนลงจอดบนพื้นอย่างปลอดภัย จากนั้นเขาก็สบถในลำคอก่อนจะผลักเปิดประตูออกเพื่อลงไปชั้นล่าง

“พวกเจ้าเป็นใคร!?”

ชายหนุ่มรูปงามขมวดคิ้วมองการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของพวกมู่ไป๋ไป่ “เด็ก 3 คนอย่างนั้นหรือ ดูเหมือนว่าวันนี้คนเฝ้าประตูจะแหกกฎ ถึงได้ปล่อยให้เด็ก 3 คนเข้ามาวุ่นวายที่นี่”

“เด็กน้อยเอ๋ย สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่พวกเจ้าควรอยู่ รีบออกไปเร็วเข้า”

มู่ไป๋ไป่ไม่ฟังคำพูดของอีกฝ่ายแล้วดึงแส้ออกมาจากเอว พร้อมกับมองชายคนนั้นด้วยสายตาเย็นชา “ต้องขออภัยด้วย เราไม่ได้มาวิ่งเล่นที่นี่”

“พวกท่านจับสหายของเรามา เรามาที่นี่เพื่อช่วยมัน”

เด็กหญิงพูดพลางชี้แส้ไปทางหมาป่าสีเทาที่อยู่ในกรง

นับตั้งแต่ตอนที่พวกเธอปรากฏตัว เจ้าตัวโตก็ลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้น ซึ่งมันแตกต่างกับท่าทีใกล้ตายเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

“ท่านจ้าวอสูร! ที่นี่มันอันตราย ท่านรีบออกไปเร็วเข้า!”

มู่ไป๋ไป่มองเจ้าตัวโตแล้วพูดปลอบว่า “เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะต้องช่วยเจ้าออกไปให้ได้”

ชายหนุ่มผู้ดำเนินรายการมองเห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กหญิงกับหมาป่าสีเทา เขาจึงประสานมือและหัวเราะ “ฮ่า ๆ น่าสนใจ ช่างน่าสนใจยิ่งนัก…”

“ตั้งแต่ที่หมาป่าตัวนี้ถูกจับมา มันไม่ยอมกินดื่มอะไรทั้งสิ้น มันดุมากถึงขั้นไม่มีใครสามารถเข้าใกล้มันได้”

“แต่ตอนนี้มันกลับมีปฏิกิริยาตอบโต้กับเด็กน้อยคนนี้”

“แม่หนูน้อย บอกพี่ชายคนนี้ได้หรือไม่ว่าเจ้าฝึกมันให้เชื่องได้อย่างไร?”

“ถ้าเจ้ายินยอมที่จะบอกพี่ชาย พี่ชายจะมอบขนมให้เป็นการแลกเปลี่ยน”

“ท่านกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นพี่ข้าอย่างนั้นหรือ?” มู่ไป๋ไป่แสยะยิ้ม พร้อมกับตวัดแส้ลงพื้นจนฝุ่นฟุ้ง “ท่านไม่คู่ควร!”

พี่ชายของเธอเป็นถึงองค์รัชทายาท

ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอนั้นมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนสุนัขจิ้งจอก ไม่สามารถเทียบได้แม้เพียงเศษขี้เล็บของท่านพี่รัชทายาท!

“เจ้าเป็นเด็กที่น่ารักทีเดียว แต่คำพูดของเจ้านั้นไม่น่าฟังเลยสักนิด” ชายหนุ่มในชุดสีสันสดใสยังคงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า มีเพียงดวงตาสีดอกท้อของเขาเท่านั้นที่หรี่ลงเล็กน้อย

“ดูเหมือนว่าพ่อแม่ของเจ้าจะสั่งสอนเจ้าไม่ค่อยดีนัก ถ้าเป็นอย่างนั้น วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าแทนพ่อแม่เจ้าเอง”

“ปล่อยหมาป่ากับเสือออกมา!” ชายในชุดหรูหราพูดขึ้นขณะที่ถอยกลับไป

“เถ้าแก่… แต่เด็กพวกนั้นยังอยู่บนลาน ถ้าปล่อยหมาป่ากับเสือออกไป เด็กพวกนั้นจะตาย” เสี่ยวเอ้อร์ที่ทำหน้าที่เปิดประตูกรงลังเลไม่กล้าทำตามคำสั่ง

“ปล่อยพวกมัน! ถ้ามีคนมาถาม เราก็มีเหตุผลมากมายที่จะอธิบายให้พวกเขาฟัง” ชายหนุ่มไพล่มือไปด้านหลังแล้วหัวเราะเยาะ “ถึงอย่างไรที่นี่ก็คือตลาดผี สถานที่ที่ผู้คนต้องเอาชีวิตรอดด้วยกำลังของตัวเอง”

เสี่ยวเอ้อร์ที่ถูกตวาดไม่กล้าพูดอะไร เขาเพียงแค่เหลือบมองพวกมู่ไป๋ไป่ด้วยความสงสารและปลงกับชะตากรรมของพวกนางก่อนจะเปิดกรงออก

คราวนี้เสียงตะโกนจากชั้น 2 ยิ่งดังมากขึ้นไปอีก

พอกรงถูกเปิดออก เจ้าตัวโตก็วิ่งออกมาจากกรงทันทีแล้วไปขวางอยู่ด้านหน้าเด็กทั้ง 3 “ท่านจ้าวอสูร ทำไมท่านถึงไม่รีบหนีไป!”

“เรามาที่นี่ก็เพื่อช่วยเหลือเจ้า เจ้าจะให้ข้าหนีไปไหนล่ะ?” มู่ไป๋ไป่ลูบหัวของมันก่อนจะหยิบผลเพลิงสีชาด 2 ผลออกมาจากกระเป๋าและป้อนให้มัน “เจ้าคิดว่าที่นี่คือที่ไหน ที่นี่คือศาลาหมื่นอสูร ในเมื่อเจ้าเรียกข้าว่าท่านจ้าวอสูร แล้วข้าจะต้องกลัวอะไร”

“เจ้าตัวโต!” พอจื่อเฟิงเห็นหมาป่าสีเทา เขาจึงรีบวิ่งเข้าไปกอดและเอาหน้าซุกขนหนาของมันอย่างตื่นเต้น “ทำไมเจ้าถึงถูกจับตัวมาที่นี่?”

“ข้าเป็นกังวลมากตอนที่ขึ้นไปบนภูเขาแล้วหาเจ้าไม่พบ!”

เจ้าตัวโตกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เมื่อได้ยินเสียงเสือคำราม มันก็รีบหันกลับไปจ้องเสือที่อยู่ตรงหน้าพร้อมกับแยกเขี้ยวขู่อีกฝ่าย

“ท่านจ้าวอสูร มนุษย์พวกนั้นให้เสือกินยาพิษ”

“ตอนนี้มันเลอะเลือนแล้ว แม้ว่าท่านจะไปอยู่ตรงหน้ามัน มันก็อาจโจมตีท่านได้”

มู่ไป๋ไป่ที่ได้ยินดังนั้นก็เปลือกตากระตุก “คนพวกนี้ช่างชั่วช้าเสียจริง...”

“ท่านจ้าวอสูร ข้าจะปกป้องท่านเอง ท่านรีบหนีออกไปก่อนเถอะ” หมาป่าสีเทาได้กินผลเพลิงสีชาดแล้วรู้สึกว่าอาการบาดเจ็บของมันดีขึ้นมาก ในขณะที่มันพูดว่า “หลังจากที่ท่านออกไปแล้ว ให้รีบหนีออกไปจากที่นี่ อย่าได้หันหลังกลับมาอีก”

“ข้าจะหาทางหนีออกไปเอง”

“ไม่ เราต้องไปด้วยกัน” มู่ไป๋ไป่พูดขัดจังหวะเจ้าหมาป่า “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่”

เจ้าตัวโตมองเด็กหญิงด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนที่มันจะกล่าวว่า “ท่านจ้าวอสูร ท่านเป็นนายเหนือหัวของสัตว์ทั้งปวง ข้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ตายเพื่อท่าน”

“ขอโทษทีเถอะ ข้าไม่ต้องการให้เจ้ามาตายเพื่อข้า!” มู่ไป๋ไป่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาแน่วแน่ “วันนี้เราทั้ง 4 คนจะออกไปจากที่นี่อย่างปลอดภัย!”

“คุณ…” หลัวเซียวเซียวซึ่งยืนเงียบมาตลอดกระซิบถามว่า “คุณหนูคุยกับใครตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว?”

“...”

อุ้ย! ลืมตัวไปหน่อย…

“ที่นี่มีอยู่ 4 คนหรือเจ้าคะ?” หลัวเซียวเซียวลูบแขนตัวเองพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ “ทำไมข้ามองไม่เห็นคนที่ 4 ล่ะ?”

“อะแฮ่ม! จริง ๆ แล้วข้ามีความลับที่ปิดบังเจ้าตลอดมา” มู่ไป๋ไป่ไอแห้ง ๆ และเตรียมที่จะเผชิญหน้ากับความจริง สุดท้ายแล้วสถานการณ์ในปัจจุบันนั้นพิเศษมาก รวมถึงเธอต้องการให้หลัวเซียวเซียวกับจื่อเฟิงเชื่อใจเธอ “ฟังนะ ข้าเข้าใจภาษาสัตว์”

“...”

“...”

เด็กทั้ง 2 คนตกอยู่ในความเงียบหลังจากได้ยินสิ่งที่คนตัวเล็กบอก

“จริง ๆ นะ!” เมื่อมู่ไป๋ไป่เห็นว่าทั้งคู่ไม่เชื่อ เธอก็รีบชี้ไปที่เจ้าตัวโตพร้อมกับพูดว่า “เมื่อกี้ข้ากำลังคุยกับมันอยู่!”

จบบทที่ บทที่ 130: นี่เป็นการประลอง เลิกเสแสร้งได้แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว