เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 91: องค์หญิงหกผู้มีจิตใจดี

บทที่ 91: องค์หญิงหกผู้มีจิตใจดี

บทที่ 91: องค์หญิงหกผู้มีจิตใจดี


“ไม่ต้องเป็นห่วง มันจะไม่ตาย” มู่ไป๋ไป่นั่งย่อตัวอยู่บนพื้นขณะเอามือเท้าคางไว้และยิ้มให้ ‘คนบ้า’ “เจ้าโชคดีมากที่ได้พบคนใจดีแบบนี้”

“แต่ถ้าข้าช่วยชีวิตมันเอาไว้ เจ้าจะทำอะไรตอบแทนข้าได้บ้างล่ะ?”

เด็กหญิงคิดว่า ‘คนบ้า’ คนนี้ค่อนข้างน่าสนใจ เมื่อดูจากส่วนสูงของอีกฝ่าย เขาน่าจะมีอายุเกิน 10 ปี แต่ผมของเขายาวจนปิดหน้าตาไว้ทำให้มองไม่ออกว่าเขามีหน้าตาเป็นอย่างไร

ชายเนื้อตัวมอมแมมตกตะลึงขณะเหม่อมองคนพูดนิ่ง หลังจากนั้นไม่นานดูเหมือนว่าเขาจะได้สติ ก่อนจะคุกเข่าลงคำนับมู่ไป๋ไป่

ปั้ก! ปั้ก! ปั้ก!

“นี่ ลุกขึ้นเถอะ” คนตัวเล็กรู้สึกหวาดกลัวกับการกระทำของเขาทันที เธอไม่ได้อยากเอาอะไรจาก ‘คนบ้า’ คนนี้จริง ๆ เธอแค่ล้อเขาเล่นเพียงเท่านั้น แต่เขากลับคิดเอาจริงเอาจังไปเสีย

“อือออ” ‘คนบ้า’ โขกหัวจนเลือดออก ซึ่งทำให้รูปลักษณ์ภายนอกของเขายิ่งน่ากลัวมากขึ้นไปอีก

“องค์หญิงหก ยามาแล้วเพคะ!” หลัวเซียวเซียววิ่งกลับมาพร้อมอาการหอบเหนื่อย ตามมาด้วยชายชราคนหนึ่งที่หอบหายใจหนัก ๆ เช่นกัน “แล้วหม่อมฉันก็พาหมอหลวงมาที่นี่ด้วยเพคะ”

หมอหลวงที่ติดตามขบวนเสด็จมามีแซ่ฉิน เขาเป็นชายสูงอายุที่พูดช้ามาก ทำให้คนที่ได้ฟังเขาพูดไปเพียง 2-3 ประโยคก็เริ่มรู้สึกง่วงเหงาหาวนอน

“ทำไมถึงมีหมาป่าอยู่ที่นี่?!” หมอหลวงฉินตกใจเมื่อมองดูหมาป่าสีเทาตัวใหญ่ที่นอนอยู่บนกองหญ้า ก่อนที่เขาจะรีบเตือนว่า “องค์หญิงหกรีบถอยออกมาเร็วเข้าพ่ะย่ะค่ะ หมาป่าชนิดนี้อาศัยอยู่ในป่าและมักจะมีพิษชนิดหนึ่ง หากถูกมันกัดเข้าจะไม่มีทางรักษาได้พ่ะย่ะค่ะ”

ในเวลานี้ชายชราไม่ได้พูดช้าเหมือนเคย นอกจากจะไม่พูดช้าแล้ว การเคลื่อนไหวของเขายังคล่องแคล่วมากขึ้นอีกด้วย

“หมอหลวงฉิน มันไม่กัดข้าหรอก” มู่ไป๋ไป่ยื่นมือไปลูบหัวหมาป่าพลางพูดว่า “มันได้รับบาดเจ็บ ท่านช่วยมาดูอาการและรักษามันให้หายได้หรือไม่?”

“หา?” หมอหลวงฉินแสดงสีหน้าประหลาดใจ “องค์หญิงหก พระองค์สั่งให้เด็กคนนี้ไปตามกระหม่อมมาเพื่อรักษาหมาป่าเช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

มู่ไป๋ไป่เหลือบมองสหายตัวน้อยด้วยสายตาตั้งคำถามว่านางพาชายชราที่หยาบคายคนนี้มาที่นี่ได้อย่างไร?

หลัวเซียวเซียวได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ และตอบเสียงแผ่วเบาว่า “ตอนที่หม่อมฉันไปเอายา หม่อมฉันบังเอิญเจอหมอหลวงฉินพอดี เขาบอกว่าเขาสังเกตเห็นว่าในคลังมียาหายไป เขาจึงได้ถาม หม่อมฉันก็เลยพาเขามาเพคะ…”

เมื่อคืนนี้พวกนางหยิบยามาใช้กับชายหน้ากากเงินคนนั้น

หลัวเซียวเซียวไม่กล้าพูดอะไรมาก ดังนั้นนางจึงเล่าเรื่องหมาป่าสีเทาแบบคลุมเครือ ทีแรกหมอหลวงฉินคิดว่ามีคนใกล้ชิดกับองค์หญิงหกได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาจึงรีบคว้ากล่องยาติดตามเด็กหญิงมาทันที

แต่พอเขามาถึงที่นี่ เขาก็ตระหนักได้ว่ามันเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่

เพราะผู้บาดเจ็บไม่ใช่คน แต่เป็นหมาป่า

มู่ไป๋ไป่ถอนหายใจอย่างเอือมระอา หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เงยหน้าขึ้นยิ้มหวานให้ชายสูงวัย “ท่านปู่หมอหลวง หมาป่าตัวนี้เป็นสหายของข้า ท่านพอจะช่วยมันได้หรือไม่?”

“ถ้ามันตายไป ข้าคงจะเสียใจมาก”

มู่ไป๋ไป่เป็นเด็กที่น่ารักมากคนหนึ่ง เมื่อประกอบกับการแสดงของเธอแล้ว มันก็ทำให้คนรักคนเอ็นดูได้โดยง่าย อีกทั้งหมอหลวงฉินก็มีหลานสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ พอเห็นเธอออดอ้อนเช่นนี้ เขาก็นึกถึงหลานสาวที่น่ารักที่อยู่ในเมืองหลวงทันที แล้วหัวใจของเขาก็เริ่มสั่นไหว ท่าทีของเขาเริ่มอ่อนลง หลังจากนั้นเขาก็ไม่สนใจสิ่งอื่นใด ก่อนจะวางกล่องยาและเดินไปหาหมาป่า

ขณะเดียวกัน หมาป่าตัวนั้นได้ยินคำพูดของคนตัวเล็ก ถึงแม้ว่าหมอหลวงฉินจะเข้ามาช่วยมัน แต่มันก็นอนนิ่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

“อืม… หมาป่าตัวนี้คงถูกพวกเดียวกันกัดมา” ชายสูงวัยตรวจดูบาดแผล ก่อนจะกลอกตาพึมพำเบา ๆ “บาดแผลลึกมาก…”

มู่ไป๋ไป่ได้ยินดังนั้นก็หัวใจเต้นรัว ในขณะที่เธอถามอย่างเป็นกังวลว่า “เราจะช่วยมันได้หรือไม่?”

หากหมอหลวงไม่สามารถช่วยชีวิตมันได้ เธอคงต้องคิดหาวิธีอื่น

เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้ำตาของเธอจะมีประโยชน์ในสถานการณ์นี้หรือไม่?

วิญญาณโสมต้นนั้นก็ไม่ค่อยเต็มใจจะเฉือนเนื้อของตัวเองให้คนอื่น แต่สุดท้ายเธอก็ใช้น้ำตา 1 หยดแลกมาได้ เช่นเดียวกับเสือโคร่ง

ดูเหมือนว่าน้ำตาของเธอจะมีความสำคัญต่อสัตว์พวกนี้มาก

“สามารถช่วยได้พ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงฉินพยักหน้าช้า ๆ แล้วอธิบายต่อไปว่า “เพียงแต่มันเสียเลือดมากเกินไป เราจำเป็นจะต้องใช้ยารักษาที่ดีที่สุด...”

ยานี้ล้ำค่ายิ่งนักเมื่อต้องใช้กับคนธรรมดา แล้วนับประสาอะไรกับหมาป่าสีเทาที่นอนหายใจรวยรินตรงหน้า

มู่ไป๋ไป่เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อและตัดสินใจทันที “ท่านปู่หมอหลวง ใช้ยานั่นเถอะ ถ้ามีคนมาถามข้าจะรับผิดชอบเอง แล้วข้าจะช่วยออกหน้าให้ท่าน”

หมอหลวงฉินอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นคนตัวเล็กแสดงท่าทีเด็ดเดี่ยว ก่อนที่เขาจะกล่าวว่า “องค์หญิงหกทรงมีจิตใจดี พระองค์ทรงทำถึงขั้นนี้เพื่อสัตว์ตัวหนึ่ง”

“เอาล่ะ ในเมื่อองค์หญิงตรัสแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลอื่นใดที่กระหม่อมจะไม่ปฏิบัติตาม”

จากนั้นผู้เป็นหมอก็เปิดกล่องยา เขาหยิบขวดยาเล็ก ๆ ออกมาจากชั้นล่างสุด และโรยมันลงไปบนบาดแผลของหมาป่าตัวใหญ่

ผงยานั้นเหมือนมีมนต์ขลัง หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน มู่ไป๋ไป่ก็เห็นว่าเลือดที่ไหลออกจากปากแผลของหมาป่าหยุดไหลแล้ว

“ต่อไปก็เหลือแค่พักผ่อน” หมอหลวงฉินพึงพอใจกับผลของยาที่เขาเตรียมมามาก และลุกขึ้นลูบเคราสีขาวของตัวเอง “ยานี้ควรเปลี่ยนทุก ๆ 3 วัน อีกไม่เกิน 10 วันแผลก็จะตกสะเก็ด”

“ขอบคุณหมอหลวงฉิน” มู่ไป๋ไป่ขอบคุณชายชราเสียงหวานและส่งอีกฝ่ายไปที่ประตูด้วยตัวเองก่อนจะกลับมาหาหมาป่าที่ได้รับการรักษา

“เซียวเซียว เจ้าไปเตรียมผ้าฝ้ายมาเร็วเข้า แล้วก็เอาน้ำมาด้วย”

“ท่านเองก็ตามเซียวเซียวไปด้วย”

‘คนบ้า’ เงยหน้าขึ้นมองเด็กหญิงก่อนจะตระหนักว่านางกำลังพูดกับตนอยู่ เขาจึงลุกขึ้นยืนอย่างประหม่า

ชายผู้นี้ไม่ใช่คนเตี้ย แต่เขามักจะห่อไหล่ทำตัวคุดคู้ ทำให้ดูเหมือนว่าเขาสูงกว่าหลัวเซียวเซียวไม่มากนัก

“ไม่เป็นไรเพคะองค์หญิง” หลัวเซียวเซียวเหลือบมอง ‘คนบ้า’ แล้วถอนหายใจออกไป “หม่อมฉันทำเองได้เพคะ ถ้าเขาตามไป รังแต่จะถ่วงแข้งถ่วงขาหม่อมฉันเปล่า ๆ”

เด็กหญิงฉุกคิดชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าส่งสัญญาณให้สหายตัวน้อยรีบไปเอาของมา

‘คนบ้า’ ที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ ๆ เขาถึงจ้องมู่ไป๋ไป่ตาโต หลังจากเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ดูเหมือนว่าเขาจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงหยิบผลไม้สีแดงออกมาจากเสื้อผ้าสกปรกของตัวเองแล้วมอบให้นาง

“นี่คืออะไรหรือ?” คนตัวเล็กกะพริบตาสงสัย ผลไม้นั้นค่อนข้างคล้ายกับผลไม้ที่เธอเก็บมาจากต้นก่อนหน้านี้ แต่ดูเหมือนว่ามันจะมีสีแดงสดมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้นทันทีที่อีกฝ่ายนำมันออกมา เธอก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมสดชื่นกระจายไปทั่วบริเวณ

“อือ ๆ อา ๆ” ‘คนบ้า’ ยื่นมือออกมาและชี้มือไปยังทิศทางหนึ่งเพื่อบอกว่าเขาไปเก็บมันมาจากที่ไหน

มู่ไป๋ไป่ยังคงสื่อสารกับอีกฝ่ายไม่ค่อยเข้าใจนัก และกำลังจะบอกว่าตนไม่ต้องการมัน แต่เธอก็ได้ยินเสียงหมาป่าสีเทาที่ดูมีกำลังวังชาเพิ่มขึ้นเอ่ยขึ้นมาว่า “ท่านจ้าวอสูร นั่นน่าจะเป็นผลไม้วิญญาณจากบนภูเขา”

“ผลไม้วิญญาณอย่างนั้นหรือ?” ดวงตาของเด็กหญิงเป็นประกายในขณะที่ถามว่า “ฟังดูดีนี่ แล้วมันมีฤทธิ์ช่วยอะไรได้บ้าง?”

“ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันสามารถช่วยอะไรได้บ้าง” หมาป่าสีเทาเอียงหัวตอบอย่างไม่แน่ใจ “ทุกครั้งที่ข้าได้รับบาดเจ็บ ข้าจะกินผลไม้วิญญาณ 2-3 ผล แล้วอาการบาดเจ็บก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว”

เพียงแต่ในครั้งนี้อาการบาดเจ็บของมันสาหัสเกินไป มันคิดว่าตัวเองจะต้องตายเสียแล้ว มันจึงไม่ยอมกินอะไรเลยและนอนรอความตายอยู่ที่นี่

จบบทที่ บทที่ 91: องค์หญิงหกผู้มีจิตใจดี

คัดลอกลิงก์แล้ว