เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55: ไม่หิว

บทที่ 55: ไม่หิว

บทที่ 55: ไม่หิว


นายน้อยหลัวรู้ว่าลี่เฟยเอ็นดูเขามาก แต่เขาก็ยังกลัวนางมากอยู่ดี

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาตระกูลหลัวตกต่ำลง หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากลี่เฟย พวกเขาอาจจะไม่สามารถตั้งตัวอยู่ในเมืองหลวงได้นานถึงเพียงนี้

พ่อของเขาบอกเขาอยู่เสมอว่าเขาจะต้องเชื่อฟังท่านอา และอย่าไปทำอะไรให้นางต้องโกรธ

พอเห็นท่าทีตกใจของลี่เฟย เขาก็ไม่สามารถปิดบังความจริงได้อีก

ทันใดนั้นเขาก็คร่ำครวญขึ้นมาว่า “ท่านอา ท่านไม่เข้าใจความรู้สึกของข้าเลย เป็นเพราะองค์หญิงใหญ่มาหาข้าและบอกว่านางต้องการร่วมมือกับข้า”

“ทั้ง ๆ ที่ข้าวางแผนจะจัดการกับมู่ไป๋ไป่แท้ ๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นหลัวเซียวเซียวที่ตกลงไปในน้ำ”

หลังจากลี่เฟยได้ยินคำสารภาพของหลานชาย นางก็รู้สึกโกรธมากจนออกแรงบิดหูเขาแรงขึ้น “ทำไมเจ้าถึงได้โง่ขนาดนี้ ห้ะ! ถ้าทำสำเร็จก็ว่าไปอย่าง แต่ดูสิ แผนการก็ไม่สำเร็จแล้วยังต้องมาถูกสอบสวนอีก”

“ท่านอา ข้าผิดไปแล้ว ท่านจะต้องช่วยข้า ข้าเป็นหลานชายเพียงคนเดียวของท่านนะ” นายน้อยหลัวร้องไห้โวยวายร้องขอความเมตตา “ท่านอา ข้ายังไม่อยากตาย”

หญิงสาวขมวดคิ้วและผลักหลานของตัวเองที่กำลังกอดขาออก “ถ้าเจ้าไม่ใช่หลานของข้า ข้าคงไล่เจ้าออกไปตั้งนานแล้ว เจ้าโง่!”

หลานชายที่กำเนิดในตระกูลหลัวของนางโง่ได้ถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?

“ขอบคุณท่านอา” เมื่อนายน้อยหลัวได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย เขาก็รู้ว่าตนนั้นมีทางรอดแล้ว

ตอนนี้ลี่เฟยรู้สึกไม่พอใจมาก นางไม่อยากเห็นหน้าเขาด้วยซ้ำ ในขณะที่นางตะคอกใส่เขาเสียงดัง “หุบปาก! แล้วต่อจากนี้ไปให้ฟังคำของข้า หากเจ้าทำพลาดอีก เจ้าก็เตรียมตัวรอรับความตายได้เลย”

“เจ้าไปเรียกนางกำนัลที่พาเจ้าไปที่สวนด้านหลังแล้วจัดการกับนางซะ…”

ในเวลาเดียวกัน แสงไฟในตำหนักอิ๋งชุนยังสว่างไสว

ยามนี้มู่ไป๋ไป่คอยเฝ้าอยู่ข้างเตียงของหลัวเซียวเซียวตลอดเวลา

เมื่อสักครู่นี้ หมอหลวงได้ตรวจอาการและสั่งคนให้ไปต้มยาเรียบร้อยแล้ว แต่ผลที่ได้นั้นไม่ดีนัก และชีพจรของเด็กหญิงก็หยุดเต้นอีกครั้ง

โชคดีที่มีมู่ไป๋ไป่คอยเฝ้าดูอยู่ข้าง ๆ เธอจึงสามารถช่วยกู้ชีพหลัวเซียวเซียวขึ้นมาได้ทันเวลาก่อนที่จะสายไปอีกครั้ง

“ไป๋ไป่ เจ้ากินอะไรหน่อยเถอะ” ซูหว่านได้เข้ามาดู 2-3 ครั้งแล้วแอบปาดน้ำตาเบา ๆ

หลังจากหญิงสาวได้รับการปลอบโยนจากเหล่านางกำนัลในตำหนัก นางก็สามารถเรียกขวัญกำลังใจของตัวเองกลับมาได้ก่อนจะสั่งให้ห้องครัวนำอาหารมาให้ลูกสาว

“ข้าไม่หิวเลย” มู่ไป๋ไป่นอนอยู่ข้างเตียงขณะจับมือเล็ก ๆ ที่เย็นเฉียบของหลัวเซียวเซียว และจ้องหน้านางตาไม่กะพริบ

เธอกลัวว่าหากตนละสายตาจากอีกฝ่ายไป ชีพจรของนางจะหยุดเต้นอีกครั้ง

“แม่สั่งให้ห้องครัวทำปลาผัดเปรี้ยวหวานที่เจ้าชอบกินมาให้” ซูหว่านเกลี้ยกล่อมเจ้าตัวเล็กเบา ๆ “ถึงอย่างไรเจ้าก็กินสักหน่อยเถอะ ถ้าเจ้าล้มป่วยไปก่อนที่เซียวเซียวจะตื่น เช่นนั้นจะทำอย่างไร?”

มู่ไป๋ไป่ยังคงนิ่งเงียบ เธอรู้ดีว่าผู้เป็นแม่ต้องการจะบอกอะไร ถึงแม้ว่าสมองจะเข้าใจแต่ร่างกายกลับไม่ขยับ

พอเด็กหญิงคิดว่าหลัวเซียวเซียวอาจจะไม่ตื่นขึ้นมา เธอก็เจ็บแปลบในใจ

“หว่านผิน ส่งมาให้ข้าเถอะ” มู่จวินฝานซึ่งไม่รู้ว่าปรากฏตัวที่ประตูตั้งแต่เมื่อใดเอ่ยขึ้น

ตามปกติระหว่างที่เรียนอยู่ที่ศาลาหมิงหลี่มู่ไป๋ไป่ก็มักจะขี้เกียจกินข้าวเอง ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเขาที่คอยป้อนข้าวให้นาง

จากนั้นซูหว่านก็ส่งชามและตะเกียบให้กับองค์รัชทายาททั้งน้ำตาแล้วหลบออกไปเงียบ ๆ

นางรู้ว่ามู่จวินฝานกับมู่ไป๋ไป่นั้นสนิทชิดเชื้อกันเพียงใด ในเวลานี้ การมีเด็กหนุ่มคนนี้อยู่เคียงข้างลูกสาวอาจจะเป็นประโยชน์มากกว่าตัวนางเอง

“เอาน่า อ้าปากหน่อยสิ” มู่จวินฝานคีบปลาชิ้นหนึ่งขึ้นมาหยิบก้างออก แล้วยื่นมันไปจ่อที่ปากของคนตัวเล็ก

“ท่านพี่รัชทายาท ข้าไม่หิวจริง ๆ” มู่ไป๋ไป่เบี่ยงหน้าหลบ “ท่านให้ข้าอยู่กับหลัวเซียวเซียวเงียบ ๆ ได้หรือไม่?”

คำพูดของเด็กหญิงทำให้คิ้วหนาของเด็กหนุ่มขมวดเข้าหากันช้า ๆ ก่อนที่เขาจะกล่าวว่า “แม้ว่าวันนี้เจ้าจะต้องอดตายอยู่ที่นี่ แต่หลัวเซียวเซียวก็คงจะไม่ตื่นขึ้นมาหรอก”

“...”

“ฆาตกรยังคงลอยนวลอยู่ข้างนอก ตอนนี้ศาลต้าหลี่กำลังสืบสวนคดีนี้อยู่” มู่จวินฝานพูดขึ้นมา “ถึงแม้ว่าคดีนี้จะไม่ได้ซับซ้อน แต่มันเกิดขึ้นในสถานที่อย่างวังหลัง”

“ดังนั้นศาลต้าหลี่จึงมีข้อจำกัดมากมายในการจัดการคดีในวังหลัง”

“ข้ายื่นมือเข้าไปช่วยได้หรือไม่?” ฉับพลันมู่ไป๋ไป่ก็เงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย “ไม่ว่าพวกเขาจะมีข้อจำกัดอะไรก็ตาม ข้าก็สามารถช่วยพวกเขาได้!”

ตอนนี้เธอขอเพียงแค่ให้จับตัวการที่ทำร้ายหลัวเซียวเซียวได้ก็พอ

“ได้สิ” มู่จวินฝานพยักหน้า “แต่เจ้าต้องกินข้าวก่อน”

มู่ไป๋ไป่ขมวดคิ้วทำหน้าบึ้งตึงพร้อมกับพูดว่า “ท่านพี่รัชทายาท ท่านพูดแบบนี้เพื่อหลอกให้ข้ากินข้าวอย่างนั้นหรือ?”

“ใช่แล้วก็ไม่ใช่” เด็กหนุ่มยอมรับออกไปตามตรง “ข้าไม่ได้โกหกเจ้าเรื่องศาลต้าหลี่”

คนตัวเล็กเม้มปาก จากนั้นจึงยื่นมือออกไปคว้าชามข้าวออกจากมือของอีกฝ่ายและเริ่มยัดมันเข้าปาก

ไม่กี่เฟินต่อมา ข้าวในชามก็เข้าไปอยู่ในท้องเล็ก ๆ ของเธอ

มู่ไป๋ไป่พยายามกลืนข้าวที่ติดอยู่ในลำคอลงอย่างยากลำบากก่อนจะเอ่ยปากถามว่า “ไป๋ไป่กินหมดแล้ว ท่านช่วยบอกไป๋ไป่ได้หรือไม่ว่าเราจะช่วยพวกเขาได้อย่างไร?”

ภาพนั้นทำให้สายตาของมู่จวินฝานอ่อนลง ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือออกมา “ข้าจะพาเจ้าไปพบผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ เจ้าสามารถถามเขาได้ด้วยตัวเอง”

เด็กน้อยรีบกระโดดลงจากตั่ง พร้อมกับใบหน้าที่มีความหวัง

ผู้บัญชาการเป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าเย็นชาซึ่งมู่เทียนฉงเรียกตัวเขาเข้ามาในวังตั้งแต่หลังเกิดเรื่อง

พอเขารู้ว่ามีคนเกือบตายอยู่ในวังหลวง เขาก็ไม่กล้าละเลยและนำคนของตนมาสอบสวนทันที

เมื่อมู่ไป๋ไป่ติดตามมู่จวินฝานไปที่อุทยานหลวง ผู้บัญชาการก็เพิ่งสอบปากคำนางกำนัลและขันทีในวังหลวงทั้งหมดเสร็จพอดี

“ถวายบังคมองค์รัชทายาท ถวายบังคมองค์หญิงหก” ชายหนุ่มประสานมือและถวายความเคารพแก่ทั้ง 2

“ใต้เท้า ไม่จำเป็นต้องมากพิธี” เด็กหนุ่มแสดงท่าทีเคารพแก่ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่ ก่อนจะยืดตัวยืนอย่างสง่างามสมฐานะ

“เรารู้ว่าช่วงเวลานี้ศาลต้าหลี่มีงานมากมายให้ต้องทำ เราไม่ได้ต้องการมารบกวนพวกท่าน แต่ไป๋ไป่เป็นกังวลกับเรื่องนี้มาก อีกทั้งเรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับนางโดยตรง ถือว่าเป็นการสอบปากคำนางไปในตัว”

“ตอนนี้ไป๋ไป่ก็อยู่ที่นี่ด้วย หากท่านมีอะไรจะถามก็ถามนางได้เลย”

“ใช่!” เด็กหญิงยืดอกขึ้นแล้วพูดอย่างกระตือรือร้น “ใต้เท้าสามารถถามข้าได้ทุกอย่าง!”

ผู้บัญชาการมีคำถามบางอย่างที่จะถามมู่ไป๋ไป่จริง แต่เป็นดังที่มู่เทียนฉงได้บอกเอาไว้ว่า การที่ศาลต้าหลี่จะต้องมาจัดการคดีในวังหลังนั้นคงไม่สะดวกมากนัก

คำถามที่เขาถามส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องกับหลัวเซียวเซียว เช่น นางเข้ามาในวังหลวงเมื่อไหร่ และนางมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นหรือไม่

มู่ไป๋ไป่ใช้เวลาอยู่กับหลัวเซียวเซียวทุกวัน ดังนั้นเธอจึงรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี และแน่นอนว่าเธอก็ตอบคำถามทุกคำอย่างละเอียด

“หากเป็นไปตามที่องค์หญิงหกทรงตรัส นายน้อยตระกูลหลัวเป็นเพียงคนเดียวในวังหลวงที่มีความแค้นกับคุณหนูหลัวใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

ผู้บัญชาการเลิกคิ้วขึ้น “แต่กระหม่อมได้ยินมาว่านายน้อยหลัวจะอยู่ข้างกายลี่เฟยตลอดเวลา เขาไม่ได้ปลีกตัวไปไหนตามลำพัง”

“ในงานวันนี้มีคนมากมาย มันคงไม่ใช่เรื่องยากที่จะหลบออกไปสักพักโดยที่ไม่มีใครรู้” มู่ไป๋ไป่โต้กลับด้วยเหตุผล “นอกจากนี้ ทุกคนในวังหลวงต่างก็รู้ดีว่าเซียวเซียวได้รับความโปรดปรานจากข้า นี่ไม่ใช่สิ่งที่ข้าเป็นคนปั้นแต่งขึ้นมา ใต้เท้าสามารถไปสอบสวนเพิ่มเติมได้”

“ส่วนใครเป็นคนผลักเซียวเซียวลงไปในน้ำ เรายังคงต้องค้นหาคำตอบให้เจอ”

คำพูดของเด็กหญิงตรงประเด็นมาก ซึ่งทำให้ผู้บัญชาการรู้สึกชื่นชมนาง “องค์หญิงหกทรงปรีชาสมคำร่ำลือจริง ๆ”

อย่างไรก็ตาม มู่ไป๋ไป่ไม่ได้รู้สึกพึงพอใจกับคำชมของเขาเลยสักนิด

จบบทที่ บทที่ 55: ไม่หิว

คัดลอกลิงก์แล้ว