เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 54: ขออย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้า

บทที่ 54: ขออย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้า

บทที่ 54: ขออย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้า


ยามนี้ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว แต่มู่ไป๋ไป่ก็ยังมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ในสวนด้านหลังผ่านแสงจันทร์ได้ชัดเจน ตัวเธอ องครักษ์ และเจ้าส้มได้แยกย้ายกันเป็น 3 ทางเพื่อตามหาหลัวเซียวเซียว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปเธอก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของสหายตัวน้อย

ในตอนแรกเธอยังคงคิดว่าบางทีหลัวเซียวเซียวอาจจะแค่ถูกใครเรียกตัวไปและไม่เคยเข้ามาในนี้เลย

แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้า เธอก็ค่อย ๆ ยอมรับว่ามันเป็นไปไม่ได้

หลัวเซียวเซียวเชื่อฟังเธอมากที่สุด ในเมื่อเธอบอกให้นางรอ นางก็จะต้องรออย่างแน่นอน

“หลัวเซียวเซียว ขออย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้าเลย” มู่ไป๋ไป่พึมพำขณะปาดน้ำตาจากดวงตา “ไม่อย่างนั้นข้าก็ไม่อยากเป็นเพื่อนกับเจ้าอีกต่อไปแล้ว”

บัดนี้ภาพเหตุการณ์อดีตในทุกรายละเอียดที่เธอได้ใช้เวลาร่วมกับหลัวเซียวเซียวก็ย้อนกลับมา ยิ่งเธอคิดถึงอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกเศร้ามากเท่านั้น และอดไม่ได้ที่จะทรุดตัวลงนั่งร้องไห้อยู่บนพื้น “ฮือ ๆๆๆ”

“มู่ไป๋ไป่ ข้าหาหลัวเซียวเซียวเจอแล้ว!” หลังจากเด็กน้อยร้องไห้มาได้สักพักหนึ่ง เสียงของเจ้าส้มก็ดังขึ้น “เร็วเข้า นางกำลังจะจมน้ำตายแล้ว!”

“ชาติก่อนหลัวเซียวเซียวไปทำเวรทำกรรมอะไรกับน้ำเอาไว้ ทำไมนางถึงตกลงไปในน้ำอีกแล้ว!”

เมื่อมู่ไป๋ไป่ได้ยินเสียงบ่นของแมวอ้วน เธอก็รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งตามมันไปอย่างทุลักทุเลพร้อมกับตะโกนเรียกสหาย “หลัวเซียวเซียว! หลัวเซียวเซียว!”

องครักษ์ที่อยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงตะโกนขององค์หญิงหกรีบกลับมาทันที

แล้วมนุษย์ 2 คนกับแมวอีก 1 ตัวก็มารวมตัวกันอยู่ที่ริมทะเลสาบก่อนจะเห็นร่างเล็ก ๆ ลอยอยู่ที่กลางน้ำ

ภาพเบื้องหน้าทำให้มู่ไป๋ไป่รู้สึกราวกับว่าตนได้ย้อนกลับไปในวันที่ได้พบหลัวเซียวเซียวครั้งแรก

ในวันนั้นหลัวเซียวเซียวก็อยู่ในน้ำเช่นนี้ แต่ตอนนั้นนางยังคงเคลื่อนไหวอยู่ ซึ่งผิดกับตอนนี้ที่นางลอยอยู่เงียบ ๆ ไม่ไหวติง ซึ่งเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวมาก

คนตัวเล็กจ้องมองคนที่ลอยอยู่ในน้ำขณะที่ตัวสั่นไปทั้งตัวและไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเอ่ยปากขอให้องครักษ์ไปช่วยนาง

โชคดีที่องครักษ์ไม่ต้องรอคำสั่งของมู่ไป๋ไป่ก็พุ่งตัวลงไปในน้ำโดยไม่รอช้า

ส่วนเจ้าส้มที่ไม่ถูกกับน้ำอยู่แล้วได้แต่เดินวนไปรอบ ๆ ทะเลสาบอย่างกระวนกระวาย “ทะเลสาบนี้ถูกทิ้งร้างเอาไว้นาน แม้แต่ข้าก็ยังไม่คิดจะมาที่นี่เลย ทำไมหลัวเซียวเซียวถึงมาที่นี่คนเดียวล่ะ?”

มู่ไป๋ไป่หลับตาลงแล้วพูดว่า “เป็นเพราะมู่เชียน”

เรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน และเธอก็สามารถเข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง

การคาดเดาของหลัวเซียวเซียวนั้นไม่ผิด ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแผนลวง

มู่เชียนต้องการจะหลอกล่อให้เธอมาที่นี่ แต่นางไม่คาดคิดว่าคนที่เข้ามาคือหลัวเซียวเซียวที่ในวันนี้สวมเสื้อผ้าแบบเดียวกันกับเธอทุกประการ

มันทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเด็กหญิงคนนั้นก็คือตัวเธอ

ไม่ว่าสถานการณ์นี้จะเป็นเช่นไร หากหลัวเซียวเซียวเสียชีวิต นี่จะถือว่ามันเป็นความผิดของเธอ

ขณะเดียวกัน องครักษ์ได้วางร่างของเด็กผู้หญิงตัวน้อยไว้ที่พื้นอย่างระมัดระวัง เขาทดสอบลมหายใจของอีกฝ่ายเป็นอย่างแรก ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “องค์หญิงหก คุณหนูหลัวไม่หายใจ…”

“เป็นไปไม่ได้…” มู่ไป๋ไป่ซวนเซจวนจะล้มแต่ก็ยังยืนได้อย่างมั่นคง

“นางไม่มีวันตายง่าย ๆ หรอก นางยังไม่ได้ทำอะไรหลาย ๆ อย่างกับข้าคนนี้เลย”

“ถ้าท่านไม่ช่วยนางก็หลีกไปซะ ข้าจะช่วยนางเอง!”

เด็กหญิงผลักองครักษ์ออกไปและทำ CPR* ให้กับสหายอย่างสิ้นหวัง

*CPR หรือ Cardiopulmonary resuscitation คือการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ช่วยฟื้นคืนชีพให้ผู้ที่หยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้นกลับมามีชีพจรดังเดิม

“มู่ไป๋ไป่ เจ้าทำอะไรอยู่น่ะ?” เจ้าส้มไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนจึงเดินวนรอบหลัวเซียวเซียวอย่างสงสัย “องครักษ์คนนั้นบอกแล้วไม่ใช่หรือว่านางไม่หายใจแล้ว เราช่วยนางไม่ได้แล้ว”

“เลิกทรมานนางแล้วหาสถานที่ดี ๆ ฝังนาง ให้นางได้อยู่อย่างสงบเถอะ”

“ไม่! วิธีนี้อาจจะสามารถช่วยชีวิตนางได้!” มู่ไป๋ไป่ที่เหงื่อผุดออกเต็มหน้าผากจ้องมองคนที่นอนหลับตานิ่งไม่ไหวติงอย่างดื้อรั้น ในขณะที่ใบหน้าของเธอไร้สีสัน “มันช่วยได้ ขอแค่ข้าอดทนอีกนิด…”

แม้ว่าหัวใจจะหยุดเต้นไปแล้ว ตราบใดที่เธอกู้ชีพได้ทันเวลา เธอก็ยังสามารถช่วยให้หลัวเซียวเซียวมีชีวิตรอดอยู่ได้

เมื่อเจ้าส้มเห็นท่าทางของเจ้าตัวเล็กเช่นนี้ มันก็ปิดปากและนั่งลงข้างอีกฝ่ายเงียบ ๆ รอให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

ทางด้านองครักษ์พอเห็นว่าคำพูดโน้มน้าวของเขาไม่มีประโยชน์ เขาจึงจุดพลุสัญญาณเพื่อติดต่อกับองค์รัชทายาท

ทันใดนั้นก็มีแสงสว่างจ้าพุ่งตรงขึ้นไปบนท้องฟ้า มันช่วยขับให้สวนด้านหลังที่เงียบสงบดูน่าขนลุกมากยิ่งขึ้น

ในไม่ช้ามู่จวินฝานก็มาถึง ตามมาด้วยมู่เทียนฉง

ก่อนหน้านี้ในขณะที่ฮ่องเต้หนุ่มกับลี่เฟยกำลังร่วมงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพ เขาก็ได้รับรายงานว่าองครักษ์ที่ติดตามมู่ไป๋ไป่ได้จุดพลุสัญญาณ ซึ่งบ่งบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ดังนั้นเขาจึงปลีกตัวออกจากลี่เฟยมาทันทีและติดตามองค์รัชทายาทไป

“ไป๋ไป่!” หัวใจของมู่เทียนฉงบีบรัดแน่นเมื่อเขามองไปยังลูกสาวที่กำลังขยับขึ้นลงอยู่เหนือหน้าอกของร่างร่างหนึ่งเหมือนคนบ้าคลั่ง

“ปล่อยข้านะ! ข้าจะช่วยเซียวเซียว” มู่ไป๋ไป่ไม่แม้แต่จะหันไปมองคนที่อุ้มเธอด้วยซ้ำ แล้วพยายามผลักเขาออกไป “เซียวเซียวยังไม่ตาย!”

มู่จวินฝานรีบก้าวเข้าไปตรวจชีพจรของหลัวเซียวเซียว ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นว่า “นางยังหลงเหลือชีพจรอยู่จริง ๆ ใครก็ได้รีบไปตามหมอหลวงมาเร็วเข้า!”

“องค์รัชทายาท” องครักษ์ตกใจ “แต่กระหม่อมเพิ่งยืนยัน…”

เหตุใดจู่ ๆ เด็กคนนี้ถึงกลับมามีชีพจรอีกครั้ง เป็นเพราะองค์รัชทายาทอยากจะปลอบโยนองค์หญิงหก หรือเป็นเพราะองค์หญิงหกได้ช่วยเหลือคุณหนูหลัวกลับมาได้จริง ๆ?

“นางยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ หรือ?” เจ้าส้มลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้นเช่นกัน

“ชีพจรนางยังเต้นอยู่หรือ?” มู่ไป๋ไป่มองพี่ชายอย่างเหม่อลอย “ท่านพี่รัชทายาทไม่ได้โกหกข้าใช่หรือไม่?”

“แน่นอน” มู่จวินฝานมองดวงตาสีแดงก่ำของน้องสาวแล้วรู้สึกปวดใจมาก พร้อมกับความรู้สึกอยากจะลูบหัวปลอบโยนนาง

แต่ผลก็คือเขาได้รับสายตาคมดุของมู่เทียนฉงมาแทน ไม่นานเขาก็กล่าวต่อว่า

“แต่มันอ่อนมาก ถึงอย่างนั้นชีพจรนางก็ยังเต้นอยู่แน่นอน”

เมื่อมู่ไป๋ไป่ได้ยินคำตอบยืนยัน เธอที่ก่อนหน้านี้มีพลังสูบฉีดก็หมดเรี่ยวแรงทิ้งตัวลงในอ้อมแขนของผู้เป็นพ่อ แล้วหลั่งน้ำตาราวกับว่าอยากระบายความโกรธในใจ

“ฮือ ๆๆ ท่านพ่อ ท่านจะต้องตัดสินแทนไป๋ไป่” เด็กน้อยร้องไห้สะอึกสะอื้นจนแทบหายใจไม่ทัน “มีคนต้องการทำร้ายไป๋ไป่ แต่เซียวเซียวต้องมารับแทนไป๋ไป่”

ทันใดนั้นดวงตาของมู่เทียนฉงก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา พร้อมกับที่รังสีสังหารแล่นผ่านดวงตาคู่นั้น

และมือของชายหนุ่มที่โอบรอบเอวลูกสาวก็กำแน่นขึ้น เขามองดูคนตัวเล็กในอ้อมแขนขณะที่ความเย็นชาแผ่ออกจากตัวเขารุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

ขณะเดียวกัน หมอหลวงได้มาถึงอย่างรวดเร็ว เขาตรวจสอบชีพจรของหลัวเซียวเซียวแล้วพูดแบบเดียวกับมู่จวินฝาน

ชีพจรของเด็กหญิงอ่อนมาก ปัจจุบันชีวิตของนางกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

ยามนี้มู่ไป๋ไป่หมกมุ่นอยู่แต่ความเป็นความตายของหลัวเซียวเซียวมากจนไม่สนใจสิ่งอื่นใด เธอได้เดินตามหมอหลวงกลับไปที่ตำหนักอิ๋งชุน เธอไม่แม้แต่จะฟังคำพูดที่คนเป็นพ่อพูดกับเธอเลยด้วยซ้ำ

“เกิดอะไรขึ้น?” ทันทีที่องค์หญิงตัวน้อยไม่อยู่ด้วย มู่เทียนฉงก็กลับมารักษาท่าทีปกติของตัวเอง

องครักษ์ขององค์รัชทายาทถูกเรียกตัวไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งเขาก็ไม่กล้าปิดบังใด ๆ พร้อมกับเล่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบ

เป็นเพราะว่าเขาคอยติดตามองค์หญิงหกอยู่ตลอดเวลา เขาจึงไม่ได้เห็นว่าใครผลักหลัวเซียวเซียวตกน้ำ

แต่ความคิดของเขาก็เหมือนกับเจ้าส้ม สระน้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ในสถานที่ห่างไกล และคุณหนูหลัวก็ไม่มีเหตุผลที่จะมารอองค์หญิงหกอยู่ที่นี่

ยิ่งมู่เทียนฉงได้ยินคำบอกเล่า ใบหน้าของเขาก็ยิ่งถมึงทึงมากขึ้น

“คนผู้นั้นกล้ามากนักถึงขั้นมาฆ่าคนถึงในวังหลวง”

“ดูเหมือนว่าเราจะใจกว้างกับคนในวังมากเกินไปสินะ”

“ในเมื่อเจ้าโจรชั่วนั่นใจกล้าถึงเพียงนี้ เจ้าไปแจ้งผู้บัญชาการ ให้ศาลต้าหลี่ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด”

ความพิโรธของฝ่าบาทนั้นทรงพลังยิ่งใหญ่ เมื่อข่าวถูกส่งไปภายในงานเลี้ยงวันคล้ายวันพระราชสมภพ ลี่เฟยก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของหลานชายของนางเริ่มแปลกไป

เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการกับเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น งานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพจึงถูกยกเลิกทันที และนายน้อยหลัวก็ถูกพาตัวกลับไปที่ตำหนักชิงเหอ

“เจ้าเป็นคนลงมืออย่างนั้นหรือ?” หลังจากไล่นางกำนัลและขันทีออกไปจนหมดแล้ว ลี่เฟยก็ปิดประตูตำหนักก่อนจะหันไปถามหลานชายที่กำลังลนลานอยู่ภายในห้อง

“หลาน… หลานไม่เข้าใจที่ท่านอากำลังพูด” นายน้อยหลัวหลบตามองไปอีกด้านหนึ่งอย่างรู้สึกผิด

“เจ้าไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ?” หญิงสาวแค่นเสียงในลำคอก่อนจะคว้าหูของอีกฝ่ายมาบิดเต็มแรง “เจ้าคิดว่าข้าต้องแลกอะไรมาบ้างกว่าจะมายืนอยู่จุดนี้ดังเช่นทุกวันนี้?”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ไม่นะเซียวเซียวววว T__T

จบบทที่ บทที่ 54: ขออย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว