เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48: หมูตุ๋น

บทที่ 48: หมูตุ๋น

บทที่ 48: หมูตุ๋น


ก่อนหน้านี้มู่ไป๋ไป่ขอให้หลัวเซียวเซียวไปหาเก้าอี้มาตัวหนึ่งเพื่อให้เธอยืนอยู่บนนั้น แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังสูงไม่พ้นหัวคนอื่นอยู่ดี

“อะแฮ่ม…” เด็กหญิงยืนเอามือไพล่หลังและกระแอมเสียงดังเพื่อเรียกความสนใจของทุกคน

ทว่าเสียงเล็ก ๆ ของเธอก็จมหายไปท่ามกลางเสียงกระซิบของฝูงชน

“...”

ทำไมคนพวกนี้ถึงไม่เคารพกันเลยสักนิด?

“องค์หญิงหก ใช้เจ้านี่สิเพคะ” หลัวเซียวเซียวหยิบไม้พายจากที่ไหนก็ไม่ทราบมายื่นให้มู่ไป๋ไป่

นอกจากนี้นางยังถือหม้อเหล็กขนาดครึ่งหนึ่งของตัวเองอยู่ในมือ และทำท่าให้อีกฝ่ายเคาะหม้อ

มู่ไป๋ไป่ที่เห็นดังนี้ก็ยกนิ้วชื่นชมสหายตัวน้อย “เจ้าฉลาดมาก”

จากนั้นก็มีเสียงเคาะหม้อดังขึ้น แล้วทุกคนในห้องครัวก็เงียบเสียงลงทันทีพร้อมกับหันไปสนใจเด็กหญิงที่ยืนอยู่บนเก้าอี้

ใครจะไปคาดคิดว่าการใช้หม้อเหล็กขนาดใหญ่นั้นจะได้ผลเป็นอย่างดี มู่ไป๋ไป่เองก็ตกใจเสียงเคาะมากจนเกือบเสียหลักตกจากเก้าอี้

โชคดีที่หลัวเซียวเซียวที่อยู่ด้านข้างช่วยจับเธอไว้ได้ทันเวลา

“ถ้าไม่อยากถูกตัดหัว ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปพวกเจ้าต้องเชื่อฟังคำสั่งของข้า”

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากใบหน้าที่ดูน่ารักและเสียงเล็กแหลมของเด็ก คำสั่งที่ออกจากปากจึงทำให้ผู้คนรู้สึกตะขิดตะขวงในใจ

ในสายตาของทุกคน เธอไม่ต่างจากเด็กซนที่กำลังก่อเรื่องอยู่ที่นี่

ดังนั้นพ่อครัวคนหนึ่งจึงพูดขึ้นมาด้วยหน้าตาบูดบึ้งว่า “องค์หญิงหก พระองค์ทรงอย่าได้ล้อพวกข้าน้อยเล่นเลยพ่ะย่ะค่ะ”

“นี่ ใครบอกว่าล้อพวกเจ้าเล่นกัน” มู่ไป๋ไป่รู้สึกไม่พอใจมากเมื่อถูกตั้งข้อกังขา

อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้น ฉันเป็นนักกินที่มีประสบการณ์มาก่อนที่จะมาที่นี่นะยะ!

ถ้าในอดีตแม่ของเธอไม่คอยบงการชีวิต เธอคงกลายเป็นดาวรุ่งในวงการอาหารที่มีแฟนคลับติดตามหลายล้านคนและก้าวไปถึงจุดสูงสุดในอาชีพการงานแล้ว

คนพวกนี้กล้าดีอย่างไรถึงมาสงสัยเธอกัน!

“องค์หญิงหก พวกเรารู้ว่าพระองค์มีเจตนาดี” พ่อครัวอีกคนดูจะมีไหวพริบมากกว่าเล็กน้อย “แต่ในสถานที่สกปรกอย่างห้องครัวไม่เหมาะกับคนที่มีฐานะอย่างพระองค์”

แต่นัยแฝงของคำพูดนั้นก็คือ องค์หญิงที่ถูกประคบประหงมมาตั้งแต่เด็กจะรู้วิธีทำอาหารได้อย่างไรกัน?

“นี่เจ้ากำลังดูถูกข้าอยู่ใช่หรือไม่?” มู่ไป๋ไป่หรี่ตามองพ่อครัวที่เป็นคนพูด

นั่นทำให้ทุกคนเงียบลง คำถามเช่นนี้จะมีใครกล้าตอบบ้างล่ะ?

ทันทีที่เด็กหญิงเห็นสีหน้าลำบากใจของทุกคน เธอก็รู้คำตอบของพวกเขาจึงแอบบ่นในใจด้วยความโมโห

“ทุกคน อย่างไรเสียตอนนี้พวกเราก็ไม่เหลือหนทางแล้ว ทำไมเราถึงไม่ลองฟังสิ่งที่องค์หญิงหกพูดก่อนล่ะ?” จู่ ๆ พ่อครัวที่ยืนอยู่ข้างหลังก็พูดขึ้นมา “ในเมื่อพวกเราเองก็ไม่สามารถหาหนทางแก้ไขได้อยู่แล้ว เราจะปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมได้อย่างไร อย่างน้อยเราก็ควรหาทางรอดให้ตัวเองไม่ใช่หรือ?”

เหล่าพ่อครัวได้พูดคุยหารือกันตั้งแต่เช้าแต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ได้ แม้ว่าจะปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานกว่านี้ พวกเขาก็คงมาถึงทางตันเช่นเคย

การที่พวกเขาลองเชื่อองค์หญิงหกผู้นี้สักครั้งมันจะไม่เป็นการดีกว่าหรือ?

แล้วคำพูดของพ่อครัวคนนี้ก็กระทบใจของผู้คนมากมาย ทำให้พวกเขาเริ่มวางทิฐิในใจลง

“เจ้าฉลาดมาก” มู่ไป๋ไป่พยักหน้าให้พ่อครัวคนนั้นและเอ่ยปากชม

“จากนี้ไป คนที่เต็มใจเชื่อมั่นในตัวข้าให้ก้าวออกมาข้างหน้าแล้วฟังคำสั่งของข้า”

“ส่วนใครที่ไม่เชื่อ พวกเจ้าจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ องค์หญิงคนนี้จะไม่ตำหนิเจ้า”

“หลัวเซียวเซียว เจ้าไปเอาหมูสามชั้นมาชิ้นหนึ่ง วันนี้ข้าจะทำอาหารจานอร่อยให้เจ้าชิม”

หลัวเซียวเซียวตอบเสียงร่าเริง ก่อนจะวิ่งตรงไปยังส่วนที่เก็บวัตถุดิบและหยิบเนื้อหมูสามชั้นชิ้นโตออกมา

ใครบอกว่าองค์หญิงของข้าไม่รู้เรื่องการทำครัวกัน?

ดูสิ องค์หญิงรู้จักหมูสามชั้นว่าคืออะไรด้วยซ้ำ

“เจ้าหั่นหัวหอม ขิง และกระเทียม จากนั้นก็ใส่ลงในหม้อที่มีน้ำเย็นพร้อมกับเนื้อหมูสามชั้น” มู่ไป๋ไป่เอามือข้างหนึ่งไพล่ไว้ด้านหลัง ส่วนอีกข้างก็ยกชี้นิ้วออกคำสั่ง

ปกติหลัวเซียวเซียวมักจะทำอาหารและตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยตัวเองอยู่เสมอยามที่อยู่ในจวนสกุลหลัว ดังนั้นนางจึงรู้วิธีการทำอาหารเช่นกัน

ขณะนี้นางกำลังถือมีดทำครัวขนาดใหญ่พอ ๆ กับแขนของนางและหั่นผักตามที่สั่งอย่างคล่องแคล่ว

ซึ่งนั่นทำให้ทุกคนที่ยังลังเลในตอนแรกเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นหลังจากที่ได้เห็นการเคลื่อนไหวของเด็กทั้ง 2 คน

พอมีคนหนึ่งก้าวไปช่วยเหลืออย่างกล้าหาญแล้ว ก็มีผู้คนกล้าก้าวออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ

อาหารที่มู่ไป๋ไป่อยากจะทำนั้นไม่ซับซ้อนเลย และเมื่อมีคนคอยช่วยเหลือกันคนละไม้คนละมือ ความก้าวหน้าจึงรวดเร็วขึ้นแบบเห็นได้ชัด

หมูสามชั้นที่ถูกต้มอยู่ในหม้อกำลังเดือดปุด ๆ ส่งกลิ่นหอมของส่วนผสมที่เข้มข้นไปทั่วห้องครัว ทำให้หลายคนที่ได้กลิ่นพากันน้ำลายไหล

“องค์หญิงหก พระองค์ทรงกำลังจะทำอาหารประเภทใดกันพ่ะย่ะค่ะ?” พ่อครัวคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

เมื่อเด็กหญิงเห็นว่ามีคนเอ่ยปากถามตนขึ้นมาก่อน เธอจึงตอบว่า “ข้าจะทำหมูตุ๋น”

เธอเคยค้นพบตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วว่าอาหารในแคว้นเป่ยหลงนั้นถูกปรุงขึ้นมาง่าย ๆ ที่นี่มีอาหารเพียงไม่กี่ประเภทที่ถูกปรุงขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก และมีอาหารที่ใช้น้ำปรุงรสเป็นส่วนประกอบน้อยมาก

นอกจากนี้เธอเพิ่งได้ยินจากนางกำนัลในตำหนักว่าไทเฮาทรงเสวยพระกระยาหารมังสวิรัติมาเป็นเวลานานแล้ว เธอจึงนึกถึงอาหารจานนี้ที่เธอกินไม่เคยเบื่อเลย นั่นก็คือหมูสามชั้นตุ๋น

“หมูตุ๋นหรือ?” พ่อครัวยกมือขึ้นแตะคางตัวเอง “เลือกเนื้อก่อน แล้วจึงนำไปต้มในหม้อ จากนั้นก็เติมเครื่องปรุงลงไปและปรับไฟแรงเพื่อให้น้ำงวด ยอดเยี่ยมจริง ๆ …”

พอมู่ไป๋ไป่คำนวณว่าใกล้จะสุกได้ที่แล้ว เธอก็สั่งให้คนเปิดฝาหม้อ สุดท้ายก็โรยต้นหอม 1 กำมือลงไป เพียงเท่านี้กลิ่นที่ฟุ้งอยู่ในห้องครัวก็เพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง

บางครั้งคนในวังหลวงที่เดินผ่านห้องครัวหลวงก็ขยับจมูกสูดกลิ่นพลางแอบยื่นหน้าเข้ามาด้านใน พวกเขาอยากจะรู้ว่าห้องครัวได้คิดค้นอาหารจานใหม่ชนิดใดขึ้นมาในวันนี้ เพียงแค่ได้กลิ่นพวกเขาก็รู้สึกหิวขึ้นมาแล้ว

“พวกเจ้าลองชิมดูสิ” มู่ไป๋ไป่แบ่งหมูตุ๋นใส่ชามใบเล็กก่อนจะให้หลัวเซียวเซียวเอาไปให้พวกพ่อครัวชิม จากนั้นจึงแบ่งเนื้อที่เหลือออกเป็นส่วน ๆ

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอทำอาหาร… ไม่สิ มันเป็นเพียงการกำกับคนอื่นทำอาหาร แน่นอนว่าความสำเร็จที่น่าจดจำเช่นนี้จะต้องแบ่งปันให้กับท่านพี่รัชทายาท

เนื่องจากก่อนหน้านี้เธอได้รับความช่วยเหลือจากมู่จวินฝานซึ่งทำให้ซูหว่านได้รับความโปรดปรานจากมู่เทียนฉง สำหรับเรื่องนี้เธอยังไม่ได้ทำอะไรตอบแทนเขาเลย

หมูตุ๋นชามนี้จึงเป็นเหมือนของขวัญแทนคำขอบคุณ

“เนื้อที่มีสีเข้มเช่นนี้จะอร่อยได้อย่างไร?” พ่อครัวคนหนึ่งขมวดคิ้วอย่างสงสัยขณะแอบกระซิบพูดเสียงเบา

ส่วนพ่อครัวที่ช่วยพูดแทนมู่ไป๋ไป่ตั้งแต่ต้นก็ตรงไปหยิบตะเกียบ ก่อนจะคีบหมูสามชั้นชิ้นใหญ่ขึ้นมาดมกลิ่นแล้วเอาเข้าปากโดยไม่รอช้า

ในเวลานี้ทุกคนมองหน้าเขาพร้อมกับลุ้นไปด้วย

ใบหน้าของพ่อครัวคนนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อในขณะที่เขาค่อย ๆ เคี้ยวเพื่อลิ้มรสอาหาร

ในระหว่างที่ทุกคนคิดว่าเขาจะพูดว่ามันเค็มเกินไปหรือหวานเกินไป พวกเขาก็ได้ยินเสียงกระแทกโต๊ะและเสียงพูดว่า “เร็วเข้า ไปเอาข้าวชามใหญ่ ๆ มาให้ข้าที เนื้อนี้อร่อยมาก มันเป็นอาหารที่เลิศรสที่สุดเท่าที่ข้าเคยกินมาก่อนในชีวิตนี้”

“มันอร่อยจริงหรือ? ข้าไม่อยากจะเชื่อเลย” พ่อครัวอีกคนหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วรีบพากันแย่งชิมหมูตุ๋น

ส่วนคนอื่นที่อยากรู้อยากเห็นมากเช่นกันก็รีบวิ่งเข้าไปล้อมวงชิมอาหารทีละคน

หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงเอ่ยปากชมมากมายจากในห้องครัวหลวง

ในเวลาเดียวกัน มู่ไป๋ไป่เดินออกจากห้องครัวไปด้วยความพึงพอใจพร้อมกับหลัวเซียวเซียวซึ่งกำลังถือกล่องอาหารมุ่งหน้าไปยังตำหนักตงกงของมู่จวินฝาน

“องค์หญิงหก ไทเฮาทรงเสวยพระกระยาหารมังสวิรัติมาโดยตลอด คนของห้องครัวจะยอมส่งหมูสามชั้นที่พระองค์ปรุงไปให้ทางตำหนักฉือซิ่งหรือเพคะ?” เด็กหญิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

ตัวนางที่ติดตามมู่ไป๋ไป่มาเองก็รู้สึกมีความสุขเช่นกัน

การได้เห็นองค์หญิงได้รับคำชมจากผู้อื่นมันทำให้นางรู้สึกมีความสุขยิ่งกว่าตนได้รับคำชมเสียอีก

“แน่นอน” มู่ไป๋ไป่ยิ้มอย่างมั่นใจ “เพราะนี่เป็นหนทางรอดเพียงทางเดียวของพวกเขา หากพวกเขาไม่อยากตาย สำรับนี้ก็จะถูกส่งออกไป”

แล้วมันก็เป็นไปตามที่คนตัวเล็กคาดเอาไว้ ในวันนั้นหมูตุ๋นจานเล็ก ๆ ได้ไปตั้งอยู่บนโต๊ะเสวยพระกระยาหารของไทเฮา

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ดูซิว่าจะมัดใจท่านย่าด้วยอาหารได้หรือเปล่า

จบบทที่ บทที่ 48: หมูตุ๋น

คัดลอกลิงก์แล้ว