เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44: ขอเพียงไม่ใช่ลี่เฟย

บทที่ 44: ขอเพียงไม่ใช่ลี่เฟย

บทที่ 44: ขอเพียงไม่ใช่ลี่เฟย


ทันทีที่มู่ไป๋ไป่เดินไปถึงประตูห้องโถงด้านหน้า เธอก็เห็นพระสนมที่แต่งตัวสีสันสดใสหลายคนกำลังลุกขึ้นโดยมีนางกำนัลเข้าไปช่วยพยุง

แล้วเธอก็ยังคงได้ยินเสียงพูดคุยระหว่างพวกนางอยู่เบา ๆ

“ข้าได้ยินมาว่าตะเกียงในตำหนักชิงเหอไม่ดับลงจนกระทั่งกลางดึกเมื่อวานนี้”

พระสนมในชุดสีเหลืองสดใสยกมือขึ้นปิดรอยยิ้มยินดีของตัวเอง

“พอข้านึกถึงภาพที่ลี่เฟยนั่งรออยู่คนเดียวในตำหนักที่ว่างเปล่าเพื่อรอฝ่าบาทเกือบทั้งคืน ข้าก็อยากจะหัวเราะยิ่งนัก”

“ถูกต้อง” พระสนมอีกคนในชุดสีฟ้าครามเห็นด้วย

“ข้าไม่เคยสังเกตมาก่อนเลย แต่วันนี้พอได้พบหว่านผินแล้ว นางกับลี่เฟยนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว หากข้าเป็นฝ่าบาท ข้าก็อยากจะเลือกหว่านผินมากกว่า”

“เอาเถอะ ขอเพียงไม่ใช่ลี่เฟย ทุกอย่างก็ถือว่าดี”

มู่ไป๋ไป่ซ่อนตัวอยู่หลังเสาแอบฟังเหล่าสนมพูดคุยหัวเราะกัน

หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ตีหัวตัวเองแล้วพูดว่า “ข้าเข้าใจความหมายของท่านพี่รัชทายาทแล้ว!”

ทำไมฉันถึงได้โง่ขนาดนี้นะ!

ในเมื่อมู่เทียนฉงสามารถเลิกชอบลี่เฟยและไปชอบพระสนมคนอื่นได้ ทำไมเขาถึงพยายามยกท่านพ่อให้คนอื่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น แม่ของเธอทั้งหน้าตาดีและเป็นคนที่เพียบพร้อมมาก ดังนั้นนางจึงเหมาะสมกับพ่อของเธอมาก

“เจ้าเป็นอะไรไปน่ะ?” เจ้าส้มทำหน้าสับสนเมื่อเห็นคนตัวเล็กตีหัวตัวเอง

“เจ้าไม่ไปที่ห้องโถงด้านหน้าแล้วหรือ? รีบหน่อยสิ ข้าอยากลองชิมของว่างที่กองอยู่บนโต๊ะนั้นสักหน่อย พระสนมพวกนั้นไม่มีทางกินมันแน่นอน อันไหนอร่อยคราวหน้าข้าจะได้บอกให้เจ้าเอามาให้กินอีก”

“กิน ๆๆ วัน ๆ เจ้าก็รู้จักแต่จะกิน” มู่ไป๋ไป่เบะปากใส่แมวอ้วน “ตอนนี้องค์หญิงคนนี้มีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องไปทำ”

“มีอะไรสำคัญไปกว่าการกินอีกอย่างนั้นหรือ?” เจ้าส้มพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ “อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าการกินนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในโลก…”

เด็กหญิงไม่สนใจที่แมวตัวโตพูดและเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อคิดหาวิธีที่จะทำให้มู่เทียนฉงชอบซูหว่าน

ในตอนค่ำ ฮ่องเต้หนุ่มเสด็จมาที่ตำหนักอิ๋งชุนเพื่อรับประทานอาหารเย็นตามปกติ

หลังจากทุกคนรับประทานอาหารเสร็จ มู่ไป๋ไป่ก็รั้งผู้เป็นพ่อที่กำลังจะกลับตำหนักของตัวเองโดยอ้างว่าจะแสดงผลของการร่ำเรียนที่ผ่านมาให้เขาเห็น

“เป็นโอกาสที่หายากจริง ๆ ที่ไป๋ไป่จะเป็นคนเอ่ยปากท่องบทกวีให้เราฟัง”

มู่เทียนฉงดูพึงพอใจขณะฟังเสียงไพเราะของคนตัวเล็กที่ท่องบทกวี 2-3 บท

สมแล้วที่นางเป็นลูกสาวของเขา นางสามารถท่องบทกวียาก ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน

“อิอิ ไป๋ไป่อยากให้ท่านพ่อมีความสุข” มู่ไป๋ไป่รีบดื่มน้ำเพื่อให้ลำคอที่แห้งผากของตัวเองชุ่มชื้นขึ้น

“ท่านพ่อ นี่ก็ดึกมากแล้ว ทำไมวันนี้ท่านไม่บรรทมที่ตำหนักอิ๋งชุนล่ะเพคะ?”

ซูหว่านที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ เหลือบมองลูกสาวด้วยสายตาประหลาดใจ

“เจ้าอยากให้พ่อพักที่นี่อย่างนั้นหรือ?” มู่เทียนฉงเลิกคิ้วขึ้น ในขณะที่สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป “หรือมีใครสอนให้เจ้าพูดแบบนี้?”

“ไม่มีใครสอนอะไรไป๋ไป่เลยเพคะ”

มู่ไป๋ไป่ลอบถอนหายใจ พลางคิดว่าฝ่าบาทก็ยังคงเป็นฝ่าบาท เขาระวังตัวมาก แม้แต่สีหน้าของเขาก็ยังเปลี่ยนไปในตอนที่กล่าวเช่นนั้น

ถัดมา คนตัวเล็กอมลมไว้ในปากทำให้แก้มพอง พร้อมกับแสดงสีหน้าหดหู่

“ไป๋ไป่เพียงได้ยินมาว่าท่านพ่อยุ่งกับราชกิจจนไม่มีเวลาพักผ่อน ตำหนักอิ๋งชุนอยู่ไกลจากตำหนักเย่าเจิ้ง ไป๋ไป่เพียงแค่ไม่อยากให้ท่านพ่อต้องเดินทางกลับไปกลับมา”

“อีกอย่าง ท่านแม่เพิ่งทำกำยานหอมชนิดหนึ่งที่ช่วยทำให้จิตใจสงบและผ่อนคลายขึ้นมา มันเหมาะกับท่านพ่อมาก ท่านไม่อยากลองดูสักหน่อยหรือเพคะ?”

ขณะที่เด็กหญิงพูด เธอก็ยิ้มและกะพริบตากลมโตปริบ ๆ

“ไป๋ไป่ เจ้ารู้ได้อย่างไรว่า…” ในเวลานี้ซูหว่านรู้สึกประหลาดใจมากยิ่งขึ้น นางได้ทำกำยานหอมขึ้นมาจริง ๆ และคิดเอาไว้ว่าจะนำมาถวายให้กับมู่เทียนฉงในภายหลัง

แต่นางไม่คาดคิดว่าเจ้าตัวเล็กจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดในเวลานี้

“แน่นอน นั่นเป็นเพราะว่าไป๋ไป่ฉลาด” มู่ไป๋ไป่เชิดคางกลม ๆ ขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “ไม่มีอะไรที่เล็ดลอดสายตาของไป๋ไป่ไปได้หรอก”

“เจ้าเด็กคนนี้นี่” มู่เทียนฉงรู้สึกขบขันกับท่าทางของลูกสาว

จากนั้นดวงตาของเขาก็เหลือบไปมองหว่านผินที่ดูงดงามด้านข้าง ทันใดนั้นใจของเขาก็สั่นไหว “สิ่งที่ไป๋ไป่พูดเป็นเรื่องจริงหรือไม่?”

“ทูลฝ่าบาท เป็นเรื่องจริงเพคะ” หญิงสาวย่อกายลงตอบ

“ฝ่าบาทมีราชกิจรัดตัวหนักหนา หม่อมฉันไม่อาจช่วยเหลือพระองค์ได้ หม่อมฉันทำเป็นเพียงแค่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น”

ในขณะนั้นมู่ไป๋ไป่ก็ได้แอบสั่งให้นางกำนัลในตำหนักดับเทียนบางส่วนลง ทำให้ภายในห้องมีแสงสลัว และกลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้ก็ถูกลมพัดเข้ามาทางหน้าต่าง

ตอนนี้แสงพร้อม บรรยากาศเป็นใจ เพียงแค่นี้ทุกอย่างก็ลงตัว

มู่ไป๋ไป่รู้สึกว่าหากมู่เทียนฉงยังไม่รู้สึกสะทกสะท้านอีก แสดงว่าเขาต้องไม่ใช่ผู้ชายแท้ ๆ แน่

“ถ้าอย่างนั้น เราจะพักที่นี่ต่ออีกสักคืน” มู่เทียนฉงมีสีหน้าอ่อนลงและมองซูหว่านด้วยสายตาอ่อนโยนมากขึ้นเล็กน้อย

สายตาที่เร่าร้อนของชายหนุ่มนั้นแสดงออกอย่างชัดเจน มันทำให้ใบหน้าของหญิงสาวเห่อร้อนขึ้น

นางจึงรีบลดสายตาลงอย่างเขินอาย “หม่อมฉันจะส่งคนให้ไปจัดเตรียมให้เพคะ…” หว่านผินลองพูดหยั่งเชิง

“อืม” มู่เทียนฉงพยักหน้าเป็นการตอบตกลงให้นางนอนกับเขา

แล้วมู่ไป๋ไป่ก็ปิดปากก่อนจะรีบหลบฉากออกไปจากห้องเงียบ ๆ เพราะกลัวว่าเสียงกรี๊ดด้วยความตื่นเต้นของเธอจะไปทำลายบรรยากาศนั้นลง

จากนั้นนางกำนัลและขันทีก็เดินเข้าออกกันให้วุ่น พวกเขาใช้เวลาตระเตรียมอยู่นานกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี

วันรุ่งขึ้น

จนกระทั่งมู่ไป๋ไป่ออกเดินทางไปยังศาลาหมิงหลี่ มู่เทียนฉงกับซูหว่านก็ยังไม่ออกมาจากห้อง

แล้วเธอก็เดินผิวปากอย่างมีความสุขในระหว่างที่มุ่งหน้าไปเรียน

“ดูเหมือนว่าไป๋ไป่จะสามารถคลายความกังวลเรื่องเมื่อวานได้สำเร็จแล้ว”

มู่จวินฝานกอดคนตัวเล็กไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินผ่านอุทยานหลวงช้า ๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มของนาง เขาก็ยกยิ้มมุมปากเช่นกัน

วันนี้อากาศไม่ค่อยดีนัก ฝนได้เริ่มตกลงมาปรอย ๆ อีกแล้ว และเม็ดฝนก็ได้ปลิวมาตามสายลมเป็นระยะ ๆ

เด็กหนุ่มยื่นมือออกไปเพื่อป้องฝนให้น้องสาว ทำให้แขนเสื้อของเขาเปียกแทน

“ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณคำแนะนำของท่านพี่รัชทายาท”

มู่ไป๋ไป่ลดเสียงของตัวเองลงให้ฟังดูลึกลับ

“เมื่อคืนท่านพ่อโปรดปรานท่านแม่แล้ว!”

“แค่ก ๆ…” ใบหน้าของมู่จวินฝานเปลี่ยนเป็นสีแดงจาง ๆ ก่อนที่เขาจะเคาะหัวเล็ก ๆ ของน้องสาวเบา ๆ “เจ้าเด็กคนนี้นี่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าความโปรดปรานคืออะไร? ต่อจากนี้ไปเจ้าอย่าได้หลุดพูดคำนี้ต่อหน้าคนอื่นอีก”

“เพคะ… ทำไมไป๋ไป่ถึงจะไม่เข้าใจ” มู่ไป๋ไป่พูดขึ้นเสียงสูง ในขณะที่มุ่ยปาก “ท่านพ่อโปรดปรานท่านแม่ก็เลยมีไป๋ไป่ขึ้นมาไง”

“บางทีคราวนี้ไป๋ไป่อาจจะมีน้องชายหรือน้องสาวเพิ่มขึ้นมาอีกคนก็ได้”

“...” มู่จวินฝานไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี

ใครสอนเรื่องนี้ให้นางกัน?

ขณะที่ทั้ง 2 กำลังคุยกัน พวกเขาก็เดินมาถึงศาลาหมิงหลี่ก่อนจะได้รับแจ้งว่าอาจารย์เสิ่นป่วยจึงจะต้องพักผ่อน 2-3 วัน ดังนั้นใน 2-3 วันนี้จึงจำเป็นต้องยกเลิกชั้นเรียน

“ยอดไปเลย!” มู่ไป๋ไป่ปรบมือด้วยความดีใจ “แค่นี้ไป๋ไป่ก็จะกลับไปนอนต่อได้แล้ว”

“ไม่ได้ ท่านอาจารย์ไม่สบาย ทำไมเจ้าถึงมีความสุขแบบนั้นล่ะ?”

ในช่วงที่ผ่านมาเด็กหญิงถูกอาจารย์เสิ่นลงโทษอยู่บ่อยครั้ง พอผู้เป็นพี่ชายพูดเช่นนี้ เธอก็รู้สึกเจ็บฝ่ามือขึ้นมาเลย

แล้วคนตัวเล็กก็ยิ้มใสซื่อพลางกล่าวว่า “มีเพียงยามที่อยู่ต่อหน้าท่านพี่รัชทายาทไป๋ไป่ถึงกล้าพูดเช่นนี้ เรารู้กันเพียงเท่านี้ก็พอเนาะ”

“เจ้า..” มู่จวินฝานทนความน่ารักของน้องสาวไม่ได้ เขาจึงผ่อนลมหายใจอย่างเอือมระอา

“ข้าจะไปส่งเจ้ากลับตำหนักอิ๋งชุน แต่เจ้าจะต้องไม่ลืมทำการบ้าน จำสิ่งที่ท่านอาจารย์บอกเจ้าเมื่อวานนี้ได้หรือไม่ ข้าจะมาตรวจการบ้านเจ้าในภายหลัง”

มู่ไป๋ไป่คิดกับตัวเองว่ามันคงจะแปลกถ้าเธอเอาแต่ร่ำเรียนหนัก ๆ ในวันที่ฝนตกเช่นนี้ควรต้องนอนพักผ่อนไม่ใช่หรือ?

ในเวลาเดียวกัน คนตัวเล็กกลับพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

ซึ่งความคิดกับการแสดงออกนั้นช่างแตกต่างกันสุดขั้ว

จบบทที่ บทที่ 44: ขอเพียงไม่ใช่ลี่เฟย

คัดลอกลิงก์แล้ว