เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40: พี่ใหญ่มาชมความสนุก

บทที่ 40: พี่ใหญ่มาชมความสนุก

บทที่ 40: พี่ใหญ่มาชมความสนุก


ลี่เฟย? ถูกทำร้ายอีกแล้วเหรอ?

ก่อนมู่ไป๋ไป่จะทันได้โต้ตอบ เธอก็โดนแมวตัวโตกระโดดเข้าใส่

“ทำไมเจ้ายังยืนนิ่งอยู่อีกล่ะ? รีบตามข้ามาเร็วเข้า”

เจ้าส้มยังคงส่งเสียงเร่งเร้าอยู่ตลอดเวลาเพราะกลัวว่าถ้าไปช้าคงจะไม่ได้เห็นอะไรสนุก ๆ

“เจ้าส้ม?” มู่จวินฝานเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นแมวอ้วนปรากฏตัว “เกิดอะไรขึ้น ทำไมมันถึงร้องแบบนั้นไม่หยุด?”

โดยธรรมชาติแล้วเด็กหนุ่มไม่เข้าใจภาษาสัตว์ แต่เขารู้สึกว่าเสียงร้องของมันนั้นแหลมสูงกว่าปกติ ทำให้ระคายเคืองหู

มู่ไป๋ไป่ยังคงกังวลว่าจะอธิบายให้พี่ชายฟังว่าอย่างไรก่อนที่จะออกไป หลังจากได้ยินเช่นนี้ เธอก็เกิดความคิดบางอย่างและพูดไปตามความจริงว่า “มันมาฟ้องว่ามันแพ้การต่อสู้มา”

“แพ้กับผีน่ะสิ! ข้าเป็นราชาแมวในวังหลวงแห่งนี้ ข้าจะแพ้ได้อย่างไร” เจ้าส้มตะโกนขึ้นมาอย่างไม่พอใจ “มู่ไป๋ไป่ เจ้าอย่าทำลายชื่อเสียงของข้าแบบนั้น!”

เด็กหญิงทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินที่แมวส้มประท้วงและพูดไร้สาระกับมู่จวินฝานต่อไปว่า “พอมันต่อสู้ไม่ชนะ มันก็เลยมาขอความช่วยเหลือจากข้า”

“ท่านพี่รัชทายาท ไป๋ไป่ต้องรีบไปแล้ว เอาไว้เราค่อยไปขออนุญาตอาจารย์เสิ่นทีหลัง ท่านพี่บอกว่าไป๋ไป่ปวดท้องแล้วไปเข้าห้องน้ำก่อนก็ได้”

“...” ผู้เป็นพี่ชายถึงกับพูดไม่ออก

จากนั้นมู่ไป๋ไป่ก็ดึงมู่จวินฝานให้ก้มลงมา ก่อนจะเขย่งเท้าขึ้นไปหอมแก้มเขาเบา ๆ “ท่านพี่รัชทายาทน่ารักที่สุดในโลก!”

กลิ่นน้ำนมที่คุ้นเคยพัดมากระทบใบหน้าของเด็กหนุ่ม ทำให้แก้มของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที

ในขณะที่เขาอดยกยิ้มมุมปากไม่ได้ “เจ้าไปเถอะ แต่เจ้าจะต้องให้องครักษ์ติดตามเจ้าไปด้วย”

องค์หญิงหกของเขามักจะทำอะไรหุนหันพลันแล่น มันจะเป็นเช่นไรหากนางบังเอิญเกิดเรื่องตอนออกไปข้างนอกเพียงลำพัง?

มู่ไป๋ไป่รีบพยักหน้าเห็นด้วยโดยไม่ต้องคิดต่อ

ท้ายที่สุดแล้วเธอกำลังจะลักลอบเข้าไปในตำหนักชิงเหอ หากโชคไม่ดีเธอก็จะถูกคนของลี่เฟยจับได้ แล้วแบบนี้เธอจะยังเอาชีวิตรอดกลับมาได้อย่างไร

ดังนั้นคนตัวเล็กจึงกอดเจ้าส้มแล้ววิ่งไปทางตำหนักชิงเหอพร้อมกับองครักษ์ 2 คนของตำหนักตงกง

“องค์หญิงหก แมวป่าต่อสู้กับแมวทรงเลี้ยงในตำหนักชิงเหอหรือพ่ะย่ะค่ะ?” องครักษ์ทั้ง 2 ไม่ทราบจุดประสงค์ที่แท้จริงของการมาที่นี่ขององค์หญิงหกจึงเอ่ยถามขึ้นมา

เมื่อพวกเขาเห็นว่าเด็กหญิงกำลังจะปีนกำแพงตำหนักชิงเหอเข้าไป มันก็ทำให้ทั้งคู่รู้สึกลังเล

วังหลังเป็นสถานที่สำคัญ ในฐานะคนขององค์รัชทายาท พวกเขาไม่ควรที่จะข้ามเข้าไปในวังหลังโดยพลการ

นี่ยังไม่ได้นับรวมถึงการปีนกำแพงเข้าไปอีก

“ใช่” มู่ไป๋ไป่เหลือบมองกำแพงที่สูงตระหง่านตรงหน้า ก่อนจะเม้มปากและพยักหน้าโดยไม่ต้องคิดอะไรต่อ

“มันอยู่ข้างใน เจ้าส้มกับข้าจะเข้าไปแก้แค้นแมวป่าตัวนั้น พี่ชายทั้ง 2 รออยู่ที่นี่ก่อนเถอะ”

“แต่…” แม้คนตัวเล็กจะพูดเช่นนั้น แต่องครักษ์ก็ยังสบตากันด้วยความลังเล

“ไม่ต้องกังวล หากมีอะไรเกิดขึ้นข้าจะเรียกพวกท่าน” มู่ไป๋ไป่พูดเสร็จแล้วก็ปีนขึ้นไปบนต้นไม้

เธอใช้แขนขาน้อย ๆ ปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะร่อนลงบนกำแพงตำหนักในพริบตา ทำให้องครักษ์ทั้ง 2 ตกใจ

“ไปทางนี้” เจ้าส้มกระโดดขึ้นมาด้านข้างคนตัวเล็กทันที

แล้วมันก็เดินนำทางลัดเลาะเข้าไปในตำหนักโดยสามารถหลบเลี่ยงนางกำนัลและขันทีทั้งหมดในตำหนักชิงเหอได้สำเร็จ ก่อนจะมาถึงห้องลับโดยที่ไม่มีใครรู้

ระหว่างทางมู่ไป๋ไป่ได้ยินเสียงน่าอายมาแต่ไกล

เธอปีนขึ้นไปบนหลังคาเงียบ ๆ เปิดแผ่นกระเบื้องออก ก่อนจะมองลงไปด้านล่าง

ร่างที่งดงามถูกผ้าม่านผืนบางบดบัง แต่เงาของคน 2 คนที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันนั้นก็ยังชัดเจน

บางครั้งก็มีเสียงร้องแหลมดังออกมาจากภายใน

เธอจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าส้มถึงคิดว่านางถูกทำร้าย

“จิ๊ ๆๆ” มู่ไป๋ไป่ส่ายหัวพลางถอนหายใจเบา ๆ พร้อมกับที่ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดง “คงเป็นจริงอย่างที่เขาบอกว่าคนเราไม่สามารถตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกได้ ใจคนนั้นยากแท้หยั่งถึง ลี่เฟยคนนี้ครางเสียงดังชะมัด”

เธอไม่รู้ว่าคราวนี้เป็นองครักษ์คนเดียวกับที่มีความสัมพันธ์กับลี่เฟยก่อนหน้านี้หรือไม่

“เสียงครางหมายความว่าอย่างไรหรือ?” เจ้าส้มที่นอนหมอบอยู่ด้านข้างพยายามเบียดหัวคนตัวเล็กเพื่อจะมองลงไปเช่นกัน

“นางถูกทำร้ายอยู่ไม่ใช่หรือ ข้าเห็นมันกับตาตัวเอง นางกับผู้ชายกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันโดยไม่สวมเสื้อผ้า แล้วผู้ชายก็ทับนางไว้…”

“หยุดพูดได้แล้ว!” มู่ไป๋ไป่รีบยกมือปิดปากอีกฝ่าย “ตอนนี้ข้าเป็นเพียงเด็กอายุ 4 ขวบ ข้าไม่อาจทนฟังสิ่งที่ไม่เหมาะสำหรับเด็กแบบนี้ได้”

แมวตัวโตเหลือบมองแผ่นกระเบื้องที่ถูกเปิดออกด้วยสายตาที่แฝงความนัย

ปากบอกว่าไม่สามารถทนฟังได้ แต่นางกลับจ้องไม่วางตา

“...” เด็กหญิงหัวเราะแก้เก้อก่อนจะรีบอธิบายว่า “มันไม่เหมือนกัน ข้าเพียงแค่อยากจะยืนยันอะไรบางอย่าง”

หลังจากพูดจบเธอก็ทำท่าทางให้แมวส้มเงียบเสียง จากนั้นเธอก็กลั้นหายใจมองลอดแผ่นกระเบื้องไปอีกครั้ง

ตำแหน่งที่เธอเลือกอยู่นั้นพอเหมาะพอเจาะพอดี มันหันหน้าไปทางเตียงขนาดใหญ่ทำให้เธอสามารถมองเห็นลี่เฟยที่มีใบหน้าแต้มสีแดงกำลังเคลื่อนไหวร่างกายพร้อมกับผู้ชายอีกคนได้อย่างชัดเจน และทั้ง 2 ก็กำลังร่วมมือกันประกอบกิจกรรมบางอย่าง

ชายที่อยู่ด้านบนนั้นมีใบหน้าเกลี้ยงเกลาและดูหล่อเหลา เขาไม่ใช่องครักษ์ที่ทำร้ายเจ้าส้มในวันนั้น

ข้อเท็จจริงที่รู้ทำให้มู่ไป๋ไป่เผลอพ่นลมหายใจหนัก ๆ

ลี่เฟยคนนี้เจ้าชู้มากจริง ๆ นางมีคนรักมากกว่า 1 คน

เมื่อดูจากสถานที่ที่ตั้งอยู่ห่างไกลเช่นนี้ ไม่มีแม้แต่นางกำนัลรออยู่นอกประตู ดูเหมือนว่านางจะกระทำผิดเช่นนี้จนเป็นนิสัย

เสด็จพ่อผู้น่าสงสารของเธอ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาถูกพระสนมคนโปรดสวมเขาให้

แล้วจู่ ๆ มู่ไป๋ไป่ก็รู้สึกโกรธขึ้นมาเล็กน้อย

ในขณะที่เด็กหญิงเฝ้าดูสถานการณ์ เธอกำลังคิดว่าจะเปิดเผยการกระทำของลี่เฟยอย่างไร จังหวะนั้นก็มีก้อนหินกระทบเข้าใส่ศีรษะ

“ซี้ด..” มู่ไป๋ไป่ลูบศีรษะบริเวณที่ถูกก้อนหินขว้างใส่ และมองไปในทิศทางที่ก้อนหินปลิวมา

ที่มุมเดียวกันซึ่งมีกำแพงกั้นไว้ อวี้เซิ่งกำลังมองเธออยู่

เขายังคงแต่งกายด้วยชุดสีดำสนิท พอเขายืนอยู่ที่นั่นเงียบ ๆ โดยไม่ส่งเสียงอะไร ดูเหมือนว่าตัวเขาจะกลมกลืนไปกับทุกอย่างที่อยู่รอบ ๆ ทันที ทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นเจ้าตัว

“พี่ใหญ่! พี่ใหญ่!” มู่ไป๋ไป่ไม่รู้ว่าอวี้เซิ่งอยู่ตรงนั้นมานานแค่ไหนแล้ว แต่เธอรู้สึกว่าเวลาที่ชายผู้นี้ปรากฏตัวนั้นช่างเหมาะเจาะยิ่งนัก

ด้วยเหตุนี้ เด็กหญิงจึงโบกมือทักทายอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มสดใส “พี่ใหญ่ มาดูสิว่ามีอะไรน่าสนใจ ท่านอยากดูด้วยกันหรือไม่?”

นักฆ่าหนุ่มหรี่ตาลงอย่างสงสัย เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ถึงจะยิ้มแย้มแต่ก็มีเจตนาชั่วร้าย และเขาสามารถบอกได้ทันทีว่านางกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง

แต่เมื่อนึกถึงประสบการณ์ที่น่าสนใจที่เขามีในอดีต อวี้เซิ่งก็เพียงแค่คอยดูอยู่เฉย ๆ ว่าองค์หญิงหกกำลังคิดจะทำอะไร

ด้วยการเตะเท้าเพียงเบา ๆ เขาก็บินถลาขึ้นไป

ชายหนุ่มเป็นคนที่มีวรยุทธล้ำเลิศ ดังนั้นการเคลื่อนไหวของเขาจึงแทบจะไม่ส่งเสียงใด ๆ เลยในยามที่เขาขึ้นไปเหยียบบนหลังคาข้าง ๆ มู่ไป๋ไป่

ขณะเดียวกัน คน 2 คนภายในห้องที่ไม่สนใจโลกภายนอกก็ไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีคนอีกคนปรากฏขึ้นบนหลังคา

“เอาน่า มานี่เถอะ” เด็กหญิงยอมขยับออกจากตำแหน่งการรับชมที่ดีที่สุดที่ตนเองค้นพบอย่างไม่เห็นแก่ตัว “พี่ใหญ่ดูนี่สิ”

อวี้เซิ่งไม่ใช่คนโง่ เขาใช้ชีวิตผ่านโลกมานานหลายปีแล้ว เขาได้พบเจอสิ่งต่าง ๆ มามากมาย เพียงแค่ได้ยินเสียงที่ดังขึ้นมาจากด้านใน เขาก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเขาก็เหลือมองมู่ไป๋ไป่เงียบ ๆ “นี่เจ้าอายุเท่าไหร่?”

สิ่งที่เด็กคนนี้ทำเหมือนคนกำลังแอบดูเรื่องบนเตียงของคนอื่นอยู่

หากมู่เทียนฉงรู้เรื่องนี้ เขาจะต้องจับเจ้าตัวเล็กนี่มาตีก้นแน่

“ข้าอายุ 4 ขวบครึ่งแล้ว” มู่ไป๋ไป่แสร้งทำเป็นไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่อถึงอะไรและชูนิ้วขึ้น 4 นิ้วตอบด้วยท่าทางจริงจัง

“เจ้าส้มเป็นคนพาข้ามาที่นี่ มันบอกว่าที่นี่มีอะไรน่าดู”

โดยธรรมชาติแล้ว อวี้เซิ่งย่อมไม่คิดว่าคนตัวเล็กจะเข้าใจคำพูดของแมว เขาเพียงแค่คิดว่านางมาที่นี่โดยบังเอิญเพราะไล่ตามเจ้าส้มมา

ในวังหลัง การเล่นชู้เป็นเรื่องต้องห้าม เดิมทีเขาคิดว่าเป็นสาวใช้กับองครักษ์ของตำหนักชิงเหอ ดังนั้นเขาจึงวางแผนว่าจะดูแบบผ่าน ๆ และลงไปจัดการกับบุคคลนั้น เพราะว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยในสายตาของมู่เทียนฉง

แต่ใครจะไปคาดคิดว่า หลังจากนักฆ่าหนุ่มมองดูให้ชัดเจนแล้ว สีหน้าของเขาก็ต้องเปลี่ยนไป

จบบทที่ บทที่ 40: พี่ใหญ่มาชมความสนุก

คัดลอกลิงก์แล้ว