เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35: ท่านอาของข้าคือลี่เฟย

บทที่ 35: ท่านอาของข้าคือลี่เฟย

บทที่ 35: ท่านอาของข้าคือลี่เฟย


พอมู่ไป๋ไป่ได้ยินเสียงอีกฝ่ายกระแทกเข่านั่งลง เธอก็รู้สึกเจ็บแทน

“องค์หญิง พูดจริงหรือเพคะ? ...” หลัวเซียวเซียวเอ่ยถามพร้อมกับหลั่งน้ำตา

นางสะอื้นจนพูดไม่ออกจึงได้แต่ตั้งคำถามกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

“จริงสิ” มู่ไป๋ไป่ย่นจมูกเล็ก ๆ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้คนตรงหน้า ก่อนที่เธอจะดึงคนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นขึ้นมา

“ในเมื่อเจ้าตกลงที่จะมาเป็นสหายร่วมเรียนกับข้า หลังจากนี้เจ้าก็จะเป็นคนของข้า”

“ข้าเป็นถึงองค์หญิง ต่อไปนี้จะไม่มีใครรังแกเจ้าได้อีก”

ทางด้านนายน้อยตระกูลหลัวและพรรคพวกที่ยืนฝั่งตรงข้ามไม่คาดคิดเลยว่าเรื่องราวต่าง ๆ จะกลายเป็นเช่นนี้

ทุกคนได้แต่ยืนตะลึงงัน จนกระทั่งได้ยินคำสั่งของมู่ไป๋ไป่ให้ลงโทษขันทีและนางกำนัลที่ติดตามพวกเขา

“ฮึ่ม ใครก็ตามที่รังแกเจ้าก็เหมือนรังแกข้า” ในที่สุดเด็กหญิงก็เหมือนจะหาเหตุผลในการจัดการกับคนพวกนั้นได้แล้ว มันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาก

ถัดมา เธอชี้ไปที่เด็กกลุ่มนั้นโดยที่ใช้มืออีกข้างเท้าเอว “ข้าควรลงโทษคนพวกนี้เช่นไรดีที่กล้ามาหยาบคายต่อหน้าองค์หญิง?”

เหล่าเด็ก ๆ ที่เพิ่งติดตามนายน้อยตระกูลหลัวตื่นตระหนกทันที และพวกเขาก็รีบคุกเข่าลงร้องขอความเมตตา มีเพียงนายน้อยหลัวเท่านั้นที่ยืนหน้าแดงก่ำเขม็งมองมู่ไป๋ไป่ไม่วางตา

พอมู่จวินฝานเห็นว่าองค์หญิงหกกำลังแสดงอำนาจข่มอีกฝ่าย เขาก็รีบสนับสนุนนางเต็มที่

เขาเอ่ยปากสั่งคนของเขาโดยไม่รอช้า “นายน้อยหลัวไม่รู้กฎเกณฑ์ พวกเจ้าไปสั่งสอนเขาหน่อยเถอะ”

องครักษ์ตอบรับคำสั่งและก้าวออกไปข้างหน้า

เนื่องจากองครักษ์ส่วนตัวขององค์รัชทายาทนั้นมีรูปร่างสูงใหญ่ อย่างไรก็ตาม นายน้อยหลัวยังเป็นเพียงแค่เด็ก ดังนั้นเขาจึงร้องไห้ออกมาทันที

“ถ้าพวกเจ้ากล้าทำร้ายข้า ข้าจะฟ้องท่านอาของข้า!”

“ท่านอาอย่างนั้นหรือ?” มู่ไป๋ไป่ไม่รู้ตัวตนของนายน้อยหลัว ดังนั้นเธอจึงกระตุกแขนเสื้อของมู่จวินฝานแล้วถามอย่างสงสัยว่า “ท่านพี่รัชทายาท ท่านอาของเขาเป็นใครกัน นางมีอำนาจมากเลยหรือเพคะ?”

“ท่านอาของข้าคือลี่เฟย!”

นายน้อยหลัวที่ถูกองครักษ์กดตรึงไว้กับพื้นรู้สึกโกรธมากเมื่อได้ยินคำถามของเด็กหญิง “เฮอะ ทุกคนในวังหลวงนี้รู้ดีว่าท่านอาของข้านั้นได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทมากที่สุด อีกไม่นานนางจะได้ขึ้นเป็นฮองเฮา”

“กล้าดีอย่างไรมามีเรื่องกับข้า…”

มุมปากของมู่ไป๋ไป่กระตุก ลี่เฟยเป็นคนที่ทำร้ายเจ้าส้ม แถมยังมีความสัมพันธ์ลับกับองครักษ์อีก

แน่นอนว่าแมวตัวอ้วนที่กำลังนั่งดูการแสดงเงียบ ๆ อยู่ข้างเท้าของคนตัวเล็กหูผึ่งทันทีที่ได้ยินคำว่าลี่เฟย

แล้วขนทั่วร่างกายของมันก็พองขึ้น ในขณะที่มันส่งเสียงร้องอย่างฉุนเฉียว “แง้ววว!”

มู่ไป๋ไป่คิดว่ามันจะพุ่งไปข่วนคนอีก เธอจึงรีบรั้งตัวมันเอาไว้ในอ้อมแขน

เจ้าส้มเงยหน้าขึ้นจ้องหน้าคนที่กอดมันไว้ “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!”

“ไม่” เด็กหญิงจ้องกลับทันที

“มู่ไป๋ไป่ เจ้าสัญญาว่าจะล้างแค้นให้ข้า เมื่อไหร่เจ้าจะลงมือ!”

แต่คนตัวเล็กแสร้งทำเป็นหูทวนลม ก่อนจะขยับไปหลบอยู่ด้านหลังของมู่จวินฝานด้วยความหวาดกลัว

ขณะเดียวกัน เธอก็ถามขึ้นมาเสียงเบาว่า “ท่านพี่รัชทายาท ที่เขาพูดเป็นความจริงหรือไม่เพคะ?”

“หากข้าเผลอไปทำให้คนของว่าที่ฮองเฮาโกรธเข้า ท่านพ่อจะโกรธหรือไม่?”

“หึ รู้จักกลัวแล้วสินะ” เมื่อนายน้อยหลัวเห็นท่าทางของมู่ไป๋ไป่ เขาก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้น

ท่านอาของเขาบอกว่าโลกนี้เป็นของตระกูลหลัวของพวกเขา เขาจึงไม่จำเป็นจะต้องหวาดกลัวใครในวังหลวงแห่งนี้

“หากองค์หญิงกลัวแล้วก็รีบสั่งให้คนปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”

หลัวเซียวเซียวที่ยืนเงียบมาตลอดเม้มปากตัวเองอย่างเป็นกังวล และพยายามส่งสัญญาณให้องค์หญิงหกปล่อยเรื่องนี้ไป เพราะนางคุ้นชินกับการถูกพี่ชายรังแก ดังนั้นพระองค์ไม่จำเป็นจะต้องระบายความโกรธแทนนาง

ยิ่งไปกว่านั้น องค์หญิงหกก็ได้พยายามปกป้องนางแล้ว นางไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องมาติดร่างแหเพราะไปทำให้ท่านอาที่มีอำนาจมากมายในวังหลวงแห่งนี้โกรธเคืองเข้า

“ไม่ต้องกลัว พี่จะปกป้องเจ้าเอง” มู่จวินฝานไปยืนขวางหน้ามู่ไป๋ไป่พร้อมกับทำหน้าเย็นชากว่าที่เคย

ทันใดนั้นทุกคนที่พบเห็นก็คิดว่าตัวเองเห็นมู่เทียนฉงในวัยเยาว์อีกครั้ง

“ไม่ว่าจะเป็นราชนิกุลหรือประชาชนทั่วไป หากทำความผิดก็ต้องได้รับโทษ แม้แต่สมาชิกในครอบครัวของลี่เฟยก็ต้องทำตามกฎเมื่อมาอยู่ในวังหลวง”

“ในเมื่อเจ้าหยาบคายต่อองค์หญิง 6 เจ้าย่อมถูกลงโทษตามสมควร”

ถ้อยคำขององค์รัชทายาททำให้นายน้อยหลัวตะลึงงัน โดยปกติแล้วเขามักจะทำตัวเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจมาตลอด เนื่องจากคำให้ท้ายของผู้เป็นอา มันก็ยิ่งทำให้เขาไม่เคยระวังตัวยามที่อยู่ในวังหลวงเลย

“แต่เพื่อเห็นแก่ลี่เฟย เราจะไว้ชีวิตเจ้า” มู่จวินฝานพูดขึ้นมาอย่างใจเย็น “ในเมื่อเจ้าถูกละเว้นจากโทษตาย แต่เจ้าก็ไม่อาจหลีกหนีโทษไปได้ จับตัวพวกเขาไปโบยคนละ 20 ไม้”

มู่ไป๋ไป่เหลือบมองเขาอยู่เงียบ ๆ พลางคิดว่าท่านพี่รัชทายาทของเธอเป็นคนที่น่าสนใจมาก แถมเขายังไม่มองข้ามเรื่องนี้ไปโดยง่าย

ในเมื่อเขากล้าที่จะลงโทษคนเหล่านี้ ในอนาคตเขาจะต้องแบกรับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงเอาไว้ ลี่เฟยจะต้องชำระบัญชีนี้กับเขาอย่างแน่นอน

จากนั้นมู่ไป๋ไป่ก็โน้มตัวเข้าไปใกล้มู่จวินฝานมากยิ่งขึ้นพร้อมกับความรู้สึกดี ๆ ที่มีพี่ชายคอยปกป้อง

หลังจากสิ้นเสียงคำสั่งขององค์รัชทายาท องครักษ์ก็ลากนายน้อยหลัวและคนอื่น ๆ ไปโบย

เสียงร้องโหยหวนของพวกเขานั้นได้ยินมาแต่ไกล มู่ไป๋ไป่จึงอุดหูตัวเองเบา ๆ จากนั้นก็หันกลับมาด้านข้างเพราะนึกขึ้นได้ว่ายังมีหลัวเซียวเซียวอยู่ด้วย

“ท่านพี่กับข้าจะต้องไปที่ศาลาหมิงหลี่ เจ้ากลับไปที่ตำหนักอิ๋งชุนก่อน หลังจากที่ข้ารายงานเสด็จพ่อแล้ว เจ้าถึงจะสามารถไปเรียนกับข้าได้”

ถึงแม้ว่าเธออยากจะหาเหตุผลจัดการกับคนพวกนั้นจึงได้ตัดสินใจโดยพลการไปก่อนแล้ว แต่เธอเชื่อว่ามู่เทียนฉงจะต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น ในยามที่เธอพบเห็นเรื่องอยุติธรรม เธอย่อมต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ แต่เธอกลับคาดไม่ถึงว่าคนคนนี้จะเป็นญาติของลี่เฟย

มู่ไป๋ไป่เกาหัวด้วยความรู้สึกหงุดหงิด เพราะจู่ ๆ เธอก็รู้สึกเสียใจที่หยิบยกเรื่องสหายร่วมเรียนมาเพื่อจัดการกับคนกลุ่มนั้น

“หม่อมฉันจะทำตามพระบัญชาขององค์หญิงหกเพคะ” หลัวเซียวเซียวโค้งคำนับอย่างเชื่อฟังและเดินออกไปพร้อมกับนางกำนัลโดยไม่คัดค้านใด ๆ

หลังจากเหตุการณ์นี้จบลง กว่าที่มู่ไป๋ไป่กับมู่จวินฝานจะเดินทางไปถึงศาลาหมิงหลี่ก็สายมากแล้ว

โชคดีที่อาจารย์เสิ่นไม่ได้ใส่ใจและเพียงแค่ถามทั้ง 2 คนว่าเหตุใดถึงมาสาย

มู่ไป๋ไป่ได้เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นไปตามตรง

เมื่ออาจารย์เสิ่นได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด เขาก็เอ่ยชมเด็กหญิงทันที “แม้ว่าองค์หญิงหกจะยังทรงพระเยาว์ แต่พระองค์ก็เป็นคนซื่อตรงและกล้าหาญมาก”

มู่ไป๋ไป่ตอบรับคำชมพลางยิ้มอย่างมีความสุขให้กับมู่จวินฝาน

“ท่านเองก็เป็นคนดีมาก”

คนตัวเล็กมีรอยยิ้มที่อบอุ่นราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ ประกอบกับลักยิ้ม 2 ข้างที่อยู่มุมปาก และยังมีฟันขาวที่เรียงเป็นแถวสวยงาม ทำให้เจ้าตัวยิ่งดูสดใสมากขึ้น

“เจ้าเป็นคนที่เที่ยงธรรมที่สุด”

เด็กหนุ่มเอ่ยปากชมน้องสาวเช่นกัน

หลังจากทั้งคู่พูดคุยกับอาจารย์เสิ่นอีกไม่กี่ประโยค ผู้เป็นอาจารย์ก็เริ่มต้นชั้นเรียน

มู่จวินฝานใช้เวลาทั้งเช้าในการเรียนกับราชครู

ขณะเดียวกันก็มีความคิดบางอย่างแล่นอยู่ในหัวของมู่ไป๋ไป่ เธอกำลังรอให้ลี่เฟยกลับมาหาเรื่องเธอกับพี่ชาย

แต่จนกระทั่งเลิกเรียนในช่วงบ่าย ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ จากฝั่งลี่เฟย

สุดท้ายเด็กหญิงจึงปัดความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกจากหัว

อย่างไรก็ตาม ในตำหนักชิงเหอไม่ได้สงบเงียบอย่างที่มู่ไป๋ไป่คิด บัดนี้ลี่เฟยรู้สึกโกรธมากหลังจากที่รู้ว่านายน้อยหลัวได้รับโทษโบย

“ท่านอา ท่านจะต้องเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ข้า”

ขณะนี้นายน้อยหลัวนอนคว่ำอยู่บนเตียง โดยที่แผ่นหลังของเขามีบาดแผลเลือดออกดูน่าอนาถ

หลังจากที่เขาถูกตีหลายสิบครั้ง เขาก็รู้สึกเหมือนจะตายเสียให้ได้

ความเจ็บปวดบนแผ่นหลังของเขานั้นเจ็บลึกถึงกระดูก ทำให้เขาต้องกัดฟันก่นด่าออกมาไม่หยุด “ไอ้พวกสารเลว! ท่านจะต้องจัดการพวกมันให้ข้า องค์หญิงหกกับรัชทายาทไร้ค่าไม่เห็นท่านอยู่ในสายตาเลยท่านอา!”

“พวกมันรู้ดีถึงตัวตนของข้า แต่พวกมันก็ยังกล้าสั่งคนให้มาโบยข้า ในความคิดของข้า คนพวกนั้นไม่ได้กำลังลงโทษข้าอยู่ แต่มันเป็นการตบหน้าท่านอาอย่างชัดเจน”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ศัตรูมีอยู่ทั่วทิศเลยแฮะ มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย

จบบทที่ บทที่ 35: ท่านอาของข้าคือลี่เฟย

คัดลอกลิงก์แล้ว